วันถัดมา มีเหตุทะเลาะกันระหว่างเ้าหญิงอันนากับเ้าหญิงอินทาที่ตำหนักของเ้าหญิงอินทา ในสภาพตอนนี้คือ เ้าหญิงอินทาทรงล้มไปกองกับพื้น เศษอาหารเกลื่อนพื้นไปทั่ว พระวรกายมีรอยฟกช้ำ โดยที่เ้าหญิงอันนายังคงยืนมองทอดพระเนตรอย่างไม่ใยดี จนกระทั่งพ่อหลวงอินนะทัตและเ้าหญิงธาระตีเสด็จมาพบเข้า
พ่อหลวงทรงตกพระทัยและรีบเข้าไปประคองเ้าหญิงอินทาทันที “เหตุใดอันนาถึงรังแกน้องสาวอย่างนี้ล่ะ พี่รู้ว่าอันนาไม่ถูกกับอินทา แต่ก็ไม่น่าจะร้ายถึงขนาดนี้นี่”
“น้องเกลียดอินทาเพคะ” เ้าหญิงอันนาตรัสอย่างเ็า
พ่อหลวงทรงประคองให้เ้าหญิงอินทาประทับนั่งบนรถเข็นแล้วเดินเข้าไปหาเ้าหญิงอันนาทันที “ไหนว่าใหม่ซิ”
เ้าหญิงอันนาทรงะเิอารมณ์ และะโว่า “น้องเกลียดอินทาเพคะ”
พ่อหลวงจึงตบพระพักตร์ของเ้าหญิงอันนาอย่างแรง ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันใ
เ้าหญิงอันนาทรงกรรแสงแล้ววิ่งออกไปจากห้องของเ้าหญิงอินทาทันที
พ่อหลวงทรงเรียกหมอหลวงให้มาดูพระอาการของเ้าหญิงอินทา และสั่งให้นางกำนัลทำความสะอาดที่ประทับให้เรียบร้อย
เ้าหญิงธาระตีทรงทอดพระเนตรเหตุการณ์นี้ กลับครุ่นคิดอย่างสงสัย ในพระทัยสงสัยว่า
“เหตุใดเ้าหญิงอันนาทรงต้องเสด็จมาที่นี่
เหตุใดเ้าหญิงอันนาถึงไม่มีร่องรอยของเศษอาหารบนตัวหรือรองเท้าเลย
เหตุใดเ้าหญิงอินทาผู้ซึ่งเดินไม่ได้แต่กลับมีเศษอาหารติดที่รองเท้า (ระหว่างที่ล้มทรงนั่งพับเพียบจึงหงายฝ่าเท้าให้เห็น)
และเหตุใดถึงมีรอยเท้าของเ้าหญิงอินทาด้วย”
“รึว่าเ้าหญิงอินทาทรงยืนและเดินได้???” เ้าหญิงธาระตีทรงทำได้เพียงเก็บข้อสงสัยเหล่านี้ไว้ในพระทัยเท่านั้น หลังจากนั้นก็เดินออกมากลับที่ประทับของตน
*****************************************
วันถัดมา องค์พ่อหลวงทรงจะจัดพิธีเฉลิมฉลองเพื่อต้อนรับเ้าหญิงธาระตี จึงทรงมอบหมายให้เ้าหญิงอินทาช่วยจัดหาเครื่องแต่งกายให้กับเ้าหญิงธาระตีให้ เนื่องจากพิธีจัดอย่างฉุกละหุก เ้าหญิงธาระตีจึงไปรับชุดเดรสสีครีมมาจากเ้าหญิง ณ ที่ประทับของเ้าหญิงอินทา
“ขอบคุณมาก เ้าหญิงอินทา” เ้าหญิงธาระตีทรงรับชุดมา
“อย่าได้เกรงใจเลย ต่อไปพวกเราก็จะได้เป็ครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว แล้วเจอกันที่งานนะ เ้าหญิงธาระตี” เ้าหญิงอินทาตรัส
แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันคือ เมื่อเ้าหญิงธาระตีทรงสวมชุดนี้เข้าไปในงานเฉลิมฉลอง กลับทำให้องค์พ่อหลวงทรงกริ้วอย่างมาก และะโว่า “ท่านไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้ ใครให้ท่านสวมชุดนี้ เ้าหญิงธาระตี”
เ้าหญิงธาระตีทรงทอดพระเนตรไปที่เ้าหญิงอินทา
เ้าหญิงอินทาจึงรีบตรัสว่า “ขอประทานอภัยเพคะ เสด็จพี่ หม่อมฉันเป็คนให้พระนางสวมชุดนี้เอง เนื่องจากเ้าหญิงธาระตีทรงเป็คนสูงและมีเพียงชุดนี้เท่านั้นที่เ้าหญิงธาระตีสามารถสวมใส่ได้พอดี”
“เอาล่ะ ยังไง ท่านก็ต้องไปเปลี่ยน เ้าหญิงธาระตี” พ่อหลวงยังทรงยืนยัน
เ้าหญิงธาระตีเริ่มเซ็ง เพราะไม่ว่าพระองค์ทรงทำอะไรก็ดูจะผิดไปหมด จึงเสด็จกลับที่ประทับโดยไม่ตรัสอะไรอีกเลย
เมื่อเ้าหญิงธาระตีทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์ เ้าหญิงรู้สึกว่าเนื้อผ้าของชุดนี้เหมือนกับเศษผ้าสีแดงที่เ้าหญิงเก็บได้ที่หน้าผาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เ้าหญิงธาระตีพิจารณาอยู่นาน ก็ได้ยินเสียงว่า
“นั่นเป็เสื้อผ้าของคนรักเก่าขององค์พ่อหลวง ต่อไปท่านก็ระวังให้มากๆ ล่ะ เพราะท่านไม่ควรแตะต้องของทุกอย่างที่เป็ของพินลา” เ้าหญิงอันนาตรัสเสร็จก็รีบเสด็จกลับที่ประทับตนทันที
เ้าหญิงธาระตีจึงรีบตรัสตามหลังว่า “ขอบคุณท่านมาก เ้าหญิงอันนา”
ในพระทัยของเ้าหญิงธาระตีในตอนนี้ คิดเพียงแต่ว่า “รึว่าเศษผ้านั่นอาจฉีกมาจากเสื้อผ้าของพินลา”
*****************************************
วันต่อมา ก็ยังคงเกิดเหตุการณ์วุ่นวายในวัง มีเหตุทะเลาะกันอีกแล้วระหว่างเ้าหญิงทั้งสอง คราวนี้กลับเกิดเหตุที่สวนปลูกดอกไม้ สภาพในตอนนี้คือ เ้าหญิงอินทาประทับนั่งอยู่บนรถเข็น ทรงร้องกรรเสียงอย่างสุดเสียง พระหัตถ์ของพระองค์ปิดพระพักตร์ไว้ เ้าหญิงอันนาทรงยืนทอดพระเนตรอย่างเ็า สวนดอกลาเวนเดอร์ถูกเหยียบล้มระเนระนาดไม่เหลือชิ้นดี
พ่อหลวงอินนะทัตและเ้าหญิงธาระตีทรงวิ่งเสด็จมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เ้าหญิงธาระตีเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างพิจารณา สวนดอกไม้ต้องถูกใครสักคนเหยียบย่ำ เ้าหญิงอันนาทรงยืนเฉยๆ ไม่มีร่องรอยอะไรเลยแม้กระทั่งเศษดอกไม้ ใบไม้ หรือเศษดิน ในขณะที่เ้าหญิงอินทาแม้ทรงประทับนั่งบนรถเข็นแต่กลับมีเศษต้นไม้และเศษดินติดที่รองเท้า ซึ่งมันชัดเจนมากว่าเ้าหญิงอินทาต้องทรงยืนและเดินได้อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องตกพระทัยเพราะได้ยินเสียงองค์พ่อหลวงทรงตวาดเสียงดัง
