ดาบบิน
เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ ทำให้เมิ่งฝางหลงและผู้คนรอบข้างที่กำลังจะเดินเข้าไปในตลาดของโบราณตกใจกันถ้วนหน้า
“อ้าวกั่ว นายเป็นอะไร?” เมิ่งฝางหลงถามอย่างร้อนรน รีบนั่งลงดูอาการของอ้าวกั่ว
อ้าวกั่วร้องเจ็บปวดทรมานอยู่ไม่นาน ก็หยุดลง พร้อมกับการดิ้นทุลนทุลายไปมาของเขา
ใบหน้าของเขาตอนนี้ ซีดขาวไปหมด เหงื่อปกคลุมเต็มใบหน้า น้ำหูน้ำตาต่างไหลออกมา กระทั่งน้ำลายยังไหลยืดออกมา
“ผะ...ผม” อ้าวกั่วพูดเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว เขามองไปยังแผ่นหลังของหวังเฉินที่เดินจากไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ภายในใจขอบอ้าวกั่วรู้สึกได้ชัดเจนว่า วันนี้เขาได้เตะแผ่นเหล็กเข้าให้แล้ว
เขาคาดเดาว่าหวังเฉินต้องเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะทำร้ายเขาทางสมองได้ด้วยเพียงแค่การมอง
จากจุดนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้โง่เขลา เขารู้ว่าการที่ตัวเองอยู่ๆ ก็เป็นเช่นเมื่อครู่นี้เป็นฝีมือของหวังเฉิน
‘ตะ...ต้องเป็นผู้ฝึกตนระดับเทียบนภาแน่ สัตว์ประหลาดตัวนี้โผล่มาจากไหน ด้วยอายุเพียงแค่ยี่สิบกว่าปีก็กลายเป็นผู้ฝึกตนระดับเทียบนภาแล้วรึ?’ อ้าวกั่วคิดในใจอย่างหวาดหวั่น
เขาคาดเดาอีกอย่างว่าหวังเฉินต้องมาจากสำนักผู้ฝึกตนหรือไม่ก็นิกาย หรือตระกูลโบราณที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน เพราะมีแต่กลุ่มอำนาจเหล่านี้เท่านั้น ที่สามารถสร้างอัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาดอย่างหวังเฉินขึ้นมา
แม้การคิดเห็นเช่นนี้ของอ้าวกั่วจะสมเหตุสมผล แต่น่าเสียดายที่สิ่งที่เขาคิด ไม่ได้เข้าใกล้กับความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย
“ไปที่รถกันก่อน” เมิ่งฝางหลงช่วยพยุงอ้าวกั่วขึ้นมา จากนั้นรีบพาไปที่รถ ไม่สนใจที่จะเข้าไปยังตลาดของโบราณอีก
ภายในรถยนต์ยี่ห้อหรูที่มีราคาไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านหยวน เมิ่งฝางหลงกำลังสอบถามอ้าวกั่วว่าเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่าย
อ้าวกั่วที่ยังคงมีสีหน้าซีดขาวและเผยถึงความหวาดกลัวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนที่จะตอบออกมา “ชายหนุ่มคนเมื่อครู่เป็นผู้ฝึกตนระดับเทียบนภา ผมถูกมีฝ่ายโจมตีทางจิต!”
“อะไรนะ?!” เมิ่งฝางหลงตกใจจนร้องเสียงหลง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้ฝึกตน แต่ก็รู้เรื่องของผู้ฝึกตนดีมาก เนื่องจากพ่อของเขาเองก็เป็นผู้ฝึกตนเช่นเดียวกัน จึงได้รับฟังเรื่องราวกับผู้ฝึกตนมาเป็นจำนวนมาก
“มันคือเรื่องจริง” อ้าวกั่วตอบเสียงจริงจัง เขาเข้าใจดีว่าทำไมเมิ่งฝางหลงถึงได้ตกใจมาก เพราะผู้ฝึกตนระดับเทียบนภาอายุยี่สิบกว่าปีนั้น มันน่าตกใจมากเกินไป
เมิ่งฝางหลงพยายามสงบอารมณ์ความตกใจของตัวเองลง
“อายุยี่สิบกว่าปี ผู้ฝึกตนระดับเทียบนภา” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วเบา “เป็นใครมาจากไหนกันนะชายหนุ่มคนนั้น?”
ทันทีที่เสียงพึมพำจบลง ดวงตาของเมิ่งฝางหลงก็เบิกกว้างขึ้น จนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า เมื่อภาพใบหน้าของหวังเฉินเมื่อหลายปีก่อนลอยเข้ามาในหัว ภาพดังกล่าวได้ซ้อนทับกับภาพของชายหนุ่มที่เพิ่งจะได้พบเมื่อครู่นี้
“ปะ...เป็นไปไม่ได้! จะเป็นหวังเฉินคนนั้นไปได้อย่างไร?!”
เสียงร้องด้วยความไม่อยากจะเชื่อของเมิ่งฝางหลงได้ดังสะท้อนไปทั่วภายในรถหรู
...................................
หลังออกจากตลาดของโบราณ หวังเฉินขับรถกลับห้องเช่า โดยแวะร้านอาหาร ซื้ออาหารหลายอย่างมารับประทาน นอกจากนี้เขายังแวะร้านตีเหล็ก ซื้อแร่เหล็กคุณภาพสูงติดตัวมาจำนวนหนึ่ง
เหตุผลที่เขาซื้อแร่เหล็ก มันเป็นเพราะว่าเขาต้องการนำมันมาซ่อมดาบเก่าที่ตีมาจากเหล็กอุกาบาต ถ้าผ่านการซ่อมแล้ว มันจะกลายเป็นอาวุธระดับหนึ่งในทันที
เฉกเช่นเดียวกันกับเม็ดยา อาวุธเองก็แบ่งออกเป็นสิบระดับ ระดับที่ดีที่สุดย่อมเป็นระดับสิบอย่างไร้กังขา ซึ่งระดับนี้ มันจะถูกเรียกว่าอาวุธระดับเซียนอมตะ!
หลังรับประทานอาหารกลางวัน หวังเฉินไม่ลังเลที่จะลงมือในการซ่อมดาบเก่า หากว่าซ่อมเสร็จ ด้วยระดับอาวุธระดับหนึ่ง เขาเชื่อว่ามันจะกลายเป็นดาบบินที่ดีให้กับเขาได้
พูดถึงดาบบินแล้ว ผู้ที่สามารถใช้ดาบบินบินได้ คือผู้ฝึกตนระดับเทียบนภา เมื่อมีดาบบินอยู่ ล้วนสามารถใช้ดาบบินพาบินไปทั่วท้องฟ้าได้
ดาบบินเรียกได้ว่ามีประโยชน์เฉพาะผู้ฝึกตนระดับเทียบนภาเท่านั้น ต่ำกว่าก็ไม่สามารถใช้ได้ ส่วนระดับสูงกว่าอย่างระดับเหนือสวรรค์ดาบบินก็ไม่จำเป็น เนื่องจากว่าผู้ฝึกตนระดับเหนือสวรรค์ขึ้นไป สามารถโบยบินด้วยตัวเองได้อย่างอิสระ
เมื่อเวลาสามชั่วโมงผ่านไป หวังเฉินก็ซ่อมดาบบินจนแล้วเสร็จ มีแก่นอมตะอยู่ภายในร่างกาย การซ่อมดาบบินเล่มหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดสำหรับหวังเฉิน
ดาบบินที่แวววาวมีประกายอยู่ในมือของหวังเฉิน เขาจ้องมองมันด้วยความพึงพอใจอยู่บ้าง ดาบบินในตอนนี้แตกต่างจากดาบที่เก่าโบราณมากจนสนิมกินเมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง
‘ไว้ตอนกลางคืนค่อยไปลองใช้ดู’ หวังเฉินคิดเอาไว้แล้วว่าพอตกกลางคืนเมื่อไหร่ เขาจะไปทดสอบประสิทธิภาพของดาบบิน
หวังเฉินพลันคิดถึงเรื่องของอ้าวกั่วขึ้นมา อีกฝ่ายอยู่ดีไม่ว่าดีแท้ๆ ที่มาหาเรื่องเขา เหตุผลที่เขาสามารถโจมตีอ้าวกั่วที่เป็นผู้ฝึกตนระดับปฐพีขั้นปลายได้ ล้วนเป็นเพราะพึ่งแก่นอมตะ
แต่ด้วยพื้นฐานฝึกตนของเขาในเวลานี้ ทำให้ใช้แก่นอมตะได้ไม่เต็มที่ จึงทำได้เพียงโจมตีอ้าวกั่วได้เพียงแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น
ในเวลานี้เอง ประตูห้องเช่าพลันมีเสียงคล้ายจะถูกเปิดเข้ามา หวังเฉินรีบเอาดาบบินไปเก็บซ่อนไว้อย่างดี เขารู้ว่าคนที่กำลังเปิดประตูเข้ามาภายในห้องเช่าก็คือแม่ของเขาหยางชีหยู
“เฉินเอ๋อร์” พอเข้ามาภายในห้อง เห็นลูกชายยืนอยู่ หยางชีหยูก็รีบเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าแสดงออกถึงความตื่นเต้นและมีความสุข ในมือของเธอถือซองเอกสารทางการแพทย์ไว้ฉบับหนึ่ง
“ว่าไงครับแม่?” หวังเฉินแสร้งถามแม่ของเขา ทั้งๆ ที่รู้ความจริงดีอยู่แล้วว่าทำไมแม่ของเขาถึงได้ตื่นเต้นและมีความสุขมากขนาดนี้
“ดูนี่สิลูก วันนี้แม่ไปเข้ารับการรักษาผ่าตัดเนื้องอกในสมองที่โรงพยาบาล แต่หลังจากเอ็กซเรย์ดูแล้ว แม่กลับไม่มีเนื้องอกในสมอง!” หยางชีหยูยื่นส่งเอกสารทางการแพทย์ในมือให้หวังเฉิน
“จริงเหรอครับแม่?” หวังเฉินแกล้งอุทานอย่างตกใจ รีบรับเอกสารทางการแพทย์มาเปิดดู
พอดูได้สักพัก เขาก็ยิ้มยินดีออกมา “ขอบคุณสวรรค์ที่แม่ไม่เป็นเนื้องอกในสมองแล้ว นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!”
“แม่ว่าพวกหมอต้องตรวจสอบผิดแน่ๆ ในตอนแรก” หยางชีหยูพูดไปยิ้มไป แต่เธอก็คิดว่ามันอาจจะเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ ก็ได้ เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมีอาการเจ็บป่วยจริง และเพิ่งจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อวานนี้เอง
“เรื่องนี้ช่างมันก่อนเถอะ ในเมื่อแม่หายแล้ว แม่ว่าพวกเราสมควรจะเดินทางไปยังเจียงซีพรุ่งนี้เลย ลูกคิดเห็นว่ายังไงบ้าง?” หยางชีหยูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเรื่องนี้ เธอคิดว่าลูกชายของเธออาจจะว่าเร็วเกินไปที่จะไปเจียงซี จึงทำให้เธอลังเลที่จะพูด
“แม่ว่ายังไงผมก็ว่ายังงั่นแหละครับ” หวังเฉินย่อมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เป้าหมายแรกของเขาสำเร็จแล้ว ทำการรักษาแม่ของตัวเองจนหายดีแล้ว และเขาก็กำลังเริ่มเป้าหมายที่สองคือฝึกตนให้แข็งแกร่งขึ้น
ซึ่งจะฝึกที่ไหนไม่สำคัญ ไปฝึกอยู่บ้านเกิดแม่ของเขา มันก็ไม่ใช่ปัญหา
ได้ฟังที่หวังเฉินพูด หยางชีหยูรู้สึกมีความสุขที่ลูกชายของเธอเห็นด้วย เธอไม่ลังเลที่จะเริ่มเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า
หวังเฉินเองก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า จากนั้นก็ออกไปบอกเจ้าของห้องเช่าล่วงหน้าว่าจะย้ายออกช่วงสายๆ พรุ่งนี้
พอจัดการทุกอย่างแล้วเสร็จ เขาก็ชวนแม่ของเขาไปทานอาหารเย็น เพราะเวลาก็ใกล้จะค่ำมากแล้ว
หวังเฉินเลือกร้านอาหารราคาแพงที่แม่เขาชอบไปทานสมัยก่อน เขาคิดว่าอาหารมื้อสุดท้ายในปักกิ่ง แม่ของเขาต้องชอบอย่างแน่นอน
จบบทที่ 10