ณัฐธิดาบิดก๊อกน้ำปิดแล้วเดินออกไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่ธีร์พาดไว้ให้บนราวเธอซับหยดน้ำที่เกาะตามร่างกายและเส้นผมก่อนจะพันผ้าขนหนูรอบตัวแล้วเปิดประตูเดินออกจากห้องน้ำ
ธีร์นอนเล่นมือถือรออยู่บนเตียงโดยที่เขาเปลี่ยนมาอยู่ในชุดนอนแล้วคาดว่าคงกลับไปอาบน้ำที่ห้องของตัวเองแล้วกลับมาใหม่เขาเงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดออกสายตาคมกริบประสานสายตาคู่โตเพียงแวบเดียวแล้วเลื่อนลงมองเนินอกขาวอวบที่โผล่พ้นผ้าขนหนู
แต่ก่อนที่ธีร์จะได้ทำอะไรณัฐธิดาก็รีบเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัวเสียก่อนหญิงสาวใส่ชุดนอนที่เป็นเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงขายาวโดยเอาผ้าเช็ดตัววางพาดไว้บนบ่ารองเส้นผมที่ยังมีหยดน้ำไหลออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เสื้อเปียก ก่อนจะเปิดประตูออกมานั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ณัฐธิดาเสียบปลั๊กไดร์เป่าผมแล้วเป่าลมร้อนไปบนผมที่เปียกชื้นพลางใช้อีกมือสางไปด้วย
เครื่องเป่าผมทำงานเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าผมที่ยาวถึงกลางหลังจะแห้งสนิทณัฐธิดาม้วนสายไฟแล้วเก็บไดร์ลงในลิ้นชักดังเดิมก่อนจะเอาผ้าเช็ดตัวไปแขวนไว้บนราวในห้องแต่งตัว
เมื่อเดินมาที่เตียงก็เห็นธีร์หลับไปก่อนแล้วเธอจึงเดินไปปิดไฟแล้วค่อย ๆ กลับมาล้มตัวลงนอนข้างแฟนหนุ่มภายใต้ผ้าห่มหนานุ่มยังไม่ทันได้หลับตาลงร่างบางก็โดนดึงเข้าไปในอ้อมแขนแข็งแรง
"พี่ธีร์ยังไม่หลับเหรอคะ"
"ถ้าไม่ได้นอนกอดเมียพี่จะนอนไม่หลับ"ริมฝีปากหนาสัมผัสที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบาโดยไม่ได้ลืมตา กลิ่นแชมพูหอม ๆกับร่างนุ่มนิ่มทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี
ณัฐธิดายกแขนขึ้นกอดรอบสะโพกสอบพลางปิดเปลือกตาลงความอบอุ่นจากร่างกายเขาทำให้เธอสบายใจมากกว่าอึดอัด เพียงไม่นานคนทั้งคู่ก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกัน
แสงตะวันอ่อน ๆสาดส่องผ้าม่านผืนบางลอดผ่านมากระทบบนใบหน้างามบนเตียงเปลือกตาที่มีแพขนตายาวงอนประดับอยู่ขยับไปมาก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้น
ภาพแรกที่ปรากฏเบื้องหน้าของเธอคือใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรที่อยู่ห่างกันแค่คืบดวงตาคมที่มักทอดมองมายังเธอเสมอซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิทลมหายใจอุ่นเข้าออกเป็นจังหวะแผ่วเบา บ่งบอกว่าชายหนุ่มกำลังหลับสนิทณัฐธิดาเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงก็พบว่าเป็นเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้าหญิงสาวจึงค่อย ๆ ขยับตัวลงจากเตียงแล้วเดินย่องไปเข้าห้องน้ำเธอคิดว่าคงไม่ต้องปลุกเขาเพราะผู้บริหารหนุ่มสามารถทำงานเวลาไหนก็ได้ปล่อยให้พักผ่อนเพียงพอดีกว่า ถ้าไปสายเดี๋ยวเลขาเขาคงจัดการงานต่าง ๆ ได้เองแหละ
