เรือเหาะมากมายหลายร้อยลำ ลอยตัวอยู่ทั่วโลกเมฆา นนท์กวาดตามองยังเรือเหาะลำต่างๆ
" สูงสุดยี่สิบอักขระ พวกนี้มาจากโลกใด " นนท์ครุ่นคิด
" นี่มันยอดเยื่อมมากว่าที่ข้าคาดคิดไว้ยิ่งนัก " ชายชราสิบห้าอักขระลอยตัวมายังศิลาอนันตกาลเต๋า
" ครานั้นข่าวแจ้งมาเป็นเพียงศิลามที แต่ครานี้เป็นถึงศิลาอนันตกาล " ชายชรายี่สิบอักขระเอ่ยขึ้น
" เอาไปไปให้หมด " เสียงสั่งการจากบนเรือเหาะ
" ขอรับ " ชายชราสิบห้าอักขระ รับคำแล้ววาดมือเรียกศิลาอนันตกาลเต๋าทั้งสี่แผ่น
" ครึก " ศิลาอนันตกาลเต๋าเพียงสั่นไหว
นนท์เพียงมองยังผู้ชราสิบห้าอักขระ
" ไอ้แก่ เจ้ามาถึงก็ลงมือปล้นชิงเลยรึ " นนท์ตะโกนถาม
ชายชราหันมองยังนนท์ พลางตรวจสอบ " สิบเก้าอักขระ " ชายชราถึงกับหน้าซีด
" เจ้าคิดจะปล้นชิงสมบัติของโลกเมฆารึ ข้าถามเจ้าครั้งที่สองแล้ว " นนท์จ้องไปยังแววตาที่หวาดหวั่นของชายชราสิบห้าอักขระ
" ข้าเพียงทำตามคำสั่งของนายท่าน " นนท์พยักหน้า
" ดี งั้นเรียกนายของเจ้าออกมา " นนท์มองยังเรือเหาะลำใหญ่
" ข้า " ชายชราอ้ำอึ้ง
นนท์ส่ายหน้าแล้วสะบัดมือไล่ชายชราสิบห้าอักขระ ร่างของชายชราสิบห้าอักขระลอยไปกระแทกเข้ากับเรือเหาะลำใหญ่
" ตึง " เรือเหาะลำใหญ่สั่นสะเทือนทั้งลำ
" ไอ้ชั่ว " ชายชรายี่สิบอักขระลอยออกมา
" เจ้าเป็นผู้ใด ไฉนถึงกล้าทำร้ายคนของข้า " นนท์ลอยตัวเข้าหา
" ข้าโจวนนท์ " นนท์จ้องยังร่างชรายี่สิบอักขระ
" เพียงสิบเก้าอักขระ คิดรึว่าจะทำอันใดข้าได้ " ชายชราแสยะยิ้ม
" ต่อหน้าข้าเจ้านั้นก็เป็นเพียงมดปลวก " นนท์พยักหน้า
" ไอ้แก่ มาเถิด จะได้รู้ว่ามดปลวกตัวนี้กัดเจ็บมากเพียงใด " นนท์วาดมือสร้างห้วงมิติ
" เชิญ " นนท์ผายมือให้ชายชรา
" หึ " ชายชราแสยะยิ้ม ฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์ในทันที
" เปรี้ยง " ฝ่ามือใหญ่ทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็ว
นนท์ส่ายหน้า แล้วฟาดฝ่ามือเข้าต้านในทันที
" ตูม " ร่างชราปลิวลอยไปไกล
โอสถฝึกกายทั้งหกขั้น และวิธีฝึกแบบที่กำหนดไว้ ส่งผลต่อพลังกายอย่างล้นเหลือ ภายใต้อักขระเทพมิมีผู้ใดในจักรวาลที่จะประมือได้อีกแล้ว
" อั่ก " ชายชราถึงกับกระอักเลือดออกมา กระดูกทั่วร่างพลันแตกร้าว
