บทที่14 สตรีผมขาวปริศนา
เฟยหลงมุ่งหน้าออกจากห้องโถงสี่เหลี่ยมแล้วดำว่ายออกจากถ้ำใต้น้ำสู่ภายนอกได้ในที่สุด เมื่อศีรษะของชายหนุ่มโผล่พ้นเหนือผิวน้ำสายตาก็มองเห็นบริเวณโดยรอบได้อย่างชัดตาที่แท้ถ้ำที่งูทมิฬหมื่นพิษอาศัยอยู่กลับเป็ถ้ำใต้บึงมรณะร้อยลี้แห่งนี้เอง ชายหนุ่มได้แหวกว่ายอยู่ในบึงเข้าหาฝั่งและปีนป่ายขึ้นสู่ฝั่งที่ลอยบนผิวบึงจากนั้นก็นอนแผ่หลานึกทบทวนประโยคที่พบเจอในถ้ำใต้น้ำอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อนึกถึงปริศนามากมายและส่วนที่เหลือของเคล็ดวิชาแห่งจักรวาลนกาลคนก็เริ่มรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากยิ่งขึ้นมันคิดไปต่างๆ นานาว่าหากค้นพบเคล็ดวิชาดังกล่าวอีกแปดบทที่เหลือ ใช่ตนจะสามารถก้าวสู่วิถีแห่งจุดสูงสุดของพลังปาฏิหาริย์หรือไม่ใช่ตนจะมีพลังที่ปกป้องโลกแห่งนี้ให้มีความสงบสุขได้หรือไม่ คำตอบเดียวที่จะรู้ได้คือต้องหามันให้ครบเฟยหลงขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่พลันนึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมา มันต้องอดอุทานออกมามิได้
“ฟานลี่หลินเล่า… นางจะปลอดภัยอยู่หรือเปล่านะ”
เฟยหลงลุกขึ้นยืนก่อนเหลียวมองไปรอบๆมันพบว่าบริเวณที่ตนอยู่ตอนนี้อยู่ห่างไปไม่ไกลจากตำแหน่งที่ตนและฟานลี่หลินต่อสู้กับงูทมิฬหมื่นพิษเช่นนั้นมันจึงพุ่งทะยานกลับไปยังจุดดังกล่าวอีกครั้ง พอไปถึงมันก็สำรวจร่องรอยจนทั่วบริเวณนั้นเมื่อพบว่ามีร่องรอยของคนผู้หนึ่งมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกคนก็ค่อยเบาใจลง เพราะอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าครั้งที่ตนถูกงูทมิฬหมื่นพิษกลืนกินเข้าไปฟานลี่หลินก็ไม่ได้เป็อะไร เช่นนี้ชายหนุ่มจึงมุ่งหน้าไปตามร่องรอยของฟานลี่หลินทว่าขณะที่จะก้าวเท้าออกไปความรู้สึกอันคุ้นเคยชนิดหนึ่งพลันผุดขึ้นภายในหัวนี่เป็ความคุ้นเคยที่ตนรู้สึกเช่นเดียวกับตอนที่อยู่ในร้านค้ากระบี่ชายแดนแคว้นเว่ยเฟยหลงจึงเบนสายตาไปยังบึงน้ำ พลังอันคุ้นเคยสายนั้นที่แท้กลับอยู่ใต้ก้นบึงนี้ เฟยหลงพึมพรำแ่เบา
“นี่เ้าถึงกลับตั้งใจฝังกระบี่ไปพร้อมกับข้าเชียวหรือ”
สองวันก่อน ฟานลี่หลินตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ทางทิศตะวันตกของบึงเพื่อค้นหาทางออกนางเดินทางเข้ามาถึงป่าใหญ่แห่งหนึ่งในบึงมรณะร้อยลี้ ตลอดระหว่างการเดินทางต้องประสบพบเจออุปสรรคมากมายไม่ว่าจะเป็เหล่าหนอนแมลงพิษ ิญญามายา วงกตหนามเลื้อย ฝูงอสรพิษ หมอกควันพิษ เป็เหตุให้เรี่ยวแรงของนางแทบหมดสิ้นนางเดินไปเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า