หลี่หยางมองภรรยาที่นั่งคร่อมอยู่บนตักด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ ทันใดนั้นเขาก็รวบเอวบางไว้มั่น ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทั้งที่นางยังเกาะเกี่ยวอยู่บนร่าง แม้หัวเข่าจะช้ำจากการคุกเข่ารอคอยมาทั้งวัน แต่ความรักกลับมอบเรี่ยวแรงมหาศาลให้แก่เขา
"ว้าย! ท่านพี่..." ไป๋ลั่วร้องอุทานด้วยความใ รีบยกแขนโอบรอบคอเขาไว้แน่นเพราะกลัวตกลงมา
"เดี๋ยวท่านก็ขาหักหรอกเ้าค่ะ!!!"
"เพื่อเ้าแล้ว ต่อให้ขาหัก พี่ก็อุ้มเ้าไหว"
หลี่หยางกระชับวงแขนที่โอบอุ้มสะโพกมนของนางให้แน่นขึ้น ขายาวก้าวเดินออกจากส่วนรับรอง มุ่งหน้าตรงไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี ผ้าม่านมุ้งสีขาวโปร่งพลิ้วไหวตามแรงลม ยิ่งส่งเสริมให้บรรยากาศในค่ำคืนนี้ดูอบอุ่นและเป็ใจ
ระหว่างทางที่ก้าวเดิน หลี่หยางก้มลงมองใบหน้าหวานที่ซบอยู่กับอกเขา ั์ตาคมทอประกายอ่อนโยนอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน
"ลั่วเอ๋อร์..." เขาเอ่ยเรียกเสียงทุ้ม "เ้าชอบเด็กหรือไม่?"
ไป๋ลั่วชะงักไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แก้มเนียนเริ่มขึ้นสีระเรื่อเมื่อเดาทางคำถามได้ นางเม้มปากแน่น ไม่ยอมเอ่ยตอบคำถามนั้น เพียงแต่ซุกหน้ากลับลงไปที่ซอกคออุ่นของเขาเพื่อหลบซ่อนความขัดเขิน
หลี่หยางหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทีเอียงอายที่แสนน่ารักนั้น เขาเดินมาหยุดที่ข้างเตียง ค่อยๆ วางร่างบอบบางลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอมราวกับวางไข่มุกเม็ดงามลงบนกำมะหยี่
เขาทาบทับร่างตามลงไป กักขังนางไว้ภายใต้ร่มเงาของร่างกายที่แข็งแกร่ง มือหนาเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าผากมนออก แล้วประทับจูบแ่เบาที่กลางหน้าผาก
"ถ้าเ้าไม่ตอบ พี่จะถือว่าเ้าไม่ปฏิเสธนะ"
เขายิ้มเ้าเล่ห์แต่แฝงความจริงจัง ก่อนจะโน้มหน้าลงมากระซิบชิดริมฝีปากนางด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไปด้วยแรงปรารถนา
"เช่นนั้นคืนนี้... เรามาตั้งใจทำโซ่ทองคล้องใจกันเถิด พี่อยากมีเ้าตัวน้อยที่เป็เืเนื้อเชื้อไขของเรา มาวิ่งเล่นให้ทั่วจวนสกุลหลี่"
ไป๋ลั่วหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของสามี เห็นเงาสะท้อนของตัวเองและความรักที่ท่วมท้นอยู่ในนั้น ความกลัวและความเ็ปในอดีตมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความพร้อมที่จะสร้างอนาคตร่วมกับเขา
"เ้าค่ะ..." นางตอบรับเสียงแ่เบา "ข้าตามใจท่าน..."
