หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 54 - สตรีลึกลับ

            ในนครตานติ่งห้ามสัตว์อสูรที่บินได้บินซึ่งเป็นกฎที่มีมานานแล้วเพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะเมืองอยู่ค่อนข้างใกล้กับถิ่นทุรกันดารบางครั้งก็จะมีสัตว์อสูรบุกรุกสำหรับสัตว์อสูรที่อยู่บนพื้นดินจะไม่กล่าวถึงเพราะมีเวลาในการเตรียมการป้องกันแต่อันตรายหลักมาจากสัตว์อสูรที่บินได้ซึ่งจำเป็นต้องควบคุมไว้ก่อนดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้สัตว์อสูรบินในเมือง

            นครตานติ่งมีพื้นที่หลายพันลี้จึงไม่สะดวกที่จะเดินทางไปมาในเมือง แต่โชคดีที่มีรถสัตว์อสูรไว้ใช้

            หลังจากออกจากโรงเตี๊ยมพวกเขาก็พบรถสัตว์อสูร แล้วจึงเดินทางไปยังที่หอค้ำสวรรค์

            ทั้งสองใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยามกว่าจะถึงหอค้ำสวรรค์ซึ่งอยู่ใกล้กับคฤหาสน์เจ้านคร

            อาคารของหอค้ำสวรรค์ตั้งอยู่อย่างยิ่งใหญ่เกือบเทียบได้กับคฤหาสน์เจ้านคร

            รูปปั้นหินของสัตว์อสูรสองตัวตั้งอยู่หน้าประตูเมื่อเยี่ยซางเห็น เขาก็จำได้โดยพลัน มันคือสัตว์วิญญาณที่ดุร้ายมาก ทั้งยังมีสายเลือดโบราณอย่างหยาเฝินด้วย

            “ไปพวกเราเข้าไปกันเถิด” โม่เฉินพาเยี่ยซางไปที่ประตูของหอค้ำสวรรค์

            เมื่อเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของหอค้ำสวรรค์ก็พบผู้หญิงร่างสูงสวมชุดกระโปรงยาวรัดรูปสีม่วงเส้นผมสีดำของหญิงสาวทิ้งตัวลงมาถึงเอว ดวงตาของนางดูราวกับจะสามารถมองทะลุผ่านหัวใจของผู้คนได้มีคำกล่าวว่าความงามนำมาซึ่งความหายนะ ทั้งต่อทวีปและต่อผู้คนเยี่ยซางจึงก้าวถอยหลัง เมื่อสัมผัสได้ว่าผู้หญิงคนนี้อันตรายมากเพียงใด

            “สิบสาม?” โม่เฉินมองไปที่เยี่ยซางเขารู้สึกได้ทันทีว่าตอนผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามา กล้ามเนื้อของเยี่ยซางตึงขึ้นราวกับเขาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้

            “ไม่เป็นอะไร!”เยี่ยซางสั่นสะท้านขยับหอกสังสารวัฏไปไว้ข้างหลังตนเองในจุดที่สามารถแทงออกได้ตลอดเวลา

            “หอค้ำสวรรค์พร้อมดูแลพวกเจ้าสองคนเจ้ามีสัญลักษณ์ระดับใด?” ผู้หญิงคนนั้นถามโม่เฉินก็มองนาง

            “ขอป้ายเหล็กดำให้ศิษย์น้องของข้าส่วนของข้าเป็นป้ายทองแดง” โม่เฉินรับแสดงป้ายของเขาให้หญิงสาวดู

            “ไปที่ห้องชั้นสองกันเถิด”ผู้หญิงในชุดสีม่วงพาพวกโม่เฉินไปที่ห้องส่วนตัวบนชั้นสอง หลังนางถามถึงตัวตนของเยี่ยซางแล้วก็ลุกขึ้นและออกไปจัดการป้ายเหล็กดำของเขา

            “เกิดอะไรขึ้นกับศิษย์น้องกัน?” โม่เฉินถามเยี่ยซางเกี่ยวกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของเขาเมื่อผู้หญิงชุดม่วงปรากฏตัว

            “ผู้หญิงคนนี้อันตรายนัก”เยี่ยซางกล่าว

            “เช่นนั้นหรือคนของหอค้ำสวรรค์ไม่ธรรมดา ข้ามองไม่เห็นฐานการบ่มเพาะของผู้หญิงคนนี้ แต่คนก่อนๆก็ไม่ได้เป็นเช่นนี้หรอก” โม่เฉินก็ไม่เข้าใจเช่นกัน

            “ศิษย์พี่ท่านอยู่ในระดับใดหรือ?” เยี่ยซางถามก่อนหน้านี้เขาไม่เคยถามเรื่องนี้มาก่อน แต่ตอนนี้เขาต้องการประเมินว่าผู้หญิงคนนี้มีการบ่มเพาะอยู่ในระดับใด