" เหตุใดมันจึงแข็งแกร่งเช่นนี้ " ชายชราสูดหายใจเข้าลึก มองดูร่างสูงที่ทะยานเข้าหา
" เพียงแค่นี้ เจ้าอย่าได้คิดว่าข้าจะพ่ายแพ้ " ชายชราผสานอักขระทั้งยี่สิบตัว
" ครืน " ปรานสังหารแผ่กดดันทั่ว โลกเมฆาทั้งใบพลันสั่นสะเทือน เหล่าผู้คนต่างร่ำร้องเพราะมิอาจรับแรงกดดันได้ไหว
" เจ้ามีดีเพียงแค่นี้รึ " นนท์ผสานสิบเก้าอักขระ ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ชายชราในทันที
" เปรี้ยง " ฟ้าสะท้าน ดินสะเทือน โลกาคลับคล้ายแตกดับ ดวงดาราน้อยใหญ่พลันสั่นไหว ทั้งห้วงมิติยังถูกฉีกจนขาดวิ่น
" ครืน " ฝ่ามือยักษ์แสนจั้งถาโถมเข้าใส่ร่างชรา แรงกดดันมหาศาลถั่งโถมเข้าใส่
" อา " ร่างชราถึงกับแข็งค้าง แรงกดดันมากมายเกินรับได้ไหว กดข่มทุกช่องทางการหนี เหงื่อกาฬหลั่งไหลจนชุดเปียกชุ่ม
" หยุดมือ " เลือดเก่าทะลักออกมาเปอระเปื้อนชุดขาว
" ได้โปรด " นนท์สะบัดมือ ฝ่ามือยักษ์แสนจั้งพลันหายวับไป
" ขอบคุณ " ร่างชราหอบหายใจถี่หนัก หากมิเจอกับตนเองมิมีทางเชื่อได้ว่า สิบเก้าอักขระจะชนะยี่สิบอักขระได้
" ไอ้แก่ เห็นที่เจ้านั้น ยังมิได้ลงมือสังหารผู้ใด ข้าจะเว้นชีวิตของพวกเจ้าไว้ " ชายชราพยักหน้า
นนท์ชี้นิ้วไปยังทะเลความรู้ของชายชรา " ข้าขอบอกเจ้า ข้าโจวนนท์เป็นผู้พิทักษ์จักรวาลปฐมภูมิ เจ้าจงกลับไปยังที่ที่เจ้าจากมาและอย่าได้ยุ่งวุ่นวาย กับจักรวาลเบื้องล่างอีก " นนท์เอ่ยเสียงเครียด
ชายชราพยักหน้า แล้วเร่งไปยังเรือเหาะของตนแล้วบังคับเรือเหาะจากไป
" ผู้เฒ่าทั้งหลาย ได้เวลาที่ทุกท่านต้องทำการหยั่งรู้อักขระเทพแล้ว " นนท์เอ่ยขึ้น
" ข้าจะสร้างวิหารให้พวกเจ้า " นนท์เร่งหาสถานที่เพื่อสร้างวิหาร
" เป็นที่นี่เหมาะนัก " นนท์วาดมือส่งแร่ทองอนันตกาล หลอมสร้างวิหารสีทอง แล้วผสานวิหารเข้ากับผืนปฐพีของโลกเมฆา
" เข้าไปดูภายในกัน " นนท์เดินนำเหล่าผู้อาวุโส เหล่าผู้อาวุโสต่างแข็งค้างกับภาพที่เห็น
" อาจารย์โจว ตัวอักษรเหล่านี้เป็นอักขระเทพรึ " นนท์พยักหน้า
" ใช่ นี่คืออักขระเทพทั้งสี่สิบแปดตัว พวกท่านก็หาเวลาหยั่งรู้เอาเถิด และภายในวิหารนี้ ข้าได้สลักค่ายกลเร่งเวลาหมื่นเท่าไว้ " นนท์มองยังเหล่าผู้เฒ่าทั้งหลาย
" ได้เวลาที่ข้าต้องไปแล้ว " นนท์กวาดตามองยังเหล่าผู้เฒ่า
