"หึ"
หลินหลงพ่นลมหายครั้งหนึ่ง ก่อนยกมือซ้ายขึ้นเบี้ยงฝ่ามือของจักรพรรดิเหยาออกไปด้านข้างแล้วหมนตัวไปด้านหลังหยูซีเยว่
เมื่อจักรพรรดิเหยาหันกลับมาใบหน้างามพลันมองหยูซีเยว่อย่างขุ่นเคือง ชุดจีนโบราณโบกสะบัด ไม่นานแรงกดดันมหาศาลบรรยากาศราวฝนฟ้าคะนองพลันบังเกิด แต่จริงๆแล้วจักรพรรดิเหยามองหลินหลงที่อยู่ด้านหลัง
"หลบหลังผู้หญิงคิดว่าปีศาจจะรอดไปได้อย่างนั้นหรอ"
'ยังมิเลิกคิดว่าเป็นปีศาจอีกงั้นรึ ตัวข้ามันดูเหมือนปีศาจจุดไหนกัน'
หลินหลงชะโงกหน้าออกมามองจักรพรรดิเหยา ใบหน้างดงามมิได้แปรเปลี่ยน แต่สายตาของจักรพรรดิเหยาจ้องมองหลินหลงอย่างกับจะฆ่าจะแกงกันให้ตกตายไปด้วยความทุกข์ทรมาน หยูซีเยว่อยู่ระหว่างกลางมิได้กล่าวอันใด เพราะถ้าเกิดเข้าไปห้ามโดยที่ไม่รู้อะไรจะกลายเป็นปัญหาของเธอได้
ทว่า! คำกล่าวของหลินหลงมันค้ำยันให้เธอต้องออกหน้าไปโดยปริยาย
"ช้าก่อน อย่าพึ่งลงไม้ลงมือกันในที่แห่งนี้ถือว่าข้าผู้ช่วยท่านขอร้อง"
"เจ้าจักปกป้องปีศาจตอนนั้นรึ"
"ข้าต้องปกป้องเพราะเขาคือบรรพบุรุษในสายเลือดตระกูลหยูข้า"
"บรรพบุรุษสายเลือดตะกูลหยู?"
คิ้วของจักรพรรดิเหยาชิดติดกันสายตาจับจ้องหลินหลงและหยูซีเยว่อย่างมีความนัยราวกับต้องการถามว่าจริงหรือเท็จ เพราะจักรพรรดิเหยานั้นมีสายเลือดตระกูลหยู นามคือ 'หยูเหยา' นามนี้คือนามก่อนหน้านาม 'เฉาเหยา' อันเป็นนามของผู้ก่อตั้งตระกูลเฉาบนแดนสวรรค์
ขอเล่าเรื่องนี้ให้ยืดยาวในส่วนนี้สักเล็กน้อย เริ่มแรกจักรพรรดิเหยาคือหนึ่งในสายเลือดของตระกูลหยูที่หลิงเทียนในชาติภพก่อนเป็นต้นกำเนิดของสายเลือด หลังจากจักรพรรดิเหยาทะล่วงผ่านไปสู่ขั้นเทพบรรพกาลก็ถูกพลังงานแห่งสวรรค์ดึงตัวขึ้นไป
นับแต่นั้นมาจักรพรรดิเหยามิได้ลงมายังโลกมนุษย์จวบจนไม่นานมานี้ ตลอดเวลาจึงมิอาจรับรู้ได้ว่าตระกูลหยูได้พังทลายลงไป เหลือเพียงหยูซีเยว่ผู้ถูกเก็บมาเลี้ยงโดยเจ้าสำนักปิงลู่คนก่อนซึ่งเป็นสายเลือดตระกูลหยูคนสุดท้ายบนโลกมนุษย์
นอกจากนี้จักรพรรดิเหยายังได้ก่อตั้งตระกูลเฉาขึ้นบนแดนสวรรค์ ภายในตระกูลเฉานั้นมิได้เป็นสายเลือดเดียวกัน แต่ว่าเป็นเด็กกำพร้าไร้บิดามารดาบนสวรรค์ หากจักให้กล่าวบนสวรรค์เรื่องเช่นนี้ก็เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยเฉกเช่นเดียวกับบนโลกมนุษย์
หลังจากสร้างตระกูลเฉาจักรพรรดิเหยาก็ลืมเรือนตระกูลหยูไป..ให้ถูกคงมิใส่ใจจักดีกว่า เพียงแต่จักรพรรดิเหยารู้ว่าโลหิตสั่นสะเทือนในกายามันเหตุมาจากสิ่งใดและสิ่งนี้มิสมควรเกิดขึ้นได้ เพราะมันเป็นเพียงเรื่องราวในยุคสมัยอันเนินนานมาแล้ว
ถ้าในแดนสวรรค์มิมีตำราให้อ่านก็คงมิอาจรู้ได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจักรพรรดิเหยาจึงจริงจังและคาดคั้น
"ใช่แล้ว โลหิตข้าสั่นสะเทือนตามคำกล่าวของเขาย่อมมิมีวันโป้ปด"
"เด็กน้อย! เขามิได้มีสายเลือดเดียวกับเจ้าและเขาก็มิใช่บรรพบุรุษของเจ้า..."
