ตอนที่79 พี่ชายทหารคงไม่มีปัญญาดูแลมันดอก
นายทหารเหล่านี้ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าในขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้นกล้วยที่แอบเฝ้าติดตามพวกเขาอยู่ได้รับฟังบทสนทนาของพวกเขาด้วยเช่นกันซึ่งนั่นได้ทำให้กล้วยรู้เลยว่า นายทหารเหล่านี้มาเพื่อบังคับให้ชายหนุ่มในหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมทั้งหมดไปเป็นทหารในกองทัพอาสาตามที่ชายหนุ่มบุญสมได้บอกกล่าวเอาไว้เมื่อคืนวานนี้......
“นายทหารเหล่านี้เป็นทหารที่มีเกียรติ แต่กลับทำตัวไร้เกียรติเฮ้อ......ครั้งนี้ข้าควรที่จะช่วยพวกเขาดีไหมนะ?”
กล้วยรู้สึกลังเลใจมากกับเรื่องนี้เพราะตัวเขาไม่ใช่คนของหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมเขาจึงไม่อยากยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาของพวกเขา แต่ถ้าเกิดว่าเขาไม่ช่วยที่นี่อาจจะมีคนบาดเจ็บและล้มตายก็เป็นได้เพราะดูจากคำพูดของหัวหน้านายทหารชุดนี้แล้ว เขามั่นใจเลยว่าจะต้องมีการบังคับฝืนใจกันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน.....
“เอาวะ! ตามไปดูเสียก่อนก็แล้วกัน หากมีเรื่องอันใดที่พอช่วยได้ก็ค่อยช่วย”
เพราะคนในหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมล้วนแต่ปฏิบัติกับเขาเป็นอย่างดีกล้วยจึงไม่อาจที่จะปล่อยพวกเขาไปได้ แต่เขาจะไม่เข้าไปช่วยในทันทีเลย แต่จะรอให้ถึงที่สุดก่อนแล้วค่อยเข้าช่วยเหลือ......
หลังจากนั้นไม่นานนายทหารชุดนี้ก็มาถึงหน้าหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมซึ่งที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านในตอนนี้มีคนหลายสิบคนยื่นรวมตัวกันอยู่โดยที่มีผู้นำกลุ่มเป็นผู้เฒ่าหมาน เพราะผู้เฒ่าหมานเป็นหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้มันจึงสมควรแล้วที่เขาจะออกมารอต้อนรับนายทหารชุดนี้......
หยุด!!!
ฮี่!ฮี่! ฮี่!
“ใครเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน?”
เมื่อนายทหารชุดนี้มาถึงหัวหน้าหมู่ที่นำหน้าสุดก็ส่งเสียงตะโกนเรียกหาตัวคนที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านในทันที......
ตุบ!
“สวัสดีท่านนายกอง ตัวข้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้เชิญพวกท่านเข้าไปพักข้างในหมู่บ้านของพวกเราก่อนเถอะข้าได้ให้คนจัดเตรียมน้ำท่าเอาไว้ให้พวกท่านแล้ว”
ผู้เฒ่าหมานก้าวเดินออกไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวคำทักทายต่อหัวหน้าหมู่อย่างสุภาพและนอบน้อมเพราะนายทหารกับพลทหารทั่วไปนั้นแตกต่างกัน เพราะพลทหารนั้นไม่ว่าใครก็สามารถเป็นได้ ขอเพียงแค่จับดาบและมีใจที่จะสู้แต่นายทหารนั้นจำเป็นที่จะต้องบรรลุพลังระดับหัวหมู่ขั้นต้นให้ได้เสียก่อนถึงจะเป็นนายทหารที่มียศได้.......
แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะได้ยศหัวหมู่นายกองมากแม้ว่าจะเป็นนักรบระดับหัวหมู่แล้วก็ตามอย่างนายทหารที่ติดตามชายหนุ่มที่เป็นนายกองของทหารชุดนี้......
“พวกข้ามิได้มาที่นี่เพื่อพักผ่อน แต่พวกข้ามาเพื่อประกาศให้พวกเอ็งได้รู้ว่ากองทัพอาสาของท่านเจ้าเมืองกำลังต้องการไพร่พลจำนวนมากแลชายหนุ่มทั้งหมดในหมู่บ้านนี้ที่จับอาวุธแลต่อสู้ได้จะต้องเข้าร่วมกองทัพอาสาทั้งหมด!”
หือ?
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของนายกองหนุ่มผู้นี้สีหน้าของทุกคนก็พลันเปลี่ยนเป็นแย่ลง โดยเฉพาะผู้เฒ่าหมานที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านเขาอุตส่าห์ทำใจให้สงบลงและคิดว่าจะไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นแต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด.......
“พวกเอ็งจะทำหน้างุ่นงงไปทำไมกัน ไม่เข้าใจความหมายของข้ากระนั้นรึ?”
เอิ่ม......
“ท่านนายกองหนุ่ม พวกเราเข้าใจสิ่งที่ท่านกล่าวมาดีแต่ปกติแล้วกองอาสาจะรับเพียงแค่คนที่สมัครใจมิใช่หรือ? เหตุใดครานี้ถึงได้........”
อุบ๊ะ!
“ข้าก็บอกพวกเอ็งอยู่นี่อย่างไรเล่าไอ้เฒ่า! ว่าท่านเจ้าเมืองมีคำสั่งให้ชายหนุ่มทั้งหมดในหมู่บ้านเข้าร่วมกับกองอาสาแล้วจักถามอะไรให้มากความวะ!”
นายกองหนุ่มทำหน้าไม่พอใจและตะคอกใส่ผู้เฒ่าหมานด้วยน้ำเสียงที่ดุดันในทันทีนั่นก็เพราะว่าผู้เฒ่าหมานกล่าวถูกในเรื่องนี้แต่มันมาที่นี่เพื่อหาคนเข้าร่วมกองทัพอาสาแทนผู้ที่ติดสินบนให้กับแม่ทัพของมันดังนั้นแล้ว เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายโต้เถียงได้มันจึงต้องทำเสียงแข็งและกล่าวอ้างชื่อเจ้าเมืองขึ้นมาให้ทุกคนที่อยู่ต่อหน้ามันหวาดกลัว.....
อ๊ะ!
ถุ้ย!
“คำกล่าวอ้างของพวกเอ็งจักเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จก็ยังมิรู้แม้ว่าพวกเราจะอยู่ในป่าในเขา แต่ก็มิใช่ว่าจักมิรู้ความอันใดนะถ้าคำกล่าวของพวกเอ็งเป็นจริงแท้ละก็ ไหนเล่าตราคำสั่ง?”
ในขณะนั้นเองเสียงตะโกนอย่างไม่พอใจของชายหนุ่มบุญสมก็ดังขึ้นก่อนที่เขาและพรรคพวกจะเดินออกมาจากข้างหลังของผู้เฒ่าหมานและจ้องมองนายกองหนุ่มด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร......
ไอ้บุญสม......
ฮึ!
“เอ็งเป็นผู้ใดกัน? นี่เอ็งมิรู้ความเยี่ยงนั้นรึว่าข้าเป็นใครถึงได้กล่าววาจาหยาบช้าเช่นนี้? หรือว่าเอ็งอาจจะจักถูกตัดหัวในข้อหาเป็นกบฏมิฟังคำสั่งของท่านเจ้าเมือง?”
นายกองหนุ่มหันไปมองที่ชายหนุ่มบุญสมในทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนก่อนที่สายตาอันดูถูกจะแสดงออกมาให้เห็น เมื่อมันมองไปที่ชายหนุ่มบุญสม......
“ท่านนายกองหนุ่มโปรดใจเย็นลงก่อน ไอ้บุญสมมันก็แค่ใจร้อนมิรู้ความอย่าได้ถือสาอันใดมันเลยนะท่าน เอาเป็นว่าพวกเราเข้าไปคุยแลดื่มน้ำเย็นข้างในหมู่บ้านกันก่อนเถิด”
ผู้เฒ่าหมานเห็นว่าสถานการณ์มันเริ่มไม่ดีแล้วเขาจึงต้องรีบคลี่คลายและกล่าวบอกให้นายกองหนุ่มใจเย็นลงและชวนนายกองหนุ่มกับทหารที่มาด้วยเข้าไปคุยกันข้างในก่อน.....
ฮึ!
แม้ว่านายกองหนุ่มจะทำท่าไม่พอใจแต่ภายในใจของมันนั้นกำลังมีความสุขอย่างมากที่มันสามารถใช้อำนาจในการกดขี่ชาวบ้านที่นี่ได้ และเพื่อทำเป้าหมายให้สำเร็จนายกองหนุ่มจึงได้นำพาทหารที่ตามาด้วยเข้าไปข้างในหมู่บ้านตามคำขอของผู้เฒ่าหมาน......
“ไอ้พวกนายทหารสารเลวเอ้ย! ดูก็รู้แล้วว่าพวกมันหาใช่ตัวอันดีไม่!”
“ข้ามิคิดเลยว่าพวกมันจักมากันเร็วเยี่ยงนี้แล้วเช่นนี้พวกเราจักทำเยี่ยงใดกัน?”
