โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 88 ร่างทรง

    ในระหว่างเรียน วิชาที่มีอาจารย์ธิเบศ สอนอยู่ วันนี้ขจรยังได้เห็น วิญญาณของหม่อมสังวาลย์ ยังมานั่งฟังอาจารย์ธิเบศสอนอย่างเคลิบเคลิ้ม แต่ขณะนั้นเอง

    ก็ไม่รู้ว่า เด็กสองคน รัดผมจุก คนหนึ่งผิวดำ อีกคนผิวขาว มีสร้อยสังวาลย์คล้องคอสวมผ้าจุงกระเบนสีทอง วิ่งเล่นไปมาในห้องเรียนขนาดใหญ่ หม่อมสังวาลย์เห็น ก็ไล่ทั้งสองคนออกไป มีแต่เสียงวิ่ง ไล่กันไปมา มีเก้าอี้ล้ม โดยที่คนในห้องต่างก็มองไปมาอย่างสงสัย เพราะไม่เห็นอะไรมีแต่ขจรเท่านั้นที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง

    “ ใครปล่อยรัก ยม ออกมาวิ่งเล่นในห้องเรียนแบบนี้นะ” ขจรได้แต่ถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ก็ได้แต่มอง ไม่สามารถออกไปไล่จับ พวกเขาในตอนนี้ได้

    “ จร ได้ยินอะไรไหม” กิ๊ฟถามอย่างสงสัย

    “ ก็ได้ยินอยู่ เป็นพวกสัมภเวสีแร่ร่อน ไม่มีอะไรหรอก”

    กิ๊ฟหันมามองหน้าจร อยากจะถามต่อ แต่ว่า เสียงสัญญาณ หมดคาบเรียนพอดี

    “ ท่านองครักษ์”  หม่อมสังวาลย์ โผล่มาข้างๆ ขจร

    “ ว่าไง”

    “ ท่านเห็นแล้วใช่ไหม เจ้าเด็กสองตัวนั่น มันสร้างความรำคาญให้กับท่านพี่มากหากเป็นเช่นนี้ จะทำให้ท่านพี่สอนหนังสือไม่ได้นะ”

    “ แล้วจะให้ผมทำอย่างไรเล่า”

    “ ท่านต้องจับมันเอาไปถ่วงน้ำ หรือ เอาไปเผา หรือ อะไรก็ได้ ไม่ให้มันมารบกวนท่านพี่อีก”

    “ เอาขนาดนั้นเลยเหรอ?”

    “ ใช่” หม่อมสังวาลย์ระบายอารมณ์ออกมา โดยที่เด็กรัก ยมสองตัวนั่น ยังทำท่ากวักมือเรียกให้หม่อมสังวาลย์ไล่ตามพวกมันอีก

    “ เห็นไหม มันยังไม่สลด ไอ้เด็กเปรตนี่” หม่อมสังวาลย์พุ่งตัว ไล่ตาม รัก ยมไปอีกอย่างไม่ลดละ

    “จร จร เป็นอะไร เหม่อลอยอยู่นั่น”

    “ เปล่า ไปกินข้าวกันเถอะ”

    ทั้งห้าคนมากินข้าวใน โรงอาหารของมหาลัย ก็พบกับ เด็กหนุ่มคนหนึ่ง เป็นนักศึกษาแพทย์ปี 1 พอมันเห็นหน้ากิ๊ฟ ก็รีบเข้ามาทักทายทันที

    “ สวัสดีครับพี่กี๊ฟ”

    “ สวัสดี มาวิน มีอะไรหรือเปล่า”

    “ เย็นนี้พี่กิ๊ฟว่างหรือเปล่าครับ ผมอยากให้พี่ช่วยติววิชาภาษาอังกฤษทางการแพทย์ให้หน่อยครับ”

    กิ๊ฟไม่ทันตอบ ขจรก็เอ่ยออกมาว่า

    “ ไอ้หมอนี่เป็นใคร” 

    “ น้องรหัสของกิ๊ฟเอง ชื่อมาวิน  นี่พี่ขจร แฟนของพี่เอง”