            “ระดับสามสูงสุด”โม่เฉินกล่าว

            “เช่นนั้นฐานการฝึกฝนของผู้หญิงคนนี้อย่างน้อยก็ระดับสี่ฐานการฝึกฝนของคนในหอค้ำสวรรค์สูงมากหรือ?” เยี่ยซางตกใจมาก

            “ไม่ถูกต้องนักเมื่อก่อนไม่ใช่เช่นนี้ ผู้หญิงคนนี้ลึกลับนัก” โม่เฉินคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด

            โม่เฉินมองไปที่เยี่ยซาง“ถ้าเจ้าไม่พูดถึงเรื่องนี้ ข้ายังคิดว่าไม่มีอะไรแต่ด้วยฐานการบ่มเพาะที่สูงกว่าระดับที่สี่ เป็นแค่ลูกจ้างธรรมดา จะไม่ใช่เรื่องไร้สาระไปหรอกหรือ?”

            “ศิษย์พี่สิบเอ็ดข้าไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพูด ข้าแค่คิดว่านางอันตรายมากตอนนี้นางกลายเป็นศัตรูกับข้า สามารถคุกคามชีวิตข้าได้เลยด้วยซ้ำ” เยี่ยซางกล่าว

            “ไม่ต้องกังวลหอค้ำสวรรค์มีกฎระเบียบเคร่งครัดมาก นอกจากนี้ที่นี่คือนครตานติ่งจะไม่มีความวุ่นวายแน่นอน” โม่เฉินกล่าว

            ในห้องชั้นหนึ่งของหอค้ำสวรรค์ผู้หญิงสวมชุดม่วงกำลังดื่มชาขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง โดยมีชายชราคนหนึ่งอยู่ข้างๆนาง ซึ่งกำลังยุ่งอยู่กับการลงทะเบียนบางอย่าง

            “เยี่ยซางคนนี้สามารถจับจุดสำคัญได้ถึงฐานการฝึกฝนของเขาจะต่ำจนน่าสงสาร แต่จิตวิญญาณของเขาไม่ธรรมดาทีเดียวความระมัดระวังของเขาก็สูงมาก เขาเพิ่งเริ่มตรวจสอบแท้ๆแต่จากนั้นก็เตรียมพร้อมที่จะโจมตีทันที” หญิงสาวสวมชุดสีม่วงกล่าวกับชายชรา

            “ดีแล้ว”ชายชราลุกขึ้นก่อนจะพยักหน้า

            แล้วผู้หญิงคนนั้นก็รับป้ายเหล็กสีดำที่ชายชราเตรียมไว้มาที่ห้องของโม่เฉินกับเยี่ยซางจากนั้นจึงวางป้ายเหล็กดำไว้ตรงหน้าเด็กหนุ่ม

            “เจ้าสองคนจะรับภารกิจหรือแค่เจ้าจะรับภารกิจ?” ผู้หญิงในชุดม่วงถามแต่ดวงตาของนางเหลือบมองเยี่ยซางเป็นระยะ

            “ขออภัยด้วยเจ้าชื่ออะไรหรือ?” โม่เฉินถาม

            “เรียกข้าว่าซือคงก็ได้”หญิงชุดม่วงพยักหน้าเล็กน้อย

            “ย่อมได้ผู้นี้คือศิษย์น้องของข้า เขาต้องการรับภารกิจเจ้าช่วยแสดงงานระดับเหล็กดำให้พวกเราดูสักเล็กน้อยได้หรือไม่?” โม่เฉินถาม

            ซือคงเอามือแตะเอวของนางจากนั้นหนังสัตว์สองสามแผ่นก็ปรากฏขึ้นในมือ นางวางแผ่นสีดำแผ่นหนึ่งไว้ข้างหน้าเยี่ยซางและโม่เฉิน

            หลังจากดูเสร็จแล้วเยี่ยซางก็เลือกภารกิจการล่าหมาป่ากระหายเลือด

            หมาป่ากระหายเลือดเป็นสัตว์อสูรที่อยู่จุดสูงสุดของระดับหนึ่งความยากของภารกิจคือหมาป่ากระหายเลือดมักอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่เมื่อไม่นานมานี้มีหมาป่ากระหายเลือดโจมตีกองคาราวานภรรยาของพ่อค้าสมุนไพรรายหนึ่งถูกหมาป่ากระหายเลือดโจมตีและฆ่าทิ้ง เขาจึงมอบเงินรางวัลให้ผู้ที่ล่ามันได้