คำอนุญาตนั้นเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่โยนลงในกองไฟ หลี่หยางไม่รอช้า เขาประกบจูบลงบนริมฝีปากนางอย่างดูดดื่มและลึกซึ้ง ไม่ใช่จูบที่เร่งรีบเพื่อระบายความใคร่ แต่เป็จูบที่ค่อยเป็ค่อยไปเพื่อหลอมรวมิญญา
มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์จนถึงชิ้นสุดท้ายที่ขวางกั้นออกไป ผิวกายขาวผ่องกระทบแสงเทียนนวลตา หลี่หยางมองดูเรือนร่างของภรรยาด้วยความหลงใหล เขาไล่พรมจูบไปทั่วเนินอกอิ่ม ไล่ลงมาถึงหน้าท้องแบนราบ แล้วหยุดจูบซับเบาๆ ที่หน้าท้องน้อย
"ตรงนี้... จะเป็ที่อยู่ของลูกเรา" เขากระซิบกับหน้าท้องของนาง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับนางอีกครั้ง
หลี่หยางจับแยกเรียวขางามทั้งสองข้างของไป๋ลั่วออกกว้าง แล้วแทรกกายกำยำเข้าไปตรงกลางอย่างถนัดถนี่ เขาโน้มตัวลงต่ำ สายตาคมกริบประสานกับดวงตากลมโตที่ฉ่ำน้ำของนาง สื่อความหมายถึงความรักที่อัดแน่นอยู่เต็มอก ก่อนจะค่อยๆ นำพาตัวตนที่แข็งขึง ร้อนระอุ และขยายใหญ่จนเต็มตึง จ่อที่ปากทางรักสีหวาน
เขาไม่รีบร้อนกระแทกกระทั้นเหมือนคราวก่อนๆ แต่คราวนี้น้ำหนักของเขาทั้งหมดคือความอ่อนโยน เขาค่อยๆ กดส่วนปลายยอดที่บานใหญ่แทรกผ่านกลีบเนื้อนุ่มที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวาน สอดใส่เข้าไปในช่องทางรักที่คับแคบของนางอย่างเชื่องช้าและมั่นคง
"อื้อ..." ไป๋ลั่วครางเสียงหวานในลำคอ ใบหน้าแดงซ่านเชิดขึ้นเล็กน้อย นางแอ่นกายโค้งรับการเติมเต็มจากเขา ความอึดอัดที่แทรกผ่านเข้ามาค่อยๆ เปลี่ยนเป็ความเสียวซ่านและความรู้สึกเต็มตื้นไปทั่วท้องน้อย
"ลั่วเอ๋อร์... ผ่อนคลายหน่อยคนดี..." หลี่หยางกระซิบเสียงพร่า จูบซับเหงื่อที่ขมับนางเพื่อปลอบประโลม
เมื่อนางเริ่มปรับตัวได้ หลี่หยางก็ดันสะโพกสอบสอดใส่ความเป็ชายเข้าไปจนสุดความยาว เน้นย้ำให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้แน่ใจว่าสายธารแห่งชีวิตของเขาจะเข้าไปฝังรากลึกในกายของนาง ณ จุดที่ลึกซึ้งที่สุด
"อ่าาา... แน่นเหลือเกิน ลั่วเอ๋อร์ ข้างในของเ้าตอดรัดพี่ดีเหลือเกิน"
หลี่หยางคำรามต่ำด้วยความสุขสม ผนังเนื้อนุ่มหยุ่นภายในตอดรัดตัวตนของเขาตุบๆ ราวกับกำลังโอบกอดและดูดกลืนเขาไว้ เขาเริ่มขยับสะโพกเป็จังหวะเนิบนาบแต่หนักหน่วง ทุกการกระแทกกระทั้นเต็มไปด้วยความตั้งใจและความรักที่เปี่ยมล้น
พั่บ... พั่บ... พั่บ...
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ ฟังดูหยาบโลนแต่กลับหวานล้ำในความรู้สึกของคนทั้งสอง หลี่หยางโอบกอดนางไว้แน่น สอดประสานนิ้วมือทั้งห้าเข้ากับมือเรียวของนาง แล้วบีบกระชับจนแนบสนิท ราวกับจะสัญญาผ่านััว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยมือคู่นี้ไปอีกชั่วชีวิต
"อ๊า... ท่านพี่... ลึก... ลึกมากเ้าค่ะ..."
ไป๋ลั่วหอบหายใจกระเส่า ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความสุขสมที่เกินต้านทาน ทุกครั้งที่เขาสวนกายเข้ามา มันลึกซึ้งจนนางรู้สึกวูบวาบไปถึงปลายนิ้วเท้า ขาเรียวตวัดเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ เพื่อรองรับแรงส่งและดึงรั้งให้เขาแนบชิดยิ่งขึ้น
"พี่รักเ้า... ไป๋ลั่ว... พี่รัก รักเ้าคนเดียว..."