    มาวินยกมือไหว้ขจรอย่างเรียบร้อย แต่สายตานั้นทอแววศัตรูเต็มที่  ทันใดนั้น เจ้าผีเด็กรัก ยม ก็พุ่งเข้ามาข้างหลัง แล้วตั้งใจผลักขจรให้ ล้มคมำ หน้าทิ่มไปกับชามข้าว แต่ว่า  เจ้ารักยม ทั้งสองกลับ ถูก ยันต์เกราะเพชร กระแทกกระเด็นไป ส่งเสียงร้องระงม ขจรทำหน้าตานิ่งเฉย ส่วนสายตาของมาวินกลับ ตกใจไม่คิดว่า รักยม ที่เขาเลี้ยงเอาไว้ กลับกระเด็นกลิ้งไปเช่นนี้

    “ ไปซะ อย่ามายุ่งกับกิ๊ฟอีก ครั้งนี้ฉันไม่อยากเอาเรื่อง อุตส่าห์สอบเป็นนักเรียนแพทย์ได้แล้ว ก็ตั้งใจเรียน อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย” ขจรเอ่ยเตือนทางอ้อม

    “ พี่พูดอะไร ผมฟังไม่เข้าใจ ในเมื่อพี่กิ๊ฟลำบากใจ ต่อไปผมก็จะไม่กวนพี่กิ๊ฟก็ได้ครับ บายครับ”  ใบหน้าของมาวินกล่าวอย่างแย้มยิ้ม แต่พอหันหลังกลับไป ก็ขักสีหน้าโกรธเกรี้ยว  พออยู่ที่ลับตาคน ก็หยิบขวดแก้วเล็ก ในนั้นมีรูปปั้นเด็กสองคนกอดกันอยู่ แล้วท่องมนตร์ตราบางอย่างลงไป  ผีเด็กทั้งสอง ก็มาร้องไห้กลิ้งไปกลิ้งมาอย่างทรมาน

    “ พวกมึงสองคนจำไว้ หากกูสั่งให้ทำอะไร แล้วพวกมึงทำไม่ได้อีก กูจะลงโทษมึงให้หนักขึ้นกว่านี้ จำเอาไว้”

    “ พ่อจ๋า ชายคนนั้น มีของดีคุ้มครอง หนูกับน้องทำอะไรเขาไม่ได้เลย นะจ๊ะ”

    “ ของดีพ่อมึงซิ”

    มาวินถีบ ผีเด็กทั้งสองจนหงายท้องกลิ้งไป

    “ มึงสองตัวก็แค่ขี้ขลาดตาขาว คราวหน้าหากเป็นเช่นนี้ กูจะให้มึงสองตัว แดกน้ำมันเบรคแทนน้ำแดง”

    เด็กผีทั้งสองกันกันแน่นด้วยความหวาดกลัว

    “ ไอ้ขจร มึงกล้าเป็นศัตรูกับกูอย่างนั้นเหรอ คราวหน้ามึงกับกูจะได้เห็นดีกันแน่”

    พอมาวินคล้อยหลังไป กิ๊ฟก็หันมามองขจร แล้วเอ่ยว่า

    “ หึงเหรอ?”

    “ เปล่า เห็นหน้ามันก็รู้ว่า มันคิดไม่ดีกับกิ๊ฟ ไม่อยากให้ไปยุ่งด้วย”

    “ แต่เขาเป็นน้องรหัสกิ๊ฟนะ”

    “ ก็ให้หนังสือ หรือ สมุดบันทึกที่มีให้ไปก็พอ ไม่เห็นจะต้องไปติววิชาเลือกพวกนี้ 

    มันไม่จำเป็นเลย อุตส่าห์สอบแพทย์ได้ วิชาพวกนี้ ไม่ต้องให้รุ่นพี่สอนก็ได้”

    “ จรพูดถูก เรื่องนี้มันมีอะไรแปลกๆ นะ” ซีเอ่ย

    “ มันคงแอบชอบกิ๊ฟ แล้วหากว่ากิ๊ฟเผลอ มันอาจวางยา แล้วพากิ๊ฟไปทำมิดีมิร้ายก็ได้ใครจะรู้” หัวหน้าเอกเอ่ยเตือน