" อาจารย์โจว หากพวกนั้นมาจะทำเช่นไร " ผู้เฒ่าผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น
" พวกเจ้ามิต้องกังวล ข้าได้วางค่ายกลสังหารไว้ทั่วแล้ว หากผู้ที่มามีขั้นอักขระต่ำกว่ายี่สิบตัว จะถูกสังหารสิ้น " นนท์บอกวิธีการใช้งานค่ายกลสังหาร แล้วจากไป
" กลับบ้านดีกว่า " นนท์เร่งเรือเหาะกลับไปยังโลกมังกรทันที
เมื่อมาถึงยังโลกมังกร งานเลี้ยงต้อนรับลูกเขย ได้อุบัติขึ้นยาวนานถึงหนึ่งเดือน
" ไอ้แก่นั่นอยู่ยังโลกาต้นกำเนิดสรรพสิ่ง " ภาพความทรงจำของชายชราผุดขึ้นในหัวของนนท์
แสงสวรรค์เจ็ดสีสาดส่องจากดวงสุริยัน รัศมีเจ็ดสีจากสุริยันครอบครองทั่วน่านฟ้าที่กว้างใหญ่
ขุนเขาน้อยใหญ่มากมายเหลือคณนานับ ทั้งแม่น้ำ ลำธารมากมายหลายเส้นสายทอดยาวมิรู้จบ
โลกาต้นกำเนิดสรรพสิ่งกว้างใหญ่ไพศาลหาที่สิ้นสุดมิได้ กว้างใหญ่เกินกว่าจักรวาลทั้งจักรวาล
ทั้งยังอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรและสมุนไพรมากมาย
สินแร่มากมายรอการค้นพบ แต่กระนั้นผู้คนจากแดนดินต้นกำเนิดสรรพสิ่งยังเที่ยวออกปล้นชิงอยู่เป็นนิจ
ปรานเทพยังเข้มข้นขั้นสูงสุด ราวกับว่าเป็นแดนดินแห่งทวยเทพอย่างแท้จริง
พลังฟ้าดินล้ำลึกเกินหยั่งถึงพวยพุ่งออกมามิขาดสาย พลังฟ้าดินสุดลึกล้ำนี้ยังช่วยปรับแต่งกายาให้สมบูรณ์
เส้นปรานมังกรต้นกำเนิดที่แข็งแกร่งและทรงพลัง ถือเป็นเส้นปรานมังกรผู้ให้กำเนิดเส้นปรานมังกรทั้งหลาย
ต้นไม้แห่งชีวิตมากมายสุดแสนดาษดื่น ปลดปล่อยพลังแห่งชีวิตเข้มข้นปกคลุมทั่วโลกา
สายนทีพลังวิญญาณทอดยาวไกลมิรู้จบ ปรานวิญญาณเข้มข้นสุดพรรณาล่องลอยทั่วแดนดิน
" เป็นดินแดนที่วิเศษยิ่งนัก " นนท์พึมพำ
" หากได้ฝึกที่นี่คงดีมิน้อย " นนท์พยักหน้า
" หรือจะเป็นดินแดนเห่งทวยเทพแท้จริง " นนท์ครุ่นคิดตามความทรงจำของชายชรา
" ไอ้แก่ หากเลือกมาอยู่ยังโลกเบื้องล่างคงมิแคล้วเป็นผู้ยิ่งใหญ่ " นนท์เริ่มหนักใจ
" ยี่สิบอักขระสำหรับที่นั่นเป็นเพียงมดปลวก ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงหยั่งรู้ได้ถึงสี่สิบแปดอักขระ " นนท์ถอนหายใจหนัก
" หากไปอยู่ที่นั่น คงต้องเข้าร่วมสำนัก " นนท์ครุ่นคิด
" แต่ละปีผู้ที่ถูกคัดเลือกโดยบรรพตเทพบรรพกาล เมื่อหยั่งรู้อักขระได้ยี่สิบตัวและอายุมิเกิน ก็จะได้ไปฝึกฝนยังโลกาต้นกำเนิด " นนท์สูดหายใจเข้าลึก
