จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 44 ความสามารถที่เทียบเคียง

            ตอนที่ 44 ความสามารถที่เทียบเคียง

            

            "ปีศาจของลาปลาซ" การเล่นตั้งแต่ยุคสมัยแห่งทวยเทพซึ่งสองฝ่ายจะแข่งกันคำนวณว่าใครร่ายบทเวทย์ได้เร็วกว่ากัน มีต้นแบบมาจากปีศาจของลาปลาซ ปีศาจอันเป็นจักรพรรดิแห่งการคำนวณและเป็นการเล่นที่สูญหายไปพร้อมกับยุคแห่งทวยเทพที่พังทลายลง


            กาติรัสพลันเกิดความประหลาดใจ หญิงสาวที่อ้างตัวว่าไม่สนใจบุรุษกลับเรียกเขาด้วยชื่อทั้งที่ยังรู้จักกันไม่ถึงวันเสียด้วยซ้ำ เรียกข้าด้วยชื่อ? แต่ทว่านั้นไม่ใช่ประเด็นก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้น "เจ้ากล่าวเช่นนั้น ไม่กลัวบ้างหรือว่าข้าจะไม่รู้จักมัน"


            ลาซิเฟียที่ได้ยินดังนั้นพลันเผยยิ้มแย้มอย่างสดใสมือซ้ายถือเนื้อชิ้นโตพลางกล่าว "หากท่านไม่ทราบเห็นทีฟ้าคงถล่มเป็นแน่" ก่อนหญิงสาวจะกัดกินมันอย่างเอร็ดอร่อย


            "ให้เล่นกับต้นแบบ? เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือไร" น้ำเสียงเบื่อหน่ายอย่างที่สุดก่อนจะเผยรอยยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปาก


            ลาซิเฟียส่ายศีรษะเบาๆ "ผู้ชนะได้ถามคำถามอะไรก็นะ" น้ำเสียงขี้เล่นแม้แต่กริยาท่าทาง


            "เอาสิ...ข้ารับคำท้า" กาติรัสกล่าวพลางสบตากับลาซิเฟียก่อนใบหน้ายกยิ้มขึ้นอย่างมีเลิศนัย


            การที่กาติรัสตอบรับคำเธอเช่นนี้ทำให้รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ทว่า ไม่อาจปักใจได้ว่าตนเองจะชนะ ชายหนุ่มตรงหน้าเป็นผู้เกิดใหม่เช่นกัน คราวนี้ก็แตกต่างกันเพียงประสบการณ์ของแต่ละคนแล้ว


            ลาซิเฟียเอียงคอเล็กน้อยก่อนกล่าวขึ้น "โจทย์อะไรดี?"


            กาติรัสกลับปัดคำ "ข้าให้เป็นการตัดสินใจของเจ้า"


            ลาซิเฟียเผยยิ้มร่าก่อนจะเอ่ยขึ้น "บทมหาโพธิสัตว์เป็นไง"


            บทมหาโพธิสัตว์เป็นบทร่ายที่มีจำนวนบทเยอะมากๆ อาจเทียบเท่าได้กับมหาเวทย์โบราณเลยซึ่งมีบทย่อยกว่าแปดหมื่นสี่พันบท หากจะสร้างวงเวทย์ของมหาโพธิสัตว์ได้ จำเป็นต้องร่ายแบบต้นกำเนิดเท่านั้นอีกด้วย นับเป็นโจทย์ที่ยากมากเลยทีเดียวกระทั่งราชาจอมเวทย์อาจยังต้องใช้เวลาถึงสามชั่วโมงเพื่อจะกล่าวบทร่ายให้เสร็จสมบูรณ์


            ชายหนุ่มยังคงใบหน้าเฉยชาก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย "ก็เข้าท่าดี"


            เขาทำสีหน้าอย่างนั้นได้แม้กำลังจะแข่งกับข้านะหรอ? ช่างเป็นบุรุษที่ใจเย็นเสียจริง ลาซิเฟียพลันคิ้วขมวดก่อนเอ่ยถาม "ท่านแน่ใจจะแข่งกับข้าจริงจริงน่ะหรอ?"


