เอเรวาธอสลุกขึ้นจากเตียงนอนสีขาวสุดแสนจะธรรมดาแม้ว่าจะเป็จักรพรรดิแต่เขาก็ไม่้าเตียงนอนแบบหรูหราอะไรขนาดนั้น เขาทอดสายตาไปยังหน้าต่างที่เปิดรับทัศนียภาพแสนสวยงาม และผู้คนเดินไปตามทางหินอ่อนอันในยามเช้านี้บ่งบอกถึงความสุขของประชาชนที่มีอิสระเต็มที่ ผู้คนเ่าั้มีใบหูของสรรพสัตว์ บ้างก็หูเอลฟ์แหลมเรียวยาว บ้างก็เป็ัแสนจะดุดันกำลังขนของขึ้นยานที่ลอยอยู่เหนือพื้นราวกับโลกอนาคตที่เทคโนโลยีล้ำหน้าแต่ประชาชนของเซเรนอสกลับชอบอาศัยอยู่อย่างเรียบง่ายและไม่ได้้าเทคโนโลยีมากมายขนาดนั้น
"เช้านี้ก็เป็วันที่ดีเหมือนเดิมเลยนะ" เขาพึมพำกับตัวเองพลางเหม่อมองท้องฟ้าสีครามไร้เมฆหมอกแต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกชื่อของเขา
"ท่านเอเรวาธอส ตื่นแล้วหรือครับ" ประตูถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นองค์รักษ์ผู้มีเรือนผมสีขาว ดวงตาสีทองอร่าม สวมชุดสูทสีดำเคลื่อนกายเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดเล็กน้อย ใบหูเอลฟ์ของเขากระตุกเป็สัญญาณบ่งบอกถึงความไม่สบายใจ
"อืม มีอะไรหรือ" เอเรวาธอสกล่าวพลางหันไปมององค์รักษ์ที่ยืนอยู่ตรงประตูห้อง
"าอวกาศครั้งที่สาม ปะทุขึ้นอีกแล้วครับ แต่โชคดีที่าจบลงในเวลาอันสั้น ด้วยความช่วยเหลือจากพันธมิตร ถ้าไม่มีพวกเขาดาวดวงนี้อาจจะได้รับผลกระทบไปด้วยครับ"
เอเรวาธอสยืนนิ่งราวกับไม่รู้สึกเกรงกลัว เหมือนเขากำลังพยายามกลั่นกรองข้อมูลที่ได้รับมา ‘ทำไมถึงไม่มีสัญญาณเตือนจากดาวหลัก’ เขาคิดในใจก่อนจะเอ่ยถามองค์รักษ์ถึงาที่ไร้ซึ่งสัญญาณเตือนจากดาวหลัก
"เราก็ไม่ทราบครับ แต่น่าจะเป็เพราะกองกำลังฟีนิคซ์ที่ยังคงสามารถต้านทานได้ จึงไม่ได้รับความเสียหายมากนัก" แม้เอเรวาธอสจะได้รับคำตอบที่ฟังแล้วดูน่าเชื่อถือ แต่เขากลับรู้สึกไม่สบายใจ
“เ้าพวกนั้นอีกแล้วสินะ ถึงแม้ดาวหลักของเราจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เราก็ต้องเพิ่มกองกำลังของเราแล้ว ตอนนี้กองกำลังฟีนิคซ์ประจำการที่ดาวของเรากี่ลำเหรอ” เอเรวาธอสถามพลางทำสีหน้าเ็า พลางฉุดคิดในใจว่า ‘เ้าพวกบ้าอำนาจเอ้ย จะทำาอะไรนักหนา’
"ท่านเอเรวาธอส ตื่นแล้วหรือครับ" ประตูถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นองค์รักษ์ผู้มีเรือนผมสีขาว ดวงตาสีทองอร่าม สวมชุดสูทสีดำเคลื่อนกายเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดเล็กน้อย ใบหูเอลฟ์ของเขากระตุกเป็สัญญาณบ่งบอกถึงความไม่สบายใจ
"อืม มีอะไรหรือ" เอเรวาธอสกล่าวพลางหันไปมององค์รักษ์ที่ยืนอยู่ตรงประตูห้อง
"าอวกาศครั้งที่สาม ปะทุขึ้นอีกแล้วครับ แต่โชคดีที่าจบลงในเวลาอันสั้น ด้วยความช่วยเหลือจากพันธมิตร ถ้าไม่มีพวกเขาดาวดวงนี้อาจจะได้รับผลกระทบไปด้วยครับ"
