Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 98 บุคลากรชั่วคราว

    ตอนที่ 98            ในที่สุดพวกดนัยก็มาถึงสนามบินซิดนีย์ซึ่งตอนนี้กลุ่มของเขานั้นกำลังเดินไปที่เลาจ์ของฝั่งผู้โดยสารขาเข้าของสายการบิน            “เอ่อ...ขอโทษค่ะคุณหมอคือว่าผู้บริหารสายการบินอยากพบพวกคุณหมอน่ะค่ะพอจะมีเวลามั้ยคะ” พนักงานที่ทำหน้าที่ดูแลลูกค้าระดับ VIP ที่บินเฟิร์สคลาสอย่างพวกดนัยเดินเข้ามาถาม            ดนัยหันไปมองฮิคาริซึ่งเธอพยักหน้าให้            “ว่างสิครับยังไงก็ต้องรอกระเป๋าอยู่แล้ว” ดนัยตอบ            “ขอบคุณค่ะผู้บริหารสายการบินของเรากำลังมากรุณารอสักครู่นะคะส่วนเรื่องกระเป๋าดิฉันจะเร่งให้พนักงานรีบนำมาให้ค่ะ” พนักงานพยักหน้าตอนนั้นเองดนัยก็นึกขึ้นได้ว่าเขาต้องทำแผลใหม่            “อ๊ะคุณพนักงานครับพอจะมีพวกอุปกรณ์ทำแผลมั้ยครับ” ดนัยถาม            “ค่ะเรามีกล่องปฐมพยาบาลอยู่เดี๋ยวดิฉันหยิบมาให้นะคะคุณหมอ” พนักงานพยักหน้าก่อนจะเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาให้            “แผลฉีกเหรอคะหมอดนัย” หมอมิโฮะมองผ้าพันแผลที่มือของดนัยซึ่งตอนนี้เริ่มมีเลือดซึมออกมา            “ครับดูเหมือนจะฉีกตอนผ่าตัดตอนนี้ปวดหนึบเลย” ดนัยพูด            “ให้ช่วยมั้ยทำมือเดียวคงไม่ถนัด” หมอมิโฮะอาสา            “ขอบคุณครับรบกวนด้วยนะครับหมอมิโฮะ” ดนัยพยักหน้า            “ฝากคุณยูมิกับเธอคุยกับผู้บริหารด้วยนะฉันไปทำแผลก่อนล่ะ” ดนัยหันไปบอกยูมิและฮิคาริส่วนรินะกับซากินั้นขอตัวไปชงกาแฟและหาของหวานกินระหว่างรอกระเป๋าและรอผู้บริหารของสายการบิน            ฮิคาริมองดูดนัยและหมอมิโฮะที่แยกตัวไปทำแผลก่อนจะหันกลับมามองยูมิ            “ยูมิฉันฝากคุยกับผู้บริหารหน่อยนะถ้าให้เดาคงมาขอบคุณนั่นแหละแล้วก็คงขอให้ปิดข่าวเรื่องที่มีคนแทงกันบนเครื่องบินอาจจะมีสินบนปิดปากนิดหน่อยถ้าพวกเขาให้มาก็รับไปแล้วกัน” ฮิคาริบอก            “อืมเข้าใจแล้วว่าแต่เธอจะไปไหนล่ะ” ยูมิถาม            “จะไปคุยโทรศัพท์หน่อยไม่นานหรอก” ฮิคาริตอบก่อนจะใช้มือบังคับรถเข็นของเธอออกไปนอกห้องรับรองและหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรไปหาใครบางคน            จากนั้นไม่ถึงสิบนาทีผู้บริหารของสายการบินก็เดินทางมาถึงซึ่งพนักงานเป็นคนพาเดินเข้ามาหากลุ่มของพวกดนัย            