    “ บ้า เขาเป็นนักศึกษาแพทย์นะ”

    “ นักศึกษาแพทย์ วางยา หั่นศพ ผู้หญิงตายไปหลายคนแล้ว ระวังไว้หน่อยก็ดี” กรกันต์เอ่ยเตือน

    “ ให้ผู้กำกับ ตรวจสอบประวัติของ มันหน่อยก็คงจะดี เราว่ามันมีอะไรแปลกๆ”

    ขจรไม่บอกว่า มันเลี้ยงผีรักยม เอาไว้ แล้วดูท่าทางของมัน น่าจะฝึกไสยศาสตร์มืดมาอย่างแน่นอน แต่น่าแปลกที่มันอายุน้อยขนาดนี้ทำมีพลังไสวเวทย์ดำกล้าแข็งเหมือนฝีกมานานกว่าร้อยปี ขจรได้แต่สงสัย แต่ไม่พูดอะไรออกมาในตอนนี้

    พอเลิกเรียน ขจรได้ขับรถสปอร์ตของเขา พากิ๊ฟไปส่งบ้าน โดยที่แม่ของกิ๊ฟ ก็ชวนให้ขจรเข้าบ้าน เพื่อทานอาหารเย็นด้วย แต่ว่าขจรต้องขอตัวกลับ ไปที่ตำหนักริมน้ำ เพราะว่า มีคนมารอพบเขาอยู่

    ขจรขับรถมาถึงตำหนัก ก็พบว่า ลุงฉี ผู้จัดการโรงงานน้ำปลา นั่งรอเขาด้วยอาการกระสับกระส่าย

    “ ลุงฉี ทำไมไมโทรมา  ผมจะได้ไปหาเอง”

    “ โอ้ ไม่ได้ครับ คุณชายเป็นเจ้าของโรงงาน ผมจะกล้าเรียกไปหาได้อย่างไร”

    “ งั้น ลุงมีอะไรกันแน่”

    “ มีคนมาจากฮ่องกงบอกว่ามาจาก บ. หลงซิ่งกรุ๊ป แจ้งว่านายท่านจางเว่ย กู้เงินของเขาโดยใช้ ใช้ที่ดินโรงงานน้ำปลาฉั่วเฮง ค้ำประกันเอาไว้ นายท่านไม่จ่ายเขามาเป็นเวหลาหลายปีแล้ว พวกเขาเลยเข้ามายึดที่ดินของโรงงานไปแล้วครับ”

    “ เป็นไปได้ไง ในเมื่อโฉนดที่ดินก็ยังอยู่กับผม แล้วก็โอนเป็นชื่อผมไปแล้วด้วย”

    “ ผมเขาไม่สนใจ เรียกให้คุณชายไปเซ็นให้พวกเขาด้วย มิเช่นนั้น เขาจะส่งคนมาหาคุณชายเองครับ”

    “ หืม มันกล้าพูดขนาดนั้นเชียว?”

    “ ใช่ครับ มันไม่ใช่คนธรรมดา มันแก๊งมาเฟียที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง เรื่องแบบนี้มันทำมาบ่อย ครับ มีคนถูกพวกมันขู่กรรโชกมาแล้วมากมาย คุณชายต้องระวังตัวให้มากๆ นะครับ”

    “ แล้วพวกคนงานเป็นยังไงกันบ้าง”

    “ พวกมันพากำลังคน มาเกือบร้อยคนเป็นทหารรับจ้างทั้งนั้น ตอนนี้มันปิดประตูโรงงานเอาไว้ ไม่ให้ใครเข้าออก ผมโทรไปแจ้งตำรวจแล้ว แต่พวกเขาแค่มาดู

    แล้วบอกว่า เอกสารกู้เงินและค้ำประกันนั้นถูกต้อง พวกเขาช่วยอะไรไม่ได้ครับ”

    “ แจ้งพนักงานให้สบายใจได้ ให้ทุกคนหยุดงานอยู่ที่บ้าน ผมจะจ่ายเงินเดือนให้ตามปกติ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะไปคุยกับพวกมันเอง ลุงฉีกลับไปพักผ่อนที่บ้าน รอฟังข่าวจากผม”

