ห่านเอ๊ย! ปั้นห่านหน้าจืด สู่สัตว์เทพแห่งวังหลวง

    บทที่ 18.1

             

            การรับบทเป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นก็ดันกลายเป็นภารกิจอย่างหนึ่งไปเสียแล้ว

             

            ทว่าเจียงลี่หยูก็พอจะถูไถทำหน้าที่นี้ไปได้ไม่เคอะเขินนัก

             

            มือเรียวขาวผ่องประหนึ่งหยกสลักยื่นส่งใบไม้แห้งกรอบสีน้ำตาลหม่นๆ ใบหนึ่ง ไปตรงหน้าเด็กหญิงวัยเจ็ดหนาว

             

            "กินซะนี่คืออาหารมื้อแรกในฐานะลูกศิษย์ของข้า"

             

            หลินหว่านเอ๋อกะพริบตาปริบๆนัยน์ตากลมโตที่เพิ่งถูกปรับแต่งมาใหม่จ้องมองวัตถุในมือของอาจารย์คนสวยด้วยความว่างเปล่า

             

            แม้สติปัญญาของเด็กน้อยจะไม่มากเท่าไหร่แต่สามัญสำนึกพื้นฐานก็ยังทำงานได้ดีพอจะรับรู้ว่า...คนสติปกติที่ไหนเขาเอาใบไม้แห้งร่วงหล่นตามพื้นดินมากัดกินประทังความหิวกัน!

             

            ทว่าเมื่อตกอยู่ในสภาวะจำยอมและไม่อาจขัดขืนผู้เป็นอาจารย์ได้มือเล็กจิ๋วก็ค่อยๆ ยื่นออกไปรับเศษใบไม้นั้นมาถือไว้อย่างกล้าๆ กลัวๆ

             

            กร้วม...

             

            ฟันซี่เล็กกัดลงบนขอบใบไม้แห้งกรอบอย่างเสียไม่ได้

             

            ทว่าทันทีที่ปลายลิ้นสัมผัสกับรสชาติที่ซ่อนอยู่ภายในดวงตาของเทพธิดาตัวน้อยก็พลันเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า

             

            รสสัมผัสฝาดเฝื่อนของใบไม้ที่ควรจะเป็น กลับกลายเป็นความหวานฉ่ำและกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวโพดนึ่งร้อนๆที่เพิ่งยกออกจากเตา!

             

            "อ๊ะ! อร่อย..."

             

            เสียงเล็กจิ๋วหลุดอุทานออกมาอย่างลืมตัวความอดอยากหิวโหยที่ฝังรากลึกมาตั้งแต่จำความได้ ถูกเยียวยาด้วยรสชาติอันวิเศษสุดที่นางไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิต

             

            ฟันซี่เล็กเร่งขยับเคี้ยวตุ้ยๆกัดกินใบไม้แห้งในมืออย่างเอาเป็นเอาตายประหนึ่งฝูงตั๊กแตนลงทึ้งทุ่งนา

             

            ในหัวของหลินหว่านเอ๋อแล่นปรู๊ดปร๊าดจินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกลสุดกู่

             

            เด็กน้อยช้อนสายตามองสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามปานล่มเมืองเบื้องหน้าด้วยแววตาเทิดทูนบูชาประหนึ่งชาวบ้านยากไร้มองเห็นพระโพธิสัตว์มาโปรด

             

            'อาจารย์ของข้าต้องเป็นเทพเซียนแปลงกายลงมาจุติแน่ๆ!ขนาดเศษใบไม้ไร้ค่า ท่านยังเสกให้มีรสชาติล้ำเลิศปานอาหารทิพย์จากสรวงสวรรค์ได้!'

             

            เจียงลี่หยูเท้าคางมองเด็กน้อยที่กำลังแทะใบไม้อย่างตะกละตะกลามด้วยสายตาเรียบเฉยทว่ามุมปากกระจับกลับยกยิ้มขึ้นบางๆ

             

            'หึหึ... ยัยหนูเอ๊ยถ้ารู้ว่าอาหารทิพย์ของเทพเซียนนี่ ถูกเสกมาด้วยค่าธรรมเนียมแค่ 10 SP เธอคงจะเลิกทำหน้าตาบูชาฉันเป็นรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลเจ้าแน่ๆ'

             

            อดีตพนักงานออฟฟิศทอดถอนใจยาวเอนหลังพิงผนังปูนคอนกรีตอย่างผ่อนคลาย

             

            การได้นั่งมองผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ตนเองปั้นแต่งขึ้นมากับมือกำลังเคี้ยวใบไม้รสข้าวโพดตุ้ยๆ อยู่ในเรือนที่ปลอดภัยและแข็งแรงทนทานมันช่างเป็นความรู้สึกที่สงบสุขและเรียบง่ายอย่างประหลาด

             

            ความวุ่นวายจากการทำโอทีข้ามคืนเสียงด่าทอของหัวหน้าแผนก หรือแม้กระทั่งความหวาดผวาตอนเป็นห่านหนีตายล้วนถูกโยนทิ้งไว้เบื้องหลังจนหมดสิ้น

             

            เจียงลี่หยูหลับตาลง รับแสงแดดอุ่นๆที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง

             

            'ถ้าเป็นไปได้...ฉันก็อยากจะให้ระบบหน้าเลือดนี่มันช่วยกดหยุดเวลาเอาไว้ที่ช่วงเวลานี้ตลอดไปเลยจริงๆ แฮะ'

             

            จินตนาการอันสวยหรูของสตรีในร่างจำแลงยังไม่ทันได้โลดแล่นไปไกลกว่าปลายตีนผังผืดในอดีต

             

            ปัง! ปัง! ปัง!

