เทพยุทธ์มารสยบเทพ

    เล่มที่ ๕ บทที่ ๑๑ งานเลี้ยงสี่ตระกูล ปลาย

    บทที่ ๗๗


            ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในบรรยากาศเงียบงั้นแน่นอนว่าจักรพรรดิ์แห่งต้าถังเองก็ไม่มีข้อยกเว้น หนำซ้ำทั้งสี่ตระกูลและตระกูลเล็กอีกมากมายต่างได้ยินเป็นเสียงเดียวกันว่าถังเกาจงเอ่ยคำเช่นไรเมื่อครู่


            แน่นอนว่าจักรพรรดิตรัสแล้วไม่คิดคืนคำแต่การที่องค์หญิงแห่งต้าถังจะอภิเสกสมรสนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เป็นมหามงคลหนำซ้ำองค์หญิงผู้นั้นยังเป็นหลี่เอี้ยนเอี้ยนหญิงที่งดงามที่สุดในแผ่นดินอันดับหนึ่งแห่งสี่บุพผา และยังเป็นองค์หญิงเพียงองค์เดียวที่เกิดจากมเหสีหาใช่นางสนมไม่ แต่ทว่าบัดนี้เรื่องราวล้วนแปลกประหลาด


            นอกจากนี้แล้วหวังจวิน ชื่อที่ถูกพูดถึงมาอย่างนยาวนานตลอดการประชุม ชื่อที่หกเดือนที่ผ่านมาต่างเล่าขานกันหนาหูอย่างไรเสียไม่ค่อยมีใครพบเห็นโฉมหน้ามากนักเรียกได้ว่าเป็นจ้าวยุทธภพที่ลึกลับที่สุดคนหนึ่งไม่แพ้หยางฟ่งเซียงแรกเริ่มเดิมทีข่าวลือว่ามันเป็นศิษย์ของหยางฟ่งเซียงไม่ค่อยจะมีมูลแต่ตอนนี้การยืนยันของหยางต้าหยวนแสดงให้เห็นชัดแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง


            ชายหนุ่มที่เป็นบุตรบุญธรรมดาบสวรรค์ซ่งเฉวียนคู่มั่นของหยางอี้เฟยและซ่งเอี้ยนหยาน สองสตรีที่ศักดิ์ฐานะยิ่งใหญ่เพียงใดหนึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่หยางหมิงซานอีกหนึ่งลูกสาวเพียงคนเดียวของดาบสวรรค์ซงเฉวียนหนึ่งในคหบดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคและบัดนี้จากปากของถังเกาจงที่เพิ่งเอ่ยไปหวังจวินวินผู้นี้ยังเป็นว่าที่ราชบุตรเขย และที่สำคัญสตรีที่พูดถึงคือองค์หญิงสามแห่งต้าถังนี่เอง


            ชั่วลมหายใจที่เงียบงันถังเกาจงค่อยๆเกาคางของพระองค์อย่างตกตะลึงและแล้วจ้าวแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ก็ค่อยๆยิ้มมุมปากขึ้น


            “ให้มันได้เช่นนี้ให้ตาย นี่หวังจวินผู้นี้มันเป็นใครกัน”คำตรัสขององค์จักรพรรดิ์ต้าถังแฝงแววประหลาดใจจริงๆ


            หยวนไห่และสองบุตรชายอ้าปากค้างจนแลเห็นลิ้นไก่พวกมันหันหน้ามาสบตากันอย่างตกตะลึงและโง่งม ซ่งเฉซียนแม้รับรู้และคาดการณ์เรื่องนี้อยู่ตั้งแต่แรกเพราะวังจวินเคยเผยให้เห็นหยกประจำตัวที่หยางฟ่งเซียงมอบให้แต่การที่ได้ยินจากปากของหยางต้าหยวนก็สร้างความประหลาดใจไม่น้อยเลยทีเดียว


            ในโถงขนาดใหญ่นอกจากหยางต้าหยวนแล้วมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังมีท่าทางเป็นปกตินางคือหานเจียว


            ถังเกาจงจับจ้องมาที่หยางต้าหยวนราวกับว่ามองเห็นเพชรเม็ดงามรอยยิ้มที่น่าหวาดหวั่นและดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความพึงพอใจก็ค่อยๆยกขึ้น


