ไม่รอช้า อนาเธอร์ได้ก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยนแห่งป่าออร์คด้วยความมั่นใจ
ประตูมิติที่ลอยตัวอยู่ตรงหน้า ค่อยๆดูดกลืนร่างกายจนกระทั่งหายไปภายในแสงสลัว
เพียงพริบตาเดียว อนาเธอร์ก็ได้มาปรากฏตัวขึ้นยังอาณาเขตที่ไม่ธรรมดา ข้างในดันเจี้ยนเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่และพุ่มไม้หนาทึบ
“ไม่เลว.. ตอนแรกฉันคิดว่าจะต้องเป็นพวกถ้ำหรืออะไรแบบนี้แล้วซะอีก”
ภายในดันเจี้ยนป่าออร์ค อนาเธอร์สัมผัสได้ทันทีว่าบรรยากาศที่นี่แตกต่างจากดันเจี้ยนอื่นๆอย่างมาก
ดันเจี้ยนนี้ไม่ได้มืดมิดเหมือนถ้ำลึกหรือเงียบสงัดเช่นบึงมรณะ แต่กลับเป็นป่าที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์รกร้าง มีต้นไม้สูงใหญ่แผ่กิ่งก้านใบบดบังแสงแดด ราวกับป่ามีชีวิตที่เฝ้าจับตาดูการเคลื่อนไหวของผู้บุกรุก
ในแต่ละก้าวที่เดินเข้าไป บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งหนักอึ้ง ราวกับมีบางสิ่งกำลังซ่อนตัวอยู่ภายในเงา ประหนึ่งพลังของเหล่าออร์คที่คอยซุ่มโจมตี และพร้อมจะจู่โจมอย่างไร้ความปรานี
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงคำรามกึกก้องก็ทำให้ตัวของอนาเธอร์ต้องหยุดชะงัก
“นี่น่ะเหรอเผ่าออร์คในตำนาน!”
เขามองไปยังเบื้องหน้าก็ได้เห็นร่างใหญ่โตของออร์คกลุ่มหนึ่งที่ปรากฏตัวออกมาจากเงาของต้นไม้ ร่างกายภายนอกแข็งแกร่ง สีผิวเขียวเข้มตัดกับดวงตาแดงฉานที่สะท้อนแสงจางๆ
ออร์คเหล่านี้ดูโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นมนุษย์บุกเข้ามาโดยไม่เกรงกลัว มีทั้งหมดห้าตนด้วยกันและเป็นออร์คนักรบ ทุกตนถือขวานขนาดใหญ่ในมือ เตรียมพร้อมจะฟาดฟันใส่เขาให้แหลกเป็นผุยผง
【ออร์คนักรบ เลเวล 140】
【พละกำลัง: 14,000】
【ความทนทาน: 15,000】
【ความเร็ว: 10,000】
【ค่าจิตวิญญาณ: 8,900】
【ทักษะสกิล: พละกำลังของออร์ค】
“มนุษย์ละซิ๊ก! มีมนุษย์เข้ามาในอาณาเขตของเราละซิ๊ก!”
หนึ่งในพวกมันเห็นอนาเธอร์ก็คำรามออกมาเสียงต่ำ ก่อนจะพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“พูดได้ด้วยเว้ย! แต่มันก็เท่านั้นแหละ”
อนาเธอร์เองไม่รอช้า เขายกพลองทองสัมฤทธิ์ในมือขึ้นมาป้องกัน
“ปัง!”
แรงปะทะของขวานที่ฟาดลงมา เกือบทำให้ขาของเขาต้องล้มทรุด แต่เขาก็พลิกตัวหมุนพลองในมืออย่างคล่องแคล่ว พร้อมเปิดใช้งานทักษะ "พิรุณกระหน่ำแทง" ทันที
พลองในมือแทงทะลุร่างของออร์คสามครั้งรวด ประหนึ่งเป็นแสงวาบจากสายฟ้า
“ปัง!ปัง!ปัง!”