             

            เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าลานดินดังสนั่นหวั่นไหว ทำลายความสงบสุขยามบ่ายลงอย่างราบคาบ

             

            เจียงลี่หยูชะงักใบหน้างดงามปานล่มเมืองก่อนจะเดินนวยนาดออกไปตรวจสอบสถานการณ์เบื้องนอก

             

            สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกลุ่มทหารยามในชุดเกราะเก่าซอมซ่อสามสี่นาย

             

            ทว่าสิ่งที่ชวนให้ขัดใจคือแววตาของพวกทหารเหล่านั้นไม่ได้จับจ้องมาที่คนแต่มันกำลังเบิกกว้างและทอประกายวาววับประหนึ่งสุนัขจรจัดเห็นกระดูกหมูชิ้นโตเมื่อได้กวาดมองสภาพเรือนปูนคอนกรีตเสริมเหล็กที่ปูทับด้วยหลังคากระเบื้องเคลือบอย่างดี

             

            "หลินอวี้เหอ! หลินหว่านเอ๋อ!"

             

            นายทหารผู้เป็นหัวหน้าตะเบ็งเสียงกร้าว

             

            "พวกเจ้าสองแม่ลูกค้างชำระภาษีมาเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มแล้วรีบเอาเสบียงหรือเงินตราออกมาจ่ายย้อนหลังเดี๋ยวนี้!"

             

            ทว่าทันทีที่ดวงตาของเขาปะทะเข้ากับร่างของสตรีที่ก้าวพ้นธรณีประตูออกมาเสียงตะคอกนั้นก็พลันกลืนหายลงไปในลำคอราวกับถูกผีหลอก

             

            สตรีตรงหน้ามีผิวขาวผ่องนวลเนียนริมฝีปากอวบอิ่มทรงกระจับ และดวงตากลมโตหยาดเยิ้มรูปลักษณ์ของนางงดงามราวกับเทพธิดาซึ่งดูอย่างไรก็ไม่ใช่หญิงชาวบ้านรูปร่างผอมโซประหนึ่งไม้เสียบผีที่พวกเขาเคยรู้จักอย่างแน่นอน

             

            เจียงลี่หยูลอบกลอกตาในใจ พลางคิดถึงความบัดซบของระบบราชการยุคโบราณอย่างรวดเร็ว

             

            'เดี๋ยวนะ...สองแม่ลูกนั่นอดอยากจนแทบจะต้มดินกินแทนข้าว สภาพร่อแร่เหมือนผักกาดตากแห้งยังจะถูกรีดไถภาษีย้อนหลังอีกเรอะ! แบบนี้มันรีดเลือดกับปูที่ถูกต้มจนสุกชัดๆ!'

             

            แม้ในใจจะก่นด่าเช็ดเม็ดทว่าใบหน้างดงามกลับเชิดขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำหน้าตายายประหนึ่งคุณหนูผู้สูงศักดิ์

             

            "พวกท่านคงเข้าใจผิดแล้ว"

             

            น้ำเสียงหวานใสทว่าเรียบเฉยเอ่ยขึ้น

             

            "หลินอวี้เหอและหลินหว่านเอ๋อได้ย้ายออกไปจากที่นี่นานแล้วข้ามีนามว่าเจียงลี่หยู ปัจจุบันเรือนหลังนี้มีเพียงข้าและลูกศิษย์ตัวน้อยอาศัยอยู่เท่านั้น"

             

            เหล่าทหารมองหน้ากันเลิ่กลั่กทว่าความโลภในหน้าที่ก็ยังคงมีชัยเหนือความงุนงง

             

            "จะเปลี่ยนคนอยู่หรือไม่ก็ช่าง!ในเมื่อเจ้าอาศัยอยู่ที่นี่เจ้าก็ต้องรับผิดชอบภาษีครัวเรือนย้อนหลังหนึ่งปี!"

             

            นายทหารพยายามทำใจดีสู้เสือ

             

            "บัดนี้องค์รัชทายาททรงต้องการเสบียงเพื่อบำรุงขวัญกำลังใจกองทัพทุกครัวเรือนจำต้องจ่ายภาษี หากขัดขืนไม่ยอมจ่ายจะต้องรับโทษหนักโดนโบยจนหลังลาย!"

             

            เจียงลี่หยูหรี่ตากลมโตลงเล็กน้อยก่อนจะงัดเอาไม้ตายซื้อเวลาที่มนุษย์เงินเดือนมักใช้ผัดผ่อนกำหนดส่งงานกับเจ้านายออกมาใช้

             

            "เข้าใจแล้ว...กฎหมายบ้านเมืองย่อมต้องปฏิบัติตาม"

             

            หญิงสาวแย้มยิ้มบางเบาจนทหารตาพร่า

             

            "เช่นนั้น พรุ่งนี้ยามสายพวกท่านจงกลับมาที่นี่อีกครั้งเถิดข้าจะจัดเตรียมพืชผักและเสบียงไว้ให้พวกท่านเอง"

             

    คล้ายกับเรื่องห่านเอ๊ย! ปั้นห่านหน้าจืด สู่สัตว์เทพแห่งวังหลวง ที่คุณอ่าน