ณ คฤหาสน์ตระกูลจ้าน
เวลาผ่านไปห้านาที สัตว์อสูรหน่วยพลธนูปราณอสูรได้ทำลายอาคารที่พักของตระกูลจ้านนับพันหลังจนหมดสิ้น ในระหว่างนั้นเองพลอยใสได้ถูกหวังเหว่ยอัญเชิญออกมาจากโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญ นางมีรูปร่างหน้าตาที่ดูน่ารัก และมีแววตาที่แสดงออกถึงความอยากรู้อยากเห็นอย่างชัดเจนราวกับเด็กสาวตัวน้อยๆ หลังจากที่เท้าของนางเหยียบย่างลงบนพื้นดิน นางได้เริ่มกล่าวถามจักรพรรดิเสวี่ยซงผ่านการสื่อสารทางจิต “นายท่านได้รับสิ่งของตามข้อตกลงของสัญญาอัญเชิญแลกเปลี่ยนพิเศษ ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่เจ้าค่ะ ?” “อืม... ทุกอย่างเรียบร้อยดี อีกทั้งเม็ดยาสมุนไพรทั้งสามเม็ดยังมีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนอีกด้วย! พลอยใสคนที่ใช้ทักษะอัญเชิญแลกเปลี่ยนพิเศษเขาเป็นใครหรือ?” จักรพรรดิเสวี่ยซงกล่าวถามพลอยใสผ่านการสื่อสารทางจิต พลอยใสได้หันไปมองหวังเหว่ยที่กำลังติดตั้งอุปกรณ์สร้างม่านพลังอยู่ “เขาเป็นชายหนุ่มรูปงาม อายุราว20ปี เจ้าค่ะนายท่าน” “ชายหนุ่มอายุราว20ปี หรือเขาจะเป็นดาวของจรัสแสงดวงใหม่! พลอยใสหลังจากการต่อสู้จบลงแล้ว เจ้าช่วยสอบถามเรื่องราวของเขาก่อนจะยกเลิกการอัญเชิญด้วย” “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบพลอยใสได้ยกเลิกการติดต่อสื่อสารทางจิตกับจักรพรรดิเสวี่ยซง และได้เดินเข้าไปหาหวังเหว่ยอย่างรวดเร็วด้วยท่วงท่าที่ดูน่ารัก หวังเหว่ยได้หันไปยิ้มให้กับนางพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ท่านคงจะเป็นเผ่าสัตว์อสูรชั้นสูงกระรอกนักสู้จ้าวเวหา ข้าขอขอบคุณท่านที่ตอบรับคำเชื้อเชิญของข้า” “โอ้! นี่เจ้ารู้แม้กระทั่งเรื่องที่ข้าคือเผ่าสัตว์อสูรชั้นสูงกระรอกนักสู้จ้าวเวหา ฮิๆ เจ้าช่างรอบรู้ยิ่งนัก” “ฮ่าๆ ท่านชมข้าเกินไปแล้ว” หวังเหว่ยกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน จ้านหลวนหลงผู้นำตระกูลจ้านได้เดินทางมาถึงยังบริเวณที่มีการต่อสู้เกิดขึ้น พลอยใสได้หันไปมองเขาพร้อมกับปลดปล่อยพลังปราณอสูรอันน่าเกรงขามออกมา “นั่นมัน! เหตุใดหนึ่งในสัตว์อสูรพิทักษ์ของจักรพรรดิมนุษย์ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ !” หวังเหว่ยได้หันไปมองจ้านหลวนหลงด้วยสายตาเย็นชาพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ข้าขอรบกวนท่านช่วยสังหารคนผู้นั้นให้ข้าได้หรือไม่ ?” พลอยใสได้จ้องมองจ้านหลวนหลงด้วยสีหน้าที่เฉยเมย จากนั้นนางได้หายตัวไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลมและได้ปรากฎตัวขึ้นเหนือศีรษะของจ้านหลวนหลงพร้อมกับใช้ส้นเท้าที่รวบรวมพลังปราณอสูรเอาไว้กระแทกเข้าที่ไหล่ของจ้านหลวนหลง บึ้ม! ร่างกายของจ้านหลวนหลงได้ระเบิดกลายเป็นละอองเลือดในเวลาเดียวกับที่พลอยใสกลับมายืนอยู่ข้างหวังเหว่ย “ศาสตราวุธที่คนของเจ้าใช้ดูน่าสนใจดีนะ” พลอสใสกล่าวขณะหันไปมองเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์20,000ตน ที่กำลังยืนรวมตัวกันรอรับคำสั่งของหวังเหว่ย หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับนาง “สมแล้วที่ท่านเป็นสัตว์อสูรชั้นสูงที่รวดเร็วที่สุด! ขอบคุณท่านมากที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับข้า