บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน

            ณ สนามฝึกยุทธ์โรงเรียนเซิ่งหลัน ธงทิวปลิวไสวทุกหนทุกแห่ง เสียงกลองสนั่นหวั่นไหวไปทั่วสนาม

            การสอบปลายปีที่เฝ้ารอคอยกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับนักเรียนทุกคน

            นักเรียนจากชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นและชั้นเรียนผู้ควบคุมจิตอสูรเบื้องต้นต่างมารวมตัวกันอยู่บริเวณกลางสนามฝึกยุทธ์แม้แต่เนี่ยหลี ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกที่ไม่ได้เข้าชั้นเรียนมาเป็นเวลาเกือบสองเดือนก็โผล่มายืนรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆในชั้น

            เห็นเนี่ยหลีมาถึง ทั้งเยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อต่างเดินเข้าไปหา

            ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนชายในชั้นเดียวกันหรือชั้นอื่นๆ เมื่อเห็นสองงามสะคราญโฉมกำลังยืนอยู่ข้างกายเนี่ยหลีแต่ละคนต่างเต็มไปด้วยความอิจฉาไม่จบไม่สิ้น

            เจ้าบ้าเนี่ยหลีเกินไปแล้ว คนเดียวกลับเอาทรัพยากรอันมีค่าเอาไว้คนเดียว

            เนี่ยหลีมองเยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อร์ เด็กสาวสองคนนี้ยิ่งงดงามกว่าเดิมอีก ราวกับเทพธิดาน้อยก็ไม่ปานไม่ว่าจะเป็นเพราะผลจากการฝึกเคล็ดวิชาปีกมังกรสายฟ้าวายุหรือเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักรหรือไม่ก็ตามเคล็ดวิชาทั้งสองนี้ทรงอานุภาพยิ่ง พวกมันสามารถกลั่นร่างกายขับสิ่งไม่บริสุทธิ์ออกมาทำให้เด็กสาวทั้งสองมีรัศมีกายที่เจิดจ้าราวกับผู้เป็นอมตะแล้ว 

            เมื่อไม่นานมานี้ทั้งเยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อต่างมีความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์อย่างรวดเร็วยิ่งเหนือชั้นกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันไปเป็นอันมาก

            ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเยี่ยจื่ออวิ๋นหรือเซียวหนิงเอ๋อร์ ทั้งคู่ต่างรู้สึกสำนึกถึงบุญคุณของเนี่ยหลี หากไม่ได้ความช่วยเหลือของเขาพวกนางก็คงไม่มีความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์รวดเร็วถึงเพียงนี้

            เยี่ยจื่ออวิ๋นดูเหมือนจะเห็นใครบางคน หลังจากทักทายเนี่ยหลีสองสามคำก็ขอตัวจากไป!

            “เนี่ยหลี เมื่อเร็วๆนี้ข้าได้ยินคนที่บ้านพูดกันว่าการค้าของตระกูลเทียนเหินถูกพวกตระกูลเสินเซิ่งกดดันอย่างมาก”เซียวหนิงเอ๋อเดินเข้ามาถึงข้างกายของเนี่ยหลีและกระซิบ

            “แค่เรื่องการค้าหรือที่ถูกกดดัน?” แววตาของเนี่ยหลีล้ำลึกขณะถาม

            “อืม!” เซียวหนิงเอ๋อพยักหน้า ต่อให้มีอิทธิพลเพียงใดตระกูลเสินเซิ่งก็ทำได้แค่เพียงกดดันครอบครัวอื่นๆ ในด้านการค้าเท่านั้นเพราะเมืองกวงฮุยมีข้อห้ามเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในอย่างเข้มงวดนัก หากตระกูลเสินเซิ่งกล้าลงมือเข่นฆ่าผู้คนในตระกูลเทียนเหินเดาว่าผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนาน อย่างท่านเยี่ยโม่และท่านเจ้าเมืองคงไม่ยอมปล่อยตระกูลเสินเซิ่งเป็นแน่!