การเยื้อย่างแต่ละทีต่างระวังตนทุกฝีก้าว เมื่อเดินผ่านดงไม้ใหญ่แห่งหนึ่งไปที่ด้านหน้าของนางกลับปรากฏกระท่อมเก่าโทรมหลังหนึ่งตั้งอยู่กลางป่า ภายในกระท่อมมีควันไฟและกลิ่นของการประกอบอาหารลอยฟุ้งออกมากลิ่นหอมของอาหารส่งผลให้คนต้องทรมานด้วยความหิวโหยเป็อย่างยิ่ง ฟานลี่หลินเคลื่อนตัวอย่างแ่เบาเข้าไปยังตำแหน่งที่ใกล้กระท่อมหลังนั้นห่างออกไปไม่กี่จั้งนางก็จะไปถึงบ้านหลังนั้นแล้ว แต่ทว่าบริเวณรอบกระท่อมที่ดูเหมือนจะโล่งเตียนกลับมีก้อนหินวางเรียงรายกันอยู่อย่างเป็ระเบียบล้อมรอบกระท่อมหลังนั้นไว้แต่ละตำแหน่งมีการวางก้อนหินใหญ่เล็กสลับกันไป แต่หากมองภาพกว้างโดยรวมกลับเป็การวางก้อนหินที่สอดคล้องเสริมประสานกันเป็อย่างยิ่งฟานลี่หลินคิดทบทวนว่าเคยเห็นลักษณะของรูปลักษณ์นี้มาจากที่ใด จากนั้นคนต้องร้องอ๋อที่แท้รูปลักษณ์ตำแหน่งการวางก้อนหินด้านหน้า กลับเป็ลักษณะค่ายกลขบวนหนึ่งของพรรคเทพธารานั่นเอง แต่เหตุใดค่ายกลของพรรคเทพธาราถึงมาปรากฎที่นี่ขณะที่ฟานลี่หลินกำลังครุ่นคิดในกระท่อมกลับมีสตรีหลังค่อม ผมขาวโพลนผู้หนึ่งเดินออกมาฟานลี่หลินรีบเบี่ยงกายหลบที่ต้นไม้ใหญ่แล้วทำการชุกซ่อนประกายพลังไว้ นางมองเห็นสตรีผมขาวผู้นั้นเดินบนก้อนหินเป็จังหวะคือเดินหน้าสามก้าวแล้วถอยหลังหนึ่งก้าว จากนั้นพุ่งไปทางขวาสองก้าว แล้วเดินหน้าสามก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วพุ่งไปทางขวาสองก้าว โดยทุกย่างก้าวที่เดินหน้าจะเหยียบลงบนหินก้อนใหญ่ ส่วนทุกย่างก้าวที่ถอยหลังและพุ่งไปด้านข้างนางจะเหยียบลงบนหินก้อนเล็กทำเช่นนี้เรื่อยๆ จนออกจากค่ายกลดังกล่าวได้ แล้วสตรีผมขาวนางนั้นก็มุ่งหน้าเข้าสู่ป่าใหญ่ทางทิศเหนือไปฟานลี่หลินเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ชั่วครู่เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในกระท่อม และสตรีผมขาวนั้นจะยังไม่กลับมานางจึงเดินเข้าสู่กระท่อมเบื้องหน้า จากนั้นหยุดคิดทบทวนถึงการเดินบนก้อนหินของสตรีผมขาวเล็กน้อยก่อนก้าวเดินลอกเลียนแบบสตรีนางนั้นอย่างไม่มีผิดพลาด สุดท้ายฟานลี่หลินก็สามารถผ่านค่ายกลมาได้โดยไม่ลำบากอะไรนักเมื่อเข้ามาภายในกระท่อมนางกลับพบว่าภายในนี้มีลักษณะที่แตกต่างจากภายนอกมากนัก ด้านในดูโอ่อ่าภูมิฐานเป็อย่างยิ่ง
“กลับมีสถานที่แบบนี้อยู่กลางบึงบรณะร้อยลี้”
ฟานลี่หลินเดินสำรวจมาถึงห้องขนาดเล็กห้องหนึ่งพบว่าที่มุมห้องวางไว้ด้วยหีบหยกสลักรูปสัญลักษณ์ของพรรคเทพธารา นางอดขมวดคิ้วแน่นมิได้
“นี่คืออะไรกัน หรือนี่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกลับพรรคเทพธารา?”
เมื่อพบเจอหีบหยกความสงสัยใคร่รู้ก็ผุดขึ้นในหัวของฟานลี่หลินนางพยายามยื่นจิตััตรวจสอบรอบหีบแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอันใด เช่นนั้นนางจึงตัดสินใจยื่นมือเข้าไปเปิดแต่ด้วยพลังที่ปิดหีบไว้ยากจะเปิดได้โดยง่าย หากจะใช้กำลังในการเปิดก็กลัวจะทำให้สตรีผมขาวนางนั้นรู้ตัวเช่นนั้นนางจึงยกหีบใบนั้นขึ้นแล้วหอบหิ้วพุ่งทะยานออกจากกระท่อมหลังนั้นไป คนก็พึมพรำออกมาอย่างแ่เบา
“กลับนำออกมาได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้คงมิคิดว่าจะมีคนผ่านมาสินะ”
สตรีผมขาวกลับมาที่กระท่อมอีกครั้งเวลาก็ผ่านมาได้สองวันพอดี เมื่อนางพบว่าหีบหยกที่มุมห้องหายไปโทสะคนก็พลันะเิขึ้นอย่างรุนแรง นางกรีดร้องเสียงแหลมสูงโหยหวนราวสัตว์ป่าถูกเชือดเสียงของนางนี้ชวนให้คนต้องขนหัวลุกเป็อย่างยิ่ง เสียงกรีดร้องที่แฝงด้วยพลังญาณมหาศาลนี้ส่งผลให้ทั่วทั้งบึงมรณะร้อยลี้เกิดความปั่นป่วนหมู่หนอนแมลงพิษที่กำลังหุ้มล้อมจู่โจมเฟยหลงเมื่อััถึงพลังจากเสียงร้องสายนี้พวกมันก็ต่างกระจัดกระจายหนีหายไปโดยเร็ว เฟยหลงเองก็ถูกพลังสายนี้กระแทกเข้าไป คนก็อดหน้าเปลี่ยนสีมิได้
“นี่เป็พลังของยอดคนท่านใดกัน”
เฟยหลงมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของจุดกำเนิดพลังดังกล่าวเมื่อเข้าไปถึงพบว่ามีกระท่อมเก่าโทรมหลังหนึ่ง ชายหนุ่มคาดว่าฟานลี่หลินอาจจะอยู่ที่นี่และได้รับการช่วยเหลือจากยอดคนท่านนั้นก็ได้ เช่นนั้นมึงจึงเดินเข้าไปในบริเวณโดยรอบกระท่อมทันทีที่เท้าข้างซ้ายก้าวแรกเหยียบลงไปบนหินก้อนใหญ่ คนต้องหยุดชะงักลงเหลียวมองลานหินรูปลักษณ์ประหลาดที่พื้นใต้เท้าจากนั้นชายหนุ่มก็ััถึงพลังที่ผิดปกติของพลังธรรมชาติจากลานหินเหล่านี้ เมื่อเป็เช่นนั้นเฟยหลงจึงระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้นมันก้าวเท้าขวาออกย่างเหยียบลงไปบนหินก้อนใหญ่เบื้องหน้า เมื่อไม่พบเหตุผิดปกติอันใดมันก็เริ่มก้าวเท้าซ้ายเหยียบลงก้อนหินขนาดใหญ่ที่เบื้องหน้าอีกก้อน จากนั้นก้าวเท้าขวาเหยียบลงบนก้อนหินใหญ่ที่อยู่ถัดกันไปทว่าทันทีที่เท้าขวาเหยียบย่างลงบนหินใหญ่ก้อนนั้น พลังธรรมชาติโดยรอบพลันหยุดนิ่งน้ำที่ไม่รู้ว่ามาจากที่ใดกลับผุดขึ้นมาท่วมนองบริเวณลานหิน