            “ต้าหยวน…เจ้าคิดว่าข้าควรจัดการเรื่องนี้เช่นไร ถ้าหากสิ่งที่เจ้าบอกเล่ามาเป็นเรื่องจริงศักดิ์ฐานะของมันไม่ใช่ว่าด้อยกว่าหยวนตู้ชิงเลย แต่อาจจะเหนือล้ำกว่าอย่างไรเสียฝีมือของมันก็ยังคงเป็นที่ครางแครงใจ”ว่าแล้วองค์จักร์พรรดิ์แห่งต้าถังก็ตบโต๊ะเสียงดังพร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว


            “ถ่ายทอดคำสั่ง!!!”ทั่วทั้งบรเวณต่างหมอบลงอย่างตะลึงลาน


            “อีกสามเดือน ต้าถังจะจัดการประลองเจ้ายุทธภพอีกครั้งข้าจะเข้าร่วมเพื่อดูการประลองนี้ด้วยตนเอง แปดยอดฝีมือทุกคนต้องเข้าร่วม! สิบยอดฝีมือทุกผู้คนต้องเข้าร่วม! และที่สำคัญหวังจวินเจ้ายุทธภพคนปัจจุบันต้องเข้าร่วม! ใครฝ่าฝืนคำสั่งนี้ถือว่าต่อต้านการชุมนุมเพื่อขจัดมารหลงเกาอินถือเป็นกบฏ”ว่าแล้วถังเกาจงก็สอดส่องสายตามาเบื้องหน้าด้วยอำนาจล้มแผ่นดิน “ผู้ที่ชนะครั้งนี้นอกจากจะเป็นจ้าวยุทธภพด้วยการยืนยันของข้าแล้วมันจะได้รับพระราชทานบุตรสาวขข้าถือเป็นราชบุตรเขยทองคำ!!!”


            และแล้วข่าวประกาศของถังเกาจงก็ติดป้ายทั่วแผ่นดินภายในไม่กี่วันหลังจากประกาศครั้งนั้นการประชุมสองวันที่เหลือของสี่ตระกูลล้วนหาสำคัญอีกต่อไปตอนนี้ทั่วทั้งแผ่นดินเต็มไปด้วยข่าวลือต่างๆนาๆ


            แน่นอนว่าข่าวนี้ทำให้ไฉ่หนิงและมู่หลันที่อยู่หุบเขาเบญจพิษต้องเบิกตากว้างอย่างงุนงง


            ซ่งเอี้ยนหยานที่ “สำนักหมากล้อม” ก็ต้องกุมขมับกับเรื่องราวที่เขียนลงไปหยางอี้เฟยที่อยู่ในวังหลวงเองก็เช่นกันคิ้วสวยของนางตอนนี้ขมวดเป็นปมอยู่หลายชั่วยาม


            และที่สำคัญตอนนี้หลี่เอี้ยนเอี้ยนแห่งต้าถังผู้ที่เป็นตัวจุดชนวนเรื่องราวอันน่าสนใจไปทั้งแผ่นดินยังไม่ได้ทราบข่าวคราวใดๆเพราะตอนนี้นางกำลังโดนกักบริเวณที่สำนักแม่ชีแห่งหนึ่งในความผิดที่หลบหนีออกไปซือชิงชิงก็เป็นอีกคนเนื่องจากติดตามองค์หญิงสามมา


            หวังจวินสี่วันมานี้ต่างไม่ออกจากห้องนอนของตนนอกจากเจ้าสามแล้วทั่วทั้งแผ่นดินหามีใครทราบว่าหวังจวินที่ทั่วฟ้าทั่วแผ่นดินกำลังขานหาว่าหน้าตาเป็นเช่นไรกำลังอยู่ที่หอสวรรค์ใจกลางของเมืองหลวง


            ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆใบหน้าของหวังจวินวันนี้สดชื่นแจ่มใส อาจจะเพราะว่าเข้าฌานมาตลอดสแปดชั่วยาม


            แน่นอนว่าการประกาศก้องเบื้องล่างในโถงหอสวรรค์เมื่อสี่วันก่อนตัดเข้าที่โสตประสาทอันว่องไวของหวังจวินได้ครบถ้วนสมบูรณ์และตอนนี้หวังจวินผู้มีชื่อโด่งดังเพียงชั่วข้ามคืนกำลังขบคิดแผนการ