คลื่นน้ำจากทักษะพุ่งกระจายใส่ออร์ค จนร่างของมันสั่นสะท้านไปด้วยพลังอันรุนแรง ก่อนที่ร่างอันมหึมาจะล้มลงและสูญสลายหายไปภายใต้ความว่างเปล่า กลุ่มออร์คที่คิดว่าเพื่อนของมันสังหารมนุษย์ได้ก็ต้องหยุดชะงัก
“มนุษย์ได้สังหารพวกเราละซิ๊ก!”
“ฆ่ามนุษย์ซะ มันจะต้องตายซิ๊ก!”
เหล่าออร์คที่เหลือเห็นเพื่อนของมันล้มลงไปก็โกรธจนตาแดงฉาน ราวกับความคลุ้มคลั่งของพวกมันพุ่งขึ้นอย่างไม่อาจระงับได้
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
พวกมันคำรามกึกก้องพร้อมกับพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างดุดัน เสียงเหล็กกระทบกันดังก้องป่าราวกับเสียงระฆังแห่งการทำลายล้าง
“บ้าคลั่งจริงๆ”
อนาเธอร์ต้องเคลื่อนตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้พลองในมือหมุนควงไปมาเพื่อรับมือการโจมตีที่พุ่งเข้ามาไม่หยุดหย่อน
ในตอนนั้นหนึ่งในออร์คก็กระโจนเข้าหมายจะฟาดขวานลงบนร่างของเขา
ทว่าอนาเธอร์พลิกตัวหลบ ก่อนจะฟาดพลองสวนใส่ข้อมือของมันอย่างแม่นยำ
“มะ..มนุษย์คนนี้แข็งแกร่งละซิ๊ก!”
เสียงกระดูกแตกดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามโหยหวน ออร์คที่ได้รับบาดเจ็บปล่อยขวานในมือหล่นลงพื้น เขาจึงใช้โอกาสนั้นพุ่งแทงพลองเข้าไปที่อกของมันเป็นการปิดฉาก ออร์คตัวนั้นล้มลงตามเพื่อนไปอีกร่าง เหลือเพียงสามตนที่ยังคงยืนอยู่
“ฮ่าฮ่าฮ่า ต้องแบบนี้ซิถึงจะเรียกว่าดันเจี้ยน!”
อนาเธอร์รู้สึกถึงอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน ใบหน้าของเขาคึกคักและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
【ทักษะสกิล คลื่นทิวากลางราตรี】
ในจังหวะที่ออร์คอีกสามตนพุ่งเข้ามา พลองในมือของเขาหมุนวนด้วยความเร็วสูง ก่อให้เกิดคลื่นพลังเสี้ยวที่โอบล้อมร่างของออร์คทั้งหมดไว้
การโจมตีครั้งนี้รุนแรงพอที่จะทำให้ร่างของเหล่าออร์ค ถูกพลังคลื่นฟาดฟันจนกระเด็นไปตามแรงหมุนและล้มลงไปกับพื้นป่า เสียงของมันค่อยๆเงียบลงและสูญสลายหายไปอย่างสมบูรณ์
เมื่อการต่อสู้ครั้งนี้จบลง อนาเธอร์ยืนหอบเล็กน้อย แต่สายตายังเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เขากวาดตามองรอบตัวเพื่อประเมินว่ามีศัตรูหลงเหลืออยู่หรือไม่ ร่างของออร์คทั้งหมดสูญสลายหายไปทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าเขากำจัดพวกมันได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาหายใจเข้าลึกๆเพื่อรวบรวมสมาธิ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบที่เข้ามาแทนที่เสียงคำรามเมื่อครู่
เสียงใบไม้ที่สั่นไหวและลมพัดเบาๆ ทำให้เขารู้ว่าตนเองยังไม่จบการทดสอบในดันเจี้ยนนี้
ภายในดันเจี้ยนป่าออร์คที่เต็มไปด้วยความลึกลับ อนาเธอร์ค่อยๆก้าวผ่านเส้นทางในป่าที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกจางๆ พร้อมกับสังเกตถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มออร์คที่ซุ่มซ่อนอยู่ตามแนวต้นไม้สูงใหญ่
“พวกมันฉลาดอยู่ไม่น้อยเลยนะเนี่ย?”
