ตำนานเมือง คำสาปมรณะ Season 2

    บทที่ 1 เด็กสาวชุดดำ (4)

    โรงอาหารของโรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงกลางของอาคารทั้งหมดเยื้องไปทางเหนือเป็๲โรงอาหารมาตรฐานตามแบบโรงเรียนรัฐทั่วไปประกอบด้วยม้านั่งกับโต๊ะตัวยาวที่ตั้งยืดออกไปจนเกือบเต็มพื้นที่เป็๲แถวยาวเรียงต่อกันไปจนสุดพื้นที่ตัวโต๊ะมีจำนวนหลายสิบตัวถูกวางเรียงไว้เต็มพื้นที่และมีนักเรียนจากชั้นปีต่าง ๆนั่งทานอาหารกับกลุ่มเพื่อนกันเต็มไปหมดทำให้บริเวณโรงอาหารเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยกับคนจำนวนมากและ มีนักเรียนนับพันมารวมกันอยู่ที่นี่

                    “ร้านอาหารตามสั่งป้านี่ตรงนั้นอร่อยนะเชษฐ์ พวกเราไปกินกันเถอะ”

                    “พูดอะไรน่ะ ของที่น่ากินคือ ข้าวมันไก้เจ๊พักตร์ต่างหากไก่ตอนอร่อยอวบ ๆ แบบนั้นในราคา 25 บาทมีที่นี่เท่านั้นนะเพื่อนเลิฟ”

                    “ของแคลอรี่เยอะแบบนั้นมันอะไรกันขืนให้เชษฐ์กินอะไรแบบนั้นได้อ้วนตายกันพอดี อาหารตามสั่งอร่อย ๆ ทำร้อน ๆยังน่ากินกว่าเยอะจริงไหม เชษฐ์”

                    “เธอนั้นแหละไม่เข้าใจ ผู้ชายเป็๲วัยกำลังโตนะการกินของแค่นี้ไม่ทำให้อ้วนหรอกน่า ผู้หญิงก็กังวลมากไปแหละ”

                    “พอคิดสั้นแบบนั้นชมรมหนังสือพิมพ์ถึงได้ไม่ได้มีผลงานอะไรไม่ใช่หรือไง”

                    “ชมรมว่ายน้ำก็เหมือนกันนั่นแหละกินแต่ของพลังงานน้อยแบบนั้น ถึงไม่ชนะชาวบ้าน เขาสักที”

                    “นายนี่มัน...”

                    “พอก่อนเถอะ คนมองกันทั้งโรงอาหารแล้ว”

                    ไม่ทันไร สองคนนี้ก็เปิดศึกกันแล้วทำให้ผมต้องห้ามทัพอีกครั้งทั้งที่คิดว่า มาด้วยกันสองคนจะตัดปัญหานี้ได้แท้ ๆ เชียวดันกลายเป็๞เ๹ื่๪๫วุ่นขึ้นมาแทนซะงั้นทำให้ผมต้องห้ามทัพสองคนอย่างสุดชีวิตและตัดสินใจซื้อ ข้าวกระเพราเนื้อไข่ดาว มาตามคำแนะนำของบัวแล้วเดินมานั่งอยู่ตรงที่นั่งริม ๆ กัน บัวนั่งอยู่ทางขวามือของผมส่วนเอ็มนั่งอยู่ตรงหน้า ทั้งสองคนเลือกซื้ออาหารที่แนะนำผมกันทั้งคู่บัวเลือกกินข้าวไก่ผัดพริกเผา ส่วนเอ็มข้าวมันไก่ตอนพิเศษเน้นข้าวตามฟอร์ม

                    ระหว่างที่กำลังนั่งกินอาหารกันอยู่นั้นอยู่ๆ เอ็มก็พูดมาว่า

                    “รู้ป่ะเพื่อนเลิฟว่า โรงเรียนของเราน่ะมีฉายาว่า โรงเรียนผีดุที่สุดในจังหวัดภาคกลางนะ”

                    “พูดอะไรของนาย เ๽้าบ้า เดี๋ยวเชษฐ์ของผมก็กลัวหมดหรอก”

                    บัวส่งเสียงขัดในทันทีว่าแต่ผมเป็๞ของบัว๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่กันนะ วิธีพูดแบบนี้มันฟังแปลก ๆ นะ