            “สามเดือน…น่าจะทันละมั่งนะ”ชายหนุ่มพึมพำราวกับพูดคุยกับตนเอง ในหัวพลันนึกถึงโฉมหน้าของจื้อจื่อหวังจวินรู้สึกว่าแม้หลี่เอี้ยนเอี้ยนจะแตกต่างจากจื้อจื่อราวฟ้ากับเหวแต่ก็ให้ความรู้สึกคล้ายกับเป็นคนคนเดียวกันแน่นอนว่าหวังจวินหาได้ไม่พิสมัยหญิงงามอันดับหนึ่ง แต่เมื่อนึกถึงบรรยากาศอันตรายของจื้อจื่อชายหนุ่มก็อดที่จะขนลุกซู่ไม่ได้แม้ว่าพวกนางจะคนละคนกันก็ตาม


            หวังจวินส่ายหัวไปมาอย่างหมดปัญญาเดิมทีวางแผนจะมาฟังเพียงเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงขุนศึกของศึกทางเหนือและหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตระกูลหยวน แต่สิ่งที่ได้กลับสร้างปัญหาเหลือคณา


            “นายท่าน” เสียงเจ้าสามตัดขึ้นจากด้านนอก ว่าแล้วประตูก็เปิดออกพร้อมกับเจ้าสามเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วมันยื่นซองเล็กๆซองหนึ่งให้หวังจวินทันที “ข้าส่งจดหมายของท่านให้กับคุณหนูหยางเรียบแล้วขอรับ”เมื่อรับมาหวังจวินก็เปิดดูทันที


            ‘พระจันทร์ขึ้นพ้นหอสวรรค์คืนนี้พบกันที่ป่าสนนอกเมือง ข้างๆบ่อน้ำเก่า’ อ่านจบหวังจวินก็ใช้กำลังภายในเผาไหม้มันไปอย่างรวดเร็ว


            “ข้าไม่เข้าใจนายท่านต้องลอบพบกับคุณหนูหยางเช่นนี้ด้วยหรือขอรับอย่างไรเสียคนที่เคยเห็นหน้าท่านและรู้ว่าท่านเป็นจ้าวยถทธภพ ‘หวังจวิน’ ก็มีเพียงหยิบมือ”


            “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกเจ้าสามแต่ที่นี่เป็นถิ่นของพวกตระกูลหยวนไม่แน่พวกมันคงวาดรูปข้าให้สายลับมากมายเพื่อออกค้นหา”หวังจวินตอบคำ เจ้าสามเมื่อรับฟังก็ถึงถึงวันแรกที่เข้ามาที่เมืองหลวงหวังจวินทำไมถึงได้หลบหน้าหลบตาอย่างแปลกประหลาด เมื่อทราบเหตุผลก็เข้าใจแต่อย่างไรเสียหวังจวินและเจ้าสามก็หารู้ไม่ว่ามีคนรับรู้ถึงการมาของหวังจวินแล้ว


    หมู่ตึกตระกูลหยวน ณ เมืองหลวง


            หยวนเดินวนเวียนไปมาอย่างเดือดดาลใบหน้าของมันแดงกร่ำราวกับตูดลิงฟันบนล่างขบแน่นราวกับเป็นเด็กน้อยที่ถูกแย่งไข่ปั้นไปลูกหนึ่ง


            ด้านขวาของมันมีชายแก่ราวกับซากศพกำลังนั่งนิ่งๆอยู่มันนิ่งจนแทบจะแยกไม่ออกว่ามันเป็นร่างที่มีชีวิตหรืไร้ลมหายใจกันแน่ ถัดไปไม่ไกลหยวนฟางและหยวนตานที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ สองขาคุกเข่าสั่นสะท้านดูแล้วน่าจะคุกเข่าสำนึกเช่นนี้มาไม่ต่ำกว่าครึ่งค่อนวัน


            แล้วแล้วการเดินวนไปวนมากของหวยนไห่ก็จบลงมันจดจ้องมาที่ลูกชายทั้งสองของมันราวกับจะขูดกินเลือดทุกหยดเนื้อทุกส่วน


            “เปรี้ยง!!!”หยวนไห่ทิ้งถ้วยชาในมือด้วยสุดกำลัง


            “พวกเจ้ามันโง่เง่า!”คำด่าทอแรกก้องดัง “หวังจวินมันเป็นศิษย์ของเฒ่าหยางเหตุใดพวกเจ้าไม่รายงานข้า!เรื่องสำคัญเช่นนี้กลับผิดพลาด บัดซบ!”


