“พี่ใหญ่ พี่เจ็บมากไหมคะ” เกาจิ้งฮวานั่งจับมือพี่ชายและร้องไห้เบาๆ อยู่ข้างเตียง เธอไม่กล้าส่งเสียงดังเพราะกลัวแม่เลี้ยงจะตื่นมาทำโทษ
เกาจิ้งหยวนได้ยินเสียงร้องไห้ที่ดังอยู่ข้างหูก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขาเอียงหน้าไปมองน้องสาวฝาแฝดนิ่งอยู่นาน ก่อนที่จะยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน ‘ดวงตาของเธอเหมือนกับแม่และน้องชายของฉันในชาติที่แล้วมากเลยนะเด็กน้อย ในเมื่อตอนนี้เธอเป็น้องสาวของฉันแล้ว ฉันก็จะรักและดูแลเธอให้ดี ฉันรับรองว่าฉันจะให้เธอได้ใช้ชีวิตที่ดีกว่านี้แน่นอน’
“พี่ใหญ่! พี่ตื่นแล้วหรือคะ พี่เจ็บมากไหม” เกาจิ้งฮวาพูดขึ้นอย่างดีใจ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นไปหยิบชามข้าวต้มที่เวลานี้เย็นชืดไปแล้วมาวางไว้ข้างๆ เตียง พร้อมกับพยุงพี่ชายให้ลุกขึ้นนั่ง “พี่ใหญ่กินข้าวต้มก่อนนะคะแล้วค่อยกินยา ฉันมียาลดไข้ที่เคยขอจากโรงเรียนเหลืออยู่เม็ดหนึ่ง”
“เธอกินอะไรหรือยัง” เกาจิ้งหยวนถามน้องสาว
“กินแล้วค่ะ” เกาจิ้งฮวาตอบพร้อมกับก้มลงตักข้าวต้มป้อนพี่ชาย เธอไม่กล้าสบตาเขาเพราะกลัวว่าเขาจะจับโกหกได้
“ไปเอาชามกับช้อนมาอีกสักชุดเถอะ พี่รู้ว่าเธอยังไม่ได้กินอะไรเลยเหมือนกัน เธอไม่ต้องโกหกพี่ ถ้าเธอไม่ยอมกิน พี่ก็จะไม่ยอมกินข้าวกับยาที่เธอเตรียมไว้ให้” เกาจิ้งหยวนพูดขึ้นอย่างรู้ทันน้องสาว
“พี่ใหญ่” เกาจิ้งหยวนเงยหน้าขึ้นพร้อมกับน้ำตาคลอ
“ไม่เป็ไรหรอกนะ อดทนไปอีกสักระยะ พี่สัญญาว่าจะพาเธอออกไปจากบ้านหลังนี้ให้ได้”
“แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะคะ”
“บ้านคุณตาคุณยายยังไงล่ะ”
“ท่านยังจะจำเราได้ไหมคะพี่ใหญ่ ครั้งสุดท้ายมันก็ผ่านมาหลายปีแล้วที่คุณตาคุณยายมาเยี่ยมเรา ตอนนั้นคุณพ่อกับน้าหย่าซินไม่พอใจมากเลยนะคะ และพวกเขาก็ทะเลาะกันรุนแรงมากด้วย”
“คงไม่มีอะไรหนักหนาหรอก ไม่งั้นลุงหยางจิ่นกับป้าจื่อลี่ก็คงไม่แอบไปหาเราที่โรงเรียนอยู่บ่อยๆ แถมพวกเขายังเอาขนมไปให้เราตั้งเยอะเลยไม่ใช่หรือ” เกาจิ้งหยวนยกมือขึ้นลูบศีรษะน้องสาว “เอาเถอะ เธอไม่ต้องคิดมากหรอก เพียงแค่ตอนนี้เธอคอยเชื่อฟังพี่ให้ดี และอดทนกับน้าหย่าซินกับหรงหรงให้มากเท่านั้นก็พอ”
