อสูรสยบสวรรค์ 2

    อสูรสยบสวรรค์ 2 ตอนที่ 45 : โลกาต้นกำเนิดสรรพสิ่ง

    เรือเหาะมากมายหลายร้อยลำ ลอยตัวอยู่ทั่วโลกเมฆา นนท์กวาดตามองยังเรือเหาะลำต่างๆ 


    " สูงสุดยี่สิบอักขระ พวกนี้มาจากโลกใด " นนท์ครุ่นคิด


    " นี่มันยอดเยื่อมมากว่าที่ข้าคาดคิดไว้ยิ่งนัก " ชายชราสิบห้าอักขระลอยตัวมายังศิลาอนันตกาลเต๋า 


    " ครานั้นข่าวแจ้งมาเป็นเพียงศิลามที แต่ครานี้เป็นถึงศิลาอนันตกาล " ชายชรายี่สิบอักขระเอ่ยขึ้น


    " เอาไปไปให้หมด " เสียงสั่งการจากบนเรือเหาะ 


    " ขอรับ " ชายชราสิบห้าอักขระ รับคำแล้ววาดมือเรียกศิลาอนันตกาลเต๋าทั้งสี่แผ่น


    " ครึก " ศิลาอนันตกาลเต๋าเพียงสั่นไหว 


    นนท์เพียงมองยังผู้ชราสิบห้าอักขระ 


    " ไอ้แก่ เจ้ามาถึงก็ลงมือปล้นชิงเลยรึ " นนท์ตะโกนถาม


    ชายชราหันมองยังนนท์ พลางตรวจสอบ " สิบเก้าอักขระ " ชายชราถึงกับหน้าซีด


    " เจ้าคิดจะปล้นชิงสมบัติของโลกเมฆารึ ข้าถามเจ้าครั้งที่สองแล้ว " นนท์จ้องไปยังแววตาที่หวาดหวั่นของชายชราสิบห้าอักขระ


    " ข้าเพียงทำตามคำสั่งของนายท่าน " นนท์พยักหน้า


    " ดี งั้นเรียกนายของเจ้าออกมา " นนท์มองยังเรือเหาะลำใหญ่


    " ข้า " ชายชราอ้ำอึ้ง 


    นนท์ส่ายหน้าแล้วสะบัดมือไล่ชายชราสิบห้าอักขระ ร่างของชายชราสิบห้าอักขระลอยไปกระแทกเข้ากับเรือเหาะลำใหญ่


    " ตึง " เรือเหาะลำใหญ่สั่นสะเทือนทั้งลำ


    " ไอ้ชั่ว " ชายชรายี่สิบอักขระลอยออกมา 


    " เจ้าเป็นผู้ใด ไฉนถึงกล้าทำร้ายคนของข้า " นนท์ลอยตัวเข้าหา


    " ข้าโจวนนท์ " นนท์จ้องยังร่างชรายี่สิบอักขระ


    " เพียงสิบเก้าอักขระ คิดรึว่าจะทำอันใดข้าได้ " ชายชราแสยะยิ้ม


    " ต่อหน้าข้าเจ้านั้นก็เป็นเพียงมดปลวก " นนท์พยักหน้า


    " ไอ้แก่ มาเถิด จะได้รู้ว่ามดปลวกตัวนี้กัดเจ็บมากเพียงใด " นนท์วาดมือสร้างห้วงมิติ


    " เชิญ " นนท์ผายมือให้ชายชรา


    " หึ " ชายชราแสยะยิ้ม ฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์ในทันที 


    " เปรี้ยง " ฝ่ามือใหญ่ทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็ว 


    นนท์ส่ายหน้า แล้วฟาดฝ่ามือเข้าต้านในทันที


    " ตูม " ร่างชราปลิวลอยไปไกล 


    โอสถฝึกกายทั้งหกขั้น และวิธีฝึกแบบที่กำหนดไว้ ส่งผลต่อพลังกายอย่างล้นเหลือ ภายใต้อักขระเทพมิมีผู้ใดในจักรวาลที่จะประมือได้อีกแล้ว