หลี่หยางพร่ำบอกคำรักชิดริมฝีปากนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกถ้อยคำสอดประสานไปกับจังหวะรักที่เขาสวนกายเข้าไป ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดผิวแก้มเนียนที่แดงซ่าน สลับกับกดจูบดูดดื่มเพื่อตักตวงความหวานล้ำจากโพรงปากนางไม่ให้เล็ดลอด
เอวสอบขยับโยกไหวอย่างช่ำชอง เขาจงใจบดเบียดร่างกายแกร่งเข้าหานางจนแนบสนิทไร้ช่องว่าง หน้าท้องแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเสียดสีกับหน้าท้องนุ่มหยุ่นของนางจนเกิดความร้อนรุ่มดั่งไฟสุม
ส่วนล่างที่เชื่อมต่อกันนั้นเล่า เขาก็บดขยี้ส่วนปลายยอดที่บานใหญ่เน้นย้ำลงไปที่จุดกระสันภายในโพรงเนื้อนุ่มซ้ำๆ อย่างแม่นยำและหนักหน่วง
"อ๊ะ... อ๊า... ตรงนั้น... ท่านพี่... เสียว... ข้าเสียวเหลือเกิน..."
ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านจากท้องน้อยลามไปถึงปลายนิ้วเท้า ไป๋ลั่วไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป นางจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของสามีเพื่อระบายอารมณ์ แอ่นสะโพกรับแรงกระแทกที่โถมเข้ามาดั่งพายุบุแคม เสียงครางหวานหูที่ขาดห้วงของนาง เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่สาดซัดลงบนกองเพลิง ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายแม่ทัพหนุ่มให้ลุกโชนโชติ่
บทรักในค่ำคืนนี้ยาวนานและเร่าร้อนกว่าทุกคืนที่ผ่านมา มันไม่ใช่เพียงการปลดปล่อยความใคร่เพียงฝ่ายเดียว แต่มันคือพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์แห่งการก่อกำเนิดชีวิตใหม่ ที่ทั้งสองต่างปรนเปรอกันและกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อหลอมรวมิญญาและเืเนื้อให้กลายเป็หนึ่งเดียว
"ลั่วเอ๋อร์... ขึ้นมาอยู่บนตัวพี่..."
หลี่หยางคำรามพร่า พลิกตัวนางให้อยู่้าอย่างนุ่มนวล เพื่อให้นางได้เป็ฝ่ายควบคุมจังหวะและเพื่อที่เขาจะได้ยลโฉมภรรยายอดรักได้เต็มตา
เรือนผมยาวสลวยของไป๋ลั่วทิ้งตัวลงมาคลอเคลียใบหน้าคมคาย ผิวขาวผ่องกระทบแสงเทียนนวลตายิ่งดูยั่วยวน นางกัดริมฝีปากแน่นด้วยความขัดเขิน ก่อนจะค่อยๆ ขยับสะโพกมนขึ้นลง กลืนกินตัวตนของเขาเข้าไปช้าๆ จนมิดด้าม แล้วเร่งจังหวะเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง
"อืม... ดีมาก... งดงามเหลือเกิน..."