ใช้เวลาไม่นานณัฐธิดาก็ทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยวันนี้มีถ่ายรายการโปรโมตเพลงใหม่ทั้งวันเธอจึงไม่ต้องแต่งหน้าแต่งตัวจัดเต็มเพราะผู้จัดการวงกับสไตลิสต์เตรียมไว้ให้หมดแล้วลงแค่รองพื้นเพื่อประหยัดเวลาของช่างแต่งหน้าก็พอส่วนชุดก็ใส่เดรสแขนตุ๊กตาสีขาวแบรนด์เนมที่ธีร์เคยซื้อให้เพราะเดรสสามารถถอดเปลี่ยนชุดได้ง่าย
เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้วณัฐธิดาจึงหย่อนกระเป๋าตังค์กับมือถือลงในสะพายข้างก่อนจะเปิดประตูห้องลงไปชั้นล่างหญิงสาวตรงดิ่งไปยังห้องครัวแล้ววางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ก่อนจะเริ่มหุงข้าวในตู้เย็นแทบไม่มีของสดให้ทำอาหารเลยนอกจากไข่ไก่ ชีส และแฮมหนึ่งแพ็กนอกนั้นมีแต่ขวดเครื่องดื่มเรียงรายเต็มตู้เย็นขนาดใหญ่สองประตูจากวัตถุดิบอันน้อยนิดเธอจึงตัดสินใจทำไข่ข้นแฮมชีสเพราะไม่สามารถทำเมนูอื่นได้
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงข้าวไข่ข้นแฮมชีสบนข้าวสวยร้อนๆ สองที่ก็พร้อมเสิร์ฟ ณัฐธิดาหยิบแก้วสองใบไปกดน้ำที่ฝาตู้เย็นใจจริงอยากจะชงกาแฟให้แฟนหนุ่มแต่เธอใช้เครื่องชงกาแฟยังไม่เป็นและไม่รู้ว่าจะชงถูกปากเขาหรือเปล่า
"หอมจังเลย"ยังไม่ทันได้ขึ้นไปตามธีร์ก็เดินเข้าห้องครัวมาซะก่อน เขาอยู่ในลุกสบาย ๆด้วยเสื้อยืดสีขาวและยีนสีดำ ปล่อยผมตามธรรมชาติโดยไม่ต้องเซต
ณัฐธิดาแอบคิดในใจว่าขนาดแต่งตัวธรรมดาเขายังดูไม่ธรรมดาเลยน่าจะมีคนเข้าใจผิดเยอะว่าเป็นดาราด้วยซ้ำถึงจะเห็นเขาในชุดนอนทุกคืนแต่เธอก็ไม่เคยเบื่อกับใบหน้าลูกรักพระเจ้าของเขาสักทีนับวันเขาก็ยิ่งดูมีเสน่ห์มากขึ้น แต่ก่อนจะเคลิ้มไปมากกว่านี้ธีร์ก็เลิกคิ้วอย่างสงสัยว่าทำไมเธอเอาแต่มองหน้าไม่ยอมตอบคำถามเขา
"ข้าวไข่ข้นแฮมชีสค่ะในตู้เย็นไม่ค่อยมีอะไรไนน์เลยทำเท่าที่มี"ณัฐธิดาที่ได้สติจึงเสหลบตาพลางวางแก้วน้ำข้างจานข้าวทั้งสองจานก่อนจะหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้
"น่ากินมากขอบคุณครับ"ธีร์เดินมานั่งบนเก้าอี้อีกตัวพลางยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายจานข้าวของตัวเอง
"พี่ธีร์ถ่ายรูปทำไมคะแค่อาหารบ้าน ๆ เอง ไนน์ไม่ได้ตกแต่งจานให้สวย ๆ ด้วยซ้ำ"
"ถ่ายไว้เป็นความทรงจำไงครับเมียพี่อุตส่าห์ทำอาหารให้กินเป็นครั้งแรกทั้งที"ถึงเธอจะบอกว่าเป็นอาหารบ้าน ๆ ก็เถอะแต่เขาไม่เคยทำไข่เจียวออกมาได้น่ากินเลยด้วยซ้ำแค่ตอกไข่โดยไม่ให้เปลือกหล่นลงไปในถ้วยก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วส่วนรสชาตินั้นแล้วแต่ดวงเลย
"งั้นจากนี้ไนน์จะทำให้กินทุกวันเลยดีไหมคะ"จะให้นั่ง ๆ นอน ๆ ไม่ช่วยงานบ้านก็รู้สึกเกรงใจ เธอเลยเสนอตัวทำสิ่งที่ถนัดที่สุดจะได้รู้สึกมีประโยชน์บ้าง