“ตอนนี้พวกเราคงมิอาจกระทำสิ่งใดได้ คอยดูไปก่อนก็แล้วกันหากว่าพวกมันบังคับพวกเรามากเกินไป ข้าคนหนึ่งล่ะที่ไม่คิดยอม!”
เพราะชายหนุ่มบุญสมเป็นผู้นำกลุ่มของเหล่าชายหนุ่มและหญิงสาวที่มีความสามารถในหมู่บ้านเขาจึงเปรียบได้ดั่งหัวเรือที่คอยชี้นำผู้อื่นซึ่งใจจริงแล้วเขาอยากที่จะลงมือสั่งสอนนายทหารเหล่านี้เสียตอนนี้เลยด้วยซ้ำแต่เมื่อคิดเกี่ยวกับปัญหาที่จะตามมาแล้ว เขาจึงไม่ลงมือในตอนนี้แต่จะรอดูว่าผู้เฒ่าหมานจะสามารถจัดการปัญหาในครั้งนี้ให้กับทุกคนได้หรือไม่......
อ้า......
“ถ้าพี่บุญสมว่าเยี่ยงนั้น พวกเราก็จักเอาตามความของพี่”
ดี!
“เยี่ยงนั้นก็ตามพวกมันเข้าไปข้างในเถอะ”
อื้ม.......
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นกล้วยก็คอยติดตามและเฝ้าดูการเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างเงียบๆ อยู่ด้านนอกเพราะตอนนี้สถานการณ์มันยังไม่เลวร้ายอะไร เขาจึงไม่ได้ลงมือเข้าช่วยเหลือแต่เขามั่นใจว่าอีกไม่นานจะต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นอย่างแน่นอน.......
“ป่านนี้ไอ้จ๋อมันได้สติแล้วหรือยังเนี่ยหวังว่าคงจักมิมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับมันนะ”
แต่คนที่กล้วยเป็นกังวลที่สุดเห็นทีจะเป็นไอ้จ๋อเพราะลิงที่พูดได้นั้นหาได้ยากอย่างมาก หากไม่ใช่คนจากเผ่าวานร ดังนั้นลิงอย่างไอ้จ๋อจึงเป็นที่ต้องตาต้องใจของใครหลายๆ คนเลย และด้วยความโลภของนายกองหนุ่มถ้ามันเห็นไอ้จ๋อละก็ มันอาจจะอยากได้ไอ้จ๋อไปเป็นสัตว์เลี้ยงก็ได้.......
ดังนั้นแล้วเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องอย่างว่าขึ้นมา กล้วยจึงต้องรีบไปดูไอ้จ๋อก่อนเลยเพราะตอนนี้ไอ้จ๋ออาจจะยังนอนเมาอยู่ที่เดิมก็เป็นได้.......
พึ่บ!
ณลานกว้างกลางหมู่บ้าน.....
“ท่านนายกอง ดูลิงตัวนั่นสิขอรับ!”
หือ?
“ไอ้ลิงตัวนั้นมันนอนเมากอดไหเหล้าด้วย แปลกตาดียิ่งนัก”
ทว่าสิ่งที่กล้วยเป็นกังวลนั้นตอนนี้มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว เพราะยังไม่ทันไรพวกนายทหารที่ตามนายกองหนุ่มมาก็พลันเหลือบมองไปเห็นไอ้จ๋อที่นอนเมาอยู่โชคดีที่ไอ้จ๋อยังไม่ได้ส่งเสียงพูดออกมาในตอนนั้นไม่เช่นนั้นคงได้เกิดปัญหาขึ้นมาแน่......
“ก็แค่ลิงทั่วๆ ไป พวกเอ็งจะเอะอะกันไปทำไมกันวะ? ไป!งานของพวกเรายังมิเสร็จ อย่าได้ทำให้ข้าต้องเสียเวลาอีก!”
เมื่อนายกองหนุ่มหันไปเห็นไอ้จ๋อมันก็ไม่ได้เห็นความพิเศษใดนอกจากลิงทั่วๆ ไปมันจึงไม่คิดที่จะสนใจและบอกให้ทุกคนเลิกทำให้มันเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเช่นนี้แต่ในวินาทีนั้นเอง......
เอิ๊ก!
“เอาสาโทมาอีก! ข้ายังดื่มไหว ข้ายังไม่เมา!!”
หือ......ลิงพูดได้!
เพราะเสียงพูดของไอ้จ๋อนายกองหนุ่มต้องถึงกับหยุดม้าของมันและรีบหันกลับมามองที่ไอ้จ๋อด้วยแววตาที่หลากอารมณ์ในทันที......
“พวกเอ็งได้ยินเหมือนข้าหรือไม่วะ?”
“ขอรับท่านนายกอง!”