    “ ได้ครับ แต่ว่าคุณชายควรหาคนไปช่วยกันเยอะๆ นะครับ”

    “ เอาน่า เรื่องแค่นี้ผมจัดการเอง”

    พอลุงฉีกลับไป ท่านชายก็อุ้มถิงถิงเข้ามา

    “ มีอะไรให้ฉันช่วยไหม”

    “ ไม่มีอะไรครับ เดี๋ยวผมออกไปทำธุระนิดหน่อย ถิงถิง พ่อไปก่อนนะ คืนนี้พ่อจะกลับมาเล่านิทานให้ฟัง”

    “ ไปเถอะค่ะ ถิงถิงอยู่กับคุณปู่ได้ค่ะ”

    ขจรได้ฟังก็รู้แปลกๆ เหมือนเขาทำหน้าที่พ่อ ไม่ค่อยดีสักเท่าไร

    ขจรเดินออกไป แล้วมองซ้ายมองขวาไม่มีใคร เขาก็กระโดดขึ้นฟ้า กลายร่างเป็นเหยี่ยวดำ พุ่งออกไปบนท้องฟ้า บินไปที่โรงงานน้ำปลาฉั่วเฮง ทันที

    ณ โรงน้ำปลาฉั่วเฮง

    ในห้องผู้จัดการ มีคุณชายใหญ่ พี่ของจางเฉิน นั่งอยู่กับ ชายคนจีนวัย 40 ปี ชื่อว่า หลงเป่า เป็นผู้จัดการของ หลงซิ่ง กรุ๊ปประเทศไทย และมีทหารรับจ้าง คอยคุ้มกันรอบๆ โรงงานเกือบร้อยคน

    “ นึกไม่ถึงจะง่ายดายอย่างนี้ เหลือแค่รอให้ นายขจรนั้น มาเซ็นสัญญาโอนที่ดินแปลงนี้ให้กับเรา ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์”  หลงเป่าเอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจ

    คุณชายใหญ่ แค้นใจที่รู้ว่า ขจรนั้นเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องในครอบครัวของเขา แล้วยังซื้อที่ดินแปลงนี้ไปในราคาตั้ง สองพันล้านบาท ทั้งๆ ที่มันมีมูลค่าแค่ 1 พันล้านบาทเท่านั้น จึงได้โทรไปหา หลงเป่าให้ ทางหลงชิ่ง กรุ๊ปเข้าช่วยเหลือ และในที่สุด แผนชัวก็เริ่มขึ้น พวกเขามีบัตรประชาชนของ จางเว่ยใบเก่าๆ อยู่แล้ว เลยปลอมลายเซ็น แล้วทำเรื่องกู้ปลอมๆ ขึ้นมา แล้วใช้อำนาจของมาเฟียหลงชิ่ง เข้ามาจัดการเรื่องนี้ โดยที่ทางหลงชิ่ง สัญญาว่า จะคืนเงินให้  1 พันล้านบาท กับ คุณชายใหญ่

    “ ไอ้เด็กวัดนั่นเดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ คนธรรมดาแล้ว มันเป็นถึง คุณชายแห่งนาคบดินทร์ เงินเล็กน้อยแค่นี้มันไม่สนใจหรอก แต่กลัวว่ามันจะจ้างทหารรับจ้างบุกเข้ามา แบบเราน่ะซิ แล้วเราจะทำอย่างไรดี”

    คุณชายใหญ่จาง เริ่มหวั่นวิตกเรื่องนี้

    “ ทหารรับจ้างที่ประเทศไทยที่มีกำลังมากที่สุด ของหน่วยแบล็คดราก้อน พวกเขาทำงานกับเรามาแล้วหลายงาน พวกเขาไม่รับจ้างมาทับงานตัวเองอย่างแน่นอน”

    “ งั้นก็ดี ผมขอตัวกลับไปก่อน หวังว่าพรุ่งนี้จะมีข่าวดีนะครับ”

    “ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้เช้า ผมจะส่งคนไปหิ้วมันมาเอง ไม่รอให้มันมาด้วยตัวเองหรอกครับ”