            “เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรน่าห่วงแล้ว!” เนี่ยหลีพูดเบาๆตั้งแต่สมาคมนักปรุงยาวิเศษเริ่มขายยาเหล่านั้นเนี่ยหลีมีรายได้ต่อวันกว่าล้านเหรียญ รายได้วันเดียวก็มีค่ามากกว่าการค้าขายของตระกูลเทียนเหินหลายปีแล้วการค้าของตระกูลเทียนเหินถูกกดดันจึงไม่นับว่าเป็นอะไรมากรอการทดสอบปลายปีเสร็จสิ้นลงเขาก็จะกลับบ้าน ถึงเวลานั้นย่อมสามารถพลิกแพลงสถานการณ์ของตระกูลเทียนเหินได้

            แม้มิได้ห่วงนักว่าตระกูลเสินเซิ่งจะทำอะไรแต่จำต้องระมัดระวังสมาคมมืดที่ร่วมมือกับตระกูลเสินเซิ่งให้ดี! สมาคมมืดไม่สนใจกฎหมายของเมืองกวงฮุยแต่โชคดีที่เมืองกวงฮุยมีความสงบสุขอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังป้องกันเมืองดังนั้นสมาคมมืดจึงไม่อาจทำอะไรในเมืองกวงฮุยได้ตามอำเภอใจ

            ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหา ที่แท้เป็นเสิ่นเฟยเสิ่นเยวี่ยและพวกนั่นเอง เห็นเนี่ยหลีกำลังคุยอยู่กับเซียวหนิงเอ๋อร์ ดวงตาของเสิ่นเฟยทอประกายความชั่วร้ายออกมา ทว่าเพียงวูบเดียวสายตานั้นก็หายไป

            เมื่อเห็นเสิ่นเฟยเดินตรงเข้ามาหาใบหน้าของเซียวหนิงเอ๋อพลันซีดขาวขึ้นเล็กน้อย นางขบริมฝีปากและตั้งใจจะขยับเดินไปด้านข้างสองสามก้าวนางไม่กลัวเสิ่นเฟยแม้แต่น้อยเพราะนางได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะต่อสู่กับตระกูลเสินเซิ่งจนถึงที่สุดแต่อย่างไรก็ตาม นางยังคงเป็นกังวลว่าจะสร้างปัญหาให้แก่เนี่ยหลี

            เห็นท่าทางว้าวุ่นใจเล็กน้อยของเซียวหนิงเอ๋อร์ เนี่ยหลีจึงยื่นมือออกไปคว้าแขนของเซียวหนิงเอ๋อเอาไว้และยิ้มพร้อมกับพูดว่า “หนิงเอ๋อร์ เจ้าจะไปไหน?”

            “เนี่ยหลี รีบปล่อยข้าเร็วเข้า ข้าเกรงว่าจะสร้างปัญหาให้แก่เจ้า!” เซียวหนิงเอ๋อเอ่ยเบาๆ

            เนี่ยหลียักไหล่และพูดเรียบๆ ว่า“ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่งมีอะไรน่ากลัวกัน?” แม้จะมีผ้าไหมผืนบางกั้นอยู่เนี่ยหลียังคงสัมผัสได้ถึงผิวนุ่มลื่นของเซียวหนิงเอ๋อ

            สองแก้มของเซียวหนิงเอ๋อแดงระเรื่อและเอียงอายเล็กน้อยท่วงท่าชวนให้จิตใจของผู้คนต้องหวั่นไหวเช่นนั้นทำให้บรรดาเด็กหนุ่มรอบด้านอดที่จะมองจนทำตัวไม่ถูกแล้วในใจของเซียวหนิงเอ๋ออดที่จะบังเกิดความรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมามิได้ เพื่อนางแล้วเนี่ยหลีไม่ลังเลที่จะหันไปเผชิญหน้ากับตระกูลเสินเซิ่งหรือ?

            “ปล่อยมือของเจ้าเดี๋ยวนี้!” เสิ่นเฟยเห็นท่าทีเอียงอายและซาบซึ้งของเซียวหนิงเอ๋อร์ อดที่จะอิจฉาริษยาเนี่ยหลีจนแทบบ้ามิได้ มือข้างหนึ่งผลักเนี่ยหลีออกไป

            ท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมของเนี่ยหลีกับเซียวหนิงเอ๋อในที่สาธารณะไม่ต่างกับการตบหน้าเสิ่นเฟยเพราะแทบทุกคนต่างรู้ดีว่าเซียวหนิงเอ๋อคือคู่หมายของเขา! ท่าทางที่เซียวหนิงเอ๋อปฏิบัติต่อเนี่ยหลีไม่ต่างกับการสวมหมวกเขียว (สวมเขา) ไว้บนหัวของเขาแล้ว!

            รับรู้ได้ถึงฝ่ามือที่ใกล้เข้ามาของเสิ่นเฟย เนี่ยหลีขยับท่าทาง มือขวาดึงครั้งหนึ่งพาเซียวหนิงเอ๋อเบี่ยงตัวให้พ้นทาง หลบหลีกจากฝ่ามือของเสิ่นเฟยเวลาเดียวกันยังผลักเสิ่นเฟยออกไปได้อีก

            เสิ่นเฟยมองไม่ออกว่าเนี่ยหลีใช้วิธีการอะไรกันแน่จึงสามารถหลบพ้นฝ่ามือของเขาไปได้ เสี้ยวขณะต่อมาก็พลันมีฝ่ามือหนึ่งพุ่งออกมาทำให้เขาซวนเซถดถอยไปหลายก้าว ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นจ้องมองเนี่ยหลีเขาพลันพบว่าตนประเมินเนี่ยหลีต่ำไปต้องทราบว่าเสิ่นเฟยนั้นเป็นนักสู้ระดับเงินสามดาวผู้หนึ่งแล้วแต่เนี่ยหลียังสามารถหลบการโจมตีของเขาได้ ทั้งยังตอบโต้มาหนึ่งฝ่ามืออีกด้วย

            ผู้เห็นเหตุการณ์รอบด้านต่างพากันตะลึงงันเสิ่นเฟยมาจากชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลันและเขากลับเป็นฝ่ายแบกรับความพ่ายแพ้แก่เนี่ยหลี เรื่องนี้น่าตกใจเกินไปแล้วทุกคนกำลังแปลกใจว่าเนี่ยหลีขณะนี้อยู่ในระดับใดแล้วกันแน่

            “เจ้าก็คือเนี่ยหลีรึ?” ดวงตาของเสิ่นเฟยหรี่ตำลงจ้องมองเนี่ยหลีอย่างเย็นชา

            “ไม่ผิดหรอก เจ้าเป็นใครรึ?” เนี่ยหลีรู้อยู่แล้วยังแกล้งถามมือขวาวางอยู่บนเอวคอดกิ่วของเซียวหนิงเอ๋อร์ ท่าทางเช่นนี้ค่อนข้างกำกวมเล็กน้อยเนี่ยหลีจงใจ เขาจงใจตอกย้ำความเกลียดชังของเสิ่นเฟยและเบนความสนใจมาที่ตนทำให้เสิ่นเฟยเข้าใจว่าเขาเองเป็นคนที่คอยไล่ตามเซียวหนิงเอ๋อร์ ด้วยวิธีนี้เสิ่นเฟยย่อมไม่หันไปทำร้ายเซียวหนิงเอ๋อ

            แม้ก่อนหน้านี้นางมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับเนี่ยหลีทว่าเมื่อถูกเขากอดเอวเอาไว้เช่นนี้ต่อหน้าผู้คนใบหน้าของเซียวหนิงเอ๋อก็อดร้อนผะผ่าวขึ้นมามิได้

            นักเรียนรอบด้านพากันทำสีหน้ายอมรับ เนี่ยหลีเจ้าช่างเก่งจริงๆกล้ากอดเอวของคู่หมายผู้อื่นต่อหน้าธารกำนัล ยังกล้าถามอีกฝ่ายว่าเป็นใคร พวกเขาพลันสังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่างเทพธิดาหนิงเอ๋อไม่มีท่าทีขัดขืนเนี่ยหลีแม้แต่น้อยดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองจะไม่ธรรมดาจริงๆ!

            ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ปอดของเสิ่นเฟยก็แทบจะระเบิดออกมาด้วยความโมโหแล้วสองตาเบิกกว้าง เส้นเลือดดำตรงลำคอปูดโปน เขาจ้องเนี่ยหลีตาเขม็งและพูดว่า “เจ้าจำไว้ให้ดี ข้าชื่อเสิ่นเฟย เป็นคู่หมั้นของหนิงเอ๋อ!”

            “คู่หมั้นของหนิงเอ๋อรึ? ใครยอมรับกัน? หนิงเอ๋อร์ เขาเป็นคู่หมั้นของเจ้าหรือ?” เนี่ยหลีหันไปมองเซียวหนิงเอ๋อร์ ยังไม่ทันฟังคำตอบจากนางเขาก็หันไปมองและยิ้มให้เสิ่นเฟย “เจ้าดูคงไม่ใช่กระมัง? เจ้าเป็นตัวอะไรกัน? คางคกคิดอยากกินเนื้อห่านฟ้ารึรีบตื่นได้แล้ว! เจ้ามีคุณสมบัติพอที่จะรับหนิงเอ๋อของบ้านข้าเป็นภรรยาเจ้าหรือ?”