" ต้องหยั่งรู้ถึงยี่สิบอักขระเลยรึ " นนท์พึมพำ
" หากไปพร้อมกันทุกคน ย่อมเป็นการดี แต่หากไปคราละคน เกิดปัญหาขึ้นแน่ " นนท์มองยังเตาสรรพสิ่งที่วางอยู่ตรงหน้า
" ไอ้แก่เดินทางมาได้เช่นไร " นนท์ค้นในทะเลความรู้ของชายชรา
" มาตามเส้นทางค่ายกลโบราณ ขนาดไอ้แก่นี่ใช้เรือเหาะขั้นสวรรค์ยังใช้เวลาเดินทางมาถึงโลกเมฆาตั้งหกปี " นนท์พึมพำ
" คงต้องยกระดับเรือเหาะให้เร็วขึ้น " นนท์พึมพำ
" ในตำราหลอมสร้าง ต้องใช้แก่นธาตุแสง จึงจะเร่งความเร็วของเรือเหาะได้ " นนท์ส่ายหน้า
" จะไปหาที่ใด " นนท์พึมพำ
" หรือต้องไปยังจักรวาลที่เกี่ยวกับแสง " นนท์เรียกแผ่นที่จักรวาลออกมาแล้วตรวจดู
" น่าจะเป็นจักรวาลปรานแสง " นนท์พยักหน้า
" จากโลกมังกร ใช้เวลานานถึงหนึ่งเดือน " นนท์ถึงกับจิ๊ปาก
" ยังมีเวลาเหลืออีกมาก " นนท์พึมพำ แล้วเร่งทำการหยั่งรู้อักขระตัวที่ยี่สิบในทันใด
ยาวนานถึงสิบกว่าปีนนท์ทำการหยั่งรู้อักขระตัวที่ยี่สิบ
" ตูม " นนท์พยักหน้า
" ขั้นที่เจ็ดแล้ว พลังกายประมือกับสิบอักขระได้ หากผสานกฎเกณฑ์แห่งพลังก็จะประมือกับสิบสามอักขระได้ และหากใช้อาวุธ สิบหกหรือสิบเจ็ดอักขระก็มิใช่คู่มือ " นนท์พยักหน้า
นนท์ใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนของเวลาจริง หรือสามหมื่นเดือนในแหวนห้วงมิติ ฝึกฝนร่างกายจนแข็งแกร่งสูงสุด
นนท์ออกจากแหวนห้วงมิติ แล้วเรียกสภามาหารือ
" ข้าด้องขออภัยทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่ข้าล่าช้า " นนท์ประสานสองมือให้กับเหล่าผู้อาวุโส
" ท่านเจ้าสำนักใหญ่ ท่านคงกังวลเรื่องส่งศิษย์ไปแดนเทพ " นนท์พยักหน้า
" ท่านเจ้าเสำนักใหญ่ มิต้องกังวล พวกข้าได้เดินทางไปส่งเหล่าศิษย์ยังวิหารสีขาว ที่เมืองเมฆาแล้ว " นนท์ถึงกับแปลกใจ
" ท่านเจ้าสำนัก ท่านเปิดประตุวิหารได้รึ " นนท์เอ่ยถาม
" ครานั้นพวกเราลองพาศิษย์ไปยังวิหารสีขาว เพื่อลองเสี่ยงดูว่าจะเปิดประตูได้รึไม่ แต่เมื่อไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นน่าแปลกมาก " นนท์มองยังเจ้าสำนัก
" เมื่อพวกเราไปถึงประตูวิหารพลันเปิดออก พวกเราทกคนที่ไปต่างเดินเข้าไปใยวิหารสีบาว พวกเราพยายามอย่างยิ่งที่จะลองขึ้นไปยังเรือ แต่ก็ทำมิได้ คงมีเพียงศิษย์เท่านั้นที่ไปได้ " นนท์พยักหน้า
