โรงอาหารของโรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงกลางของอาคารทั้งหมดเยื้องไปทางเหนือเป็โรงอาหารมาตรฐานตามแบบโรงเรียนรัฐทั่วไปประกอบด้วยม้านั่งกับโต๊ะตัวยาวที่ตั้งยืดออกไปจนเกือบเต็มพื้นที่เป็แถวยาวเรียงต่อกันไปจนสุดพื้นที่ตัวโต๊ะมีจำนวนหลายสิบตัวถูกวางเรียงไว้เต็มพื้นที่และมีนักเรียนจากชั้นปีต่าง ๆนั่งทานอาหารกับกลุ่มเพื่อนกันเต็มไปหมดทำให้บริเวณโรงอาหารเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยกับคนจำนวนมากและ มีนักเรียนนับพันมารวมกันอยู่ที่นี่
“ร้านอาหารตามสั่งป้านี่ตรงนั้นอร่อยนะเชษฐ์ พวกเราไปกินกันเถอะ”
“พูดอะไรน่ะ ของที่น่ากินคือ ข้าวมันไก้เจ๊พักตร์ต่างหากไก่ตอนอร่อยอวบ ๆ แบบนั้นในราคา 25 บาทมีที่นี่เท่านั้นนะเพื่อนเลิฟ”
“ของแคลอรี่เยอะแบบนั้นมันอะไรกันขืนให้เชษฐ์กินอะไรแบบนั้นได้อ้วนตายกันพอดี อาหารตามสั่งอร่อย ๆ ทำร้อน ๆยังน่ากินกว่าเยอะจริงไหม เชษฐ์”
“เธอนั้นแหละไม่เข้าใจ ผู้ชายเป็วัยกำลังโตนะการกินของแค่นี้ไม่ทำให้อ้วนหรอกน่า ผู้หญิงก็กังวลมากไปแหละ”
“พอคิดสั้นแบบนั้นชมรมหนังสือพิมพ์ถึงได้ไม่ได้มีผลงานอะไรไม่ใช่หรือไง”
“ชมรมว่ายน้ำก็เหมือนกันนั่นแหละกินแต่ของพลังงานน้อยแบบนั้น ถึงไม่ชนะชาวบ้าน เขาสักที”
“นายนี่มัน...”
“พอก่อนเถอะ คนมองกันทั้งโรงอาหารแล้ว”
ไม่ทันไร สองคนนี้ก็เปิดศึกกันแล้วทำให้ผมต้องห้ามทัพอีกครั้งทั้งที่คิดว่า มาด้วยกันสองคนจะตัดปัญหานี้ได้แท้ ๆ เชียวดันกลายเป็เื่วุ่นขึ้นมาแทนซะงั้นทำให้ผมต้องห้ามทัพสองคนอย่างสุดชีวิตและตัดสินใจซื้อ ข้าวกระเพราเนื้อไข่ดาว มาตามคำแนะนำของบัวแล้วเดินมานั่งอยู่ตรงที่นั่งริม ๆ กัน บัวนั่งอยู่ทางขวามือของผมส่วนเอ็มนั่งอยู่ตรงหน้า ทั้งสองคนเลือกซื้ออาหารที่แนะนำผมกันทั้งคู่บัวเลือกกินข้าวไก่ผัดพริกเผา ส่วนเอ็มข้าวมันไก่ตอนพิเศษเน้นข้าวตามฟอร์ม
ระหว่างที่กำลังนั่งกินอาหารกันอยู่นั้นอยู่ๆ เอ็มก็พูดมาว่า
“รู้ป่ะเพื่อนเลิฟว่า โรงเรียนของเราน่ะมีฉายาว่า โรงเรียนผีดุที่สุดในจังหวัดภาคกลางนะ”
“พูดอะไรของนาย เ้าบ้า เดี๋ยวเชษฐ์ของผมก็กลัวหมดหรอก”
บัวส่งเสียงขัดในทันทีว่าแต่ผมเป็ของบัวั้แ่เมื่อไหร่กันนะ วิธีพูดแบบนี้มันฟังแปลก ๆ นะ