    " อั่ก " ชายชราถึงกับกระอักเลือดออกมา กระดูกทั่วร่างพลันแตกร้าว 


    " เหตุใดมันจึงแข็งแกร่งเช่นนี้ " ชายชราสูดหายใจเข้าลึก มองดูร่างสูงที่ทะยานเข้าหา


    " เพียงแค่นี้ เจ้าอย่าได้คิดว่าข้าจะพ่ายแพ้ " ชายชราผสานอักขระทั้งยี่สิบตัว 


    " ครืน " ปรานสังหารแผ่กดดันทั่ว โลกเมฆาทั้งใบพลันสั่นสะเทือน เหล่าผู้คนต่างร่ำร้องเพราะมิอาจรับแรงกดดันได้ไหว


    " เจ้ามีดีเพียงแค่นี้รึ " นนท์ผสานสิบเก้าอักขระ ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ชายชราในทันที


    " เปรี้ยง " ฟ้าสะท้าน ดินสะเทือน โลกาคลับคล้ายแตกดับ ดวงดาราน้อยใหญ่พลันสั่นไหว ทั้งห้วงมิติยังถูกฉีกจนขาดวิ่น


    " ครืน " ฝ่ามือยักษ์แสนจั้งถาโถมเข้าใส่ร่างชรา แรงกดดันมหาศาลถั่งโถมเข้าใส่


    " อา " ร่างชราถึงกับแข็งค้าง แรงกดดันมากมายเกินรับได้ไหว กดข่มทุกช่องทางการหนี เหงื่อกาฬหลั่งไหลจนชุดเปียกชุ่ม 


    " หยุดมือ " เลือดเก่าทะลักออกมาเปอระเปื้อนชุดขาว 


    " ได้โปรด " นนท์สะบัดมือ ฝ่ามือยักษ์แสนจั้งพลันหายวับไป


    " ขอบคุณ " ร่างชราหอบหายใจถี่หนัก หากมิเจอกับตนเองมิมีทางเชื่อได้ว่า สิบเก้าอักขระจะชนะยี่สิบอักขระได้ 


    " ไอ้แก่ เห็นที่เจ้านั้น ยังมิได้ลงมือสังหารผู้ใด ข้าจะเว้นชีวิตของพวกเจ้าไว้ " ชายชราพยักหน้า


    นนท์ชี้นิ้วไปยังทะเลความรู้ของชายชรา " ข้าขอบอกเจ้า ข้าโจวนนท์เป็นผู้พิทักษ์จักรวาลปฐมภูมิ เจ้าจงกลับไปยังที่ที่เจ้าจากมาและอย่าได้ยุ่งวุ่นวาย กับจักรวาลเบื้องล่างอีก " นนท์เอ่ยเสียงเครียด


    ชายชราพยักหน้า แล้วเร่งไปยังเรือเหาะของตนแล้วบังคับเรือเหาะจากไป


    " ผู้เฒ่าทั้งหลาย ได้เวลาที่ทุกท่านต้องทำการหยั่งรู้อักขระเทพแล้ว " นนท์เอ่ยขึ้น 


    " ข้าจะสร้างวิหารให้พวกเจ้า " นนท์เร่งหาสถานที่เพื่อสร้างวิหาร


    " เป็นที่นี่เหมาะนัก " นนท์วาดมือส่งแร่ทองอนันตกาล หลอมสร้างวิหารสีทอง แล้วผสานวิหารเข้ากับผืนปฐพีของโลกเมฆา


    " เข้าไปดูภายในกัน " นนท์เดินนำเหล่าผู้อาวุโส เหล่าผู้อาวุโสต่างแข็งค้างกับภาพที่เห็น 


    " อาจารย์โจว ตัวอักษรเหล่านี้เป็นอักขระเทพรึ " นนท์พยักหน้า


    " ใช่ นี่คืออักขระเทพทั้งสี่สิบแปดตัว พวกท่านก็หาเวลาหยั่งรู้เอาเถิด และภายในวิหารนี้ ข้าได้สลักค่ายกลเร่งเวลาหมื่นเท่าไว้ " นนท์มองยังเหล่าผู้เฒ่าทั้งหลาย


