“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”

    บทที่ 47 หอดาราทิศเหนือ


    สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านนครเมฆคราม

    หลินเซวียนยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องพัก

    ในมือยังคงถือแผ่นหยกสีดำที่ชายชราจากตำหนักดารานภามอบให้

    บนแผ่นหยก

    สัญลักษณ์ตะเกียงโบราณเปล่งประกายจาง ๆ

    ยิ่งมอง

    ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย

    ราวกับเคยเห็นมานานแสนนาน

    ทั้งที่เพิ่งได้มาเพียงไม่กี่ชั่วยาม

    "ตะเกียง..."

    หลินเซวียนพึมพำ

    ทันใดนั้น

    ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าในร่างพลันสั่นไหวอีกครั้ง

    เปลวไฟสีทองสายหนึ่งลุกขึ้นภายในห้วงจิต

    ก่อนจะชี้นำไปยังทิศเหนือของนคร

    ...

    หอดาราทิศเหนือ

    ...

    หลินเซวียนนึกถึงคำพูดของชายชรา

    ก่อนตัดสินใจทันที

    เขาต้องไปดูด้วยตาตนเอง

    หนึ่งชั่วยามต่อมา

    หลินเซวียนเดินทางมาถึงเขตเหนือของนครเมฆคราม

    บริเวณนี้เงียบสงบกว่าย่านอื่นมาก

    ผู้คนเดินผ่านไปมาน้อยกว่าปกติ

    ตรงกลางเขต

    มีหอคอยสีดำตั้งตระหง่านอยู่

    สูงกว่าสามสิบชั้น

    รอบหอคอยเต็มไปด้วยอักขระโบราณ

    ซึ่งกำลังหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา

    ราวกับดวงดาวนับหมื่นกำลังโคจร

    ...

    นี่คือ

    หอดาราทิศเหนือ

    หนึ่งในสถานที่สำคัญของตำหนักดารานภา

    ...

    ขณะกำลังก้าวเข้าไป

    ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งพลันขวางทางเอาไว้

    "ผู้ใด"

    อีกฝ่ายถามเรียบ ๆ

    แม้ไม่ได้ปลดปล่อยแรงกดดัน

    แต่หลินเซวียนสัมผัสได้ทันทีว่า

    คนผู้นี้แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนทุกคนที่เขาเคยพบในนครเมฆคราม

    อย่างน้อย

    ขั้นที่สี่แก่นมรรคาขึ้นไป

    ...

    หลินเซวียนนำแผ่นหยกออกมา

    อีกฝ่ายเห็นเช่นนั้น

    สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

    ก่อนถอยออกด้านข้างทันที

    "ผู้อาวุโสรอเจ้าอยู่"

    ...

    ประตูหอคอยค่อย ๆ เปิดออก

    เสียงดังครืนเบา ๆ

    หลินเซวียนก้าวเข้าไป

    ก่อนจะพบว่าภายในกว้างใหญ่กว่าที่เห็นจากภายนอกหลายเท่า

    รอบด้านเต็มไปด้วยชั้นหนังสือโบราณ

    แผ่นหยก

    คัมภีร์

    และแผนที่ดวงดาว

    นับไม่ถ้วน

    ...

    ตรงกลางห้อง

    ชายชราคนเดิมกำลังนั่งจิบชาอย่างสงบ

    ราวกับรู้ว่าเขาจะมา

    ...

    "ข้านึกว่าเจ้าจะใช้เวลานานกว่านี้"

    ชายชรายิ้ม

    หลินเซวียนประสานมือ

    "ผู้อาวุโส"

    "ท่านรู้เรื่องผู้เฝ้าผนึกใช่หรือไม่"

    ...

    ชายชราหัวเราะเบา ๆ

    "คำถามแรกก็ตรงประเด็นเลยหรือ"

    ...

    เขาวางถ้วยชาลง

    ก่อนชี้ไปยังเก้าอี้ตรงข้าม

    "นั่งก่อน"

    ...

    หลังจากหลินเซวียนนั่งลง

    ชายชราจึงกล่าว

    "ข้าชื่อ"

    เฟิงชางไห่ (风沧海)

    "ผู้อาวุโสลำดับสามแห่งตำหนักดารานภา"

    ...

    หลินเซวียนนิ่งเงียบ

    ตำแหน่งระดับนี้

    ต่อให้ไม่รู้รายละเอียด

    ก็ย่อมไม่ธรรมดา

    ...

    เฟิงชางไห่มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนกล่าว

    "เจ้ารู้หรือไม่"

    "เหตุใดผลตรวจมรรคาของเจ้าจึงไม่สามารถระบุได้"

    ...

    หลินเซวียนส่ายหน้า

    ...

    ชายชรายิ้มบาง

    "เพราะเครื่องตรวจมรรคา"

    "ไม่สามารถตรวจมรรคาที่ยังไม่ถือกำเนิดได้"

    ...