พนักงานได้ทำการกวาดสายตาก่อนจะเห็นว่าคนที่ว่างเหลือแค่หมอผู้หญิงอย่างยูมิเท่านั้นเพราะคนอื่นๆต่างไม่ว่างกันเลยเพราะรินะและซากิกำลังหาอะไรกินลงท้องเพราะตอนอยู่บนเครื่องเธอไม่ได้กินข้าวเย็นนั่นเองทางด้านดนัยกับหมอมิโฮะก็กำลังทำแผลที่มือกันอยู่ส่วนฮิคาริเองก็ออกไปนอกห้องรับรองเพื่อโทรศัพท์เธอจึงต้องพาผู้บริหารเดินมาหายูมิ            “ท่านคะนี่คือหนึ่งในคุณหมอที่ช่วยเราจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นค่ะ” พนักงานพาผู้บริหารมาหายูมิซึ่งผู้บริหารที่พนักงานพามานั้นเป็นชายมีอายุชาวญี่ปุ่นที่เป็นชาวญี่ปุ่นนั่นก็เพราะสายการบินที่ใช้บริการเป็นสายการบินของญี่ปุ่นนั่นเอง            “สวัสดีค่ะฉันซานาดะ ยูมิ เป็นหมอจากโรงพยาบาลทาเคนากะค่ะ” ยูมิลุกขึ้นก่อนจะกล่าวทำความรู้จักกับผู้บริหาร            “อ๊ะที่แท้ก็คุณหนูจากตระกูลซานาดะนี่เองผมโอโนดะ ชินจิเป็นหนึ่งในผู้บริหารของสายการบินครับจะเรียกผมชินจิก็ได้ครับคุณหมอซานาดะ” ผู้บริหารที่เดินทางมานั้นชื่อโอโนดะ ชินจิ            “ค่ะคุณชินจิ คุณเองก็เรียกฉันแค่ยูมิก็พอค่ะ” ยูมิพยักหน้า            “ได้ครับคุณหมอยูมิก่อนอื่นเลยในฐานะตัวแทนสายการบินผมต้องขอขอบคุณพวกคุณทุกคนมากที่ช่วยเหลือเราจากสถานการณ์วิกฤติแบบนั้นเพราะถ้าไม่มีพวกคุณอยู่ผู้โดยสารทั้งสองคนคงเสียชีวิตแน่” ชินจิพูด            “เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วค่ะคุณชินจิ” ยูมิยิ้มออกมา            “แล้วก็ทางสายการบินยังขอมอบสิทธิพิเศษให้พวกคุณหมอทั้งหกคนด้วยถึงแม้สิทธินี้จะไม่ค่อยมีประโยชน์กับคุณหมอยูมิเท่าไหร่ก็เถอะแต่ช่วยรับไว้ด้วยเถอะนะครับ” ชินจิบอก            “สิทธิพิเศษงั้นเหรอคะ ??” ยูมิทำหน้าสงสัย            หรือนี่จะเป็นสินบนที่ฮิคาริบอกก่อนหน้านี้ ยูมิคิดในใจ            “ใช่ครับทางสายการบินขอมอบสิทธิพิเศษในการเดินทางชั้นเฟิร์สคลาสฟรีตลอดชีพทั่วโลกได้ปีละสองครั้งครับ” ชินจิช่วยขยายความคำว่าสิทธิพิเศษ            “อ้อ...ที่ว่าไม่มีประโยชน์สำหรับฉันเพราะแบบนี้นี่เอง” ยูมิพยักหน้าเข้าใจก็นะเธอมีเงินตั้งมากมายแถมปกติก็บินชั้นเฟิร์สคลาสอยู่แล้วด้วยสิทธินี้จึงไม่ค่อยมีประโยชน์กับเธอเหมือนที่ผู้ชินจิบริหารของสายการบินคนนี้พูดนั่นแหละ            “อ่าแต่ยังไงผมรบกวนพวกคุณหมอทั้งหมดช่วยปิดข่าวเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้จะได้มั้ยครับเพราะถ้ามีข่าวเรื่องผู้โดยสารพกอาวุธขึ้นไปแทงกันบนเครื่องหลุดออกไปสายการบินผมคงต้องแย่แน่ๆครับ” ชินจิพูดออกมาตามตรง            “ได้สิคะเรื่องแบบนี้ฉันเข้าใจเพราะถ้ามีข่าวแบบนี้ออกไปคนคงมองว่าสายการบินของคุณไม่ปลอดภัยและคนก็จะไม่มาใช้บริการสายการบินคุณแบบนั้นคงแย่กับธุรกิจแน่แต่ว่าคราวหน้าก็ช่วยตรวจเรื่องอาวุธให้ละเอียดด้วยนะคะเพราะฉันไม่อยากมีประสบการณ์ผ่าตัดบนเครื่องบินแบบนี้อีก” ยูมิบอก            “ขอบคุณครับส่วนเรื่องอาวุธที่แอบลอดผ่านเครื่องตรวจไปได้คราวหน้าเราจะกวดขันให้เข้มกว่านี้ครับเพราะนึกไม่ถึงว่าผู้ก่อเหตุจะดัดแปลงแผ่นรองพื้นรองเท้าให้เป็นอาวุธแบบนั้น” ชินจิพูดเพราะเหตุการณ์คราวนี้นั้นเขาก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมีคนดัดแปลงแผ่นพลาสติกให้เป็นแผ่นรองพื้นรองเท้าและใช้เป็นอาวุธสำหรับก่อเหตุ            จากนั้นชินจิก็คุยรายละเอียดเรื่องการขอใช้สิทธิเฟิร์สคลาสกับยูมิต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะขอตัวเพราะกระเป๋าของพวกเธอนั้นถูกขนมาแล้วแต่ดูเหมือนพนักงานที่ขนกระเป๋ามาจะรอจังหวะให้พวกดนัยจัดการอะไรๆให้เสร็จก่อน            “ฟู่ว...เป็นอย่างที่ฮิคาริบอกเลยให้สิทธิพิเศษเพื่อเป็นค่าปิดปากในการปิดข่าว” ยูมิพ่นลมหายใจออกมา            “โอ๊ยเจ็บครับหมอมิโฮะเบามือหน่อยสิ !!” เสียงดนัยร้องโอดโอย            “ก็เบาสุดแล้วนะคะทำไงได้ล่ะหมอดนัยมันไม่มียาชานี่นาแถมมือหมอก็อักเสบด้วยจะเจ็บก็ไม่แปลกหรอก” หมอมิโฮะที่กำลังเย็บแผลอยู่พูด            “เป็นยังไงบ้างคะดนัยเจ็บมากเลยเหรอ” ยูมิเดินเข้ามาหาดนัยและหมอมิโฮะที่นั่งเย็บแผลกันอยู่            “ครับดูเหมือนจะอักเสบมันก็เลยปวดมากน่ะครับ...แต่ไม่ต้องห่วงนะครับผ่าตัดที่จะถึงในอีกสามวันผมหายทันแน่” ดนัยพูดซึ่งเขาเองก็รู้ตัวดีว่ามันเป็นไปได้ยากที่จะมีสภาพพร้อมสมบูรณ์ก่อนผ่าตัดที่จะถึงในอีกสามวันข้างหน้า            “บางทีอาจจะไม่ต้องผ่าตัดในอีกสามวันก็ได้นะคะ” ยูมิยิ้มออกมา            “หมายความว่ายังไงเหรอครับ ??” ดนัยทำหน้าไม่เข้าใจ            “เอาไว้รอฟังจากปากเธอดีกว่านะคะ” ยูมิพูดยิ่งทำให้ดนัยงงเข้าไปใหญ่ว่าให้รอฟังจากปากใคร            “ว่าแต่คุยกับผู้บริหารเสร็จแล้วเหรอครับ” ดนัยเปลี่ยนเรื่องถาม            “ค่ะเรียบร้อยแล้ว” ยูมิพยักหน้า            “ผู้บริหารสายการบินเขาว่ายังไงบ้างเหรอคะหมอยูมิ” หมอมิโฮะสงสัย            “ก็มาขอบคุณน่ะค่ะแล้วก็ให้ค่าปิดปาก” ยูมิบอก            “ค่าปิดปากเหรอคะ !!” หมอมิโฮะทำหน้าไม่เข้าใจว่ามันต้องมีค่าปิดปากอะไรด้วยงั้นเหรอ            “ก็ค่าปิดปากเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเครื่องบินนั่นแหละค่ะเขาขอให้พวกเราไม่พูดเรื่องพวกนี้ออกไปเพราะถ้ามันเป็นข่าวสายการบินอาจจะแย่จากเหตุการณ์นี้ได้” ยูมิอธิบาย            “อ๋อแบบนี้นี่เอง” หมอมิโฮะพยักหน้า            “แล้วค่าปิดปากเป็นอะไรเหรอครับ” ดนัยถาม            “ก็เป็นสิทธิบินฟรีชั้นเฟิร์สคลาสปีละสองครั้งน่ะค่ะ” ยูมิตอบ            “บินชั้นเฟิร์สคลาส !!” ดนัยอุทานออกมา            “แถมปีละสองครั้งด้วย !!” หมอมิโฮะเองก็ตกใจเพราะค่าตั๋วสำหรับเฟิร์สคลาสนั้นเท่ากับเงินเดือนของเธอสามสี่เดือนเลยทีเดียว            “ใช่แถมสิทธิมอบให้ตลอดชีพด้วยนะคะ” ยูมิพูด            “โว้วสุดยอดไปเลยบินฟรีปีละสองครั้งแถมตลอดชีวิตแบบนี้เอาไว้ลาหยุดแล้วใช้สิทธิไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่า !!” ดนัยดีใจจนยิ้มแก้มปริ            “คุณรินะ...คุณซากิมานี่เร็วครับมีข่าวดีจะบอก !!” ดนัยตะโกนเรียกรินะกับซากิที่นั่งกินของหวานอยู่ไม่ไกล            “มีอะไรเหรอคะ ??” รินะเดินมาพร้อมกับจานเค้กและแก้วกาแฟในมือ            “นั่นสิคะยังกินไม่อิ่มเลยว่าแต่ข่าวดีอะไรเหรอ” ซากิถือจานของเธอตามมาด้วย            “พวกเราได้สิทธิพิเศษบินชั้นเฟิร์สคลาสฟรีปีละสองครั้งจากสายการบินแหละ” ดนัยบอกทั้งสองคน            “ว้าวยอดไปเลยแบบนี้ค่อยคุ้มค่าเหนื่อยที่ช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บเอาไว้หน่อย” รินะถึงกับตาโตเมื่อรู้ว่าได้สิทธิพิเศษอะไรแบบนี้            “ไม่ใช่แค่นั้นนะครับแถมสิทธินี่ยังอยู่ตลอดชีพด้วย” ดนัยบอกทำเอาทั้งสองคนตาวาวทันที            “ว้าว !!x2” ทั้งสองคนร้องออกมาอย่างตื่นเต้น            “ลาพักร้อนคราวหน้าฉันจะไปปารีส !!” รินะพูด            “เอ๋...ไปแอริโซนาไม่ดีกว่าเหรอฉันอยากเห็นแกรนแคนย่อน” ซากิบอก            “ไม่เอาอ่ะร้อนจะตายไปปารีสดีกว่าฉันได้ยินมาว่าที่ร้านเสื้อผ้าที่นั่นมีขายสินค้าลิมิเต็ดที่มีขายเฉพาะสาขาปารีสด้วย” รินะบอกเธอนั้นเป็นสายแฟชั่นจึงชอบซื้อพวกเสื้อผ้ามากกว่าซากิที่ชอบท่องเที่ยวธรรมชาติ            ดูเหมือนคุณซากิกับคุณรินะคิดจะไปเที่ยวด้วยกันในวันลาพักร้อนสินะส่วนเราถ้าจะไปเที่ยวเราจะไปไหนดีกว่าไม่สิที่สำคัญจะไปกับใครเนี่ยสิ !! ดนัยพยักหน้าเข้าใจก่อนจะคิดว่าจะใช้สิทธิพิเศษในการบินระดับเฟิร์สคลาสของตนอย่างไรดี            “แล้วหมอมิโฮะล่ะครับปกติไปเที่ยวไหน” ดนัยถามหมอมิโฮะดูบ้าง            “อืมปกติก็ไม่ค่อยได้ไปไหนนะคะเพราะฉันค่าใช้จ่ายเยอะเลยไม่ค่อยเหลือเงินเก็บเท่าไหร่แต่มีสิทธิให้ใช้ฟรีปีละสองครั้งแบบนี้สงสัยต้องคิดดูบ้างแล้วล่ะ...