    " ได้เวลาที่ข้าต้องไปแล้ว " นนท์กวาดตามองยังเหล่าผู้เฒ่า


    " อาจารย์โจว หากพวกนั้นมาจะทำเช่นไร " ผู้เฒ่าผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น


    " พวกเจ้ามิต้องกังวล ข้าได้วางค่ายกลสังหารไว้ทั่วแล้ว หากผู้ที่มามีขั้นอักขระต่ำกว่ายี่สิบตัว จะถูกสังหารสิ้น " นนท์บอกวิธีการใช้งานค่ายกลสังหาร แล้วจากไป


    " กลับบ้านดีกว่า " นนท์เร่งเรือเหาะกลับไปยังโลกมังกรทันที


    เมื่อมาถึงยังโลกมังกร งานเลี้ยงต้อนรับลูกเขย ได้อุบัติขึ้นยาวนานถึงหนึ่งเดือน


    " ไอ้แก่นั่นอยู่ยังโลกาต้นกำเนิดสรรพสิ่ง " ภาพความทรงจำของชายชราผุดขึ้นในหัวของนนท์


    แสงสวรรค์เจ็ดสีสาดส่องจากดวงสุริยัน รัศมีเจ็ดสีจากสุริยันครอบครองทั่วน่านฟ้าที่กว้างใหญ่


    ขุนเขาน้อยใหญ่มากมายเหลือคณนานับ ทั้งแม่น้ำ ลำธารมากมายหลายเส้นสายทอดยาวมิรู้จบ


    โลกาต้นกำเนิดสรรพสิ่งกว้างใหญ่ไพศาลหาที่สิ้นสุดมิได้ กว้างใหญ่เกินกว่าจักรวาลทั้งจักรวาล 


    ทั้งยังอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรและสมุนไพรมากมาย


    สินแร่มากมายรอการค้นพบ แต่กระนั้นผู้คนจากแดนดินต้นกำเนิดสรรพสิ่งยังเที่ยวออกปล้นชิงอยู่เป็นนิจ


    ปรานเทพยังเข้มข้นขั้นสูงสุด ราวกับว่าเป็นแดนดินแห่งทวยเทพอย่างแท้จริง


    พลังฟ้าดินล้ำลึกเกินหยั่งถึงพวยพุ่งออกมามิขาดสาย พลังฟ้าดินสุดลึกล้ำนี้ยังช่วยปรับแต่งกายาให้สมบูรณ์ 


    เส้นปรานมังกรต้นกำเนิดที่แข็งแกร่งและทรงพลัง ถือเป็นเส้นปรานมังกรผู้ให้กำเนิดเส้นปรานมังกรทั้งหลาย


    ต้นไม้แห่งชีวิตมากมายสุดแสนดาษดื่น ปลดปล่อยพลังแห่งชีวิตเข้มข้นปกคลุมทั่วโลกา


    สายนทีพลังวิญญาณทอดยาวไกลมิรู้จบ ปรานวิญญาณเข้มข้นสุดพรรณาล่องลอยทั่วแดนดิน


    " เป็นดินแดนที่วิเศษยิ่งนัก " นนท์พึมพำ


    " หากได้ฝึกที่นี่คงดีมิน้อย " นนท์พยักหน้า


    " หรือจะเป็นดินแดนเห่งทวยเทพแท้จริง " นนท์ครุ่นคิดตามความทรงจำของชายชรา


    " ไอ้แก่ หากเลือกมาอยู่ยังโลกเบื้องล่างคงมิแคล้วเป็นผู้ยิ่งใหญ่ " นนท์เริ่มหนักใจ


    " ยี่สิบอักขระสำหรับที่นั่นเป็นเพียงมดปลวก ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงหยั่งรู้ได้ถึงสี่สิบแปดอักขระ " นนท์ถอนหายใจหนัก