หลังจากนี้ข้าจะจัดการเรื่องราวทุกอย่างเอง” หวังเหว่ยได้เปิดใช้อุปกรณ์สร้างม่านพลังที่เขาได้ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วในทันทีหลังจากกล่าวจบ วาบบบบ ม่านพลังโปร่งใสได้ขยายออกไปครอบคลุมคฤหาสน์ของตระกูลจ้านในทันที จากนั้นหวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นเสียงดังว่า “เหล่ายอดฝีมือของตระกูลจ้านกำลังกลับมาที่นี่ พวกเจ้าเริ่มใช้ทักษะสัตว์อสูรผสานร่างรวมเป็นหนึ่งได้เลย” “รับทราบขอรับนายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์20,000ตน กล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้นสัตว์อสูรหน่วยนักดาบ10,000ตน ได้ผสานร่างรวมกับสัตว์อสูรหน่วยพลธนูปราณอสูร10,000ตน โดยใช้รูปลักษณ์เดิมของสัตว์อสูรที่ถูกผสานร่าง ทำให้ระดับเลเวลพวกเขาจากเดิมระดับเลเวล40ถึง43 เพิ่มขึ้นมาเป็นระดับเลเวล50ถึง53 ซึ่งทักษะนี้หวังเหว่ยได้ประยุกต์คิดค้นมาจากทักษะผสานร่างของวิหคน้อย! หลังจากเหล่าสัตว์อสูรผสานร่างรวมเป็นหนึ่งเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นเสียงดังว่า “กระจายกันออกไปเตรียมพร้อมโจมตี” “ขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ เหล่าสัตว์อสูรหน่วยพลธนูปราณอสูรร่างผสาน10,000ตน ได้กระจายกำลังกันออกไปโดยรอบกำแพงคฤหาสน์ทั้งสี่ด้าน เพื่อเตรียมพร้อมโจมตีในทันที “เรียบร้อยเท่านี้ก็เหลือแค่รอพวกนั้นมาถึง” หวังเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง พลอยใสได้แสดงสีหน้าอยากรู้อยากเห็นออกมาหลังจากที่นางได้เห็นทักษะสัตว์อสูรผสานร่างรวมเป็นหนึ่งและม่านพลังโปร่งใสที่ดูแข็งแกร่ง “คนของเจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร? อีกทั้งยังมีม่านพลังที่ดูน่าสนใจนี้อีก อ๊ะ เกือบลืมไปเลยข้าขอแนะนำตัวเองก่อน ข้ามีชื่อว่าพลอยใส เจ้าพูดคุยกับข้าอย่างเป็นกันเองก็ได้ และข้าขอติดตามดูสิ่งที่เจ้ากำลังจะกระทำก่อนจะกลับไปได้หรือไม่ ?” หวังเหว่ยได้กล่าวตอบนางด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ข้ามีชื่อว่าหวังเหว่ย เป็นเกียรติของข้าที่ได้รับความสนใจจากแม่นางพลอยใส” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เดินไปหยุดอยู่หน้าม่านพลังของอาคารหรูหราที่ดูเก่าแก่และได้ใช้อุปกรณ์สลายม่านพลังทำลายม่านพลังในทันที วาบบบ! ม่านพลังที่ดูทรงพลังของอาคารเก่าแก่ได้จางหายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่หวังเหว่ยใช้อุปกรณ์สลายม่านพลังรุ่นปรับปรุงแก้ไขเสริมฟังก์ชั่นเจาะทะลวงม่านพลังได้ทุกสภาพพื้นผิว “เอาล่ะ ได้เวลาเข้าไปขนสมบัติแล้ว” หวังเหว่ยกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ขณะเดินเข้าไปภายในอาคารเก่าแก่โดยมีพลอยใสติดตามมาด้วย “ว้าว! มีสมบัติมากมายอยู่ภายในนี้! หวังเหว่ย ข้าขอสร้อยคอชิ้นนั้นได้หรือไม่?” พลอยใสกล่าวขณะมองไปทางสมบัติที่มีอยู่มากมายจนละลานตา ซึ่งประกอบไปด้วยเหรียญทองมากมายนับพันล้านเหรียญ อุปกรณ์ระดับพิเศษประเภทต่างๆ เพรชนิลจินดา ชุดเสื้อผ้าที่ดูสวยงามและสมุนไพรอบแห้งหลากหลายชนิด หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนางด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเดินเข้าไปหยิบสร้อยคอไข่มุกดำที่ดูสวยงามมามอบให้กับนาง จากนั้นเขาได้โบกมือไปทางสมบัติของตระกูลจ้าน