            “…” ไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของมันทั้งสองมีเพียงอาการสั่นด้วยความหวาดกลัวต่อบิดา


            “ตลอดหลายปีที่ผ่านมาข้าพยายามเกี่ยวดองพวกตระกูลหยางพวกตระกูลซ่ง แต่พวกเจ้าก็ไม่เคยทำให้ข้าสำเร็จ! พอพี่ชายของเจ้าอาสาจะขจัดเรื่องราวจนข้าถึงกลับยอมหักหน้าพวกมันมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาแต่กลับมาพังเพราะความโง่ของพวกเจ้า!” ว่าแล้วหยวนไห่ก็ตบยังหยวนฟางเต็มมือ


            “ไห่เอ๋อร์” เสียงแหบพร่าของร่างผอมแห้งราวซากศพดังขึ้นหยวนไห่เมื่อได้ยินท่าทีที่หอบกระเพื้อมอย่างเดือดดาลพรางค่อยๆสลายลงมันหันมายังร่างนั้นก่อนจะเอ่ยความ


            “ท่านพ่อ”


            “มันเป็นศิษย์ของตาเฒ่าหยางเรื่องนี้แม้มันจะไม่ได้บอกเล่าแต่ก็ล้วนกล่าวว่ามันผิดเต็มสิบส่วนก็ไม่ได้ นับตั้งแต่อดีตนอกจากองค์จักรพรรดิถังเกาจงหยางอี้เฟยไม่คิดรับผู้ใดเป็นศิษย์มันการที่พวกฟางเอ๋อร์และตานเอ๋อร์จะคิดว่าเป็นข่าวรือไร้สาระก็ย่อมเข้าใจได้เพราะถ้ามันบอกจริงเจ้าเชื่อหรือว่าเจ้าจะเชื่อคำพูดพวกมันที่เชื่อก็เพราะว่ามันออกมาจากปากของหยางต้าหยวนมิใช่หรือ”


            คำกล่าวของชายแก่ราวซากศพเป็นความจริงแม้แต่หยวนไห่เอง หากได้ยินเรื่องนี้ก้วนลอบคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระถึงที่สุดในตอนแรกที่ถังเกาจงบอกว่าบุตรสาวของตนจะยกให้ศิษย์ผู้น้องมันแทบจะคิดว่าถังเกาจงสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อปิดกั้นการขอพระราชทานองค์หญิงสามแม้มีผลงานใหญ่หลวงใครเล่าจะนึกว่าเรื่องที่หยางฟ่งเซียงรับศิษย์อีกคนเป็นเรื่องจริง


            “ข้าว่าเรื่องนี้รอตู้ชิงกลับมาค่อยคิดจัดการ” ว่าแล้วชายแก่ราวซากศพก็ค่อยๆลุกขึ้นหยวนไห่เมื่อเห็นบิดาขยับกายจึงเข้าไปประคองมันหันมามองหลานทั้งสองคนก่อนจะส่ายหัวอย่างผิดหวังลางๆ


            หวังจวินออกจากหอสวรรค์ยามเที่ยงคืนพอดีชายหนุ่มทะยานตามหลังคาสูงอย่างรวดเร็วดูแล้วราวกับสายเงาที่กลืนไปกับความมืดอย่างลงตัว เจ้าสามดิดตามมาห่างๆสองสายตาคอยกราดไปทั่วเพื่อระวังหลังให้ผู้เป็นนาย


            ไม่นานหวังจวินก็บรรลุถึงเชิงป่าที่มีต้นสนมากมายขึ้นเต็มไปหมดชายหนุ่มกระโดดไปมาไม่กี่ครั้งก็มาร่อนลงข้างๆบ่อเก่าๆบ่อหนึ่ง


            เพียงเท้ากระทบพื้นเงาร่างของหยางอี้เฟยก็ค่อยๆปรากฏกายสองสามเดือนมานี้หญิงสาวแน่นอนว่าคิดถึงสามีโดยพฤตินัยของตนอย่างสุดหัวใจจึงโผเข้ากอดจนหวังจวินที่ประสาทรับรู้รวดเร็วยังไม่อาจไหวติง


            เจ้าสามเมื่อเห็นว่านายของมันมาถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยมันก็ทำหน้าที่ทะยานอ้อมเป็นวงกลมในเขตรัศมีครึ่งลี้เพื่อป้องกันการสอดแนมและปกป้องเจ้านายตน


