*เนื้อหาในนิยายต่อไปนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในงานเขียน
บุคคลและสถานที่ต่าง ๆ ไม่มีอยู่จริง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ขอให้ผู้อ่าน อ่านด้วยความสนุก ไม่คิดมากถึงความไม่สมเหตุผลในบางกรณี
บทที่ 1 : ช่วยสาวงาม
ลั่วซือหานชายหนุ่มในวัยสามสิบต้นๆ กำลังขับรถไปตามถนนที่พลุกพล่าน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เรียกความสนใจจากเขาซึ่งกำลังขับรถอยู่
ชื่อของคนที่โทรเข้ามา ทำให้เขาจำเป็นต้องรับสายนั้นแม้ว่าเขาจะขับรถอยู่ก็ตาม
สายที่โทรเข้ามาทำให้เขาเสียสมาธิและไม่ได้สนใจรถบนถนน
ทันใดนั้น มีรถหักเลี้ยวตัดหน้ารถของลั่วซือหานและเขาสูญเสียการควบคุมรถ เขาพยายามเบรกแต่สายเกินไป
เสียงรถชนดังมากจนคนบริเวณนั้นกรีดร้องด้วยความตกใจ!
รถชนเข้ากับต้นไม้ ด้วยความรุนแรงที่ได้รับต้นไม้หักทับส่วนหน้ารถ ควันและเสียงโลหะที่บิดเป็นเกลียวลอยอยู่ในอากาศ
ลั่วซือหานมีอาการมึนงงและได้รับบาดเจ็บ เขามองไปรอบ ๆ พยายามที่จะลืมตาขึ้นมาด้วยความยากลำบาก
เขาเห็นโทรศัพท์ของเขาแตกอยู่บนพื้น เขาเอื้อมมือไปหามัน แต่ต้องถอยกลับด้วยความเจ็บปวด เขามองลงไปและเห็นเลือดไหลซึม ออกมาจากบาดแผลบนหน้าผาก
โทรศัพท์ถูกตัดสายไปแล้วหลังจากที่มีการกระแทก
ลั่วซือหานรู้สึกชาไปทั้งร่าง แล้วความง่วงก็เข้ากัดกินความคิดของเขา จากนั้นภาพตรงหน้าก็ค่อย ๆ มืดลง
“ช่วยด้วย...”
เสียงสุดท้ายของลั่วซือหานถูกพูดออกมาราวกับเสียงกระชิบจากนั้นภาพตรงหน้าเขาก็มืดสนิท สติของเขาหลุดลอยออกไป
ลั่วซือหานค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเห็นสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยสำหรับเขา
เขาลุกขึ้นนั่ง และมองไปรอบ ๆ อย่างสับสน
ทันใดนั้นความทรงจำบางอย่างได้แทรกเข้ามาประปนกับความทรงจำเดิม
เขาเคยอ่านนวนิยายชื่อเรื่อง “ย้อนเวลามาในยุค70” แล้วตอนนี้เขาก็ตื่นขึ้นมาในนิยายเรื่องนั้น
ดูเหมือนว่าตัวเขาจะตายไปแล้ว จากนั้นก็มาเกิดใหม่ในนิยาย มาอยู่ในร่างของตัวประกอบ ที่มีชื่อเดียวกับเขา แต่จะถูกพระเอกจัดการในภายหลัง
ลั่วซือหานส่ายหัว พยายามที่จะจัดระเบียบความคิดของเขา
เขามองลงมาที่ตัวเอง และรู้ว่าเขาสวมชุดแปลก ๆ มันไม่เหมือนเสื้อผ้าที่เขาใส่ก่อนหน้า
ลั่วซือหานลุกยืนขึ้นและเดินไปรอบๆห้อง พยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ของตัวเอง
จากความทรงจำลั่วซือหานจึงรู้ว่าเขาอยู่ในหมู่บ้านหลิ่วจวง หมู่บ้านหลิ่วจวงเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ในประเทศจีน
ปีนี้คือปี 1978 ขณะนี้ประเทศกำลังผ่านช่วงเวลาที่วุ่นวาย
ลั่วซือหานไม่อยากจะเชื่อ เขาถูกพามาอยู่ในยุคที่ยากลำบาก แถมยังเป็นในนิยายที่เขาเคยอ่านอีกด้วย
เขาตัดสินใจสำรวจหมู่บ้าน ขณะที่เดินไปตามถนน เขาสังเกตเห็นว่าผู้คนกำลังจ้องมองมาที่เขา
ในไม่ช้าเขาก็รับรู้ได้จากความทรงจำใหม่
เมื่อวานลั่วซือหานได้ไปก่อเรื่องวุ่นวาย โดยไปมีปากเสียงกับยุวชนที่มีการศึกษาคนหนึ่ง
โชคดีที่ไม่ใช่การทะเลาะที่รุนแรง แค่มีปากเสียงกันดเวยเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านั้น
ส่วนเรื่องที่พวกเขามีปากเสียงกันนั้น จู่ ๆ เขาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาเพราะเรื่องที่เขามีปัญหากันคือการแย่งไก่ป่าตัวหนึ่ง
สุดท้ายไก่ป่าตัวนั้นก็มาอยู่ในท้องของลั่วซือหาน ดีที่ปัญหาถูกแก้ไขแล้ว เขาจึงไม่ได้สนใจสายตา และเสียงนินทาจากคนอื่น
ลั่วซือหานเดินสำรวจหมู่บ้านไปจนถึงแม่น้ำสายหนึ่ง เขาเดินเข้าไปใกล้ ๆ
เขามองไม่เห็นแม้แต่ก้นของแม่น้ำ แสดงว่ามันต้องลึกมากแน่
อย่าคิดว่ามันลึกอย่างเดียว แม้บนผิวน้ำจะนิ่งสงบแต่ใต้น้ำกลับมีกระแสน้ำที่รุนแรง ทำให้ยากต่อการหาปลา
น้อยมากที่ชาวบ้านจะออกมาหาปลากัน ยกเว้นคนที่มาตกปลา แต่การตกปลามันใช้เวลานาน และได้ปลาน้อย
ดังนั้นจึงมีชาวบ้านน้อยมากที่จะมาตกปลากัน ยกเว้นเด็ก ๆ แต่ผู้ใหญ่หลายคนกลัวว่าลูกหลานของตัวเองจะตกน้ำ จึงไม่มีใครยอมให้เด็ก ๆ มาเล่นบริเวณนี้
ด้วยแม่น้ำที่ลึกมากทำให้หาปลาได้ยาก ชาวบ้านจึงไม่นิยมมาหาปลาในแม่น้ำ
ด้านข้างแม่น้ำมีต้นไม้สูงจึงใช้ร่มเงาบังแดดได้ ลมพัดเบา ๆ ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกเย็นสบาย เหมาะแก่การนั่งเล่นพักผ่อนมากที่สุด
ลั่วซือหานเลือกหาที่นั่งพักและใช้ความคิด
ตอนนี้อยู่ในปี 1978 อีกไม่นานมหาวิทยาลัยก็จะเปิดสอบแล้ว เขาคิดว่าเขาจะไปสอบ และเป็นนักศึกษา แม้ว่าชีวิตที่แล้วเขาจะเรียนจบมาหลายปีแล้วก็ตาม
ส่วนเนื้อเรื่องในนิยาย ตามความทรงจำของเขา อีกไม่นานพระเอกก็จะกลับมาจากค่ายทหาร
พระเอกในนิยายมีชื่อว่าหวังห่าวซาน
การกลับมาในครั้งนี้ของหวังห่าวซาน เกี่ยวข้องกับการแต่งงานเพราะครอบครัวของเขาได้สู่ขอเจ้าสาวไว้ให้เขาหนึ่งคน
แต่เพราะเขาได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้ายก่อนกลับบ้าน
แพทย์ทหารได้บอกว่าเขาไม่สามารถเดินได้ปกติอีกต่อไป
ทำให้เขาต้องออกจากการเป็นทหาร และกลับไปพักฟื้นที่บ้านเกิด