เพื่อเก็บสมบัติทั้งหมดเข้าไปไว้ภายในแหวนมิติที่มีความกว้าง100เมตร ยาว100เมตร รวมมีพื้นที่10,000ตารางเมตร ซึ่งเขาได้หลอมขึ้นมาเองเป็นพิเศษในช่วงสิบกว่าวันที่ผ่านมา พลอยใสได้มีสีหน้าตกตะลึงในทันที หลังจากที่เห็นสมบัติมากมาย หายไปต่อหน้าต่อหน้านาง “นี่! หวังเหว่ย เจ้าช่างขี้งกเสียจริง” พลอยใสกล่าวขณะถือสร้อยคอไข่มุกดำขึ้นมาสวมใส่ “ฮ่าๆ ข้ากำลังอยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว แม่นางพลอยใสได้โปรดอย่าถือสา” หวังเหว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเดินออกมาจากอาคารเก่าแก่ที่ไม่เหลืออะไรแล้ว ซูม ซูม ซูม เสียงของคลื่นลำแสงพลังปราณอสูรที่ลอดผ่านม่านพลังโปร่งใสออกไปได้ดังสนั่นไปทั่วทุกสารทิศ อ๊าคคค อ๊าคคค “เหตุใดพวกเราจึงไม่สามารถโจมตีเข้าไปในม่านพลังได้ !” “มีม่านพลังที่สามารถโจมตีจากทางด้านในเพียงด้านเดียวได้ด้วยรึนี่ !” “ถอย รีบถอยกันก่อน !” เหล่ายอดฝีมือตระกูลจ้านระดับเลเวล50ถึง60 หลายพันคนที่รีบย้อนกลับมายังคฤหาสน์ ได้ถูกหน่วยพลธนูปราณอสูรร่างผสาน10,000ตน โจมตีจนขวัญหนีดีฝ่อแตกกระเจิงไปกันคนละทิศละทาง หวังเหว่ยได้หันไปมองเหตุการณ์อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบามุ่งตรงไปทางเศษซากอาคารที่หรูหราหลังหนึ่งและได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว “พวกเจ้าจะออกมาเองหรือให้ข้าขุดพวกเจ้าขึ้นมา” เวลาผ่านไปครู่หนึ่งได้มีเสียงของชายวัยกลางคนดังออกมาจากใต้พื้นดิน “ขะ ข้าจะออกไปเอง” จ้านซ่านฉินพ่อบ้านตระกูลจ้าน ได้เปิดประตูลับจากพื้นดินและเดินออกมานอกประตูลับในทันทีหลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้มองจ้านซ่านฉินด้วยสีหน้าเย็นชาพร้อมกับเรียกดาบเพลิงโลหิตออกมาและได้ใช้ทักษะทักษะเจ็ดดาบทลายมิติดาบที่หนึ่ง ฟาดทำลายพื้นดินในจุดที่อยู่ใกล้กับประตูลับอย่างรุนแรง ตู้ม! พื้นดินได้พังถล่มจนกลายเป็นหลุมลึกนับสิบเมตร ทำให้ชายหนุ่มระดับเลเวล45 ที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในห้องลับในชั้นใต้ดิน รีบใช้ทักษะวิชาตัวเบาวิ่งมาหลบอยู่หลังจ้านซ่านฉินที่มีระดับเลเวล59อย่างรวดเร็ว หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้หันไปมองพลอยใส “ข้าขอรบกวนแม่นางพลอยใสอีกสักเล็กน้อยได้หรือไม่ ?” พลอยใสได้หันมายิ้มให้กับหวังเหว่ย จากนั้นนางได้หายตัวไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลมและได้ปรากฎตัวขึ้นข้างจ้านซ่านฉินพร้อมกับใช้ฝ่ามืออันเรียวงามของนางที่รวบรวมพลังปราณอสูรเอาไว้ฟาดเข้าที่ใบหน้าของจ้านซ่านฉิน บึ้ม! ร่างกายของจ้านซ่านฉินได้ระเบิดกลายเป็นละอองเลือดในเวลาเดียวกับที่พลอยใสกลับมายืนอยู่ข้างหวังเหว่ย ชายหนุ่มที่หลบซ่อนตัวอยู่ข้างหลังจ้านซ่านฉินได้ถูกแรงกระแทกจากพลังปราณอสูรของฟ้าใส จนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้เดินเข้าไปหาชายหนุ่มอย่างช้าๆ พร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันอันน่าเกรงขามออกมา “ท่านรู้จักคุณชายจ้านหู่หลงหรือไม่... มีชายผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งต้องการพบเขา แต่ข้ายังหาเขาไม่พบเลย” หวังเหว่ยกล่าวด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง ชายหนุ่มได้มองหวังเหว่ยด้วยสีหน้าประหลาดใจพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ขะ ข้าคือคุณชายจ้านหู่หลงคนที่ท่านกำลังตามหา ดะ ได้โปรดพาข้าไปพบกับชายผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น” หวังเหว่ยได้แสดงสีหน้ายิ้มแย้มออกมาหลังจากได้ยินคำกล่าวของชายหนุ่ม “โอ้! ท่านมีหลักฐานอะไรยืนยันหรือไม่? ว่าท่านคือคุณชายจ้านหู่หลง” ชายหนุ่มได้นำป้ายหยกที่สลักคำว่าจ้านเอาไว้ออกมาจากภายในเสื้อของเขาอย่างรวดเร็วและได้ยื่นป้ายหยกออกไปทางด้านหน้าหวังเหว่ย “นี่คือป้ายหยกของผู้สืบทอดตระกูลจ้าน มีเพียงข้าคนเดียวเท่านั้นที่มีมัน !” “โอ้! เช่นนั้นท่านก็คือคุณชายจ้านหู่หลงคนที่ข้ากำลังตามหาอยู่จริงๆ” จ้านหู่หลงได้พยักหน้าอย่างอย่างรัวเร็วเพื่อตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ย แต่ในขณะนั้นเองเขาพลันรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวเขากำลังหมุนไปมาพร้อมกับสติของเขาที่ดับวูบลง หลังจากสังหารจ้านหู่หลงเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้ใช้ความร้อนจากพลังปราณอสูร เผาทำลายศพของจ้านหู่หลงในทันที พลอยใสที่เห็นดังนั้นนางจึงได้กล่าวถามหวังเหว่ยด้วยเสียงอ่อนหวานของนาง “แล้วชายผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นอยู่ที่ไหนล่ะ ?” หวังเหว่ยได้หันไปยิ้มให้กับนางพร้อมกับชี้มาที่ตัวเองด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ “ฮ่าๆ ชายผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นก็คือข้าเอง ขอบคุณแม่นางพลอยใสที่มาช่วยเหลือข้าในวันนี้ ในอนาคตเมื่อมีโอกาสข้าจะตอบแทนท่านอย่างแน่นอน” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ยกเลิกการใช้ทักษะอัญเชิญแลกเปลี่ยนพิเศษ ทำให้แสงเรียกกลับสู่โลกของสัตว์อสูรอัญเชิญปรากฎขึ้นมาล้อมรอบพลอยใสอย่างรวดเร็ว “อ๊ะ หวังเหว่ยเจ้าช่างรีบร้อนให้ข้ากลับไปเสียจริง !” พลอยใสได้ขยับมือเล็กน้อย เพื่อส่งสิ่งของบางอย่างให้กับหวังเหว่ย “นั่นคือป้ายหยกประจำตัวของข้า ข้าจะรอวันที่พวกเราได้พบกันอีกครั้ง” หลังจากกล่าวจบพลอยใสได้กลับเข้าไปภายในโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญในทันที วูบ หวังเหว่ยได้ยิ้มออกมาเล็กน้อยขณะนำป้ายหยกประจำตัวของพลอยใสเข้าไปเก็บไว้ภายในแหวนมิติ จากนั้นเขาได้หันไปกล่าวกับหน่วยพลธนูปราณอสูรร่างผสาน10,000คน ผ่านการสื่อสารทางจิต “ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว พวกเจ้ายกเลิกการใช้ "ทักษะสัตว์อสูรผสานร่างรวมเป็นหนึ่ง" และกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรกันได้แล้ว” “รับทราบขอรับนายท่าน” หน่วยพลธนูปราณอสูรร่างผสาน10,000คน กล่าวกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต จากนั้นพวกเขาได้แยกการผสานร่างกลับมาเป็นสัตว์อสูรหน่วยนักดาบ10,000คน และสัตว์อสูรหน่วยนักดาบ10,000คนเช่นเดิม และได้พากันกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญในทันที หลังจากเหล่าสัตว์อสูรของเขากลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรกันหมดแล้ว หวังเหว่ยได้มองสำรวจคฤหาสน์ตระกูลจ้านที่พังเสียหายจนไม่เหลือชิ้นดีอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาได้เก็บอุปกรณ์สร้างม่านพลังเข้าไปในแหวนมิติ และได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรในทันที วูบ