            “เอี้ยนหยาน”หวังจวินกล่าวยิ้มแย้มก่อนจะโอบกอดหญิงสาวแน่นขึ้นพร้อมจูบประทับลงบนหน้าผากอย่างอ่อนโยน


            “ข้ามาถึงตั้งสี่แต่ต้องรอคอยเวลาที่ผ่านมาล้วนคิดถึงเจ้านัก ยิ่งรู้ว่าอยู่ใกล้ยิ่งวุ่นวายใจ”


            “ท่านพี่ท่านช่างรู้จักพูดจามากขึ้น”หยางอี้เฟยเอ่ยด้วยท่าทีสงบพร้อมกับผินกายห่างออกมาเล็กน้อยนางใช้สองตาสำรวจความหยาบกร้านของหวังจวินใต้แสงจันทร์ครู่หนึ่งจึงเอ่ยความต่อ “ตอนนี้ศักดิ์ฐานะของท่านสร้างปัญหาจริงๆ”เมื่อกล่าวถึงหวังจวินก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ


            “เรื่องนี้สร้างความลำบากให้กับเราที่ต้องเดินทางไปพบกับอาจารย์ของท่านจริงๆเวลาเพียงสามเดือนล้วนไม่อาจรอ อีกอย่างเวลาของพี่เปียวเองก็หร่อยหรอไปหากไม่ทำการรักษาภายในสองเดือนนี้เขาต้องตายอย่างแน่นอน”ว่าแล้วแววตาหวังจวินหดวูบลง “พิษของหลงจื่อหลิงลักษณะคล้ายคลึงกันกับท่านท่านแน่ใจหรือว่าด้วยตัวท่านเองไม่อาจรักษาพี่เปียวได้จริงๆ”


            หยางอี้เฟยส่ายศีรษะใบหน้าล้วนบ่งบอกถึงความจริง“พิษไอเย็นของหลงจื่อหลิงคล้ายอี้เฟยจริงแต่จุดกำเนิดพลังล้วนแตกต่างกัน ท่านอาจารย์เป็นเพียงคนเดียวที่พลังเหมันณ์มากล้นกว่าหกสายพลังใต้หล้าคงมีแต่ท่านอาจารย์เพียงคนเดียว แต่ช่างน่าแปลกใจพลังร้อนของท่านพี่รักษาตนเองได้ แต่เหตุใดช่วยขับไอเย็นออกจากพี่เปียวไม่ได้เล่า”


            “เรื่องนี้เป็นเพราะว่าข้ายังฝึกไม่พอข้ารักษาอาการข้าได้เพราะข้าไม่ได้รับผลจากไอพลังร้อน แต่พี่เปียวต่างไปหากข้าจะขับไอพลังหยินในร่างของเขาข้าจำเป็นต้องควบคุมพลังของข้าให้ได้แม่นยำกว่าแปดในสิบส่วนเพื่อป้องกันไม่ให้ไอร้อนไปทำร้ายอวัยวะภายในของเขาแต่ข้าตอนนี้ทำได้เพียงหกถึงเจ็ดส่วนเท่านั้น”ว่าแล้วหวังจวินก็ทุบไปที่ต้นขาตนเองอย่างเดือดดาล


            “เช่นนั้นแล้วเราคงไมมีทางอื่นอีกอย่างท่านพี่จะได้ถามเรื่องราวกับท่านอาจารย์ด้วย”หยางอี้เฟยสรุป


            “แล้วเราต้องเดินทางเร็วแค่ไหน” หวังจวินหันมาพร้อมกับถามขึ้นอีกครั้ง


            “ทันทีไม่เช่นนั้นท่านพี่ก็จะกลับมาไม่ทันงานประลอง”เมื่อได้ยินหวังจวินคล้ายกับอยากทุบหัวของหยางต้าหยวนถึงแม้ว่าจะเป็นน้องชายของหยางฟ่งเซียงก็ตามชายหนุ่มในตอนแรกก็ไม่นึกว่าหยางต้าหยวนจะรู้เรื่องนี้และพูดมันออกมา แต่จากสถานการณ์ก็อาจจะพอเข้าใจได้ว่าหยางต้าหยวนพยายามปกป้องชื่อเสียงของตน


            “เช่นนั้นพรุ่งนี้ตอนค่ำข้าจะไปรับเจ้าที่ที่พักคืนนี้จะให้เจ้าสามล่วงหน้าไปเพื่อแจ้งกับพี่เปียวให้เตรียมตัว”