จากนั้นม่านน้ำสายหนึ่งก็พุ่งเป็กำแพงวงกลมขึ้นสู่ท้องฟ้าปิดล้อมกักขังเฟยหลงเอาไว้ทันใดนั้นที่กำแพงม่านน้ำก็มีลำน้ำคล้ายลูกธนูนับสิบสายพุ่งจู่โจมเข้าใส่เฟยหลง ชายหนุ่มชักกระบี่สีดำมะเมื่อมที่ด้านหลังออกมาแล้วหมุนควงจนปรากฎจุดแต้มสีดำคล้ายบุปผากระบี่เบ่งบานขึ้นกลางอากาศเข้าต้านรับศรน้ำเ่าั้จำนวนศรน้ำยิ่งมายิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น เฟยหลงเองก็ตวัดฟาดฟันบุปผากระบี่ออกมามากขึ้น
ซูมมม ซ่า ซ่า ซ่า เสียงสายน้ำสาดกระเซ็นซ่านก่อนโปรยปรายลงสู่พื้นเฟยหลงหมุนกายเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วทุกกระบี่ที่มันตวัดออกต่างต้านรับศรน้ำได้หมดสิ้นคนเตรียมพุ่งฝ่ากำแพงม่านน้ำออกไป แต่เท้าที่เบื้องล่างบัดนี้กลับถูกสายน้ำที่เจิงนองอยู่บนพื้นยึดตึงไว้กับที่คนขยับไปไหนไม่ได้ ศรน้ำขนาดใหญ่สายหนึ่งพุ่งใส่ร่างของเฟยหลงอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอี้ยวตัวตวัดนิ้วชี้ออกต้านรับ
“เอกดรรชนีผลาญสุริยัน”
เปรี้ยง!!!! ศรน้ำขนาดใหญ่ถูกลำแสงสีทองทะลวงผ่านจนแตกสลายไป ทันทีที่น้ำะเิออก พลันมีมือขาวซีดพุ่งฝ่าเข้ามาจากด้านนอกม่านน้ำกุมเข้ายังลำคอของเฟยหลงเฟยหลงถูกมือที่เรียวเล็กจับกุม คนกลับมิอาจดิ้นรนขัดขืนขึ้นได้ มันรู้สึกว่าพลังญาณของคนเบื้องหน้าลึกล้ำเกินกว่าที่มันจะคาดเดาหรือต่อต้านได้มันทำได้เพียงจ้องมองไปยังผู้มา ซึ่งพบว่าเป็สตรีนางหนึ่ง สตรีที่เบื้องหน้ามันนี้มีผมเพล้าขาวโพลนราวอยู่ในวัยชราภาพแต่ดวงหน้าที่ขาวซีดของนางกลับผุดผ่องเฉิดฉายคล้ายสตรีกลางคนที่งดงามนางหนึ่ง นางตวาดขึ้น
“เ้าเป็อะไรกับเ้าเฒ่าพยากรณ์นั่น”
เฟยหลงส่งเสียงอู้อี้ออกมาอย่างไม่เป็คำสตรีผมขาวนางนั้นจึงโยนร่างมันลง ค่ายกลที่กักล้อมเฟยหลงไว้บัดนี้ก็ได้หยุดลงแล้วเช่นกันร่างงองุ้มของนางเคลื่อนเข้าหาเฟยหลงอย่างช้าๆ ปากก็กล่าวขึ้น
“ข้าจะถามเ้าอีกครั้ง เ้าเป็อะไรกับเฒ่าพยากรณ์”
เฟยหลง ไอแค่กๆ ออกมาหลายคำก่อนตอบ
“ข้าเป็ศิษย์ของท่านผู้เฒ่า”
“ศิษย์…. เฮอะ เ้าเฒ่าในที่สุดมันก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วรึ”
เฟยหลง “……………….”