"..."
"อะไรของเจ้าประหลาดรึ มองข้าราวกับผู้กล่าวเท็จ จริงหรือไม่เจ้าก็ถามคนด้านหลังเจ้าเสียสิ"
หยูซีเยว่เริ่มหวาดระแวงจักรพรรดิเหยา นอกจากนีัยังเริ่มไม่ไว้ใจหลินหลงขึ้นมาเล็กน้อย มันจึงห้ามมิให้หยูซีเยว่ถามหลินหลงมิได้
"เป็นดั่งคำของนางจริงหรือไม่"
"มิเชื่อข้า? กล่าวไปตามจริงคิดว่าข้าโกหกเจ้ารึ"
"ท่านเป็นบรรพบุรุษของข้าจริงๆ?"
"เจ้าให้นิยามคำว่าบรรพบุรุษไว้เช่นไร คนที่มีสายเลือดเดียวกับเจ้าห่างไกลไปหลายรุ่นหรือว่าเป็นคนในสายเลือดเดียวกับเจ้าที่อยู่ในยุคเดียวกับต้นกำเนิดตระกูล?..หืม"
หลินหลงพ่นลมหายใจออกจากจมูกอย่างไม่พอใจ เพราะจักรพรรดิเหยาผู้เป้นต้นเหตุแท้ๆ จักให้เรียกหลินหลงว่าเป็นบรรพบุรุษ บรรพชน หรือต้นกำเนิดล้วนแล้วแต่ถูกต้องทั้งสิ้น ที่หลินหลงมิอยากบอกว่าตนเป็นต้นเนิด เพียงกลัวว่าจะเกิดเรื่องราววุ่นวายมากเกินไป น่าเสียดายหลินหลงมิรู้ว่าจักรพรรดิเหยารู้ว่าเขาเป็นผู้ใด อนิจจานางกลับมิอาจล่วงรู้นามนั้นได้ เพียงรับรู้ว่าหลินหลงเป็นต้นกำเนิดตระกูลหยูเท่านั้น
"ข้าสิบรรพบุรุษ หยูเหยาคือนามข้า โลหิตในกายข้ารับรู้ถึงตัวตนของต้นกำเนิดมิต่างจากเจ้า โลหิตทั่วร่างสั่นสะท้านคล้ายไฟฟ้าสถิต"
จักรพรรดิเหยาบอกกล่าวเรื่องที่หยูซีเยว่มิรู้ แต่สำหรับหลินหลงมันไม่เป็นอันใดนอกจากความรู้สึกอันลึกซึ้งต่อสายเลือด กาลเวลาผ่านมาเนินนานหยูอิงก็คงลาลับโลกไปนานแล้วความสัมพันธ์ทางสายเลือดก็ไม่สามารถตัดทิ้งไป
ทว่า! ลืมมันเสียตั้งแต่ตอนนี้ยังมิสามารถทำได้ซึ่งมันมิต่างกับตัดขาดหรือแยกจากจอมปลอม แค่มิสนใจใส่ใจทั้งที่รู้อยู่แก่ใจผู้ใดจักไปทำได้ลง
"หากรู้ว่าข้าเป็นใครแล้วเหตุใดถึงคิดว่าข้ายังเป็นปีศาจ ใบหน้าและปราณข้าเหมือนพวกมันปานนั้นเชียวรึ"
หลินหลงถามจักรพรรดิเหยาหลังจากได้ยินถ้อยคำของเธอ เด็กน้อยก็ยังบอกได้ว่าจักรพรรดิเหยารู้เรื้องเหล่านี้ดีพอสมควร