            “ก็ดีข้าจะไปหาชิงชิงให้นางทำหน้ากากให้คนละใบ”เมื่อกล่าวจบหวังจวินก็เลื่อนมือจับแก้มนางเบางบางหญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มอย่างลึกซึ้ง “ท่านพี่…ท่านไม่ไปพำนักที่เรือนผู้อื่นหน่อยหรือ….” น้ำเสียงออดอ้อนของสตรีหิมะสร้างความตื่นตัวให้หวังจวินโดยพลันอย่างไรเสียชายหนุ่มก็พยายามตัดกิเลศออกไป


            “ข้ามีเรื่องที่ต้องไปทำไว้หลังจากพรุ่งนี้ข้าจะกอดเจ้าทุกค่ำคืน”ว่าแล้วชายหนุ่มก็โน้มตัวลงพร้อมประกบริมฝีปากงาม


            หวังจวินทะยานกลับมาด้วยความเร็วอย่างไรเสียชายหนุ่มหาได้มุ่งไปที่หอหงส์สวรรค์ ทิศทางที่หวังจวินกำลังทะยานอยู่ตอนนี้มันคือหมู่ตึกตระกูลซ่ง


            หวังจวินร่อนตัวลงอย่างแผ่วเบาเมื่อร่อนลงด้านหลังอันเป็นสวนหินชายหนุ่มก็ค่อยๆแทรกกายเข้าไปในเงามืดฝีเท้านั้นช่างยางเบาราวกับขนนกตัวหนึ่ง


            ไม่นานเกินสิบอึดใจหวังจวินก็มาถึงห้องอันเป็นที่อยู่ของหัวหน้าตระกูลชายหนุ่มมองซ้ายแลขวาเล็กน้อยจึงค่อยๆเปิดเข้าไป


            “กลับมาไม่ให้ซุ่มเสียงเลยนะ”เสียงทุ่มต่ำดังตัดขึ้นจากร่างของชายที่กำลังเขียนบทกลอนอันนั่งตรงอยู่ด้านหน้าหวังจวินแน่นอนว่าเป็นซ่งเฉวียน


            “แต่ท่านก็น่าจะรู้ว่าข้ามาตั้งแต่วันนแรกแล้วมิใช่หรือ” หวังจวินยิ้มรับ ซ่งเฉวียนถอนหายใจยาวก่อนจะค่อยๆหันมา


            “ถ้าลูกชายของอำมาตเสียงไม่ไปติดพันแม่นางปวยข้าก็คงไม่รู้ว่าเจ้ามา” ซ่งเฉวียนเอ่ยอย่างไม่พอใจ “แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามันรู้จักข้าและไม่รู้จัดเจ้า”


            “มันบอกว่ามันคือคนที่ดูแลสถานที่ในการจัดงานชุมนุมและสถานที่คือหอหงส์สวรรค์ของตระกูลซ่ง อย่างไรสถานที่จัดงานสำคัญเช่นนี้จะให้คนที่ไม่ใช่ตระกูลซ่งไม่ได้ดังนั้นแน่นอนว่ามันเป็นทหารฝ่ายบุ๋นก็จริงแต่น่าจะเป็นคนของท่าน อีกอย่างอำมาตผู้นั้นเมื่อแรกพบข้าด้วยฐานะและบารมีไม่ควรพูดจาดีกับข้าและกล่าวเช่นนั้นดังนั้นแล้วข้ามั่นใจว่ามันต้องเป็นคนของท่านแน่นอน อีกอย่างนอกจากหลงเกาอินตระกูลหยวน ก็คงมีแต่ท่านนี่แหละที่ให้สายลับตามข้าไปทุกๆที่” หวังจวินกล่าวจบซ่งเอี้ยนหยานก็เงียบไปนาน และแล้วรอยยิ้มที่มุมปากก็ยกขึ้นมา


            “ฮ่าๆๆให้ตายเจ้ายังเป็นเจ้าอยู่เช่นเดิมเหมือนที่ข้าเจอเมื่อก่อนไม่แปลเปลี่ยนจริงๆ” ว่าแล้วดาบสวรรค์ก็ลุกขึ้นเดินมาตบบ่าหวังจวินอย่างพึงใจ


            “แล้วเจ้ามาที่นี่วันนี้เสียดึกดื่นมีเรื่องใด”เมื่อกล่าวจบหวังจวินก็หน้าเปลี่ยนเป็นเครียดไป


            “ตระกูล…เจียว”

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์มารสยบเทพ ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206