"ดีสิ แต่ไม่ต้องทำทุกวันก็ได้นะ เพราะไนน์เองก็แทบไม่มีเวลาว่างแล้วส่วนงานบ้านก็ไม่ต้องทำหรอก พี่จ้างพวกแม่บ้านให้เข้ามาทำความสะอาดกับซักผ้าทุกวันอาทิตย์อยู่แล้ว"
"โอเคค่ะแล้วพี่ธีร์ชอบอาหารแบบไหนคะ"
"พี่ชอบอาหารไทยน่ะ"
"ไนน์ทำเป็นแต่อาหารไทยพอดีเลยแล้วมีเมนูอะไรที่ชอบเป็นพิเศษไหมคะ"
"ไม่มีนะไนน์ทำอะไรมาพี่ก็กินหมด" ชายหนุ่มพูดพลางใช้ช้อนตักข้าวเข้าปากคำโต
"เป็นยังไงบ้างคะ"ณัฐธิดาถามด้วยดวงตาเป็นประกายคาดหวังกับคำตอบ เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของที่บ้านตั้งแต่เด็กก็ช่วยแม่เข้าครัวทำกับข้าวขายเป็นประจำเลยค่อนข้างมั่นใจในเสน่ห์ปลายจวักของตัวเอง แต่ก็ไม่แน่ใจว่ารสชาติแบบนี้จะถูกปากแฟนหนุ่มหรือเปล่า
"โห อร่อยมากไนน์ไปเรียนทำอาหารมาจากไหน" ธีร์แอบแปลกใจที่เธอทำได้อร่อยขนาดนี้เห็นในประวัติส่วนตัวบอกว่าชอบทำอาหารก็นึกว่าจะพอกินได้เฉย ๆ ซะอีก
"ขอบคุณค่ะไนน์ไม่เคยเข้าคอร์สเรียนจริงจัง แค่คอยเป็นลูกมือช่วยแม่ทำกับข้าวที่บ้านเวลาว่างหลังเลิกเรียนค่ะ"คำชมของเขาทำเอาเธอยิ้มแก้มแทบปริ
"คุณแม่ไนน์ทำงานอะไรเหรอ"
ทำถามของธีร์ทำเอาณัฐธิดาชะงักแม่เธอเป็นเพียงแม่ครัวในบ้านคนรวยเท่านั้น ส่วนพ่อก็ขับวินมอเตอร์ไซค์แถวบ้านไม่ใช่ว่าอายที่พ่อกับแม่ทำงานได้ค่าแรงน้อยนิดแต่ตอนนี้เธอเริ่มตระหนักได้ว่าเขาเป็นคนที่อยู่คนละสังคมกับเธอแม้การเป็นไอดอลอาจจะช่วยยกสถานะของเธอในอนาคตขึ้นมาได้บ้างแต่ยังไงก็อยู่คนละสังคมกันอยู่ดี เธอเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจู่ ๆถึงคิดเรื่องนี้ขึ้นมา ยังไงความสัมพันธ์นี้ก็ไม่มีทางยั่งยืนอยู่แล้วพอเขาเจอคนที่สวยกว่าเดี๋ยวก็ไปเอง
"แม่เป็นแม่ครัวให้เจ้าของบ้านที่ไนน์เคยไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กน่ะค่ะ"ณัฐธิดาสลัดความคิดฟุ้งซ่านแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ
"พี่จำได้แล้วตอนนี้ยังติดต่อกับเจ้านายเก่าอยู่ไหม"ธีร์วางช้อนส้อมลงเมื่อนึกถึงหน้าคนที่ถูกพูดถึง เขาอดถามออกไปไม่ได้จริง ๆถึงจะรู้ว่าณัฐธิดาไม่ใช่คนแบบนั้น แต่เผื่ออดีตเจ้านายคิดไม่ซื่อกับแฟนสาวเขาคราวนี้จะได้ไปแสดงตัวในฐานะแฟนของเธอ
"ก็มีส่งรูปเด็กๆ มาให้ดูบ้างค่ะ" ณัฐธิดาตอบตามความจริงพลางตักข้าวเข้าปากไปด้วยท่าทางสบายๆ ตรงข้ามกับคนฟังที่เริ่มขมวดคิ้ว
"สนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอ"
"หมายถึงเด็ก ๆเหรอคะ ก็สนิทนะคะ"
"ไม่ใช่พี่หมายถึงเจ้านายเก่าไนน์น่ะ ขนาดลาออกแล้วยังติดต่อกันอีก คงจะสนิทมากสินะ"ใบหน้าหล่อเริ่มบึ้งตึงด้วยความไม่ชอบใจ
"อ๋อ ใช่ค่ะพวกเราสนิทกันมาก ๆ พี่เขาเอ็นดูไนน์เหมือนน้องสาวเลยค่ะ"ณัฐธิดาก้มหน้าก้มตากินต่อเพราะใกล้แปดโมงแล้ว จึงไม่ทันได้เห็นสีหน้าของคนที่นั่งตรงข้ามเธอ