            เซียวหนิงเอ๋อมองจนทำตัวไม่ถูกแล้ว นางยังไม่ทันได้ตอบอะไร

            บรรดานักเรียนรอบด้านก็ทำตัวไม่ถูกแล้วเช่นกันเจ้าบ้าเนี่ยหลีไร้ยางอายเกินไปแล้ว เทพธิดาหนิงเอ๋อยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย!

            “เขาไม่ใช่คู่หมั้นของข้า ข้าไม่เคยยอมรับ!” เซียวหนิงเอ๋อหันมองเสิ่นเฟยตรงหน้าแสดงท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์ยิ่ง นางรู้ดีว่าเสิ่นเฟยเป็นคนเช่นไรไม่นานมานี้เสิ่นเฟยเพิ่งรอดพ้นจากคุกตารางมาได้เพราะเขาไปล่วงเกินเด็กนักเรียนหญิงสองคนและหาผู้รับผิดแทนแต่ก่อนนี้นางถูกบังคับจากแรงกดดันของตระกูลเสินเซิ่ง จึงไม่กล้าพูดอะไรทว่าบัดนี้นางไม่ยินดีที่จะทนอีกต่อไปแล้ว

            เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวหนิงเอ๋อร์ สองตาของเสิ่นเฟยทั้งเย็นชาทั้งตะลึงงันเขาพูดอย่างเย็นชาว่า “เซียวหนิงเอ๋อร์ นี่เป็นสิ่งที่เจ้าพูดเอง อย่าได้เสียใจภายหลังก็แล้วกัน! ตระกูลเล็กๆ เช่นตระกูลอี้หลง ยังกล้าคิดขัดต่อสวรรค์รึ?”

            ได้ยินคำพูดของเสิ่นเฟย ใบหน้าของเซียวหนิงเอ๋อซีดขาวลงเล็กน้อยนางรู้ดีว่ากำลังของตระกูลอี้หลงย่อมไม่อาจต่อกรกับตระกูลเสินเซิ่งได้ต่อไปตระกูลอี้หลงคงต้องทนทุกข์กับแรงโจมตีปานฟ้าผ่าจากตระกูลเสินเซิ่งเป็นแน่อย่างไรก็ตาม หากจะให้เซียวหนิงเอ๋อยอมจำนนก็คงเป็นไปไม่ได้ หากนางต้องอยู่กับเสิ่นเฟยทุกขณะจิตของนางคงต้องเต็มไปด้วยความรู้สึกขยะแขยงเป็นแน่!

            เมื่อได้ยินคำโต้ตอบระหว่างเซียวหนิงเอ๋อกับเสิ่นเฟยนักเรียนรอบด้านพลันเข้าใจแล้วเสิ่นเฟยอาศัยอำนาจจากตระกูลเสิ่นเซิงเข้ากดดันตระกูลอี้หลงบีบบังคับเซียวหนิงเอ๋อ! เซียวหนิงเอ๋อมิได้ชอบพอเสิ่นเฟยแม้แต่น้อย!

            “ต่ำช้าไร้ยางอายนัก!”

            “ที่แท้พวกตระกูลเสินเซิ่งก็เป็นคนเช่นนี้นี่เอง!”

            “มิน่าเล่า เทพธิดาหนิงเอ๋อแม้เป็นคู่หมายของเสิ่นเฟยนางกลับไม่เคยต้องการพบปะพูดคุยกับเขาเลยแม้แต่น้อย ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!”

            นักเรียนรอบด้านคุยกันใหญ่เวลานี้สายตาที่พวกเขาใช้จ้องมองเนี่ยหลีไม่หลงเหลือความเป็นศัตรูเช่นเมื่อครู่นี้อีกแล้วตรงกันข้าม ทุกคนได้แต่ยอมรับเนี่ยหลี นอกจากเนี่ยหลีแล้วยังจะมีผู้ใดกล้าขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่งอีกผู้ใดจะมีความกล้าพอที่จะปกป้องเทพธิดาหนิงเอ๋อจากไฟนรกนี้เล่า?

            ได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกนักเรียนใบหน้าของเสิ่นเฟยยิ่งเคร่งเครียดน่าเกลียดยิ่งนักดวงตาเย็นชากวาดมองนักเรียนรอบด้าน พวกนักเรียนรอบตัวที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์หวาดก็กลัวขึ้นมาทันทีไม่กล้าพูดอะไรต่อไปอีก

            “หากมีปัญหาอะไรก็มาหาข้าได้โดยตรง ข่มขู่สตรีเพศอ่อนแอผู้หนึ่งถือเป็นความสามารถอันใดได้เล่า?ไม่ว่าเจ้าอยากเล่นอะไรข้าเนี่ยหลีก็ยินดีที่จะเล่นกับเจ้าได้ทุกเมื่อ!” เนี่ยหลีจ้องมองเสิ่นเฟยอย่างภาคภูมิกับคนเช่นเสิ่นเยวี่ยและเสิ่นเฟย พวกมันถือเป็นเพียงบันไดขั้นหนึ่งของเขาเท่านั้น

            “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเนี่ยหลี เป็นความคิดของข้าทั้งหมด!” ดวงตาของเซียวหนิงเอ๋อจดจ้องเสิ่นเฟยและพูดเสียงเข้มว่า “เสิ่นเฟย ข้ายอมตายเสียยังดีกว่าที่จะต้องอยู่กับเจ้า!”

            เซียวหนิงเอ๋อเป็นพวกที่ยอมตายดีกว่าอยู่อย่างอัปยศ แม้นางดูอ่อนแอนิสัยของนางกลับเด็ดเดี่ยวยิ่ง ไม่เช่นนั้นนางคงไม่หนีเข้าไปในป่าปีศาจดำก่อนการแต่งงานจะเริ่มขึ้นเมื่อชาติที่แล้ว

            โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับนางในชาติที่แล้วของเนี่ยหลีเขาจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกตั้งแต่แรกที่รักษาอาการป่วยของเซียวหนิงเอ๋อมาจนกระทั่งบัดนี้พวกเขาต่างสนิทสนมกันแล้ว เนี่ยหลียังมีความประทับใจที่ดีกับสตรีงดงามผู้นี้มากมายทั้งน้ำใจและความเข้มแข็ง เขาคิดเสมือนเซียวหนิงเอ๋อเป็นน้องสาวคนหนึ่งของตน

            “หึๆ เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพวกเจ้า!” เสิ่นเฟยหัวเราะอย่างเย็นชา

            “เสิ่นเฟย ข้าจะสมัครเข้าด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วน หากข้าผ่านการทดสอบต่อให้เป็นตระกูลเสินเซิ่งของเจ้าก็มิอาจทำอะไรข้าได้!” เซียวหนิงเอ๋อประกาศอย่างทระนง

            “ฮ่าๆๆ เซียวหนิงเอ๋อร์ เจ้าฝันสูงเกินไปแล้วคิดหรือว่าเจ้าจะสามารถผ่านการทดสอบของด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนได้? ตลอดเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมานี้ มีเพียงสามคนที่สามารถผ่านการทดสอบของด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนได้!”เสิ่นเฟยพูดเย้ยหยัน

            ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนเป็นมิติลับภายในโรงเรียนเซิ่งหลันมีแต่ยอดอัจฉริยะที่แท้จริงเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติเข้าสู่ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนและหากผ่านการทดสอบออกจากด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนได้สำเร็จเขาเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์สูงสุดของเมืองกวงฮุย แม้กระทั่งมีคุณสมบัติที่จะได้เป็นศิษย์คนหนึ่งของผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานเยี่ยโม่!

            ผู้ที่จะเข้าด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนได้ต้องมีอายุต่ำกว่าสิบห้าปี บังเอิญเซียวหนิงเอ๋อยังอยู่ในเงื่อนไขนี้ทว่าเซียวหนิงเอ๋อคิดจริงหรือว่าพรสวรรค์ของตนเพียงพอถึงระดับนี้?

            ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของเมืองกวงฮุยมีเพียงสามคนที่สามารถผ่านการทดสอบออกจากด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนได้หนึ่งในนั้นก็คือผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานเยี่ยโม่ อีกสองท่านล้วนจากไปแล้วทว่าทั้งสองล้วนทะลวงขึ้นถึงระดับทองดำขั้นสูงสุดห่างจากระดับตำนานอีกเพียงก้าวเดียว

            ด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนคือสถานที่ลึกลับอย่างยิ่งในหัวใจของทุกคน!

            หากเซียวหนิงเอ๋อสามารถผ่านด่านศักดิ์สิทธิ์เทียนฮ่วนได้จริง เช่นนั้นตระกูลเสินเซิ่งก็จะไม่สามารถกดดันตระกูลอี้หลงได้แล้ว!

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648