“เ้ากล้าดียังไง เ้าหญิงอันนา ถึงกล้ามาทำลายสวนดอกลาเวนเดอร์แบบนี้” องค์พ่อหลวงทรงอารมณ์ร้อนอย่างมาก ไม่ทันได้ถามและพิจารณาเหตุการณ์ให้ดีๆ พระองค์เงื้อมพระหัตถ์จะตบไปที่พระพักตร์ของเ้าหญิงอันนาอีกแล้ว
เ้าหญิงธาระตีทรงวิ่งเข้ามาทันและรีบจับข้อพระหัตถ์ขององค์พ่อหลวงทันที เ้าหญิงธาระตีทรงยิ้มที่มุมปากและตรัสอย่างเยาะเย้ย “หึๆ นี่คงจะเป็สวนดอกไม้ที่หญิงคนรักของท่านปลูกใช่มั้ยเพคะ ถึงทำให้พระองค์ทรงกริ้วขนาดนี้ ที่แท้พระองค์ก็ยังไม่ทรงลืมพินลาสินะ”
“ท่านพูดอะไรออกมาน่ะ เ้าหญิงธาระตี” พ่อหลวงทรงสงสัยว่าเหตุใดพระนางถึงทรงทราบทุกอย่าง
“พระองค์ทรงหลอกตัวเองไม่ได้หรอกเพคะ ยังไงพระองค์ก็ยังทรงรักนางอยู่ ดูสิเพคะ สวนลาเวนเดอร์นี้ พระองค์ก็ทรงทะนุถนอมดูแลมันเป็อย่างดี” เ้าหญิงธาระตียังคงตรัสเสียดแทง
องค์พ่อหลวงรีบสะบัดพระหัตถ์ออกทำให้หลุดจากการจับของเ้าหญิงธาระตี แล้วเดินกลับพระตำหนักโดยไม่ตรัสอะไรออกมาสักคำ ส่วนนางกำนัลก็รีบเข็นรถเข็นเพื่อพาเ้าหญิงอินทากลับตำหนักส่วนพระองค์เช่นกัน
เ้าหญิงอันนากำลังจะเสด็จกลับเช่นกัน แต่แล้วกลับถูกเ้าหญิงธาระตีคว้าพระหัตถ์ไว้
“เดี๋ยว เ้าหญิงอันนา” เ้าหญิงธาระตีทรงรั้งไว้
“เราไม่มีอะไรจะพูด ปล่อยเรา” แต่แล้วเ้าหญิงอันนาก็ทรงตกพระทัยที่อยู่ดีๆ เ้าหญิงธาระตีทรงนั่งคุกเข่ามาจับที่พระบาทของเ้าหญิงอันนาพร้อมกับถอดรองเท้า “ท่านจะทำอะไรน่ะ”
เ้าหญิงธาระตีไม่ตรัสอะไร ก็รีบนำรองเท้าของเ้าหญิงอันนามาพลิกดูก็ไม่เห็นร่องรอยของเศษต้นไม้และเศษดินที่ใช้ปลูก จากนั้นก็นำรองเท้าของเ้าหญิงไปประทับไว้ที่ดินที่มีรอยรองเท้าอยู่แล้ว เมื่อยกรองเท้าออกมา แล้วเปรียบเทียบระหว่างสองรอย ก็พบว่ารอยรองเท้าเป็คนละแบบกันอย่างเห็นได้ชัด นั่นหมายความว่าเ้าหญิงอันนาไม่ได้เป็คนทำลายสวนดอกลาเวนเดอร์จริงๆ
หลังจากนั้นเ้าหญิงธาระตีก็ทรงนำรองเท้าไปสวมให้กับเ้าหญิงอันนาตามเดิม แต่ไม่ตรัสอะไรออกมา หันหลังและเสด็จกลับตำหนักตนเอง ท่ามกลางความงงงวยของเ้าหญิงอันนา