เขาสังเกตว่าพวกออร์คไม่ได้เป็นเพียงปีศาจป่าที่ไร้ระเบียบเหมือนดันเจี้ยนอื่น แต่พวกมันจัดกลุ่มแบ่งการลาดตระเวนไปทั่วบริเวณ
บ้างก็มีเสียงพูดคุยหยาบคายสลับเสียงหัวเราะดังกึกก้อง
พวกมันตั้งหมู่บ้านขนาดใหญ่ในกึ่งกลางดันเจี้ยน ราวกับเป็นอาณาเขตหรือชุมชนของตนเอง ชุมชนอันครึกโครมนั้นเป็นศูนย์รวมของออร์คหลากหลายระดับ ตั้งแต่นักรบ ออร์คทหาร ไปจนถึงหัวหน้ากลุ่มที่มักถืออาวุธขนาดยักษ์ดูน่าเกรงขาม
อนาเธอร์ซุ่มดูจากระยะไกล เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนการโจมตี
แต่ทว่าความท้าทายก็มาเยือน เมื่อออร์คกลุ่มหนึ่งที่เดินลาดตระเวนไปมาเริ่มสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวแปลกๆ ดวงตาของมันเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างเงาของมนุษย์คนนึง
“โฮกกกกกกกกกกกกก!”
พวกมันคำรามอย่างตกใจ และเรียกรวมกลุ่มพวกพ้องที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อให้มาโจมตีอนาเธอร์
การต่อสู้เริ่มขึ้นทันทีที่ออร์คหลายสิบตัวพุ่งตรงเข้ามาหาเขา เสียงคำรามกึกก้องและแรงก้าวกระทืบของมันทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน
อนาเธอร์ตัดสินใจรับการโจมตีด้วยความแข็งแกร่งทั้งหมด พลองทองสัมฤทธิ์ในมือเขาถูกยกขึ้นเหนือศีรษะและหมุนควงอย่างรวดเร็ว
【ทักษะสกิล พลองแห่งราชันย์】
ก่อนจะปลดปล่อยพลังอันมหาศาล เขากระแทกพลองลงบนพื้นดินอย่างแรงจนเกิดแรงสะเทือนขึ้น คลื่นกระแทกจากพลองรุนแรงจนทำให้พวกออร์คทั้งหมดที่พุ่งเข้ามาถูกดีดตัวกระเด็นถอยหลังไปพร้อมกับเสียงร้องคำรามอย่างเจ็บปวด
คลื่นพลังที่ปลดปล่อยจากพลองแห่งราชันย์กระแทกทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวในรัศมีกว้าง
พวกออร์คที่วิ่งถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นน้ำต้องถอยกลับไป เหมือนถูกแรงลมพัดกระแทกจนแตกกระเจิง ร่างถูกแรงกระแทกอย่างจัง บางตนกระเด็นไปชนกับต้นไม้ใหญ่และสิ้นใจในทันที พื้นดินสะเทือนจนฝุ่นผงลอยขึ้นฟุ้งปกคลุมไปทั่ว
“มนุษย์สังหารพวกเราซิ๊ก!”
“ฆ่ามัน สังหารเจ้ามนุษยนี้ให้ได้ซิ๊ก!”
แม้ออร์คหลายตัวจะล้มตายไป แต่พวกที่เหลือไม่ถอยหนี พวกมันกลับแหงนหน้าคำรามอย่างกราดเกรี้ยวและร้องเรียกเพื่อนที่อยู่ไกลให้เข้ามาสบทบ พวกมันเองก็ฉลาด ออร์คที่เหนือรอดไม่ได้เข้ามาปะทะกับเขา แต่เหมือนกำลังรอคอยกำลังเสริม
“ฮ่าฮ่าฮ่า เข้ามาเลยไอ้พวกเวร!”
สมกับเป็นปีศาจป่าที่ดุดันและพร้อมจะต่อสู้เพื่อปกป้องอาณาเขตของตน ช่วงเวลาไม่นาน เหล่าออร์คจำนวนมากก็รวมตัวกันอีกครั้ง พร้อมเตรียมเข้ามาปิดล้อมอนาเธอร์อย่างมุ่งมั่น แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด และพลังที่อัดอั้นอยู่ในร่างกายก็พร้อมปะทุ
..
ทำไมต้องพูดซิ๊กลงท้ายด้วย 55+