หวังห่าวซานส่งข่าวกลับไปที่บ้าน จึงทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นหลายอย่าง
อย่างแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงคือการแต่งงานของเขา
แทนที่หวังห่าวซานจะได้แต่งงานกับคู่หมั้นของตัวเอง ที่เคยหมั้นหมายไว้ก่อนหน้า แต่เจ้าสาวถูกเปลี่ยนเป็นอีกคน
หลังจากที่หลิวถิงถิงรู้ว่าหวังห่าวซานจะพิการไปตลอดชีวิต เธอก็รู้สึกรังเกียจเขา
แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของหวังห่าวซานจะถูกใจเธอ แต่เธอไม่อยากเลี้ยงดูคนพิการไปตลอดชีวิต
ดังนั้นหลิวถิงถิงจึงไม่อยากแต่งงานกับเขาอีกต่อไป
แต่ทางบ้านหลิวได้รับของหมั้นหมายมาแล้ว เงินก็ถูกใช้ไปแล้วดังนั้น พวกเขาจึงทำได้เพียงเปลี่ยนตัวเจ้าสาวเท่านั้น
แล้วคนที่ต้องแต่งงานกับหวังห่าวซาน พระเอกในนิยายก็คือหลิวผิงอัน คนที่นางเอกได้เข้ามาสวมร่าง
ก่อนที่นางเอกจะเข้ามาส่วมร่าง หลิวผิงอันเธอมีคนรักอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่ยอมรับการแต่งงานในครั้งนี้
แต่เมื่อเธอขอให้คนรักหนีตามกันไป คนรักของเธอกลับปฏิเสธ แล้วบอกว่าเขาจะแต่งงานกับพี่สาวของเธอแทน นั้นก็คือหลิวถิงถิง!
หลิวผิงอันเสียใจอย่างมาก เธอมีนิสัยเงียบขรึมจึงไม่กล้าไปต่อว่าพี่สาวที่แย่งคนรักของตัวเองไป แต่เธอกลับกล้าที่จะใช้หัวโขกกำแพงฆ่าตัวเองจนตาย!
จากนั้นวิญญาณของนางเอกที่เป็นถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็ได้มาเข้าร่างของเธอ พร้อมกับพื้นที่มิติห้องผ่าตัด
ซึ่งในห้องนั้นมีอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยทุกอย่าง นอกจากอุปกรณ์การแพทย์แล้ว ยังมีคลังยารักษาทุกโรคอีกด้วย
ตอนแรกทางบ้านหวังได้ออกมาโวยวายเรื่องการเปลี่ยนตัวเจ้าสาว แต่ทางบ้านหลิวก็โวยวายกลับเช่นกัน
ทางบ้านหลิวออกมาโวยวาย เรื่องที่หวังห่าวซานกลายเป็นคนพิการ และต้องการค่าสิ้นสอดเพิ่ม ทางบ้านหวังจึงไม่ยอม
วันที่หลิวผิงอันฆ่าตัวตาย หวังห่าวซานยังเดินทางมาไม่ถึงหมู่บ้าน
แต่หวังห่าวซานจะมาถึงในอีก 1 อาทิตย์ต่อมา
ลั่วซือหานรู้สึกอิจฉาที่นางเอกในนิยายมีมิติห้องผ่าตัด ทำให้เธอได้รับการยอมรับจากทุกคน
แต่เขามาโลกแห่งนี้ตัวเปล่า?
ถ้าจะให้ดีเขาอยากได้ระบบร้านค้า เหมือนในนิยายดัง ๆ ที่นักเขียนชอบเขียนกันมากกว่า
ลั่วซือหานเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา ถ้าหากเขาสามารถเข้ามาอยู่ในนิยายเหมือนนางเอกได้ ทำไมตัวเขาถึงไม่มีตัวช่วยแบบหลิวผิงอันบ้าง?
ดังนั้นเขาจึงได้ลองพูดบางอย่างออกมา
“ระบบร้านค้า?”
หน้าจอโปร่งใสเด้งขึ้นมากลางอากาศ มีเขียนไว้เพียงว่าร้านค้ามิติ
ดวงตาของลั่วซือหานเบิกกว้างด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่าความคิดแปลก ๆ ของเขาจะเป็นจริง ดูเหมือนว่าเขาเองก็มีตัวช่วยด้วยเช่นกัน?
ระบบของเขาและมิติของหลิวผิงอันนั้นแตกต่างกัน
ระบบของเขาจะเป็นหน้าจอโฮโลแกรม ในขณะที่มิติของหลิวผิงอันเป็นห้องผ่าตัดขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง
“ดูเหมือนว่าฉันเองก็มีโชคเหมือนกันสินะ” ลั่วซือหานบอกตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ
แต่ก่อนที่ลั่วซือหานจะได้สำรวจระบบร้านค้า
เขาได้ยินเหมือนเสียงอะไรบางอย่างตกน้ำ แต่เสียงมันดังมาก ดังนั้นของที่ตกน้ำต้องมีน้ำหนักเยอะมาก
จากนั้นก็มีเสียงคนขอความช่วยเหลือดังขึ้นมา แม้จะไม่ดังมาก แต่ลั่วซือหานมีหูที่ดีมากเขาจึงได้ยินเสียงนั้น
ลั่วซือหานรีบลุกขึ้นยืน มองหาทิศทางของเสียง เมื่อแน่ใจแล้ววิ่งไปทางที่เขาได้ยิน
เมื่อวิ่งไปใกล้ที่เกิดเหตุลั่วซือหานสังเกตเห็นหลังคนวิ่งหนีเข้าไปในป่า แต่เขาไม่มีเวลามาสนใจ
เพราะสายตาของเขา เจอหญิงสาวคนหนึ่งลอยอยู่กลางแม่น้ำ เธอกำลังตะเกียกตะกาย พยายามเอาชีวิตรอดให้ได้
ลั่วซือหานไม่คิดอะไรมาก เขารีบกระโจนลงไปในแม่น้ำโดยไม่ลังเลเลย เขาว่ายไปหาหญิงสาวได้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาที
เมื่อลั่วซือหานเข้ามาใกล้ เขาเห็นความกลัวในดวงตาของเธอ จากนั้นเธอก็จมลงไปในน้ำต่อหน้าต่อตาเขา
ลั่วซือหานรู้ว่าเขาต้องรีบช่วยเธอให้เร็วที่สุด
เมื่อว่ายน้ำมาถึงบริเวณที่หญิงสาวจมน้ำไป เขาก็ดำน้ำลงไปหาเธอทันที โชคดีที่ตอนนี้คือหน้าร้อนทำให้กระแสน้ำไหลช้ากว่าในหน้าฝน
เมื่อดำน้ำลงไปเขาจึงสามารถเห็นเธอได้ทันที เขาจึงรีบว่ายน้ำเข้าไปหา
เขาเอื้อมมือไปจับมือเธอ แล้วดึงเธอเข้าหาตัว กล้ามเนื้อของเขาแข็งเกร็งต้านแรงของน้ำ ในช่วงเวลาหนึ่งกระแสน้ำดูเหมือนจะแรงขึ้นทำให้หัวใจเขาเต้นแรง
ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งคู่จะถูกพัดออกห่างจากฝั่งมากขึ้น ลั่วซือหานก็จับแน่นไม่ยอมปล่อย
แต่ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงริมฝั่งแม่น้ำอย่างปลอดภัย ลั่วซือหานเองก็ทรุดตัวลงนอนบนพื้นเหนื่อยหอบอย่างหนัก ส่วนหญิงสาวที่เขาช่วยไว้ เธอกำลังนอนอยู่ข้าง ๆ แต่เธอสลบไปแล้ว
ลั่วซือหานรีบลุกขึ้นไปดูอาการของเธอทันที เขาตรวจสอบลมหายใจ
ลั่วซือหานมีสีหน้าเคร่งเครียด
เขาไม่รู้สึกถึงลมหายใจอีกต่อไป จากนั้นจึงวัดชีพจรที่ข้อมือของเธอ พบว่าชีพจรของเธอเต้นช้ามาก จนแทบไม่รู้สึกถึงชีพจรเลย
TBC.