“กลัวอะไรกันลูกผู้ชาย เขาไม่กลัวผีกันหรอกนะ จริงป่ะ เพื่อนเลิฟ”
“อ่า...ก็คงงั้นนะ”
ผมตอบเออออไปแบบผ่าน ๆ
“เห็นป่ะบัว เธอห่วงไม่เข้าเื่”
บัวมองผมด้วยสายตายากจะอธิบาย คือ ผมอยากบอกว่าผมก็แค่เออออไปตามนั้นน่ะ ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นจริง ๆ
“โอเครู้ไหมว่า โรงเรียนเรามีตำนานเื่เล่าสยอง ๆ ด้วยนะ ถูกเล่ากันมานานแล้ว เรียกว่าสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ของโรงเรียนน่ะ”
“ฟังเหมือนโม้มากกว่า”
บัวขัดทันที
“โม้อะไรเหล่านี่เป็สิ่งทีชมรมหนังสือพิมพ์ของเราสำรวจมานะหัดอ่านหนังสือพิมพ์ของโรงเรียนเรานะ บัว เดี๋ยวตกเทรนด์”
“ไม่เอาอ่ะ ไม่มีใครอ่านหนังสือพิมพ์นะ ยุคนี้”
“ไปขอโทษคนเรียนวารสารเดี๋ยวนี้นะ”
“วารสารไม่ใช่ว่าโดนยุบหมดแล้วเหรอ ?”
“ขอโทษคนเรียนวารสารทั้งประเทศ เดี๋ยวนี้เลยนะ”
“นา นา ใจเย็นก่อนเถอะ เดี๋ยวเล่าไม่จบพอดีบัวก็อย่าขัดเอ็ม เขาน่า...”
“แทนที่จะทนนั่งฟังเื่ไร้สาระ รีบกินแล้วเชษฐ์ไปเดินเที่ยวในโรงเรียนกับผมดีกว่า”
บัวบ่นอุบอิบ ขณะที่เอ็มพูดต่อ
“รู้ไหมเพื่อนเลิฟว่า โรงเรียนนี้น่ะเมื่อก่อนไม่มีการทำกิจกรรมชมรมหรือชุมนุมหรอกนะเลิกเรียนเสร็จจะต้องรีบออกจากตัวโรงเรียนก่อน 5 โมงเย็นด้วยนะแถมพวกครูเวรจะรีบปิดประตูห้องแล้วเอาของกลับไปทำที่บ้านกันหมด ไม่มีใครกล้าอยู่ที่โรงเรียนนี้ใน่หลังเลิกเรียนรู้ไหมเพราะอะไร ?”
“อะไรเหรอ ?”
ผมถามแล้วตักข้าวเข้าปาก
“ผีไง”
“ผี ?”
ผมเลิกคิ้วขึ้น
“อื้อเื่มันมีอยู่ว่า...”
เอ็มเล่าเื่ ตำนานประจำโรงเรียนอย่างเด็กสาวชุดดำที่กล่าวกันว่า หากใครได้เจอเธอจะถูกดึงไปในโลกแห่งความตายและไม่กลับมาอีกมันเป็เื่ผีที่ฟังแล้วน่ากลัวอยู่หรอกนะ แต่ผมฟังมันแบบผ่าน ๆ เพราะตัวเองเคยเจอผีมาบ้างเลยไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรส่วนบัวไม่ได้สนใจเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอยู่ตลอดแทน
“เป็ไงน่ากลัวใช่ป่ะ”
“อื้อ ก็น่ากลัวนะ แล้วทำไมอยู่ ๆ โรงเรียนถึงมีชมรมและคนมาเดินเล่นหลังเลิกเรียนได้ละ”
“อ๋อ เห็นว่ามีคนเชิญหมอผีมาจัดการเื่นี้น่ะก็เลยไม่มีใครเห็นเด็กสาวชุดดำคนนั้นอีกแต่ว่านะ เพื่อนเลิฟ มันกลับมาแล้วน่ะ”
“กลับ ?”
“เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนที่เพื่อนเลิฟจะย้ายมา มีข่าวว่ามีคนเห็นเด็กสาวชุดดำเข้าน่ะ”
“จริงเหรอ ?”
“อื้อ แล้วพอมีข่าวลือพวกนี้มาก ๆก็มีพวกรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งรวมทีมกันไปสำรวจอาคารเก่าตรงนู่นน่ะแล้วก็หนีกระเจิดกระเจิงกัน แต่ก็มีคนในกลุ่มหายตัวไป จากนั้นก็ค่อย ๆหายไปอีกสองคนแล้วน่ะ ส่วนมากบอกว่า ถูกเด็กผู้หญิงชุดดำรังควาญ แล้วหายไป ตอนนี้ที่โรงเรียนกำลังวุ่นวายกันตอนนี้แหละ”
“เหรอ?”
ผมมานั่งนึก ๆ แล้วเห็นน้าพินประชุมเมื่อวานแล้วก็ข่าวที่ออกจากวิทยุเมื่อเช้ามาประมวลดูกับเื่เล่าที่เอ็มบอก
“สนใจใช่ไหมล้า”
“ก็นะ ได้ยินในวิทยุเมื่อเช้านี้”
พอผมเอ่ยแบบนั้น เอ็มก็ส่งเสียงดังลั่น
“เห็นป่ะบัว เชษฐ์มีจิตวิทยาของนักข่าวจริง ๆ ด้วย”
“เชษฐ์ อย่าไปติดคนบ้าแบบนั้นง่าย ๆ สิผีเผออะไรไม่มีจริงหรอก แค่เื่เล่าเท่านั้นเอง”
บัวบอกผมแบบนั้น แต่ผมกลับคิดว่าเื่นี้มีมูลขึ้นมาเหมือนกัน แต่ก็พูดไม่ได้ว่า มันเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า
“นั่นสินะมันคงเื่บังเอิญแหละนะ”
“ว้า...อะไรกัน เพื่อนเลิฟ นึกว่านายจะอยากมาเข้าชมรมหนังสือพิมพ์กับฉันซะอีก พวกเราจะได้ไปตามคดีพวกนี้กันทำให้สังคมตื่นตะลึงกันไปเลย โธ่เอ๊ย”
เอ็มพูดอย่างเจ็บใจ ขณะที่ผมได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ออกมา
“เห็นไหม เชษฐ์ ไม่ใช่พวกเบียว ๆ ที่เชื่อว่าผีมีจริงแบบนายหรอกย่ะ อีตาบ้า ไปไกล ๆ ได้แล้ว เดี๋ยวติดเพื่อนฉัน”
“โหดร้ายชะมัด ผู้หญิงนายเลือกผู้หญิงมากกว่าความฝันเหรอวะ เชษฐ์ ฉันดูนายผิดจริง ๆ”
ผมอยากตบมุกไปชะมัดว่านายกับฉันพึ่งเจอกันวันแรกวันนี่เองนะ แต่เสียงกริ่งหมดเวลาพักก็ดังขึ้นก่อน พวกเราจึงต้องลุกจากที่นั่งในโรงอาหารเอาจานไปเก็บให้แม่บ้านกัน โดยระหว่างเดินไปนั้น บัวก็บอกผมว่า
“งั้นเดี๋ยวเลิกเรียน ผมจะพาทัวร์โรงเรียนเองนะ เชษฐ์’
“วันนี้ไม่มีชมรมหรือไง”
“ไม่มีซ้อมน่ะ ถึงมีก็จะโดด”
“ฟังแล้วแย่จังนะ”
“เพื่อนสนิทของผมย้ายมาเรียนทั้งที ผมต้องใช้เวลากับเพื่อนสิจริงไหมเอาละ รีบเก็บจานแล้ว รีบไปเรียนกันเถอะ”
“อื้อ”
ผมพยักหน้าแล้วเดินตามหลังบัวไป โดยที่ในใจยังครุ่นคิดถึงสิ่งที่เอ็มเล่าให้ฟังเมื่อครู่นี้ในหัวซ้ำไปซ้ำมา