เอเรวาธอสยืนนิ่งราวกับไม่รู้สึกเกรงกลัว เหมือนเขากำลังพยายามกลั่นกรองข้อมูลที่ได้รับมา ‘ทำไมถึงไม่มีสัญญาณเตือนจากดาวหลัก’ เขาคิดในใจก่อนจะเอ่ยถามองค์รักษ์ถึงาที่ไร้ซึ่งสัญญาณเตือนจากดาวหลัก
"เราก็ไม่ทราบครับ แต่น่าจะเป็เพราะกองกำลังฟีนิคซ์ที่ยังคงสามารถต้านทานได้ จึงไม่ได้รับความเสียหายมากนัก" แม้เอเรวาธอสจะได้รับคำตอบที่ฟังแล้วดูน่าเชื่อถือ แต่เขากลับรู้สึกไม่สบายใจ
“เ้าพวกนั้นอีกแล้วสินะ ถึงแม้ดาวหลักของเราจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เราก็ต้องเพิ่มกองกำลังของเราแล้ว ตอนนี้กองกำลังฟีนิคซ์ประจำการที่ดาวของเรากี่ลำเหรอ” เอเรวาธอสถามพลางทำสีหน้าเ็า พลางฉุดคิดในใจว่า ‘เ้าพวกบ้าอำนาจเอ้ย จะทำาอะไรนักหนา’
“กองกำลังฟีนิคซ์ประจำการที่ดาวของเราประมาณล้านนายครับ แถมมียานรบลูน่ามาฉะประจำการอยู่มาก บางทีอาจจะปลอดภัยหากดาวเราถูกรุกรานครับ” องค์รักษ์กล่าวพลางมองไปที่เอเรวาธอส
“แจ้งทางดาวหลักให้ทราบด้วย เื่ที่ฉันขอสร้างกองกำลังของตัวเองน่ะ”
"รับทราบครับ" องค์รักษ์กล่าว ก่อนที่เอเรวาธอสเดินออกจากห้องนอนและมุ่งตรงไปยังห้องอาบน้ำเพื่อคลายความตึงเครียดจากความคิดที่หมุนวนในหัว เมื่อเสร็จจากการอาบน้ำเขาก็เปลี่ยนมาใส่ชุดสูทสีดำที่ตัดเย็บอย่างประณีต แม้เขาจะสูงเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบเิเ แต่ชุดสูททำให้เขาดูสง่างามและหล่อเหลาไม่น้อย
“เอาล่ะ ถึงเวลาดูแลประเทศหรือโลกนี้แล้วสินะ” เอเรวาธอสกล่าวพลางยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินออกไปจากคฤหาสน์ สายตาของเขาทอดยาวไปที่สวนดอกไม้สองข้างทาง ใบไม้ที่เคลื่อนไหวตามลมนั้นทำให้เขาคิดถึง่เวลาที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันแสนจะร่มรื่น เขาก้าวต่อไปจนถึงยานบินส่วนตัวที่จอดอยู่ข้างคฤหาสน์ เป็ยานบินสีขาวมีความใหญ่พอที่จะให้คนสี่คนเข้าไปนั่งได้อย่างสบาย
[ยินดีต้อนรับค่ะ] เสียงจากระบบออโต้ไพร็อตดังขึ้นเมื่อเขานั่งลงบนเบาะนุ่ม ๆ ของยานบิน หน้าจอมอนิเตอร์ที่ของยานเริ่มแสดงแผนที่ของดาวดวงนี้ ระบบติดตามเริ่มทำงาน พร้อมส่งข้อความถึงเขาว่าการเดินทางจะเริ่มต้นในทันที ยานบินลำนี้มีความทันสมัยมากเพราะสามารถเดินทางรอบโลกเพียงสามนาทีเท่านั้น
“มุ่งหน้าสู่อาคารรัฐสภาแห่งจักรวรรดิ เซเรนอส” เอเรวาธอสกล่าวพลางใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าจอมอนิเตอร์
[รับทราบค่ะ] เสียงจากยานบินดังขึ้นและมันก็ลอยตัวจากพื้นดินพลันมุ่งหน้าไปตามคำสั่งของเอเรวาธอสนันคืออาคารรัฐสภา ทันใดนั้นยานอวกาศลำสีขาวก็พุ่งทะยานไปด้วยความเร็วสูงจนเดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาด้วยระยะเวลาไม่ถึงนาที อาคารรัฐสภาแห่งนี้เป็อาคารที่ีความใหญ่โตมาก เขาก้าวลงมาจากยานพลางมองไปรอบ ๆ ก็พบกับผู้คนจำนวนมากที่กำลังพูดคุยเื่ราวในชีวิตประจำวัน