เอาล่ะเสร็จแล้วค่ะหมอดนัย” หมอมิโฮะพูดพลางตัดไหมที่เย็บเสร็จแล้วให้เรียบร้อยและพันผ้าเอาไว้ให้เหมือนเดิม            “ขอบคุณมากครับ” ดนัยขอบคุณหมอมิโฮะที่ช่วยเย็บแผลใหม่ให้เขา            “ว่าแต่ยัยนั่นล่ะครับคุณยูมิไปห้องน้ำเหรอ” ดนัยมองซ้ายมองขวาหาฮิคาริ            “เปล่าค่ะคือว่า...” ยูมิกำลังจะบอกว่าไปโทรศัพท์แต่ยังพูดไม่ทันจบฮิคาริก็บังคับรถเข็นกลับมาเสียก่อน            “นายนินทาอะไรฉันอยู่หรือไงดนัย” ฮิคาริบังคับรถเข็นเข้ามา            “เปล๊า !!” ดนัยปฏิเสธเสียงสูงพลางหันหน้าไปอีกทาง            “งั้นเหรอว่าแต่มือน่ะเป็นไงบ้าง” ฮิคาริมองมือของดนัย            “ไม่ต้องห่วงหายทันก่อนที่จะผ่าตัดในอีกสามวันแน่” ดนัยพูดทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจไม่สิเขาเองรู้ตัวดีว่ามือไม่มีทางหายในสามวันหรอก            “หึ...จะโม้ไปเพื่ออะไรฉันก็เป็นหมอนะทำไมจะไม่รู้มือนายอย่างต่ำก็ต้องใช้เวลาเกือบสองสัปดาห์” ฮิคาริพูด            “ชิ...รู้แล้วจะถามทำไมเอาเป็นว่าฉันจะไม่ให้เสียงานในอีกสามวันก็แล้วกัน” ดนัยสบถออกมาเบาๆ            “เราต้องผ่าตัดจริงเหรอคะหมอฮิคาริมือของหมอดนัยตอนนี้ไม่พร้อมผ่าตัดเลยฉันล่ะเป็นกังวลว่าจะ....” หมอมิโฮะเป็นกังวลเพราะการผ่าตัดนี้เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จมีไม่ถึงครึ่งแล้วยิ่งตอนนี้มือของดนัยบาดเจ็บแบบนี้อัตราการสำเร็จก็ยิ่งต่ำลงไปอีก            “ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะหมอมิโฮะ” ฮิคาริยิ้มออกมา            “จะไม่ให้กังวลได้ยังไงล่ะคะก็มือของหมอดนัยน่ะสภาพไม่ดีเลยแถมเหลือเวลาพักฟื้นก็แค่สามวัน” หมอมิโฮะบอก            “ใจเย็นค่ะที่ฉันบอกไม่ต้องกังวลน่ะเพราะเราไม่ต้องผ่าตัดในอีกสามวันข้างหน้าแล้ว” ฮิคาริพูด            “หือ !!x4” ทุกคนร้องอุทานออกมายกเว้นยูมิที่คาดเดาไว้ก่อนแล้วว่าที่ฮิคาริขอไปโทรศัพท์นั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้            “เธอหมายความว่ายังไง” ดนัยถาม            “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกแค่คนไข้อาการทรุดฉันจึงตัดสินใจเลื่อนการผ่าตัดไปก่อนจนกว่าจะแน่ใจว่าคนไข้จะอาการดีขึ้นจนพร้อมสำหรับการผ่าตัดใหญ่ !!” ฮิคาริบอก            “ฮะ...