“เมื่อครู่นี้ไอ้ลิงนั้นพูดกระไรสักอย่างออกมาแน่นอนข้าได้ยินอย่าชัดเจนเลย”
“ข้าเองก็ได้ยินเช่นกัน”
นายทหารทั้งหมดรีบตอบรับนากองหนุ่มในทันทีเพราะพวกมันเองก็ได้ยินที่ไอ้จ๋อพูดเช่นกันเพราะระยะห่างระหว่างไอ้จ๋อกับพวกมันไม่ได้ห่างกันมากนักต่อให้คนที่หูไม่ดียังไงก็ยังได้ยินเลยแล้วพวกมันที่เป็นทหารมีพลังของนักรบจะไม่ได้ยินได้อย่างไร.......
“ลิงตัวนั้นเป็นของผู้ใด? ข้าอยากได้มัน!”
เอิ่ม.......
เมื่อผู้เฒ่าหมานได้ยินคำขอของนายกองหนุ่มสีหน้าของเขาก็แย่ลงยิ่งกว่าได้ฟังคำประกาศบังคับรับสมัครกองกำลังอาสาเสียอีกเพราะไอ้จ๋อไม่ใช่ลิงธรรมดาทั่วๆ ไป และก็ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของใครในหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยนั่นจึงทำให้ผู้เฒ่าหมานรู้สึกลำบากใจอย่างมากที่จะพูดตอบกลับไป.....
“เงียบทำไมเล่า! มิได้ยินที่ข้าถามหรืออย่างไร? มันเป็นลิงของผู้ใดกัน?ถ้ามิมี เยี่ยงนั้นมันจะต้องเป็นของข้าผู้นี้ หรือต่อให้มีมันก็จักต้องเป็นของข้าอยู่ดี!”
แม้นายกองหนุ่มจะถามหาตัวคนที่เป็นเจ้าของแต่มันก็ไม่ได้สนใจว่าคนคนนั้นจะเป็นใครเพราะยังไงมันก็ต้องการที่จะได้ไอ้จ๋อมาเป็นสัตว์เลี้ยงของมันอยู่แล้วเพราะการที่มีลิงพูดได้มาเป็นสัตว์เลี้ยงนั้นมันจะช่วยทำให้ตัวมันมีหน้ามีตาในสังคมเพิ่มมากขึ้น.......
ตุบ!
“ลิงตัวนี้เป็นของข้าเองพี่ชายทหาร!”
หือ?
ซึ่งในวินาทีนั้นเองกล้วยที่แอบซ่อนตัวอยู่ก็พลันโผล่ออกมายืนอยู่ข้างๆ กับไอ้จ๋อโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขามาตอนไหน ก่อนที่จะเขาจะตอบกลับนายกองหนุ่มกลับไปว่าไอ้จ๋อเป็นสัตว์เลี้ยงของเขา......
“มันเป็นลิงของเอ็งเยี่ยงนั้นรึ?”
จ๊ะ!
“มันเป็นลิงของพ่อข้าเอง พ่อข้ามอบมันให้กับข้า เพื่อให้มันอยู่เป็นเพื่อนก่อนที่ท่านพ่อจะออกบวชเป็นพระจ๊ะ!”
กล้วยไม่ได้คิดที่จะพูดโกหกแต่เขาก็ไม่คิดที่จะบอกความจริงกับนายกองหนุ่มเช่นกัน ดังนั้น เขาจึงได้แต่งเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาเพื่อตอบคำถามของชายหนุ่ม.....
กระนั้นรึ?
“ไอ้น้องชาย! ตอนนี้เอ็งก็โตแล้ว เอ็งคงมิต้องการเพื่อนเล่นอีกแล้วกระมังมอบมันให้กับข้าเถอะ ถ้าเอ็งมอบมันให้กับข้าข้าสามารถช่วยให้เอ็งได้ดิบได้ดีในกองทัพได้ในอนาคตนะ คิดเยี่ยงไร?”
เมื่อนายกองหนุ่มเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเขาและดูเหมือนจะใสซื่อไม่รู้ความอะไร มันจึงใช้แผนการหลอกล่อด้วยสิ่งจูงใจกับกล้วยโดยอ้างว่ามันสามารถช่วยกล้วยได้ถ้ากล้วยต้องการเข้าร่วมกองทัพหลักที่ไม่ใช่กองทัพอาสา.......
“ข้าคงมิอาจมอบมันให้กับท่านได้ดอกพี่ชายทหารเพราะมันเป็นทั้งเพื่อนและครอบครัวของข้าอีกอย่าง.......พี่ชายทหารคงไม่มีปัญญาดูแลมันดอก!”
บ๊ะ!
ไอ้นี่นิ!