    " หากไปอยู่ที่นั่น คงต้องเข้าร่วมสำนัก " นนท์ครุ่นคิด


    " แต่ละปีผู้ที่ถูกคัดเลือกโดยบรรพตเทพบรรพกาล เมื่อหยั่งรู้อักขระได้ยี่สิบตัวและอายุมิเกิน ก็จะได้ไปฝึกฝนยังโลกาต้นกำเนิด " นนท์สูดหายใจเข้าลึก


    " ต้องหยั่งรู้ถึงยี่สิบอักขระเลยรึ " นนท์พึมพำ


    " หากไปพร้อมกันทุกคน ย่อมเป็นการดี แต่หากไปคราละคน เกิดปัญหาขึ้นแน่ " นนท์มองยังเตาสรรพสิ่งที่วางอยู่ตรงหน้า


    " ไอ้แก่เดินทางมาได้เช่นไร " นนท์ค้นในทะเลความรู้ของชายชรา


    " มาตามเส้นทางค่ายกลโบราณ ขนาดไอ้แก่นี่ใช้เรือเหาะขั้นสวรรค์ยังใช้เวลาเดินทางมาถึงโลกเมฆาตั้งหกปี " นนท์พึมพำ 


    " คงต้องยกระดับเรือเหาะให้เร็วขึ้น " นนท์พึมพำ 


    " ในตำราหลอมสร้าง ต้องใช้แก่นธาตุแสง จึงจะเร่งความเร็วของเรือเหาะได้ " นนท์ส่ายหน้า


    " จะไปหาที่ใด " นนท์พึมพำ


    " หรือต้องไปยังจักรวาลที่เกี่ยวกับแสง " นนท์เรียกแผ่นที่จักรวาลออกมาแล้วตรวจดู


    " น่าจะเป็นจักรวาลปรานแสง " นนท์พยักหน้า


    " จากโลกมังกร ใช้เวลานานถึงหนึ่งเดือน " นนท์ถึงกับจิ๊ปาก


    " ยังมีเวลาเหลืออีกมาก " นนท์พึมพำ แล้วเร่งทำการหยั่งรู้อักขระตัวที่ยี่สิบในทันใด 


    ยาวนานถึงสิบกว่าปีนนท์ทำการหยั่งรู้อักขระตัวที่ยี่สิบ


    " ตูม " นนท์พยักหน้า


    " ขั้นที่เจ็ดแล้ว พลังกายประมือกับสิบอักขระได้ หากผสานกฎเกณฑ์แห่งพลังก็จะประมือกับสิบสามอักขระได้ และหากใช้อาวุธ สิบหกหรือสิบเจ็ดอักขระก็มิใช่คู่มือ " นนท์พยักหน้า


    นนท์ใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนของเวลาจริง หรือสามหมื่นเดือนในแหวนห้วงมิติ ฝึกฝนร่างกายจนแข็งแกร่งสูงสุด


    นนท์ออกจากแหวนห้วงมิติ แล้วเรียกสภามาหารือ


    " ข้าด้องขออภัยทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่ข้าล่าช้า " นนท์ประสานสองมือให้กับเหล่าผู้อาวุโส


    " ท่านเจ้าสำนักใหญ่ ท่านคงกังวลเรื่องส่งศิษย์ไปแดนเทพ " นนท์พยักหน้า


    " ท่านเจ้าเสำนักใหญ่ มิต้องกังวล พวกข้าได้เดินทางไปส่งเหล่าศิษย์ยังวิหารสีขาว ที่เมืองเมฆาแล้ว " นนท์ถึงกับแปลกใจ


    " ท่านเจ้าสำนัก ท่านเปิดประตุวิหารได้รึ " นนท์เอ่ยถาม


    " ครานั้นพวกเราลองพาศิษย์ไปยังวิหารสีขาว เพื่อลองเสี่ยงดูว่าจะเปิดประตูได้รึไม่ แต่เมื่อไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นน่าแปลกมาก " นนท์มองยังเจ้าสำนัก