หลังจากนั้นคู่แฝดทั้งสองก็กินข้าวต้มที่เย็นชืดด้วยกัน พอถึงเวลาเข้านอนเกาจิ้งหยวนจึงให้น้องสาวนอนบนเตียง ส่วนตัวเขาจะปูผ้านอนบนพื้น แต่เกาจิ้งฮวาไม่ยอมเพราะกลัวว่าพี่ชายจะนอนไม่สบาย หลังจากที่เห็นว่าพี่ชายถูกแม่เลี้ยงตีจนเป็แผลใหญ่เกือบเต็มก้นและแผ่นหลัง เธอยืนกรานว่าจะนอนที่พื้นเอง ทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดเกาจิ้งหยวนก็ทำท่าดุน้องสาวด้วยท่าทางจริงจัง จนเกาจิ้งฮวาก็ไม่กล้าขัดใจพี่ชายอีก
เมื่อเห็นว่าน้องสาวนอนหลับไปแล้ว เกาจิ้งหยวนจึงหลับตาและมองเข้าไปในมิติก็เห็นเงินในมิติจำนวนมาก เขายิ้มขึ้นมาอย่างโล่งใจ ก่อนที่จะหลับไปเมื่อยาลดไข้ออกฤทธิ์
“คุณหวาหวา ตื่นเถอะค่ะ คุณต้องรีบตื่นก่อนที่คุณผู้หญิงจะตื่นขึ้นมานะคะ” ป้าจางเป็แม่บ้านที่ทำงานในบ้านหลังนี้มาหลายปี นางทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับ และนางก็ผูกพันกับเด็กแฝดทั้งสองคนนี้มาก อีกทั้งในอดีตป้าจางยังเคยได้รับความช่วยเหลือจากอดีตคุณผู้หญิงอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นป้าจางจึงคอยช่วยเหลือเด็กทั้งสองด้วยความเต็มใจ
“ป้าจางมาทำงานแล้วหรือคะ” เกาจิ้งฮวาลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย ก่อนที่เธอจะมองไปยังที่นอนของพี่ชาย “ป้าจาง! พี่ใหญ่ล่ะคะ พี่ใหญ่ไปไหนแล้ว”
“คุณจิ้งหยวนไปทำสวนที่หน้าบ้านแล้วล่ะค่ะ คุณน่ะรีบลุกไปล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว ประเดี๋ยวคุณผู้หญิงตื่นมาไม่เห็นคุณไปทำงาน คุณจะถูกตีเอาได้นะคะ” ป้าจางฉุดเด็กหญิงให้ลงจากเตียงก่อนที่จะผลักเธอให้เข้าไปในห้องน้ำ “เสร็จแล้วรีบตามไปช่วยป้าทำงานในครัวนะคะ”
เกาจิ้งฮวารีบทำตามคำแนะนำของป้าจางทันที เมื่อวานนี้เธอกับพี่ชายก็ถูกแม่เลี้ยงทำโทษไปยกใหญ่แล้ว ถ้าวันนี้ต้องถูกแม่เลี้ยงทำโทษอีก พวกเขาคงต้องล้มป่วยไปจริงๆ แล้ว
“เช้านี้มีอะไรกินหรือป้าจาง” เกาหย่าซินเดินเข้ามาในครัวด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ซึ่งมันก็เป็ปกติเหมือนทุกวัน
“วันนี้ป้าทำโจ๊กหมูทรงเครื่องใส่ไข่ลวกของโปรดของคุณหรงหรงค่ะ เห็นเมื่อวานเธอบ่นว่าอยากกิน” ป้าจางรีบตอบอย่างเอาใจ เพราะกลัวเ้านายจะเอาอารมณ์ไปลงที่เด็กหญิงตัวน้อยที่ช่วยหั่นขิงอยู่ข้างๆ
“งั้นหรือ ถ้าหรงหรงอยากกินก็ไม่มีปัญหา ฉันก็นึกว่ามีพวกไม่รู้จักสถานะตัวเองที่อยู่แถวนี้อยากกิน” เกาหย่าซินมองไปที่เกาจิ้งฮวาอย่างไม่พอใจ “เธอน่ะ ยกกาแฟดำไปให้ฉันที่สวนหน้าบ้านด้วยนะ วันนี้พวกฉันอยากออกไปนั่งรับแสงแดดสักหน่อย”