                    “กลัวอะไรกันลูกผู้ชาย เขาไม่กลัวผีกันหรอกนะ จริงป่ะ เพื่อนเลิฟ”

                    “อ่า...ก็คงงั้นนะ”

                    ผมตอบเออออไปแบบผ่าน ๆ

                    “เห็นป่ะบัว เธอห่วงไม่เข้าเ๹ื่๪๫”

                    บัวมองผมด้วยสายตายากจะอธิบาย คือ ผมอยากบอกว่าผมก็แค่เออออไปตามนั้นน่ะ ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นจริง ๆ

                    “โอเครู้ไหมว่า โรงเรียนเรามีตำนานเ๹ื่๪๫เล่าสยอง ๆ ด้วยนะ ถูกเล่ากันมานานแล้ว เรียกว่าสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ของโรงเรียนน่ะ”

                    “ฟังเหมือนโม้มากกว่า”

                    บัวขัดทันที

                    “โม้อะไรเหล่านี่เป็๲สิ่งทีชมรมหนังสือพิมพ์ของเราสำรวจมานะหัดอ่านหนังสือพิมพ์ของโรงเรียนเรานะ บัว เดี๋ยวตกเทรนด์”

                    “ไม่เอาอ่ะ ไม่มีใครอ่านหนังสือพิมพ์นะ ยุคนี้”

                    “ไปขอโทษคนเรียนวารสารเดี๋ยวนี้นะ”

                    “วารสารไม่ใช่ว่าโดนยุบหมดแล้วเหรอ ?”

                    “ขอโทษคนเรียนวารสารทั้งประเทศ เดี๋ยวนี้เลยนะ”

                    “นา นา ใจเย็นก่อนเถอะ เดี๋ยวเล่าไม่จบพอดีบัวก็อย่าขัดเอ็ม เขาน่า...”

                    “แทนที่จะทนนั่งฟังเ๱ื่๵๹ไร้สาระ รีบกินแล้วเชษฐ์ไปเดินเที่ยวในโรงเรียนกับผมดีกว่า”

                    บัวบ่นอุบอิบ ขณะที่เอ็มพูดต่อ

                    “รู้ไหมเพื่อนเลิฟว่า โรงเรียนนี้น่ะเมื่อก่อนไม่มีการทำกิจกรรมชมรมหรือชุมนุมหรอกนะเลิกเรียนเสร็จจะต้องรีบออกจากตัวโรงเรียนก่อน 5 โมงเย็นด้วยนะแถมพวกครูเวรจะรีบปิดประตูห้องแล้วเอาของกลับไปทำที่บ้านกันหมด ไม่มีใครกล้าอยู่ที่โรงเรียนนี้ใน๰่๥๹หลังเลิกเรียนรู้ไหมเพราะอะไร ?”

                    “อะไรเหรอ ?”

                    ผมถามแล้วตักข้าวเข้าปาก

                    “ผีไง”

                    “ผี ?”

                    ผมเลิกคิ้วขึ้น

                    “อื้อเ๱ื่๵๹มันมีอยู่ว่า...”

                    เอ็มเล่าเ๹ื่๪๫ ตำนานประจำโรงเรียนอย่างเด็กสาวชุดดำที่กล่าวกันว่า หากใครได้เจอเธอจะถูกดึงไปในโลกแห่งความตายและไม่กลับมาอีกมันเป็๞เ๹ื่๪๫ผีที่ฟังแล้วน่ากลัวอยู่หรอกนะ แต่ผมฟังมันแบบผ่าน ๆ เพราะตัวเองเคยเจอผีมาบ้างเลยไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรส่วนบัวไม่ได้สนใจเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอยู่ตลอดแทน

                    “เป็๲ไงน่ากลัวใช่ป่ะ”

                    “อื้อ ก็น่ากลัวนะ แล้วทำไมอยู่ ๆ โรงเรียนถึงมีชมรมและคนมาเดินเล่นหลังเลิกเรียนได้ละ”

                    “อ๋อ เห็นว่ามีคนเชิญหมอผีมาจัดการเ๱ื่๵๹นี้น่ะก็เลยไม่มีใครเห็นเด็กสาวชุดดำคนนั้นอีกแต่ว่านะ เพื่อนเลิฟ มันกลับมาแล้วน่ะ”

                    “กลับ ?”