            "ข้าเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเสมอ" ชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะเอ่ยต่อ "เริ่มกันเลยเถอะ"


            ฟึ่บ~~~

            ฟึ่บ~~~


            เสียงของบทร่ายถูกร่างออกมาในเวลาเดียวกัน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นในเศษเสี้ยววินาที นิ้วชี้ของชายหญิงต่างจิ้มลงบนโต๊ะพลางปรากฏวงเวทย์ขนาดเล็กบนโต๊ะอาหารของชายหญิงทั้งสอง หากสังเกตดูให้ดีจะพบว่าภายในวงเวทย์ขนาดเล็กนั้นกลับเต็มไปด้วยความซับซ้อนมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วงเวทย์ที่ต่างซ้อนกันนับแปดหมื่นสี่พันชั้น เป็นความละเอียดขนาดเล็กมากๆ ภายในแต่ละชั้นนั้นเล็กเสียยิ่งกว่าลูกปัด ทว่า ยามเอามาประกอบกันถึงแปดหมื่นสี่พันชั้น มันกลับกลายเป็นความอัศจรรย์ เป็นวงเวทย์ที่งดงามราวกับงานศิลปะชั้นเลิศพลางแสงสีเขียวเปล่งประกายวิบวับวิบวับ


            ด้วยความสามารถการคำนวณของลาซิเฟียที่ผู้คนต่างกล่าวขานว่าเป็นจักรพรรดิแห่งการคำนวณ หญิงสาวถึงกับเหงื่อตก การประชันเมื่อครู่นี้มีผลเป็นเสมอกัน!! ไม่ผิดแน่นอน!! การตรวจจับของเธอไม่มีทางผิดพลาด ชายหนุ่มตรงหน้าสามารถร่ายบทมหาโพธิสัตว์โดยใช้เวลาเท่ากับเธอได้อย่างพอดิบพอดี ลาซิเฟียที่อยู่ในอาการตกตะลึงงัน หยดเหงื่อพลันพร่างพรายบนใบหน้า เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ความสามารถด้านการคำนวณที่ถูกกล่าวขานว่าอยู่ในระดับจักรพรรดิเพิ่งจะเสมอกับใครที่ไหนก็ไม่รู้!!


            ลาซิเฟียพลันเหงื่อตกก่อนเอ่ยขึ้น "แข่งอีกรอบได้หรือไม่? โจทย์คราวนี้ท่านเป็นคนตั้งนะ"


            กาติรัสยังคงความนิ่งสงบแต่กลับเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันราวกับราชัน ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นพลันเอ่ยขึ้น "โจทย์เป็นมหาโพธิสัตว์สัตเทวะ"


            พอถูก "มหาโพธิสัตว์" ว่ายากแล้วสำหรับ "มหาโพธิสัตว์สัตเทวะ" อาจกล่าวได้ว่าโคตรอภิมหาแห่งความยากเป็นบทร่ายที่ต้องเชื่อมต่อกัน หลังจากร่ายบทมหาโพธิสัตว์เสร็จสิ้นจะต้องหาจุดเชื่อมต่อที่เคลื่อนที่ไปมาตลอดจากบทย่อยนับแปดหมื่นสี่พันบท เมื่อหาจุดเชื่อมต่อได้แล้วจำเป็นต้องรีบสะกดมันและต้องเร่งร่ายบท "สัตเทวะ" เพื่อเชื่อมกับบท "มหาโพธิสัตว์" ซึ่งบท "สัตเทวะ" ก็มีจำนวนบทย่อยเท่ากับบท "มหาโพธิสัตว์" เลยทีเดียวกระทั่งราชาจอมเวทย์ยังอาจใช้เวลามากกว่าแปดชั่วโมงเพื่อร่าย "มหาโพธิสัตว์สัตเทวะ"


            ลาซิเฟียประหลาดใจเล็กน้อย เป็นโจทย์ที่มหาหินสุดๆ ทว่า สำหรับหญิงสาวแล้วล้วนไม่นับเป็นอะไร นัยน์ตาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหวังก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเริงร่า "เอาสิ!"