    " เมื่อพวกเราไปถึงประตูวิหารพลันเปิดออก พวกเราทกคนที่ไปต่างเดินเข้าไปใยวิหารสีบาว พวกเราพยายามอย่างยิ่งที่จะลองขึ้นไปยังเรือ แต่ก็ทำมิได้ คงมีเพียงศิษย์เท่านั้นที่ไปได้ " นนท์พยักหน้า


    " ท่านพอจะทราบรึไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด " นนท์ส่ายหน้า 


    " ข้าก็มิอาจรู้ได้ " เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้า


    " พวกท่านหยั่งรู้อักขระเทพ ได้มากมายเพียงใด " นนท์เอ่ยถาม


    " เหล่าผู้อาวุโสของโลกมังกร ต่างหยั่งรู้อักขระเทพต่ำสุดที่สามตัว สูงสุดที่สิบเอ็ดตัว จำนวนหกสิบเจ็ดคน " นนท์พยักหน้าช้าๆ


    " แล้วเหล่าศิษย์เป็นเช่นไรบ้าง " เจ้าสำนักพยักหน้า


    " เวลานี้เหล่าศิษย์อยู่ที่ปฐมจักรพรรดิ์สองแสนล้าน จักรพรรดิ์แสนล้าน ราชันย์ขั้นต้นเจ็ดหมื่นล้าน ราชันย์ขั้นกลางห้าหมื่นล้าน นนท์ครุ่นคิด


    " ราชันย์ขั้นปลายสามหมื่นล้าน ราชันย์สูงสุดหมื่นล้าน ราชันย์สูงสุดสมบูรณ์ห้าพันล้าน และมีศิษย์ที่ยังรู้อักขระเทพได้ยี่สิบคน " นนท์ยกยิ้ม


    " มากมายยิ่งนัก " นนท์พึมพำ


    " นี่รวมกับที่แดนเทพ และโลกของสหายข้ารึยัง " นนท์เอ่ยถาม


    " ท่านเจ้าสำนักใหญ่ ยังมิรวมขอรับ " นนท์พยักหน้า


    " ทรัพยากรที่มีเพียงพอรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม


    " ท่านเจ้าสำนักใหญ่ เวลานี้เราค้นพบเหมืองหินปรานสรรพสิ่งราวห้าพันเหมืองขอรับ " นนท์พยักหน้า


    " ท่านพบเจอบ่อน้ำปรานต่างบ้างรึไม่ " เหล่าผู้เฒ่าส่ายหน้า


    " ให้ค้นหาบ่อน้ำปรานเพิ่ม เพราะในบ่อน้ำปรานที่ยังมีน้ำปรานอยู่นั้น ที่ก้นบ่อจะมีผลึกปราน " เหล่าสภาต่างแตกตื่น 


    " ท่านเจ้าสำนักใหญ่ จริงรึ " นนท์พยักหน้า


    " ท่านเจ้าสำนักใหญ่ แล้วต้องค้นหาแบบใด " นนท์ยกยิ้ม


    " บ่อน้ำปรานจะอยู่ด้านบนของเหมือง เมื่อเจอต้นเหมืองให้ขุดขึ้นด้านบน " เหล่าสภาพยักหน้า


    " นี่คือผลึกปรานทุกชนิด ชนิดละร้อยล้านล้านก้อน " นนท์ยื่นแหวนมิติให้เจ้าสำนัก 


    " ขอบคุณท่านเจ้าสำนักใหญ่ " นนท์พยักหน้า


    " ข้าว่า คงได้เวลาที่เราจัดตั้งกองกำลังของพวกเราแล้ว " เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้า


    " ระหว่างที่ข้ามิอยู่ข้าอยากให้พวกท่าน ค้นหาโลกหนึ่งใบต่อหนึ่งจักรวาล มิต้องเอาโลกที่ดีที่สุด เอาโลกระดับกลาง " เหล่าสภาต่างงุนงง