" ท่านพอจะทราบรึไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด " นนท์ส่ายหน้า
" ข้าก็มิอาจรู้ได้ " เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้า
" พวกท่านหยั่งรู้อักขระเทพ ได้มากมายเพียงใด " นนท์เอ่ยถาม
" เหล่าผู้อาวุโสของโลกมังกร ต่างหยั่งรู้อักขระเทพต่ำสุดที่สามตัว สูงสุดที่สิบเอ็ดตัว จำนวนหกสิบเจ็ดคน " นนท์พยักหน้าช้าๆ
" แล้วเหล่าศิษย์เป็นเช่นไรบ้าง " เจ้าสำนักพยักหน้า
" เวลานี้เหล่าศิษย์อยู่ที่ปฐมจักรพรรดิ์สองแสนล้าน จักรพรรดิ์แสนล้าน ราชันย์ขั้นต้นเจ็ดหมื่นล้าน ราชันย์ขั้นกลางห้าหมื่นล้าน นนท์ครุ่นคิด
" ราชันย์ขั้นปลายสามหมื่นล้าน ราชันย์สูงสุดหมื่นล้าน ราชันย์สูงสุดสมบูรณ์ห้าพันล้าน และมีศิษย์ที่ยังรู้อักขระเทพได้ยี่สิบคน " นนท์ยกยิ้ม
" มากมายยิ่งนัก " นนท์พึมพำ
" นี่รวมกับที่แดนเทพ และโลกของสหายข้ารึยัง " นนท์เอ่ยถาม
" ท่านเจ้าสำนักใหญ่ ยังมิรวมขอรับ " นนท์พยักหน้า
" ทรัพยากรที่มีเพียงพอรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม
" ท่านเจ้าสำนักใหญ่ เวลานี้เราค้นพบเหมืองหินปรานสรรพสิ่งราวห้าพันเหมืองขอรับ " นนท์พยักหน้า
" ท่านพบเจอบ่อน้ำปรานต่างบ้างรึไม่ " เหล่าผู้เฒ่าส่ายหน้า
" ให้ค้นหาบ่อน้ำปรานเพิ่ม เพราะในบ่อน้ำปรานที่ยังมีน้ำปรานอยู่นั้น ที่ก้นบ่อจะมีผลึกปราน " เหล่าสภาต่างแตกตื่น
" ท่านเจ้าสำนักใหญ่ จริงรึ " นนท์พยักหน้า
" ท่านเจ้าสำนักใหญ่ แล้วต้องค้นหาแบบใด " นนท์ยกยิ้ม
" บ่อน้ำปรานจะอยู่ด้านบนของเหมือง เมื่อเจอต้นเหมืองให้ขุดขึ้นด้านบน " เหล่าสภาพยักหน้า
" นี่คือผลึกปรานทุกชนิด ชนิดละร้อยล้านล้านก้อน " นนท์ยื่นแหวนมิติให้เจ้าสำนัก
" ขอบคุณท่านเจ้าสำนักใหญ่ " นนท์พยักหน้า
" ข้าว่า คงได้เวลาที่เราจัดตั้งกองกำลังของพวกเราแล้ว " เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้า
" ระหว่างที่ข้ามิอยู่ข้าอยากให้พวกท่าน ค้นหาโลกหนึ่งใบต่อหนึ่งจักรวาล มิต้องเอาโลกที่ดีที่สุด เอาโลกระดับกลาง " เหล่าสภาต่างงุนงง
" ลูกเขยข้า เหตุใดเจ้าจึงอยากจะจัดตั้งกองกำลัง " นนท์พยักหน้า
" ท่านพ่อตา เมื่อถึงเวลาข้าจะบอกทุกสิ่งแก่ท่าน " พ่อตาราชาพยักหน้า