            "เริ่ม"


            ฟึ่บ~

            ฟึ่บ~


            เสียงของบทร่ายถูกร่างออกมา ภายใต้นิ้วชี้ของชายและหญิง ปรากฏเป็นวงเวทย์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม มันใหญ่กว่าลูกปัดเพียงเล็กน้อย ภายในกลไลบทร่ายกลับทำให้รู้สึกสะพรึงกลัว บทร่ายย่อยกว่าแปดหมื่นสี่พันบทและจุดเชื่อมต่อที่นำไปอีกบทย่อยแปดหมื่นสี่พันบท ในบทร่าย "มหาโพธิสัตว์สัตเทวะ" ยามนี้มีบทย่อยกว่าแสนบท จุดที่ยากที่สุดน่าจะเป็นการหาจุดเชื่อมต่อระหว่างบทที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดบนบทย่อยซึ่งพวกเขาทำได้ดีอย่างไร้ที่ติ


            กาติรัสนิ่งสงบในขณะที่ลาซิเฟียดูอึ้งทึ่งอย่างบอกไม่ถูก การตรวจจับของเธอไม่ผิดพลาดแน่นอน! มันเสมอกันอีกแล้ว!! ชายหนุ่มเบื้องหน้าสามารถทำเวลาได้เทียบเท่ากับเธอ ผู้ถูกขนานนามว่าจักรพรรดิแห่งการคำนวณ วงเวทย์ชั้นในเปล่งประกายไปด้วยสีเขียวขจีวิบวับในขณะที่วงเวทย์ชั้นนอกกำลังเปล่งประกายไปด้วยสีเงินราวกับแพลตตินั่ม


            "ทะ...ท่านทำได้ยังไง!!"


            กาติรัสเผยยิ้มร่าก่อนเอ่ยขึ้น "ทำสิ่งใด?" น้ำเสียงขึงขังแต่ใบหน้ากลับแสดงความขี้เล่นราวกับกำลังเล่นกับเด็กน้อย


            ลาซิเฟียพลันใบหน้าบึ้งตึงก่อนเอ่ยขึ้นอย่างลนลาน "ถ้าเสมอกันเช่นนี้ข้าก็ไม่ได้ถามท่านนะสิ" น้ำเสียงร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด ใครจะไปนึกว่าเรื่องที่เธอไม่เคยเป็นสองรองใครในใต้หล้าจะต้องมาเสมอกับคนอื่นแบบนี้


            "งั้นแสดงว่าไม่มีใครได้ถามสินะ" กาติรัสกล่าวพลางเผยอยิ้ม


            ตึก ตึก ตึก...


            ท่ามกลางความสนุกของชายหญิง เสียงฝีเท้าสุดหนักแน่นกลับตรงดิ่งมาทางพวกเขา แม้ไม่ได้มองก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แปลกไปจากโต๊ะรอบข้าง เสียงคึกคักเมื่อครู่กลับกลายเป็นความเงียบงัน ปรากฏเป็นชายชราสามคนที่มีรูปร่างสูงราวสามเมตรต้นๆ ข้างหลังพวกเขากลับมีชายชราที่สูงเกือบสองเมตรอีกคน ใบหน้าของเขาดูประทับใจยิ่งนัก ทว่า ในส่วนลึกของความรู้สึก มันกลับมีความรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย


            ทันทีที่ลาซิเฟียได้สบตากับเหล่าชายชรา ทุกอย่างกลับถูกเติมเต็มไปด้วยความอึดอัดเป็นความรู้สึกที่ราวกับไม่สามารถขัดขืนได้เลย อย่าว่าแต่เรื่องต่อกรกับพวกเขาเลย แค่เหล่าอัจฉริยะด้วยกันตอนนี้ยังไม่สามารถต่อกรได้เลย!! ความหวาดกลัวมันถาโถมเข้ามาราวกับพายุโหมกระหน่ำ เป็นระดับที่ต่างกันเกินไปกระทั่งมังกรที่เคยพานพบยังไม่อาจเทียบเคียงกับชายชราทั้งสามตรงหน้าได้เลย!!


             ก่อนปรมาจารย์ยูไคจะกล่าวขึ้นเป็นผู้แรก "หญิงสาวคนนี้นะหรือที่ชื่อลาซิเฟีย" น้ำเสียงหนักแน่นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง


            ลาซิเฟียถึงกับอึ้งทึ่งจนทำอะไรไม่ถูกจะวิ่งหนีก็มีแต่ตายกับตาย บุคคลตรงหน้ามีพลังที่สูงส่งเกินไป ฝ่ามืออันบอบบางพลันจับชายเสื้อของกาติรัสอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะเอ่ยขึ้น "พะ...พวกท่านต้องการอะไรหรือคะ?"


            กาติรัสกลับรู้สึกสังเวชแทน "ปีศาจของลาปลาซ" ตัวตนที่สามารถสะเทือนโลกากลับต้องมาเกรงกลัวกระทั่งมดปลวกเฉกเช่นพวกมัน จุดสูงสุดสู่จุดที่ตกต่ำที่สุด ทำได้เพียงแค่กล่าวโทษความอ่อนแอของตนเอง


            "สาวน้อยผู้นี้นะหรือที่เป็นอัจฉริยะในรอบพันปี? ยังนับว่าเป็นอัจฉิรยะท้ายแถวสำหรับพวกเจ้านะ แต่ดูเหมือนสำหรับแดนเทพมนุษย์ ไม่อาจเทียบเคียงกระทั่งเด็กสิบขวบ" ปรมาจารย์โชลิชกล่าวอย่างผิดหวัง สเตตัสตรงหน้าก็แค่พวกปลายแถวแต่เจ้าเมืองกลับกล้าใช้คำว่าอัจฉริยะในรอบพันปีเลยเชียวหรือ?


            ชื่อ:ลาซิเฟีย คริธาเลีย(เพศหญิง) อายุ:15ปี เผ่าพันธ์:มนุษย์ อายุขัยโดยธรรมชาติ:80ปี เลเวล:1,023 พลังกาย:20,014 พลังเวทย์:20,008 อาชีพ:ราชันผู้พิชิต


            ปรมาจารย์ยูไคย่อมไม่ได้ตัดสินแค่เพียงสเตตัสก่อนแววตาจะแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามพลางวงแหวนเวทย์ที่ปรากฏออกมาเป็นชั้นชั้นก่อนเปล่งแสงสีทองเป็นประกาย เป็นบทเวทย์ระดับเก้า มันจะตรวจสอบค่าพรสวรรค์ในแต่ละตัวของบุคคล


            ชื่อ:ลาซิเฟีย คริธาเลีย(เพศหญิง) อายุ:15ปี เผ่าพันธ์:มนุษย์ อายุขัยโดยธรรมชาติ:80ปี เลเวล:1,023 พลังกาย:20,014 พลังเวทย์:20,008 อาชีพ:ราชันผู้พิชิต ค่าพรสวรรค์:100


            ตัวเลขที่ปรากฏออกมาถึงกับทำให้ปรมาจารย์ยูไคโพล่งคำออกไป "หนึ่งร้อย!!"


            ปรมาจารย์โชลิชที่ได้เห็นค่าสเตตัสสุดธรรมดานั้นแล้ว ค่าพรสวรรค์ก็ย่อมต้องเป็นไปตามที่เขาคิดพลางหยักหน้าเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้น "ใช่ ใช่ ค่าสเตตัสธรรมดาเช่นนั้นจะมีค่าพรสวรรค์สูงได้เช่นไร..." ราวกับสมองเพิ่งจะประมวลผลก่อนแววตาจะเบิกโพลงกว้างพลันโพล่งคำออกไปอย่างไม่อาจยับยั้ง "อะไรนะ! หนึ่งร้อย!! ค่าพรสวรรค์ระดับนั้นสามารถเรียนเวทมนตร์ได้ทุกแขนงเลยมิใช่หรือไร!!"


            ตอนนี้สีหน้าของปรมาจารย์ทั้งสี่ล้วนแสดงออกมาไม่ต่างกัน ต่างเต็มไปด้วยความตกตะลึง ใครจะไปคาดคิดว่าเพชรชิ้นงามชิ้นนี้จะมาอยู่ที่มหาแผ่นดิน ค่าพรสวรรค์หนึ่งร้อยมันหายากเสียยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร นับเป็นบุญตายิ่งนักที่ได้เห็นค่าพรสวรรค์ที่สูงส่งเช่นนี้


            ปรมาจารย์โชลิชที่พูดดูถูกไว้มากเริ่มรู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความเขินอายเล็กน้อย "เจ้าจะต้องเป็นดวงดาราที่เจิดจรัสที่สุดในงานประลองของท่านเทพมนุษย์หากเจ้ามาอยู่กับข้า"


            ปรมาจารย์ธูมัสพลันกล่าวขัด "ไม่ๆ นางจะต้องมาอยู่กับข้า"


            "ต้องมาอยู่กับข้าต่างหากเล่า" ปรมาจารย์โหวู๋เริ่มเอาไปกับเขาด้วย


            สีหน้าลาซิเฟียกลับดูไม่สู้ดีนัก ฝ่ามืออันบอบบางเริ่มนับชายเสื้อชายหนุ่มอย่างแนบแน่น ความรู้สึกเศร้าโศกามันอัดแน่นอยู่เต็มอก ความภาคภูมิในอดีตที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยขาของตัวเอง ทุกย่างก้าวที่เลยผ่านล้วนมีแต่ผู้คนก้มหัวให้อย่างเคารพและรักยิ่ง ทว่า ตอนนี้กลับมีเพียงความตกต่ำที่น่าสังเวช เป็นแค่เพียงสาวน้อยคนหนึ่งที่ถูกแก่งแย่งและถูกปกครองชีวิตโดยผู้อื่น


            หยาดน้ำตาเริ่มปรากฏออกมาบนใบหน้าก่อนลาซิเฟียจะหันมองไปทางเจ้าเมือง "นี้คือสิ่งที่ท่านตอบแทนข้างั้นหรือ" น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวังและช้ำใจ


            นี้นะหรือคือสิ่งตอบแทนที่ข้าได้รับหลังจากช่วยเหลือเขา... เป็นเบี้ยล่างให้ผู้อื่นเลือกสรรนะหรือ... ไม่ว่าจะกี่ภพชาติ... ยามข้าอ่อนแอ พวกเขากลับทำเหมือนข้าเป็นของเล่นจนกระทั่งตอนนี้... ข้าแค่อยากเป็นอิสระก็เท่านั้นเอง...


            "ข้าแค่ตอบแทนเจ้าด้วยวิธีที่ดีที่สุด" เจ้าเมืองกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเต็มไปด้วยความปรารถนาดี


            ใครไหนเล่าจะไม่อยากเป็นศิษย์ของปรมาจารย์จากแดนเทพมนุษย์ ทว่า เขากลับไม่ได้เข้าใจในตัวของลาซิเฟียเลยสักนิด ศิษย์ของปรมาจารย์งั้นหรือ? เธอคือปีศาจของลาปลาซ ตัวตนที่เคยสูงส่งกลับต้องมาใส่ชุดที่ดูราวกับขยะเช่นนี้ นับเป็นภพชาติที่แย่ที่สุดแล้ว ทุกอย่างมันมีแต่เรื่องแย่ๆ หลังจากได้พบกับเจ้าสองอสูรกายนั้นและสิ่งที่ทำให้รู้สึกอยากกระอักเลือดที่สุดคือมิอาจต่อต้านใครได้เลย เป็นการถูกบังคับราวกับของเล่น


            "ขะ...ข้าไม่ต้องการ" ลาซิเฟียกล่าวพลางน้ำเสียงสั่นเครือ


            "เหตุใดถึงไม่ต้องการ? พวกข้าคือปรมาจารย์จากแดนเทพมนุษย์จะมีใครไหนเล่าที่เหมาะสมแก่การสอนเจ้ามากกว่าพวกข้า?" ปรมาจารย์โชลิชกล่าวอย่างหยิ่งยโส ความมั่นใจมันเปี่ยมล้นไปด้วยความภาคภูมิในฐานะปรมาจารย์


            การปฏิเสธปรมาจารย์ก็ไม่ต่างอะไรกับการหาเรื่องตายเลยสักนิด มีหรือที่พวกเขาอยากจะปล่อยให้เพชรชิ้นงามเล่มนี้หลุดมือไป ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด จะต้องทำให้หญิงสาวตรงหน้ากลายเป็นผู้ท่องยุทธภพให้จงได้!!


            ยากที่จะตอบคำถาม หากตอบไปว่าเธอสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองพวกเขาจะเชื่อหรือ? เด็กสาวเมื่อวานซืนจะกล่าวตอบโต้ว่าตัวเองเก่งกว่าตาเฒ่าอายุนับสองพันปีเช่นนั้นหรือ? พวกเขาย่อมไม่มีวันเชื่อในคำตอบอยู่แล้ว ลาซิเฟียพลันรู้สึกเจ็บใจที่เจ้าเมืองทำกับเธอเช่นนี้ มันเป็นการยัดเยียดชัดๆ ท่ามกลางผู้คนนับพันพันชีวิตที่กำลังนั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ หากกล่าวปฏิเสธอีกรอบเห็นทีคงถูกตราหน้าว่าเป็นตัวโง่งมเป็นแน่ เสียทั้งชื่อเสียงเสียทั้งศักดิ์ศรี มันจะไปมีอะไรที่น่าโมโหยิ่งกว่านี้อีก

            

            ท้ายสุดแล้วด้วยความที่เคยเป็นผู้ยิ่งใหญ่มาก่อนและไม่เคยแม้แต่จะให้ใครเข้ามาช่วยเหลือ ลาซิเฟียจึงตอบกลับไปอย่างหนักแน่น "ข้าขอปฏิเสธค่ะ!"


            !!!


            ท่ามกลางสายตานับพันพันคู่ หญิงสาวกล่าวปฏิเสธปรมาจารย์อีกแล้ว นับเป็นการหักหน้ากันชัดๆ พวกเขาเป็นถึงปรมาจารย์จากแดนเทพมนุษย์ การถูกหักหน้ากลางสาธารณชนเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรมาจารย์โหวู๋ "เจ้า! กล้ากล่าวปฏิเสธอีกแล้วรึ!!" น้ำเสียงดุดันและโกรธเคือง


            ทุกสิ่งอย่างเป็นการบังคับมาตั้งแต่ต้นแล้วกระทั่งเด็กห้าขวบยังดูออกเลยว่าพวกเขากำลังบังคับเธอด้วยสีหน้าและรังสีฆ่าฟันสุดน่าสะพรึงนั้น


            ลาซิเฟียถึงกับสะดุ้งตกใจสิ่งที่ปรมาจารย์โหวู๋กระทำกลับกลายเป็นการกระตุกหนวดเสือเข้าอย่างจัง


            กาติรัสที่เงียบงันอยู่นานพลันกวาดตามองเหล่าปรมาจารย์ด้วยใบหน้าที่เหยียดหยาม เจ้าพวกมดปลวกนี้คิดจะสอนปีศาจของลาปลาซงั้นหรือ? เป็นข้าคงกระอักเลือดตาย!! "นางกล่าวปฏิเสธขนาดนี้ ฉไนพวกท่านยังไม่ยอมรามืออีก" 


    ...สเตตัสปัจจุบัน...


    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์

    เลเวล:5,389 พลังกาย:169,335 พลังเวทย์:771,335 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