ผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด

    ตอนที่ 65 แฮ็กเกอร์มือฉกาจ

    ตอนที่65 แฮ็กเกอร์มือฉกาจ


    เสิ่นอี้เหลือบมองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดโดราเอมอนซึ่งเป็นตัวละครที่เคยอยู่ในชุดนอนเมื่อครั้งที่เขาเกิดใหม่บนโลกนี้


    ชายหนุ่มคนดังกล่าวผมสีดำใส่แว่นตา กำลังก้มหน้าเคาะแป้นพิมพ์รัวเร็วเป็นอย่างมากโดยไม่สนใจคนที่เข้ามาในห้องแต่อย่างใด


    ราเชลและเสิ่นอี้ต้องยืนอยู่สักพักกระทั่งชายหนุ่มคนดังกล่าวพิมพ์ข้อความทั้งหลายเสร็จสิ้นเขาเงยหน้าขึ้นมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญ พลางอุทานด้วยความแปลกใจที่พบเห็นชายหนุ่มเชื้อชาติเดียวกันทว่าเขาเอ่ยออกมาเป็นภาษาอังกฤษว่า


    “อ๊ะ! พวกคุณเข้ามานานหรือยัง คุณราเชล.....คุณมาหาผมมีอะไรหรือ?”


    แอนดี้หลิวไม่คาดคิดว่าจะเลขานุการคนสำคัญของผู้จัดการใหญ่จะลงทุนเดินมาหาเขาถึงห้องทำงานโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติวิสัยเป็นอย่างมาก


    ราเชลยิ้มใจเย็นในความเป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มฝีมือฉกาจซึ่งผู้จัดการมอบหมายให้นำผู้ถือหุ้นคนสำคัญมาพบ จึงกล่าวแนะนำเสิ่นอี้ พร้อมอธิบายกับโปรแกรมเมอร์ผู้เก่งกาจให้รับรู้ตามจริงว่า


    “นี่คือคุณเสิ่นอี้เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเรา ส่วนนี่คือโปรแกรมเมอร์มือดีที่ผู้จัดการแนะนำให้ค่ะเขาชื่อแอนดี้หลิว อินดี้อย่างที่คุณเห็นนั่นแหละค่ะ พวกเราไม่มีอะไรมากหรอก แค่คุณเสิ่นอี้ต้องการแลกเปลี่ยนเรื่องเขียนโปรแกรมผู้จัดการก็เลยสั่งให้พามาพบคุณนั่นซี เพราะรู้ว่าคุณไม่รับโทรหรือเมลแน่”


    แอนดี้หลิวหัวเราะแหะๆ อย่างเขินอาย เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะเพิกเฉยต่อการสื่อสารจากหัวหน้าเพียงแต่เขากำลังมีอารมณ์ในการเขียนโปรแกรมขึ้นมาพอดี จึงตัดการสื่อสารทุกชนิดออกไป


    “สวัสดีคุณเสิ่นอี้ยินดีที่ได้พบนะครับ สนใจการเขียนโปรแกรมหรือ มานั่งข้างผมเลยครับเดี๋ยวผมจะแนะนำให้แบบตัวต่อตัวเป็นพิเศษ”


    แอนดี้หลิวรีบปรับเปลี่ยนท่าทีตนเองกับเสิ่นอี้ทันทีเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มหล่อเหลาแปลกหน้าเป็นใคร เขารู้ดีว่าหากทำดีกับผู้ถือหุ้นของบริษัทได้จนน่าประทับใจแล้วโบนัสเขาอาจได้รับเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน


    “สวัสดีครับคุณแอนดี้หลิวขอบคุณล่วงหน้านะครับ”


    เสิ่นอี้กล่าวทักทายตอบกลับอย่างรู้สึกดีที่ได้พบคนเชื้อชาติเดียวกัน


    ราเชลเอ่ยให้แอนดี้หลิวรับรู้การดูแลเสิ่นอี้อย่างเบ็ดเสร็จทันทีว่า“แอนดี้หลิว คุณช่วยดูแลคุณเสิ่นอี้ทุกอย่างเลยนะ ทำให้

    ดีที่สุดด้วยล่ะ”


    “โอเคไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวผมจัดการเอง” แอนดี้หลิวพยักหน้าเข้าใจในข้อความที่เลขานุการสาวสวยกำชับมาอย่างจริงจัง


    จากนั้นราเชลกล่าวลาต่อเสิ่นอี้เพื่อไปทำงานต่อโดยปล่อยให้ชายหนุ่มผู้ถือหุ้นอยู่กับโปรแกรมเมอร์เพียงสองคน พลางรู้สึกแปลกใจในความใจดีของผู้จัดการที่ไม่เข้มงวดต่อผู้ถือหุ้นคนนี้


    อย่างไรก็ตามเสิ่นอี้ไม่รู้เลยว่าหุ้นที่เขามีอยู่กำลังเกิดการแก่งแย่งและต้องการเป็นอย่างมากจากสองฟากฝั่งซึ่งราย

    ละเอียดเรื่องเหล่านี้มีเพียงผู้จัดการซึ่งรับรู้มาจากซีอีโอคนสำคัญของบริษัทอย่างสตีฟ นั่นเอง


    ..........


    เสิ่นอี้เริ่มต้นเรียนรู้ทักษะการเขียนโปรแกรมหลากหลายภาษาตั้งแต่ภาษาไพทอนขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงภาษาจาวา จาวา

    สคริปต์ คอทลิน อาร์ พีเอชพี โกซี สวิฟต์ และซีชาร์ป


    แอนดี้หลิวสาธิตการเขียนคำสั่งสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ให้ทำงานในลักษณะเดียวกันแต่ใช้ภาษาต่างกัน ทำให้เสิ่นอี้ตาโตเป็นประกายอย่างยินดีเพราะในตำราออนไลน์ที่เขาเคยศึกษามาก่อนนั้นไม่ได้บอกเทคนิคหรือเคล็ดลับในการใช้งานแต่อย่างใด


    เสิ่นอี้รู้สึกพึงพอใจที่ตัดสินใจมาเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญโดยตรงทำให้เขาเริ่มนึกถึงคำสั่งประหลาดที่เคยพบในห้องทดลองของชายชราพิชญ์เรอาที่สามมากขึ้นพร้อมกับเริ่มเข้าใจคำสั่งที่ชายชราเขียนทิ้งไว้ในห้องทดลองมากขึ้นเช่นกัน


    ‘ดูเหมือนพิชญ์เรอาที่สามจะเขียนคำสั่งเพื่อสั่งการไอเดียทำงานบางอย่าง หากฉันเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้คำสั่งพวกนี้ได้ทั้งหมดไม่แน่ว่าฉันอาจเข้าใจงานที่ชายชราเขียนทิ้งไว้ก็ได้’


    เสิ่นอี้คิดอย่างมีความหวังเขาเรียนรู้อยู่กับแอนดี้หลิวเป็นเวลานาน โดยทั้งสองคนต่างแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างสนุกสนาน


    เมื่อถึงจังหวะหนึ่งของการแลกเปลี่ยนซึ่งทำให้แอนดี้หลิวคิดโจทย์ยากจากงานที่กำลังทำอยู่ได้เขาจะหยุดสนทนากับเสิ่นอี้แล้วรีบพิมพ์คำสั่งสื่อสารกับคอมพิวเตอร์เพื่อเขียนโปรแกรมบางอย่างในทันที


    เสิ่นอี้ไมได้รบกวนแอนดี้หลิวเวลาพิมพ์คำสั่งเมื่อมีความคิดสร้างสรรค์แล่นวาบผ่านเข้ามาแต่เขากำลังจับจ้องคำสั่งที่ชายหนุ่มพิมพ์อยู่ด้วยใจจดจ่อพลางทำความเข้าใจได้มากขึ้นและมากขึ้นเรื่อย ๆ


    ทั้งคู่พักกินอาหารกลางวันในเวลาสิบสี่นาฬิกาเนื่องจากต่างพากันติดพันการเขียนคำสั่งที่แอนดี้หลิวคิดออกขณะสนทนากับเสิ่นอี้พอดี


    ระหว่างที่ทั้งคู่นั่งกินอาหารในโรงอาหารแอนดี้หลิวได้โอกาสเอ่ยถึงประเทศบ้านเกิดที่ทำให้เขาจากมาด้วยเหตุผลบางอย่างแก่เสิ่นอี้ฟังตามจริงว่า


    “อันที่จริงประเทศเราก็ดีแต่ผมดันติดกับดักทางนี้แล้วนี่สิ ก็เลยยังกลับบ้านไม่ได้ พอคิดจะกลับบ้านก็มีเหตุทำให้ผมต้องอยู่ต่อที่นี่สงสัยว่าชาตินี้คงไม่ได้กลับจีนแล้วละมั้ง”


    “หากคุณอยากเล่าความอึดอัดนั้นให้ผมฟังผมยินดีรับฟังนะ ถึงแม้จะช่วยเหลืออะไรคุณไมได้มาก”


    เสิ่นอี้รู้สึกเห็นใจชายหนุ่มตรงหน้ากอปรกับเขารู้สึกดีที่ชายหนุ่มเชื้อชาติเดียวกันแนะนำความรู้ให้อย่างไม่หวงวิชาจึงต้องการตอบแทนในสิ่งที่ทำได้ทันที


    “ไม่ได้อึดอัดอะไรมากหรอกมันแค่เป็นการตัดสินใจของผม ซึ่งผมต้องรับผลที่ตามมาเอง อย่าสนใจนักเลยพวกเราคุยเรื่องการเขียนภาษาใหม่ดีกว่า จะว่าไปแล้วในโลกนี้มีภาษาใช้สื่อสารกับคอมพิวเตอร์หลายร้อยเชียวนะแต่ผมว่ามันน่าจะมีเป็นพันโน่นแหละ”


    แอนดี้หลิวหัวเราะขื่นเขาไม่กล้าเล่าความลับของตนให้ชายหนุ่มแปลกหน้าฟัง ถึงแม้ว่าจะรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจได้ก็ตามจึงเลี่ยงไปสนทนาเรื่องภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมแทน


    เสิ่นอี้ไม่ได้คาดคั้นคำตอบจากชายหนุ่มดังกล่าวเขาสนทนาเรื่องภาษาเขียนโปรแกรมต่ออย่างออกรสจนทำให้ตระหนักได้ถึงที่มาของภาษาทางเทคโนโลยีขั้นสูงบนดาวเอวา


    เขาพบว่าภาษาบนดาวเอวามีหลายส่วนคล้ายคลึงกับภาษาโกที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้แต่ยังมีไวยากรณ์ในภาษาที่ซับซ้อนบางอย่าง ซึ่งเป็นการผสมผสานมาจากหลายภาษาเข้าด้วยกัน


    หลังจากกินอาหารกลางวันในเวลาอันล่าช้าเสร็จเรียบร้อยทั้งสองคนกลับไปยังห้องทำงานของแอนดี้หลิวเหมือนเดิม


    อนึ่งแอนดี้หลิวกระตือรือร้นในการให้คำแนะนำแก่เสิ่นอี้อย่างจริงใจเนื่องจากเขาพบว่าการได้สนทนากับเสิ่นอี้ที่มีความรู้เพิ่มขึ้นมากในเวลาอันรวดเร็วทำให้เขารู้สึกสนุกและเกิดความคิดสร้างสรรค์ จนงานที่ได้รับมอบหมายกำลังจะเสร็จลุล่วงก่อนเวลาด้วยซ้ำไปจึงยินดีที่ได้สนทนากับเสิ่นอี้ต่อ


    กระทั่งสองชายหนุ่มลาจากกันในตอนเย็นโดยเสิ่นอี้คิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องการเรียนรู้กับแอนดี้หลิวอีกแล้วเขาพบว่าการเรียนรู้มาล่วงหน้าอย่างงู ๆ ปลา ๆ ช่วยทำให้เขาเข้าใจและสามารถสรุปเนื้อหาสำคัญได้อย่างง่ายดาย


    “ขอบคุณมากนะครับที่ให้ความรู้กับผมทั้งวันผมยังไม่มีอะไรจะตอบแทนเลย ไว้โอกาสหน้าจะตอบแทนนะครับ”


    เสิ่นอี้กล่าวลาแอนดี้หลิวด้วยความซาบซึ้งใจเนื่องด้วยอีกฝ่ายเดินออกมาส่งเขาที่ลานจอดรถโดยตรง กล่าวได้ว่าเป็นมิตรภาพระหว่างชายหนุ่มที่เกิดขึ้นอย่างแนบแน่นในเวลาอันรวดเร็วเพียงหนึ่งวัน


    “ไม่เป็นไรไม่ต้องคิดมากหรอก ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ คุณมาช่วยให้ผมคิดงานออกได้ตั้งแยะแน่ะ”


    แอนดี้หลิวฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุขเขาใช้กำปั้นชนกับกำปั้นของเสิ่นอี้เป็นการกล่าวลาระหว่างกัน


    จากนั้นเสิ่นอี้ขับรถออกไปโดยมีแอนดี้หลิวโบกมือลาด้วยท่าทางหงอยเหงาเล็กน้อย ซึ่งชายหนุ่มสามารถมองเห็นผ่านกระจกหลังได้อย่างง่ายดาย


    ..........


    เสิ่นอี้ขับรถกลับไปพักยังโรงแรมในเมืองเรดมอนด์เขามีคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปสเปกสูงติดตัวมาด้วย จึงต้องการทดสอบ

    ทักษะที่ตนเพิ่งเรียนรู้มาเพื่อฝึกฝนให้เชี่ยวชาญก่อนอาบน้ำนอนพักผ่อน


    “หากฉันใช้ภาษาอย่างที่ตาแก่พิชญ์เรอาที่สามใช้ล่ะมันจะเป็นยังไงกันนะ?”


    เสิ่นอี้พึมพำด้วยความอยากรู้ผลลัพธ์ของการใช้ภาษาที่เขาสามารถรื้อฟื้นความทรงจำตนเองจากการที่เคยเห็นการเขียนภาษาดังกล่าวของอดีตนายจ้างบนดาวเอวาได้จึงต้องการทดลองเขียนดู


    เมื่อคิดวางแผนได้แล้วเขาเริ่มลงมือเขียนโดยลองผิดลองถูกนานเกือบหนึ่งชั่วโมงกระทั่งได้แนวทางที่ชัดเจนและเข้าใจแล้ว จึงทดลองเขียนคำสั่งเพื่อแฮ็กข้อมูลตัวอย่าง


    “ลองแฮ็กข้อมูลของแอนดี้หลิวดูหน่อยละกันเขาน่าสนใจทีเดียว อยากรู้จริงว่าเหตุผลอะไรที่เขาต้องอยู่ที่นี่ต่อ?”


    เสิ่นอี้ยังคงรู้สึกค้างคาใจเกี่ยวกับเรื่องราวของเพื่อนจึงต้องการแฮ็กเพื่อสืบค้นหาคำตอบเอง รวมทั้งเป็นการฝึกฝนทักษะ

    ที่เพิ่งเรียนรู้มาเพื่อให้เกิดความชำนาญมากยิ่งขึ้น