" นี่คือมหาศาสตราวุธสวรรค์ และเสื้อเกราะ " เหล่าผู้อาวุโสของโลกมังกรต่างเร่งแจกจ่าย
" ลุกเขยข้า เจ้าเป็นเช่นไร " นนท์ยกยิ้ม
" ท่านพ่อตา ข้ายังมิสามารถบอกผู้ใดได้ในสิ่งที่ข้าคิด " พ่อตาราชาพยักหน้า
" หากเจ้าอยากจะพูด เจ้าก็พูดออกมาเถิด พวกข้าทุกคนในที่นี้พร้อมรับฟัง " นนท์พยักหน้า
" นี่ก็ได้เวลาที่จะต้องเดินทางอีกแล้ว เหล่าศิษย์พร้อมรึไม่ " เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้า
" เดือนหน้าเราจะเดินทาง " สภาโลกมังกรต่างหารือเรื่องราวต่างๆ
ก่อนเดินทางนนท์ได้ทำการเพิ่มเส้นปรานมังกรราวพันเส้น ทั้งยังวางค่ายค่ายกลระดับสังหารยี่สิบอักขระไว้
" ท่านพ่อตา นี่คือมหาศาสตราวุธระฆังยอดเทพสวรรค์ นี่คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด " นนท์ นำระฆังยอดสวรรค์ไว้ยังยอดของศิลาจิตทัศนะ
" ไปกันเถอะ " นนท์บังคับเรือเหาะไปยังแดนจักรพรรดิ์เพื่อรับศิษย์ของสำนักจักรพรรดิ์และศิษย์ที่ผ่านการคัดเลือกจากสำนักและตระกูลต่างๆ แล้วมุ่งหน้าไปยังแดนโกลาหลเมฆา
" เกิดอะไรขึ้นที่นี่ " นนท์มองยังโลกเมฆา เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายในเมืองเมฆา
วิหารหลังใหญ่ตั้งอยู่กลางเมืองเมฆา สำนักนักน้อยใหญ่ตั้งอยู่รายรอบด่านฝึกฝน สิ้งที่เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทำเอานนท์ถึงกับประหลาดใจ
" ผู้มาใหม่จ่ายหินปรานคนละพันชั่ง " นนท์โยนหินปรานให้ไป
" น้องชาย เกิดสิ่งใดขึ้นที่นี่ " นนท์เอ่ยถาม
" นายท่าน เหล่าตระกูลใหญ่และสำนักใหญ่ต่างรวมกันจัดตั้งสภา " นนท์พยักหน้า
" ถือว่าดี " นนท์เร่งพาเหล่าศิษย์ไปยังวิหารสีขาวในทันใด
" ครืน " นนท์ยื่นมือผลักประตู แล้วพยักหน้าให้เหล่าศิษย์ นนท์ก้าวเท้าเดินเข้าไปภายในวิหาร
" พวกเจ้าขึ้นไปยังเรือลำนั้น " นนท์ชี้นิ้วไปยังเรือเหาะ
" พ่อหนุ่ม ภารกิจของเจ้าครานี้อยู่ที่แดนเทพ " นนท์ทะยานร่างขึ้นเรือเหาะ นนท์ยกยิ้มให้กับเหล่าศิษย์
" ออกเดินทาง " เรือเหาะลำใหญ่ลอยเข้าในอุโมงค์มิติแล้วหายวับไป
" ข้าส่งภารกิจให้เจ้าแล้ว จงเร่งมือ เหลือเวลาน้อยมาก " นนท์พยักหน้า
" ยี่สิบสองอักขระ ทั้งยังผสานเศษกระดูกมารในร่าง กำลังจะฝื้นตื่น " นนท์สูดหายใจลึก