# เมฆาสืบล่าผี The Mini Series
Series : ปิศาจสาวร้อยปี
ตอนที่ 1 – กลิ่นธูปเรียกผี
ฝนตกบางๆ คืนวันพฤหัสบดี
ถนนเจริญกรุงยังคงรถติดเหมือนเคย แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นชายในเสื้อแจ็คเก็ตลายพรางทหารไทยสีเข้มที่ก้าวลงจากแท็กซี่หน้าวัดร้างบางลำพู
เมฆายืนนิ่งครู่หนึ่ง มองป้ายวัดไม้ผุที่ตัวอักษรหลุดร่อนเกือบหมด
เขายกข้อมือซ้ายขึ้นแตะกำไลเงินสองวงเบาๆ ราวกับเช็คว่ามันยังอยู่ครบ
“ถึงแล้ว” เขาพูดกับตัวเอง เสียงเรียบต่ำ
ลมเย็นพัดผ่านประตูวัดที่ล้มเอียง กลิ่นธูปเก่าแก่ลอยคลุ้งแรงจนแสบจมูก แม้จะไม่มีใครจุดธูปที่นี่มากว่าสามสิบปี
ข้างกายเขา อากาศพร่าเลือนเล็กน้อย ร่างโครงกระดูกในเสื้อคลุมขาดรุ่งริ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากเงามืด
“กลิ่นนี้… ธูปอย่างดี 108 ดอกแน่ๆ ครับท่าน” เจ้าพรายยกมือกระดูกขึ้นสูดกลิ่น “หอมจนข้าอยากกลับมาเกิดใหม่เลย”
เมฆาไม่หันไปมอง “เจ้าพราย ไปดูรอบโบสถ์ก่อน ระยะห้าสิบเมตร อย่าเข้าใกล้มากกว่านี้”
“รับทราบ” เจ้าพรายยกนิ้วโป้งให้อย่างเกินจริง แล้วลอยหายเข้าไปในกำแพงทันที
เมฆาเดินเข้าไปในเขตวัด ก้าวย่างนิ่งสงบเหมือนคนที่เคยชินกับความมืด เขาไม่เปิดไฟฉายโทรศัพท์ ปล่อยให้แสงจันทร์ลอดช่องหน้าต่างแตกส่องนำทาง
ตรงหน้าแท่นพระประธาน มีศพสามศพนอนคว่ำทับกันเป็นกอง ชุดคนงานก่อสร้างเปื้อนฝุ่นและเลือดจางๆ
เขาคุกเข่าลงข้างศพคนแรก ใช้นิ้วแตะคอหาเส้นเลือดแดง ไม่มีชีพจร ม่านตาขยายเต็มที่ ปากค้างกว้างจนเห็นเพดานปากไหม้เกรียม มีกลิ่นควันจางๆ ลอยออกจากปากและจมูก
“ปอดไหม้จากข้างใน… ไม่มีรอยต่อสู้” เขาพึมพำ “คนทั้งสามตายพร้อมกันภายในไม่ถึงสิบวินาที”
เขาลุกขึ้น มองไปรอบโบสถ์อย่างช้าๆ สายตาหยุดที่กองธูปตรงมุมเสา มีธูปปักคาอยู่เก้าดอก ควันยังลอยเป็นเส้นตรง ไม่ยอมกระจายตามลมเลยแม้แต่น้อย
เมฆายกแขนขวาขึ้น กระซิบเบาๆ “เจ้าฮูก”
นกฮูกสีขาวราวหิมะบินลงมาจากคานโบสถ์อย่างเงียบเชียบ นั่งลงบนไหล่เขา ตาสีเหลืองทองเรืองแสงอ่อนๆ
“บินวนรอบโบสถ์ ระยะสองร้อยเมตร ส่งภาพมาให้ฉัน”
เจ้าฮูกกระพริบตาหนึ่งครั้ง แล้วบินลอยขึ้นเพดาน หายไปในเงามืด
ภาพมุมสูงเริ่มไหลเข้ามาในหัวเมฆาทันที
โบสถ์เก่า หลังคารั่ว พื้นแตกร้าว
ตรงมุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีควันธูปเก้าดอกลอยรวมตัวกันเป็นก้อนหนาทึบผิดธรรมชาติ
และใต้ก้อนควันนั้น… มีร่างผู้หญิงยืนนิ่ง
ชุดไทยสีครามเข้ม ยาวถึงพื้น ผมยาวสยายลงมาปิดหน้า มือทั้งสองข้างประสานกันอยู่ข้างหน้า
นางไม่ขยับเลยสักนิด
เมฆาหายใจเข้าช้าๆ “เจอแล้ว”
ทันใดนั้น เสียงเจ้าพรายดังขึ้นในหัวเขา (มันส่งเสียงผ่านคลื่นความคิด)
“ท่านครับ… ข้าถูกมองอยู่ มันมองข้าตรงๆ เลย”
เมฆาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ถอยออกมาทันที อย่าเข้าใกล้”
แต่ช้าไปเสียแล้ว
ในภาพจากเจ้าฮูก ควันธูปเก้าดอกพุ่งออกจากกองเป็นเส้นตรง เร็วราวกับงูเห่า พุ่งเข้าหาเจ้าพรายที่ลอยอยู่ใกล้เกินไป
เจ้าพรายกรี๊ดในหัว “โอ๊ยยยยยยยยยยย โอ๊ยยยยยยยยยยย....!!”
มันลอยกลับมาข้างเมฆาทันที ร่างสั่นระริก กลิ่นธูปติดตัวแรงจนเมฆารู้สึกแสบจมูก
“มันไล่ข้าแล้วครับท่าน!” เจ้าพรายร้อง “ดุมากเลย!”
เมฆามองไปที่มุมโบสถ์ที่ควันยังคงลอยนิ่งเหมือนเดิม ไม่มีวี่แววว่าจะเคลื่อนย้าย
เขายกมือขึ้นแตะกำไลเงินที่ข้อมือซ้ายเบาๆ
“ยังไม่ต้องใช้ของหนัก” เขาพูดกับตัวเอง “แต่คืนนี้… เราคงต้องรู้ก่อนว่ามันต้องการอะไร”
กลิ่นธูปหนาขึ้นเรื่อยๆ
ราวกับกำลังเชิญเขาให้เข้าไปคุยด้วยตัวต่อตัว
เมฆายืนนิ่งอยู่หน้าพระประธาน มองตรงไปที่ก้อนควันนั้น
แล้วพูดเสียงเรียบ แต่ดังพอให้ก้องไปทั่วโบสถ์ร้าง
“ฉันชื่อเมฆา
ฉันไม่ได้มาฆ่าเธอ
แต่ถ้าเธอฆ่าคนต่อไป… ฉันจะไม่ปล่อยให้เธออยู่ที่นี่อีก”
ความเงียบตอบกลับมา
จากนั้น ควันธูปเก้าดอกค่อยๆ ลอยสูงขึ้น
ก่อตัวเป็นรูปใบหน้าผู้หญิง ผมยาวปิดหน้า
และยิ้มให้เขา...
*โปรดติดตามตอนต่อไป*