    “ เยี่ยม ไปเลย”

    ขณะจะเดินกลับไปขึ้นรถ ก็พบว่า มีลูกไฟ ตกลงมาจากท้องฟ้า ร่วงมาใส่รถทหารรับจ้าง เกือบสิบคัน รถเก๋งของคุณชายใหญ่จาง กับ รถเก๋งของผู้จัดการหลงเป่าระเบิดไฟลุกไหม้ไปทุกคัน สร้างตระหนกตกใจให้กับทุกๆ คนยิ่งนัก ทหารรับจ้าง เคลื่อนตัวกระจายไปรอบๆ มองหาศัตรูที่โจมตีมา แต่ก็หาไม่เจอ แต่แล้วก็มีเงาดำตะคุ่ม ยืนต่อหน้าทหารรับจ้างนับสิบคน

    พอพวกมันพอมองเห็นก็ยกปืนขึ้นเล็งทันที แต่ทว่ายังช้ากว่าชายคนนั้น ที่ใช้มีดสั้น พุ่งปราดเข้าหาพวกมัน ปานสายฟ้าแลบ กรีดลำคอของทหารรับจ้างสิบคน จรหัวหลุดออกจากตัว ล้มลงไปโดยไร้เสียงร้องแม้แต่คนเดียว

    แล้วเขาก็เหวี่ยงมีดเสือบินออกไปทั้งสองเล่ม มีดบินแยกกันไปสองเส้นทาง แต่ละเส้นทางมีดบินก็พุ่งผ่านคอหอยของ ทหารรับจ้างตายลงไปอย่างไม่รู้ตัว ไม่ถึงสามนาที ทหารรับจ้างที่ยืนกระจายตัวออกไป ก็ตายกันเกลื่อน โรงงาน

    เหลือคนเพียงสองคน ที่ยืนอ้าปากตาค้างอยู่

    “ แกเป็นใคร?”  ผู้จัดการหลงเป่า พูดออกมาเหมือนคนใจลอย

    แต่คนที่เดินเข้ามาไม่พูด แต่เคลื่อนตัวเข้ามา ใช้มือบีบคอของผู้จัดการหลงเป่าจนหักพับ ลงไปนอนกับพื้นตาเหลือก ตายไปอย่างอนาถ

    คุณชายใหญ่ตระกูลจาง รีบคุกเข่าไปกับพื้นทันที

    “ อย่าทำอะไรผมเลย ผมมีเงิน ขอชีวิตของผมไว้เถอะนะครับ”

    “ มีคนจ้างผม 500 ล้านบาทเด็ดชีวิตของพวกมันทุกคนที่อยู่ในโรงงานน้ำปลาฉั่วเฮง

    คุณมีปัญญาจ้างผม อย่างนั้นรึ?”

    ตอนนี้ใบหน้าของขจร เป็นหน้าของ ทับ เจ้าสมิงคลา คุณชายใหญ่จางไม่รู้จักเขามาก่อนแน่ๆ

    “ ผมมี ผมจะหามาให้”

    “ นี่คือรหัสบัญชีของผม ในธนาคารบิสคอยน์ คุณมีเวลา 10 นาทีโอนเข้ามาในบัญชีผม 500 ล้านบาทก็ประมาณ 300 เหรียญบิสคอยน์ หากเกินกว่านี้ คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ”

    “ ได้ครับ ผมจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้เลย” คุณชายใหญ่จางรีบโทรกลับบ้านทันที

    “ ม๊า ครับ ช่วยโอนเหรียญบิสคอนย์เข้ารหัสบัญชีนี้ 300 เหรียญบิสคอนย์ให้หน่อยครับ”

    “ ไอ๊หยา นี่มัน 500 ล้านบาทเชียวนะ ม๊าจะเอาที่ไหนเล่า ตอนนี้มันดึกแล้วนา”

    “ ม๊า หากไม่ได้ อั๊วต้องตายแน่ๆ ม๊าไปบอกป๊าให้ช่วยอั๊วด้วย อั๊วยังไม่อยากตาย”