    " ลูกเขยข้า เหตุใดเจ้าจึงอยากจะจัดตั้งกองกำลัง " นนท์พยักหน้า


    " ท่านพ่อตา เมื่อถึงเวลาข้าจะบอกทุกสิ่งแก่ท่าน " พ่อตาราชาพยักหน้า


    " นี่คือมหาศาสตราวุธสวรรค์ และเสื้อเกราะ " เหล่าผู้อาวุโสของโลกมังกรต่างเร่งแจกจ่าย


    " ลุกเขยข้า เจ้าเป็นเช่นไร " นนท์ยกยิ้ม


    " ท่านพ่อตา ข้ายังมิสามารถบอกผู้ใดได้ในสิ่งที่ข้าคิด " พ่อตาราชาพยักหน้า


    " หากเจ้าอยากจะพูด เจ้าก็พูดออกมาเถิด พวกข้าทุกคนในที่นี้พร้อมรับฟัง " นนท์พยักหน้า


    " นี่ก็ได้เวลาที่จะต้องเดินทางอีกแล้ว เหล่าศิษย์พร้อมรึไม่ " เหล่าผู้อาวุโสต่างพยักหน้า


    " เดือนหน้าเราจะเดินทาง " สภาโลกมังกรต่างหารือเรื่องราวต่างๆ 


    ก่อนเดินทางนนท์ได้ทำการเพิ่มเส้นปรานมังกรราวพันเส้น ทั้งยังวางค่ายค่ายกลระดับสังหารยี่สิบอักขระไว้ 


    " ท่านพ่อตา นี่คือมหาศาสตราวุธระฆังยอดเทพสวรรค์ นี่คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด " นนท์ นำระฆังยอดสวรรค์ไว้ยังยอดของศิลาจิตทัศนะ


    " ไปกันเถอะ " นนท์บังคับเรือเหาะไปยังแดนจักรพรรดิ์เพื่อรับศิษย์ของสำนักจักรพรรดิ์และศิษย์ที่ผ่านการคัดเลือกจากสำนักและตระกูลต่างๆ แล้วมุ่งหน้าไปยังแดนโกลาหลเมฆา


    " เกิดอะไรขึ้นที่นี่ " นนท์มองยังโลกเมฆา เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายในเมืองเมฆา


    วิหารหลังใหญ่ตั้งอยู่กลางเมืองเมฆา สำนักนักน้อยใหญ่ตั้งอยู่รายรอบด่านฝึกฝน สิ้งที่เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทำเอานนท์ถึงกับประหลาดใจ


    " ผู้มาใหม่จ่ายหินปรานคนละพันชั่ง " นนท์โยนหินปรานให้ไป


    " น้องชาย เกิดสิ่งใดขึ้นที่นี่ " นนท์เอ่ยถาม


    " นายท่าน เหล่าตระกูลใหญ่และสำนักใหญ่ต่างรวมกันจัดตั้งสภา " นนท์พยักหน้า


    " ถือว่าดี " นนท์เร่งพาเหล่าศิษย์ไปยังวิหารสีขาวในทันใด


    " ครืน " นนท์ยื่นมือผลักประตู แล้วพยักหน้าให้เหล่าศิษย์ นนท์ก้าวเท้าเดินเข้าไปภายในวิหาร 


    " พวกเจ้าขึ้นไปยังเรือลำนั้น " นนท์ชี้นิ้วไปยังเรือเหาะ


    " พ่อหนุ่ม ภารกิจของเจ้าครานี้อยู่ที่แดนเทพ " นนท์ทะยานร่างขึ้นเรือเหาะ นนท์ยกยิ้มให้กับเหล่าศิษย์


    " ออกเดินทาง " เรือเหาะลำใหญ่ลอยเข้าในอุโมงค์มิติแล้วหายวับไป 


    " ข้าส่งภารกิจให้เจ้าแล้ว จงเร่งมือ เหลือเวลาน้อยมาก " นนท์พยักหน้า


    " ยี่สิบสองอักขระ ทั้งยังผสานเศษกระดูกมารในร่าง กำลังจะฝื้นตื่น " นนท์สูดหายใจลึก