            หลังจากเลือกแล้วเยี่ยซางก็ยังอ่านต่อไป จากนั้นก็เห็นสิ่งที่เหมาะกับเขามากกว่า ซึ่งคือการไปที่ภูเขาเฮยหลินเพื่อรวบรวมหญ้าเฮยเถี่ยหญ้าเฮยเถี่ยเป็นวัตถุดิบระดับต่ำ แต่จำเป็นสำหรับการปรุงยา

            หลังจากเลือกสองภารกิจนี้แล้วเยี่ยซางก็ได้มอบหนังสัตว์แสดงภารกิจคืนให้ซือคง

            “ข้อกำหนดในการฆ่าหมาป่ากระหายเลือดคือหนึ่งเดือนแต่ไม่จำกัดเวลาสำหรับการรวบรวมหญ้าเฮยเถี่ย”ซือคงในชุดสีม่วงรับหนังสัตว์ภารกิจกลับคืนและกล่าวเตือน

            “ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบ”เยี่ยซางคำนับให้ซือคง

            “ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้วข้าจะไปทำงานต่อ พวกเจ้าค่อยๆ ดื่มชาอยู่ที่นี่ก็ได้”หลังซือคงพยักหน้าเล็กน้อยให้เยี่ยซาง นางก็จากไป

            “ศิษย์น้องเจ้าพูดถูก ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ลูกจ้างธรรมดาข้าแน่ใจว่านางไม่ได้ใช้สิ่งของบางอย่างเพื่อซ่อนการฝึกฝนของนางแต่การฝึกฝนของนางสูงกว่าของข้า” โม่เฉินกล่าวด้วยความมั่นใจ

            “ตอนที่ข้าเข้ามาเมื่อครู่ข้ายังเห็นลูกจ้างคนอื่นๆ ท่าทางของพวกนางนอบน้อมกับพวกเราเป็นอย่างมากแต่ถึงผู้หญิงชุดม่วงคนนี้จะสุภาพมาก นางกลับดูมีความภูมิใจอยู่ในตนเองนางแค่มีมารยาทกับเราโดยไม่ลดศักดิ์ศรีของตัวเอง” เยี่ยซางพยักหน้า

            “ถูกแล้วระวังให้ดี ลักษณะท่าทางของผู้หญิงคนนี้ไม่อาจฝึกฝนได้ในเวลาอันสั้นต้องมาจากทุกอย่างในตัวนางอย่างแน่นอน แต่เรายังไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องนั้นไปดูวิธีทำภารกิจกันเถิด” โม่เฉินยืนขึ้น เขาออกจากห้องไปพร้อมกับเยี่ยซาง

            ทั้งสองเดินออกจากห้องแล้วจึงออกไปจากหอค้ำสวรรค์

            “สิบสามรอข้าที่นี่ ข้าจะเรียกรถอสูร” หลังจากบอกกับเยี่ยซางแล้ว โม่เฉินก็ไปเรียกรถอสูร

            แม้ภายในอาคารจะมีผู้คนจำนวนมากแต่หอค้ำสวรรค์ก็ไม่อนุญาตให้จอดรถใกล้กับประตู

            เยี่ยซางยังคงคิดถึงเงาของหญิงสาวชุดสีม่วงซือคงอยู่ในใจซือคงนั้นงดงามเกินไป ความงามของนางยังคงตราตรึงในใจของเขา  ทั้งรูปร่างยังสูงสง่าและมีส่วนโค้งมนนางดูดีมากเกินกว่าจะบรรยายได้ แต่เยี่ยซางไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเขาเพียงรู้สึกว่าซือคงยังอายุน้อยอยู่แท้ๆ แต่กลับสามารถบ่มเพาะได้ถึงระดับสี่ความแข็งแกร่งของนางนั้นน่ากลัวอย่างยิ่ง

            “เฮ้ย!ไอ้สารเลวก็อยู่ที่นี่ด้วยหรืออย่างไร?” เสียงเล็กๆ ดังแว่วขึ้นขัดจังหวะความคิดของเยี่ยซาง

            เมื่อเยี่ยซางหันไปมองเขาก็เห็นฉินจั้น ฉินไห่พร้อมคนหนุ่มสาวอีกสองสามคน

            ยามมองไปที่ฉินไห่เยี่ยซางก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไร เขาขี้เกียจเกินกว่าจะจัดการกับคนอย่างฉินไห่

    “เจ้ากล้ามาที่นี่ด้วยการบ่มเพาะระดับเลี่ยนชี่ขั้นเจ็ดหรือเจ้ากำลังมองหาความตายอยู่หรือไรข้าคิดว่าเจ้าควรกลับยอดเขาไท่เสวียนไปให้อาหารสัตว์อสูรเสียจะดีกว่า”ฉินไห่กล่าวด้วยรอยยิ้มยามเห็นใบหน้าของเยี่ยซาง

    คล้ายกับเรื่องหมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】 ที่คุณอ่าน