    เสียงร้องไห้ของคุณชายใหญ่ เริ่มดังขึ้นด้วยความหวาดกลัวอย่างจริงๆ

    แล้วในที่สุด พ่อของคุณชายใหญ่ จางเปียน ก็รีบโอนให้ไปตามที่ลูกชายขอมา

    “ นี่มันไปทำบ้าอะไร ทำไมถึงได้เป็นหนี้ ใครก็ไม่รู้ตั้งห้าร้อยล้าน ทำให้ฉันต้องจ่ายเงินบิสคอยน์ที่สะสมเอาไว้อีก”

    “ รอให้มันกลับมา ลื้อก็ถามมันเองก็แล้วกัน”

    ขจรได้รับเงินเรียบร้อยแล้วก็บอกว่า

    “ เรียบร้อย ยินดีที่ทำธุรกิจด้วย” ขจรเอ่ยจบ ก็จี้จุดคุณชายใหญ่หลับไป แล้วจากนั้นก็ออกไปเผาทำลายศพจนเกลี้ยง เศษซากรถก็โยนเข้าไปในมิติแผ่นหนังที่ตอนนี้กว้างใหญ่กว่าที่เป็นอยู่มากนัก แล้วก็มาหา  อาแป๊ะฉั่วเฮง  ที่ยืนมองหน้าทับ ซึ่งก็ค่อยเปลี่ยนเป็นขจร

    “ อั๊วนึกแล้วเชียว ต้องเป็นลื้ออย่างแน่นอน นี่ลื้อเป็นเซียนไปแล้วหรือ?”

    “ ยังครับ แค่กำลังฝึกฝน”

    “ เฮ้อ ไอ้พวกนี้มันรนหาที่ตายจริงๆ มันไม่รู้หรือไงวะ ว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของใคร”

    อาแป๊ะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

    “ ตอนนี้ลื้อ ฝึกวิชาเซียนแล้ว คิดจะผ่านประตูเซียนไหม เดี๋ยวอั๊วเปิดให้ลื้อ เข้าไปดีไหม”

    “ ยังก่อน รออีกนิด รอให้ผมฝึกขั้นสูงอีกนิดค่อยเข้าไป”

    “ เฮ้ย ลื้อฝึกในโลกมนุษย์แบบนี้ อีกกี่ร้อยปี เมื่อไรจะถึงขั้นนั้นเล่า ลื้อต้องไปฝึกที่โลกเซียน ลื้อจะได้สำเร็จเร็วขึ้นไง”

    “ จริงรึ? ท่านหินเจ้าปัญญา”

    “  จริง แต่เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือ ว่าไม่อยากไปโลกเซียน อยากจะอยู่แต่โลกมนุษย์”

    “ ก็จริง แต่ผมรับปากท่านชาย คชาธรเอาไว้ต้องไป ที่แดนหิมะ ไปพาท่านหญิงสุรางคนางค์กลับมา ไม่รู้ว่า ประตูเซียน บานนี้มันไปโผล่ โลกเซียนจุดไหนกันแน่”

    “ ก็ถามเทพประตูดูซิ”

    “ อาแป๊ะ อีกฟากหนึ่งของประตูนั้นอยู่ตำแหน่งใดของโลกเซียนกันแน่”

    “ อั๊วจะไปรู้ได้ยังไง เคยออกไปดูก็เห็นมีแต่ทะเลทราย ไม่เห็นมีบ้านคนเลย”

    “ ดินแดนทะเลทราย ทิศตะวันตกของโลกเซียน” หินเจ้าปัญญาเอ่ยออกมา

    “ อืม ขอบใจ รอให้ผมพร้อมก่อน แล้วค่อยกลับมาอีกที”

    “ ได้ อั๊วจะคอยเปิดประตูรอ”

    ขจรหิ้วร่างของ คุณชายใหญ่ทิ้งเอาไว้ที่ป้ายรถเมล์ แล้วก็กลับตำหนักไป

    ตอนเช้า ลุงฉีก็ได้ข้องความจากขจร ว่าทุกอย่างเป็นปกติแล้ว ให้คนงานกลับไปทำงานได้เลย…

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน