“กู๊ดมอร์นิ่งนิรา!!”
เควินเซนท์เดินเข้ามาภายในห้องเรียน ในวันและเวลาซึ่งเป็เวลาสอนภาษาอังกฤษในวันอาทิตย์ ซึ่งเควินเซนท์นั้นจะสอนภาษาอังกฤษเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์เพียงเท่านั้น ส่วนวันธรรมดาวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ก็จะมีอาจารย์หลักสอนอยู่แล้ว
“กู๊ดมอร์นิ่งทีเชอร์”
วิราศนิรากล่าวทักทายเควินเซนท์ด้วยน้ำเสียงเนืองๆ และหากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าวันนี้เธอดูตาบวมๆ เหมือนกับได้ร้องไห้มาตลอดทั้งคืนอะไรประมาณนั้น
ซึ่งสิ่งที่วิราศนิราเป็อยู่นี้ เควินเซนท์ก็สังเกตเห็นอย่างชัดเจน แต่เขาก็ไม่ได้พูดไม่ได้ถามอะไรออกมา ว่าเธอเป็อะไรนักหนา ถึงได้ดูเศร้ามากขนาดนี้ แต่เพราะคิดว่าเป็เื่ส่วนตัว และตัวเขาไม่สมควรที่จะถามออกไป ถึงแม้ว่าเขาจะอยากถามมากสักแค่ไหนก็ตามที แต่กระนั้นเขาก็ส่งสายตามองมาที่ร่างบาง ด้วยความเป็ห่วงเป็ใยอย่างเปิดเผย
วิราศนิราก็รู้แหละว่าตัวเธอนั้นดูเศร้า และตาบวมมาในวันนี้ ก็จะไม่ให้เป็อย่างที่เป็อยู่นี่ได้ยังไง ก็ตลอดทั้งคืน เธอนอนร้องไห้จนไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่ด้วยความรับผิดชอบอันมีอยู่ในตัวอย่างสูง ทำให้เธอต้องมาเรียนในวันนี้อีกวัน เธอไม่อยากขาดเรียน เพราะไหนๆ ก็จ่ายเงินค่าเรียนไปแล้ว และก็แพงด้วยไง
“คุณมาไวเหมือนกันนะเนี้ย แล้วนี่ทานอะไรมาหรือยัง??”
เควินเซนท์ชวนคุย เผื่อว่าจะทำให้คนตัวเล็กตรงหน้า ดูผ่อนคลายและลืมสิ่งที่กำลังคิดอยู่ภายในใจไปชั่วขณะได้บ้าง โดยที่ชายหนุ่มได้พูดเป็ภาษาอังกฤษ เพื่อเป็การฝึกการฟังการพูดของคนตัวเล็กตรงหน้าไปในตัว
“ทานมาแล้วค่ะ แล้วทีเชอร์ล่ะคะ?”
วิราศนิรายิ้มบางๆ ที่มุมปาก ตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเนืองๆ พร้อมกับถามคนตัวโตกลับไป เพื่อไม่ให้เป็การเสียมารยาท ซึ่งหากจะบอกว่าเธอที่นี้เพราะเธออยากรู้หรือเป็ห่วงเขานั้น ไม่ใช่เลย เธอไม่มีกะจิตกะใจจะเป็ห่วงเป็ใยใครหรอก ดูจากสภาพเธอแล้ว เธอยังไม่เป็ห่วงตัวเองเลยด้วยซ้ำ
“ทานแล้วเหมือนกัน ขอบคุณ”
เควินเซนท์ตอบกลับวิราศนิรายิ้มๆ และยังไม่ทันที่จะได้พูดคุยอะไรกันต่อ นักเรียนที่เควินเซนท์สอน ก็ทยอยเข้ามาภายในห้อง เพราะในเวลานี้ถึงเวลาที่เขาจะต้องสอนภาษาอังกฤษแล้วนั้นเอง ดังนั้นเขาจึงหยุดพูดหยุดถาม และเริ่มเข้าสู่วิชาภาษาอังกฤษ จนกระทั้งสิ้นสุดเวลาเรียน
พอเรียนเสร็จ วิราศนิราก็ไปเตล็ดเตร่เดินเล่นดูโน้นดูนี้ ที่ห้างสรรพสินค้า เพราะยังไม่อยากกลับ หากกลับไปคอนโด เธอก็คงเอาแต่นั่งเศร้าโศกเสียใจ น้ำตาร่วงเป็เผาเต่า ไปกับเื่ของอดีตคนเคยรัก ที่ทำร้ายจิตใจเธอ
“ไปร้านที่เคยไปดีกว่า”
วิราศนิราเดินไปเดินมาจนรู้สึกว่าไม่มีอะไรให้ดูแล้ว จึงนึกถึงร้านกึ่งบาร์กึ่งร้านอาหาร ที่เธอเคยไปเมื่อนานมาแล้ว เธอจึงมุ่งหน้าเดินทาง ตรงไปที่ร้านกึ่งบาร์กึ่งร้านอาหารแห่งนั้นทันที อย่างไม่รอช้า และพรุ่งนี้เธอไม่ได้ทำงาน เพราะเป็วันหยุดพิเศษประจำปี ดังนั้นเธอคิดว่าวันนี้เธอขอเมาสักวันก็แล้วกัน
วิราศนิรามาถึงร้านกึ่งบาร์กึ่งร้านอาหาร ก็ได้เห็นพนักงานเสิร์ฟที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตา และค่อนข้างรู้จักถูกคอกันก่อนหน้าโน้น เธอจึงยิ้มเปิดกว้าง แต่ถึงจะดูว่าพยายามทำตัวเหมือนไปมีอะไร แต่รอยยิ้มนั้นก็ยังดูเศร้าไม่จางหาย
“แหมๆ หายหน้าหายตาไปนานเลยนะ นั่งๆ เลยๆ”
วิราศนิราเดินตรงเข้าไปใกล้ๆ กับ เออนันต์ หรือที่เธอเรียกว่า เอ ซึ่งเป็พนักงานเสิร์ฟของร้านกึ่งบาร์กึ่งร้านอาหารแห่งนี้ โดยเออนันต์เห็นร่างบางของวิราศนิราเดินมาแต่ไกล ก็ยิ้มรับพร้อมกับจีบปากจีบคอร้องทักทาย และเชื้อเชิญให้นั่งอย่างเร็วไว
“่นี้ยุ่งๆ น่ะ”
วิราศนิราพูดพร้อมกับนั่งลง ยื่นมือเรียวเล็กหยิบเมนูเครื่องดื่มมาคลี่เปิดออก กวาดสายตามองไปตามเมนูเบียร์คาร์ฟ แล้วมาหยุดอยู่ที่เมนูที่มีดีกรีค่อนข้างสูง
“เอาอันนี้” วิราศนิราชี้ไปที่เมนูดังกล่าว โดยไม่คิดจะลองชิมก่อนแต่อย่างใด ซึ่งปกติร้านกึ่งบาร์กึ่งร้านอาหารแห่งนี้ สามารถให้ลูกค้าลองชิมเบียร์ก่อนได้ หากชอบก็สั่ง แต่หากไม่ชอบก็เลือกตัวใหม่ แต่วันนี้วิราศนิราไม่คิดจะชิม คิดอยากจะดื่มให้เมา เพื่อลืมบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในใจ
๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