หลี่หยางมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหล มือหนาเอื้อมไปกอบกุมทรวงอกอวบอิ่มทั้งสองข้าง บีบเคล้นหยอกเย้าเพื่อสร้างความหฤหรรษ์ให้นางเพิ่มขึ้น
ทั้งสองผลัดเปลี่ยนท่วงท่าเพื่อตักตวงความสุขและส่งมอบความรักให้ถึงที่สุด เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงหอบหายใจ และเสียงคำรักดังก้องกังวานไปทั่วห้องหอ
"อ๊า! ไม่ไหว... ข้าไม่ไหวแล้ว..." ไป๋ลั่วหวีดร้อง ร่างกายเกร็งกระตุก ช่องทางรักตอดรัดตัวตนของเขาถี่รัวและรุนแรง
หลี่หยางพลิกตัวกลับมาอยู่้าอีกครั้ง เขาจับขานางพาดบ่า แล้วโหมกระหน่ำแรงเฮือกสุดท้ายเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งและรุนแรงตามแรงปรารถนาที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาใช้สองมือแกร่งตรึงสะโพกมนของนางไว้แน่นเพื่อรองรับแรงปะทะ แล้วโถมกายกระแทกกระทั้นเข้าไปอย่างลึกซึ้ง เน้นหนักในทุกจังหวะราวกับ้าจะฝังตัวตนและิญญาของเขาให้หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับนาง
"พร้อมกันนะ... ยอดรักของพี่... รับลูกของเราไป..."
เขากัดฟันคำรามพร่า กดฝังความยิ่งใหญ่เข้าไปจนลึกสุดก้นบึ้ง ััถึงปากทางแห่งชีวิตภายในที่เปิดรับเขาอย่างเต็มใจ ก่อนจะเกร็งกายกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนสีขาวขุ่นจำนวนมหาศาล ฉีดพ่นเข้าไปเติมเต็มในกายสาวทุกหยาดหยด เพื่อสร้างพันธะสัญญาแห่งเืเนื้อที่จะผูกมัดนางไว้กับเขาตลอดไป
"อ๊าาาาาา!"
"กรี๊ดดดดด!"
เสียงกรีดร้องแห่งความสุขสมดังประสานกันก้องห้องหอ ร่างกายของทั้งคู่กระตุกเกร็งอย่างรุนแรง กอดรัดกันแน่นแนบสนิทจนแทบไม่มีอากาศเล็ดลอด ลมหายใจหอบถี่ประสานเป็จังหวะเดียวกันท่ามกลางความซาบซ่านที่แผ่ไปทั่วสรรพางค์กาย
แม้พายุอารมณ์จะเริ่มสงบลง แต่หลี่หยางยังคงไม่ยอมถอนกายออก เขาแช่ตัวตนที่ยังคงกระตุกตุบๆ ค้างไว้นานเท่านาน ซึมซับความอบอุ่นและความคับแน่นภายในกายภรรยา และเพื่อให้มั่นใจว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความรักของเขาจะไหลรินเข้าสู่จุดหมายโดยไม่ตกหล่นแม้แต่หยดเดียว
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงค่อยๆ ถอนกายออกอย่างอ้อยอิ่ง แล้วทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง วาดวงแขนแข็งแรงดึงร่างบางที่อ่อนระทวยและชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเข้ามากอดแนบอก จูบซับเหงื่อที่หน้าผากนางอย่างรักใคร่และทะนุถนอมที่สุด
"ขอบคุณนะ..." เขากระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูเล็ก "ขอบคุณที่ลั่วเอ๋อร์ให้โอกาส ขอบคุณที่รักพี่"
ไป๋ลั่วซุกหน้าลงกับอกกว้างที่คุ้นเคย ฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวแรงเป็จังหวะเดียวกับนาง ความเ็ปและรอยร้าวในอดีตมลายหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจและร่างกาย
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาด้วยความสุขที่เปี่ยมล้น นางกระชับอ้อมกอดตอบสามี แล้วเอ่ยคำมั่นสัญญาที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
"ท่านพี่หลี่หยาง ข้าก็รักท่าน... "
ม่านมุ้งสีขาวโปร่งถูกปลดลง บดบังภาพคู่ยวนยางที่นอนกอดก่ายกันอย่างมีความสุขท่ามกลางแสงเทียนที่ริบหรี่และค่อยๆ มอดดับลง
พิษร้ายทั้งเจ็ดราตรีได้ถูกชะล้างไปจนหมดสิ้นด้วยอานุภาพแห่งรักแท้ เหลือไว้เพียงความผูกพันที่บริสุทธิ์และมั่นคง และโซ่ทองคล้องใจเส้นเล็กๆ ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้น เพื่อร้อยรัดหัวใจของแม่ทัพหนุ่มและฮูหยินยอดรักให้เป็หนึ่งเดียวกันตราบนานเท่านาน...