"ผู้ใดมีพลังปีศาจต่อให้เป็นเสี้ยวเดียวยังต้องถูกกำจัดมิว่าจักเป็นใครก็ตาม"
"นั่นจึงยังต้องกำจัดข้า..คิดดีแล้วงั้นรึ รู้หรือไม่ว่าข้าสามารถดับชีวิตดวงน้อยของเจ้าลงได้ทุกเมื่อ"
หลินหลงข่มขู่จักรพรรดิเหยาและคำกล่าวของหลินหลงนั้นเป็นความจริง เพียงแต่หลินหลงมิอยากสังหารสายเลือดตระกูลหยูเพียงเพราะเรื่องน่าขันเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นหลินหลงยังมิอาจล่วงรู้ถึงสายเลือดตระกูลหยูได้แน่ชัดจนกว่าตราประทับสงครามจะถูกปลดผนึกและความทรงจำในชาติภพนั้นยังเลือนราง มีชัดเจนบ้างมิมากนัก
อนึ่งตัวตนในชาติภพนั้นมิอยากให้ล่วงรู้ถึงรายละเอียด ความลับและความรู้สึกซึ่งหลินหลงไม่สมควรมี อย่าว่าแต่ตราประทับที่ยังมิได้ปลดผนึกเลย ขนาดตราประทับปีศาจบางสิ่งอันลึกลับยังมิอาจทราบได้ เกรงว่าต้องรอสักวันหนึ่งเท่านั้นถึงจะปรากฎ
"กายสลายวิญญาณข้าก็สังหารเจ้าได้"
น้ำเสียงจักรพรรดิเหยามิมีความหวั่นเกรงต่อสรรพสิ่งใดๆราวกับเป็นจิตอันแรงกล้าที่เที่ยงตรง
บู๋ม!
ฟรุ๊บ
ตึก
หลินหลงบังคับโลหิตในกายจักรพรรดิเหยาเล็กน้อยให้เธอทรุดลงกับพื้นและไร้เรี่ยวแรงลุกขึ้นยืน เพื่อทดสอบว่าสายเลือดตระกูลหยูนั้นยังมีความเข้มข้นมากน้อยกว่าช่วงเวลานั้นเท่าใด
"ในตอนนี้เล่าทำอันใดข้าได้"
หลินหลงจ้องมองจักรพรรดิเหยาด้วยใบหน้าเย้ยหยันที่แสร้งทำ จักรพรรดิเหยาเห็นใบหน้าของหลินหลงแล้วก็ทำท่าขึงขังไม่พอ หยูซีเยว่ทำได้เพียงถอยห่างออกไปและรับชม
"แน่จริงก็ห้ามเล่นกลโกงไอ้ปีศาจ ปีศาจอย่างไรก็ย่อมเป็นปีศาจ"
"เหอะๆ มาฆ่าข้าสิเป็นถึงจักรพรรดิมิใช่รึ"
น้ำเสียงอันเย็นเยียบของหลินหลงสะท้อนก้องไปทั่วห้อง ปลุกเร้าจักรพรรดิให้แสดงพลังแห่งสายเลือดออกมา
-----โปรดติดตามชมตอนต่อไป-----
ไรท์:ช่วงนี้จะช้าๆหน่อย ไรท์เล่มเกมส์อยู่5555...บอกเลยว่าล่าบอสเพลินมาก แปปๆปาเข้าไปห้าชม อิอิ
ติชมได้นะ