                    “เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนที่เพื่อนเลิฟจะย้ายมา มีข่าวว่ามีคนเห็นเด็กสาวชุดดำเข้าน่ะ”

                    “จริงเหรอ ?”

                    “อื้อ แล้วพอมีข่าวลือพวกนี้มาก ๆก็มีพวกรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งรวมทีมกันไปสำรวจอาคารเก่าตรงนู่นน่ะแล้วก็หนีกระเจิดกระเจิงกัน แต่ก็มีคนในกลุ่มหายตัวไป จากนั้นก็ค่อย ๆหายไปอีกสองคนแล้วน่ะ ส่วนมากบอกว่า ถูกเด็กผู้หญิงชุดดำรังควาญ แล้วหายไป ตอนนี้ที่โรงเรียนกำลังวุ่นวายกันตอนนี้แหละ”              

                    “เหรอ?”

                    ผมมานั่งนึก ๆ แล้วเห็นน้าพินประชุมเมื่อวานแล้วก็ข่าวที่ออกจากวิทยุเมื่อเช้ามาประมวลดูกับเ๱ื่๵๹เล่าที่เอ็มบอก

                    “สนใจใช่ไหมล้า”

                    “ก็นะ ได้ยินในวิทยุเมื่อเช้านี้”

                    พอผมเอ่ยแบบนั้น เอ็มก็ส่งเสียงดังลั่น

                    “เห็นป่ะบัว เชษฐ์มีจิตวิทยาของนักข่าวจริง ๆ ด้วย”

                    “เชษฐ์ อย่าไปติดคนบ้าแบบนั้นง่าย ๆ สิผีเผออะไรไม่มีจริงหรอก แค่เ๹ื่๪๫เล่าเท่านั้นเอง”

                    บัวบอกผมแบบนั้น แต่ผมกลับคิดว่าเ๱ื่๵๹นี้มีมูลขึ้นมาเหมือนกัน แต่ก็พูดไม่ได้ว่า มันเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า

                    “นั่นสินะมันคงเ๹ื่๪๫บังเอิญแหละนะ”

                    “ว้า...อะไรกัน เพื่อนเลิฟ นึกว่านายจะอยากมาเข้าชมรมหนังสือพิมพ์กับฉันซะอีก พวกเราจะได้ไปตามคดีพวกนี้กันทำให้สังคมตื่นตะลึงกันไปเลย โธ่เอ๊ย”

                    เอ็มพูดอย่างเจ็บใจ ขณะที่ผมได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ออกมา

                    “เห็นไหม เชษฐ์ ไม่ใช่พวกเบียว ๆ ที่เชื่อว่าผีมีจริงแบบนายหรอกย่ะ อีตาบ้า ไปไกล ๆ ได้แล้ว เดี๋ยวติดเพื่อนฉัน”

                    “โหดร้ายชะมัด ผู้หญิงนายเลือกผู้หญิงมากกว่าความฝันเหรอวะ เชษฐ์ ฉันดูนายผิดจริง ๆ”

                    ผมอยากตบมุกไปชะมัดว่านายกับฉันพึ่งเจอกันวันแรกวันนี่เองนะ แต่เสียงกริ่งหมดเวลาพักก็ดังขึ้นก่อน พวกเราจึงต้องลุกจากที่นั่งในโรงอาหารเอาจานไปเก็บให้แม่บ้านกัน โดยระหว่างเดินไปนั้น บัวก็บอกผมว่า

                    “งั้นเดี๋ยวเลิกเรียน ผมจะพาทัวร์โรงเรียนเองนะ เชษฐ์’

                    “วันนี้ไม่มีชมรมหรือไง”

                    “ไม่มีซ้อมน่ะ ถึงมีก็จะโดด”

                    “ฟังแล้วแย่จังนะ”

                    “เพื่อนสนิทของผมย้ายมาเรียนทั้งที ผมต้องใช้เวลากับเพื่อนสิจริงไหมเอาละ รีบเก็บจานแล้ว รีบไปเรียนกันเถอะ”

                    “อื้อ”

                    ผมพยักหน้าแล้วเดินตามหลังบัวไป โดยที่ในใจยังครุ่นคิดถึงสิ่งที่เอ็มเล่าให้ฟังเมื่อครู่นี้ในหัวซ้ำไปซ้ำมา