    คำพูดนั้น

    ทำให้หลินเซวียนชะงักทันที

    ...

    "มรรคาที่ยังไม่ถือกำเนิด?"

    ...

    เฟิงชางไห่พยักหน้า

    "ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่"

    "เดินตามมรรคาที่มีอยู่แล้ว"

    "เต๋ากระบี่"

    "เต๋าอัคคี"

    "เต๋าอัสนี"

    "เต๋าวารี"

    "เต๋าวิญญาณ"

    ...

    "แต่มีผู้คนจำนวนน้อยมาก"

    "ที่สร้างมรรคาของตนขึ้นมาเอง"

    ...

    "และมรรคาเช่นนั้น"

    "ไม่สามารถถูกประเมินได้"

    ...

    ภายในใจหลินเซวียนเกิดคลื่นลูกใหญ่

    เขานึกถึงคำพูดของเฉินเยี่ยนชิวทันที

    ...

    เต๋าแห่งกรรม

    ...

    เป็นไปได้หรือไม่

    ว่าเขากำลังเดินบนเส้นทางนั้นจริง ๆ

    ...

    ทันใดนั้นเอง

    เฟิงชางไห่ยกมือขึ้น

    แสงสีทองสายหนึ่งลอยออกมาจากชั้นหนังสือ

    ก่อนตกลงบนโต๊ะ

    ...

    มันคือคัมภีร์เก่าแก่เล่มหนึ่ง

    ...

    หน้าปกมีเพียงอักขระสี่ตัว

    บันทึกผู้ถือโคม

    ...

    หัวใจของหลินเซวียนเต้นแรงทันที

    ...

    "นี่..."

    ...

    เฟิงชางไห่มองเขา

    ก่อนกล่าวช้า ๆ

    "ข้าค้นพบมันในซากอารยธรรมโบราณเมื่อห้าสิบปีก่อน"

    "แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา"

    "ไม่มีใครเปิดมันได้"

    ...

    ชายชราหรี่ตาลง

    ก่อนพูดต่อ

    "จนกระทั่งวันนี้"

    ...

    "วันที่ข้าได้พบเจ้า"

    ...

    หลินเซวียนค่อย ๆ ยื่นมือออกไป

    แตะลงบนคัมภีร์

    ...

    ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส

    ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าในร่างพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

    เปลวไฟสีทองลุกโชนขึ้น

    ...

    ครืน!

    ...

    คัมภีร์ทั้งเล่มเปล่งแสงสีทองสว่างจ้า

    อักขระโบราณนับไม่ถ้วนลอยออกจากหน้ากระดาษ

    หมุนวนไปทั่วห้อง

    ...

    เฟิงชางไห่ลุกขึ้นยืนทันที

    สีหน้าสงบนิ่งมาตลอดชีวิต

    กลับปรากฏความตกตะลึงเป็นครั้งแรก

    ...

    "เป็นไปได้อย่างไร..."

    ...

    ขณะเดียวกัน

    ภายในห้วงจิตของหลินเซวียน

    ภาพโบราณสายหนึ่งปรากฏขึ้น

    ...

    เขาเห็นเมืองสีดำอีกครั้ง

    เห็นทะเลศพไร้ขอบเขต

    เห็นประตูยักษ์ที่เคยเห็นใต้ภูเขาผนึก

    ...

    และครั้งนี้

    ชายถือโคมไม่ได้ยืนอยู่ห่างไกลอีกต่อไป

    ...

    เขายืนอยู่ตรงหน้า

    ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว

    ...

    ใบหน้าที่เคยมองไม่ชัด

    เริ่มปรากฏเค้าโครงขึ้นทีละน้อย

    ...

    ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้น

    ชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

    ...

    "ในที่สุด..."

    "ผู้สืบทอดก็มาถึงแล้ว"

    ...

    ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น

    ภาพทั้งหมดพลันแตกสลาย

    ...

    หลินเซวียนลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว

    หายใจหนัก

    หัวใจเต้นรุนแรง

    ...

    ส่วนเฟิงชางไห่

    กำลังจ้องมองคัมภีร์ตรงหน้า

    ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ

    เพราะบนหน้ากระดาษหน้าแรก

    ได้ปรากฏข้อความที่ไม่เคยมีมาก่อน

    ...

    ข้อความนั้นมีเพียงประโยคเดียว

    ...

    "เมื่อผู้ถือโคมคนใหม่ถือกำเนิด"

    "ประตูแห่งอดีตจะเปิดออกอีกครั้ง"

    "คัมภีร์ที่ถูกปิดผนึกมานานนับพันปี"

    "ได้เปิดออกแล้ว"

    "และความลับของผู้เฝ้าผนึก..."

    "กำลังจะเริ่มเปิดเผยทีละน้อย"

    คล้ายกับเรื่อง“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์” ที่คุณอ่าน