“มันคงใช้ให้เ้ามาขโมยสิ่งของของข้าสินะ เ้าเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน”
“สิ่งของ? ท่านหมายถึงอะไร”
โทสะของสตรีผมขาวเบื้องหน้าพลันพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งนางกางนิ้วมือทั้งห้าคว้าจับไปที่ลำคอเฟยหลงอีกครั้ง ก่อนส่งเสียงตวาดแหลมสูง
“อย่ามาทำไขสือ หีบหยกที่เ้าขโมยไปรีบคืนมันมา”
นิ้วมือทั้งห้าที่อยู่บนลำคอของเฟยหลงเริ่มเกร็งเขม็งเข้าเรื่อยๆ
“หากมิอยากตายก็จงบอกที่ซ่อนมา”
“ขะขะข้า มิซะทราบ จะจะจริงๆ”
สตรีผมขาวจ้องมองเข้าไปยังั์ตาของมันทราบว่าที่ชายหนุ่มกล่าวล้วนเป็ความจริงทั้งสิ้น แต่ว่าเื่ที่นางปรากฏตัวที่นี่จะมีคนนอกรู้มิได้ดังนั้นนางจึงตัดสิ้นใจที่จะฆ่าชายหนุ่มที่โชคร้ายในกำมือนี้ แต่ทว่าขณะที่นางจะลงมือฆ่าพลันฉุกคิดว่ามันคือศิษย์ของเฒ่าพยากรณ์หรือผู้ที่เอาหีบหยกไปจะเป็เฒ่าพยากรณ์ เช่นนั้นนางจึงคลายมือออกแล้วกล่าว
“ข้าจะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง มีใครที่มากับเ้าอีกหรือไม่”
เฟยหลงได้คิดหากมันตอบคำถามเช่นไรไปมีหวังได้ตกตายเป็แน่ฉะนั้นมันจึงจำเป็ที่ต้องคิดอุบายขึ้นมา ก่อนกล่าว
“บอกท่านตามตรง ข้ามาที่นี่สองคน”
สตรีผมขาวจ้องมองั์ตาของชายหนุ่มอีกครั้งเมื่อพบว่ามันมิได้กล่าววาจาโกหก เช่นนั้นนางจึงหันหลังให้กับมัน ก่อนกล่าว
“บอกกล่าวให้หมด”
เฟยหลงบอกเล่าเื่ราวทั้งจริงและเท็จปะปนกันไปซึ่งเื่ที่มันบอกกล่าวส่วนใหญ่เป็เื่จริงทั้งหมดทำให้ทุกวาจาที่กล่าวออกมาไม่ติดขัดจนเป็เหตุให้ถูกจับพิรุธได้แต่ทว่าความเท็จที่มันสอดแทรกมากลับเป็ใจความสำคัญเสียส่วนใหญ่ สตรีผมขาวพอได้ฟังจนจบใบหน้ายิ่งเขียวคล้ำด้วยโทสะ นางจึงสบถออกมา
“วังัฟ้า ที่แท้เป็พวกเ้าบังอาจนัก บังอาจ”
“ข้าบอกกล่าวเื่ราวต่อท่านจนหมดสิ้นแล้วทีนี้จะปล่อยข้าได้หรือยัง”
“ปล่อย?.. ใช่ ข้าจะปล่อยเ้า.. ปล่อยให้เ้าไปสู่ปรโลก….ตายยยย!!!”
“ท่านมิอยากทราบหรือไรว่าสุดท้ายข้านัดพบกับมันที่จุดใด”
สภาวะการจู่โจมของสตรีผมขาวนางนั้นพลันหยุดลงสายตาของนางจ้องเขม็งไปที่ร่างเฟยหลง ทั้งยังแฝงไว้ด้วยแววคาดคั้นถึงสิบส่วน ก่อนปากตวาดเสียงหนัก
“บอกมา”
“ข้าจะนำทางท่านไป หากท่านไม่ยินยอมคงได้แต่สังหารข้าพเ้าแล้ว”
“ประเสริฐ เช่นนั้นเวลาตายของเ้าจะยืดออกไปอีกเล็กน้อยแต่หากเ้าคิดมิซื่อหรือเล่นลวดลายอันใด ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
และแล้วเฟยหลงก็นำพาสตรีผมขาวนั่นมุ่งสู่ส่วนลึกของบึงมรณะร้อยลี้ไปชายหนุ่มตั้งความหวังที่จะประสบพบเจอกับสิ่งที่อันตรายมากยิ่งกว่าบริเวณรอบนอกของบึงนี้เพื่อใช้โอกาสดังกล่าวในการหลบหนี แต่นี่คงต้องหวังโชควาสนาแล้ว เพราะขนาดรอบนอกบึงยังมีสิ่งที่อันตรายมากมายเพียงนั้นแล้วส่วนลึกเข้าไปอีกเล่าจะมีสิ่งที่น่าหวาดหวั่นเพียงไหน หากมันหลบรอดจากเงื้อมมือสตรีนางนี้ได้มันจะสามารถหลบรอดจากอันตรายที่อยู่ในบึงได้หรือไม่นี่ก็มิอาจทราบได้เช่นกัน ด้านสตรีผมขาวแม้พลังญาณของนางจะลึกล้ำแต่ด้านสติปัญญานางกลับตรงกันข้ามนางมิได้รู้สึกสงสัยด้วยซ้ำว่าเพียงผู้เยาว์ที่อยู่ในขอบเขตของด่านญาณที่อาจเรียกได้ว่าอัจฉริยะแต่ถึงยังไงก็ยังไม่ได้เหนือล้ำไปกว่าเหล่าผู้าุโ หรือผู้ที่มีความแข็งแกร่งระดับต้นๆในปฐีนี้ กลับกล้านัดหมายกันที่ส่วนลึกของบึงมรณะร้อยลี้ บึงส่วนลึกที่ทุกผู้ที่ว่ากันว่าแข็งแกร่งที่สุดทั่วปฐียังมิกล้าที่จะย่างกายเข้าไปโดยพลการแต่นางกลับมองว่าเพียงมดปลวกที่กลัวตายตนหนึ่งจะกล้าเล่นตลกกับนางได้อย่างไร เช่นนั้นจึงติดตามชายหนุ่มไปโดยที่มิได้สงสัยในตัวมันแม้แต่น้อยนางเพียงมุ่งมาดนำหีบใบนั้นกลับมา หีบที่นางรวบรวมบางสิ่งอย่างในบึงนี้อย่างยากลำบากเพื่อคนผู้นั้น….. ทั้งเฟยหลงและสตรีผมขาวได้มุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของบึงนี่ก็นับเป็วันที่สามแล้วพวกมันทั้งสองต่างต้องผ่านอุปสรรคมากมาย ดีที่สตรีผมขาวมีฝีมือที่ลึกล้ำจึงผ่านอันตรายมาได้อย่างฉิวเฉียดแต่ก็ทำให้ทั้งสองต้องเปลืองแรงเป็อย่างยิ่งแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเฟยหลงเองก็ยังไม่พบเจอโอกาสที่จะหลบรอดจากเงื้อมมือของสตรีผมขาวนางนี้ได้แม้แต่น้อยทำให้ชายหนุ่มต้องลุ่มร้อนใจยิ่ง ขณะที่คนกำลังครุ่นคิดเสียงตวาดอันเหนื่อยหอบก็ดังขึ้น
“นี่ยังไม่ถึงจุดนัดหมายของพวกเ้าอีกหรือ”
“ยั…..……”
คำกล่าวของเฟยหลงยังไม่ทันจะสิ้นสุดบริเวณขอบบึงด้านทิศทางตรงข้ามกับที่พวกตนมา ซึ่งห่างออกไปไกลโข ปรากฏเสาพลังญาณสีฟ้าครามคล้ายน้ำทะเลพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาก่อนหายไปอย่างรวดเร็ว สตรีผมขาวหันขวับไปมองเหตุการณ์ดังกล่าว ใบหน้าพลันปูดโปนไปด้วยเส้นเืโทสะที่ก่อตัวลุกโหมขึ้นได้ะเิออกมา คนกรีดร้องแสงแหลมเล็กแทบทำให้แก้วหูของเฟยหลงแตกดับ
“เ้าโกหกข้าาาาาาาาา”
เสียงแหลมเล็กยังไม่สิ้นสุดคนพลันทะยานเข้าหาเฟยหลงนิ้วทั้งห้ากางออกเป็กงเล็บอันแหลมคม พลังเย็นเยือกสายหนึ่งแผ่ออกจากกรงเล็บตกลงยังกลางหน้าผากของเฟยหลงชายหนุ่มยังไม่ทันที่จะได้เตรียมตัวรับมือ กงเล็บของสตรีผมขาวก็จู่โจมมาถึงเบื้องหน้าแล้ว