“ค่ะคุณน้า” เด็กหญิงรีบตอบรับ
“คุณคะ ทานอาหารเช้าก่อนออกไปทำงานสักหน่อยนะคะ เมื่อวานตอนเย็นคุณก็ทานข้าวแค่นิดเดียวเอง” เกาหย่าซินเรียกสามี เมื่อเห็นเขาตั้งท่าจะออกไปทำงาน “หรงหรง ชวนคุณพ่อทานข้าวเช้าด้วยกันสิคะลูก”
“คุณพ่อขา คุณพ่ออยู่ทานข้าวเช้ากับหนูก่อนนะคะ หนูไม่ได้ทานข้าวเช้ากับคุณพ่อมาหลายวันแล้ว คุณพ่อไม่คิดถึงหนูหรือคะ” เกาหรงวิ่งเข้าไปกอดบิดาด้วยท่าทางน่าเอ็นดู
เกาหยางยังไม่ทันได้ตอบรับสายตาก็เหลือบไปเห็นเกาจิ้งหยวนพรวนดินทำสวนอยู่ใกล้ๆ รั้ว ส่วนเกาจิ้งฮวาก็ประคองถาดอาหารเช้าเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะก้มลงมองเกาหรงที่กอดเขาไว้โดยไม่ยอมห่างไปไหน
“หรงหรงปล่อยคุณพ่อก่อนนะคะ ให้คุณพ่อมานั่งทานมื้อเช้าก่อน”เกาหย่าซินเห็นอย่างนั้นก็รีบพูดแทนลูกสาว ก่อนจะหันไปพูดกับลูกเลี้ยงด้วยท่าทางใจดี “หวาหวาวางถาดลงแล้วก็มานั่งทานข้าวด้วยกันเถอะ วันนี้คุณพ่อก็อยู่ทานข้าวเช้ากับเราด้วยนะ”
“เอ่อ...” เกาจิ้งฮวาทำท่าทางอึดอัด
“พวกผมทานเรียบร้อยแล้วล่ะครับ พอดีตอนที่ตื่นขึ้นมาผมกับน้องรู้สึกไม่ค่อยสบายก็เลยขอแบ่งอาหารมาทานก่อนที่จะกินยาน่ะครับ” เกาจิ้งหยวนตอบคำถามแทนน้องสาว
“ถ้าไม่สบายทำไมไม่ไปพักผ่อน จะมาทำสวนตากแดดอยู่อย่างนี้ทำไม” เกาหยางหันไปถามลูกสาว “แล้วหนูล่ะหวาหวา ไม่สบายเป็อะไร ถ้าไม่ไหวก็กลับไปพักผ่อนเถอะ ทางนี้ก็ให้ป้าจางมาทำ”
“ผมกับน้องแค่อยากทำงานเรียกเหงื่อเท่านั้นครับ เพราะคิดว่าถ้าเหงื่อออกสักหน่อย อาการไข้มันอาจจะดีขึ้น” เกาจิ้งหยวนแกล้งตอบคำถามเปลี่ยนเื่
“โอ๊ย! ร้อน ฉันร้อนไปหมดแล้วเนี่ย พี่หวาหวา พี่แกล้งฉันใช่ไหม พี่ตั้งใจเทโจ๊กรดขาฉันใช่ไหม ฮือ...คุณพ่อขา คุณแม่ขา พี่หวาหวาแกล้งหนู” เกาหรงร้องไห้เสียงดัง
“ไม่นะหรงหรง พี่ไม่ได้แกล้งเธอ เมื่อกี้พี่ก็วางชามโจ๊กไว้ดีแล้ว” เกาจิ้งฮวารีบหันไปมองหน้าบิดา “คุณพ่อคะ หนูไม่ได้แกล้งน้องนะคะ เมื่อกี้หนูวางชามไว้ดีแล้วจริงๆ”
“คุณเห็นกับตาแล้วใช่ไหมคะว่าลูกสาวคุณเป็คนยังไง ขนาดอยู่ต่อหน้าคุณ ลูกสาวคุณยังกล้าทำร้ายหรงหรงขนาดนี้ แล้วอย่างนี้ฉันจะวางใจให้หรงหรงอยู่ห่างสายตาฉันไปได้ยังไง” เกาหย่าซินบอกกับสามีอย่างเสียใจ