นี่ฉันโชคดีขนาดนั้นเลยเรอะ !!” ดนัยทำหน้าเหวอเพราะนึกไม่ถึงว่าคนไข้จะอาการทรุดจนทำให้การผ่าตัดต้องเลื่อนออกไป            “แล้วเราต้องรออีกกี่วันเหรอคะคุณฮิคาริ” รินะถามเพราะเธอนั้นเตรียมเสื้อผ้าไว้ไม่มากถ้าต้องรอหลายวันคงต้องไปหาซื้อเสื้อผ้าเพิ่ม            “ก็ราวอีกสองสัปดาห์ค่ะ” ฮิคาริบอก            “สองสัปดาห์ !!x4” ทุกคนอุทานออกมาเพราะนึกไม่ถึงว่าต้องรอนานขนาดนั้น            “ให้รอตั้งสองสัปดาห์นี่เราต้องบินกลับญี่ปุ่นก่อนหรือเปล่าฮิคาริ” ดนัยถาม            “ไม่เราจะไม่บินกลับญี่ปุ่น” ฮิคาริส่ายหน้า            “ไม่กลับงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นระหว่างสองสัปดาห์จะให้เราทำอะไรล่ะอย่าลืมนะฉันกับหมอมิโฮะน่ะมีเวลาแค่ห้าวันนะเพราะยังมีตารางการผ่าตัดอยู่ที่ญี่ปุ่น” ดนัยบอก            “ฉันรู้น่าก็ฉันเป็นคนจัดตารางการผ่าตัดให้เองนี่นาอย่าลืมสิถึงฉันจะมีตำแหน่งเป็นถึงประธานทาเคนากะกรุ๊ปแต่ฉันก็ยังนั่งอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าแผนกศัลยแพทย์ด้วยนะ” ฮิคาริพูด            “ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไงกับตารางของเราคะ” หมอมิโฮะถาม            “ฉันจัดการให้หมออิจิโนเสะยืมตัวหมอจากสาขาอื่นในเครือเรามาผ่าตัดแทนไปก่อนแล้วค่ะแถมยังให้หมออิจิโนเสะเข้าไปควบคุมการผ่าตัดในฐานะที่ปรึกษาด้วยดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่าตัดที่ญี่ปุ่นหรอกค่ะ” ฮิคาริบอก            “ฟู่ว...ได้ยินแบบนั้นก็โล่งอกหน่อยค่ะ” หมอมิโฮะถอนหายใจออกมาเมื่อรู้ว่าหมออิจิโนเสะมารับต่อให้เธอนั้นทำงานกับหมออิจิโนเสะมานานจึงรู้ฝีมือของหมออิจิโนเสะดีถึงแม้ตอนนี้เขาจะผ่าตัดไม่ได้แล้วแต่ความรู้ที่เขามีก็ถือว่าอยู่ในแถวหน้าของวงการแพทย์ญี่ปุ่น            “อืมในเมื่อไม่ต้องกลับแล้วถ้าอย่างนั้นจะให้เราพักที่โรงแรมเฉยๆระหว่างรอให้คนไข้อาการดีขึ้นเหรอ” ดนัยสงสัย            “ไม่สบายขนาดนั้นหรอกนะดนัยฉันน่ะหางานให้พวกนายไว้แล้ว” ฮิคาริพูด                    “หางาน ??” ดนัยทำหน้างง            “ใช่ฉันจะส่งนายและรวมถึงพวกคุณทุกคนไปเป็นบุคลากรชั่วคราวของโรงพยาบาล ซิดนีย์อินเตอร์เมดิคอลแคร์ (Sydney Inter Medical Care)” ฮิคาริบอกกับทุกคน            (ไรท์ : ชื่อโรงพยาบาลเป็นชื่อที่ไรท์สมมุติขึ้นมาเท่านั้น)            “ซิดนีย์อินเตอร์เมดิคอลแคร์ !!x5” คราวนี้ทุกคนรวมถึงยูมิถึงกับมีสีหน้าแปลกใจเพราะนึกไม่ถึงว่าฮิคาริจะให้พวกตนไปเป็นบุคลากรชั่วคราวในโรงพยาบาลของต่างประเทศแบบนี้            “ใช่เป็นโรงพยาบาลชั้นนำในซิดนีย์ซึ่งคนแถวนี้เรียกสั้นๆว่าโรงพยาบาลซิดนีย์แคร์ !!”  จบ...

    คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน