เด็กสาวแสนสวยผมยาวสีเหลืองนั่งย่อตัวลงแล้วใช้ฝ่ามือแตะที่พื้นเบาๆ
‘เวทพืช-มัมมี่โมเดลลิ่ง’
เกิดรากไม้ผุดขึ้นจากพื้นผลึกสีม่วง รากไม้สีน้ำตาลอมเขียวหลอมรวมกันเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างหน้าตาต่างๆที่มีร่างกายเป็นเปลือกไม้และผิวหนังเป็นหญ้ามอสพันกันยุ่งเหยิงคล้ายมัมมี่จากสุสาน
-------------
[สกูร์ชิพ lv60]
รายละเอียด:
-ร่างจำลอง
-------------
[เซนทอร์ lv60]
รายละเอียด:
-ร่างจำลอง
-------------
[คิเมร่า lv60]
รายละเอียด:
-ร่างจำลอง
------------
เซเลน่า เรเวล และรูอันยืนมองด้วยความตกใจ
“นี่มัน…ศัตรูที่พวกเรากำจัดไปแล้วนิ!”
“เจ้าพวกนี้มันอยู่ในชั้น70-75ไม่ใช่หรอ..”
“ท่านเซซิเลียอัญเชิญมันขึ้นมาได้หรอครับ?”
ขุนนางตัวน้อยถามเด็กสาวราชวงศ์ผมเหลือง
“สกิลใหม่ของฉันเองแหละ…จะว่าแบบนั้นก็ได้มั้งคะ..แต่มันก็ไม่ใช่ซะทีเดียว…ถ้าพูดให้ถูกคือจำลองมันขึ้นมาต่างหาก”
เด็กสาวยืนมองหุ่นจำลองที่ตนเองสร้างขึ้นกำลังต่อสู้กับคิเมร่าอย่างสบายๆแถมดูจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ
คิเมร่าถูกหุ่นจำลองของสกูร์ชิพงับจนศีรษะขาด
หุ่นจำลองเซนทอร์ใช้ขวานในมือกะเทาะก้ามแมงป่องจนแตก แล้วชกหัวมังกรของคิเมร่าจนหน้าบุบเข้าไปด้านใน
ส่วนหุ่นจำลองของคิเมร่า ก็พ่นลมหายใจออกมาซึ่งคราวนี้ไม่ใช่หมอกพิษ แต่เป็นแสงเลเซอร์สีเขียวแทน
สกิล <มัมมี่โมเดลลิ่ง> สกิลสายเวทมนตร์พืช ซึ่งจำลองศัตรูที่เราเคยกำจัดไปแล้วครั้งหนึ่งขึ้นมาใช้ต่อสู้แทนได้ โดยมีเงื่อนไขคือจะจำลองได้ไม่เกินความแข็งแกร่งสูงสุดของตัวเอง ณ ตอนนั้น และตอนนี้เซซิเลียมีสเตตัสชั่วคราวอยู่ที่เลเวล60 ฉะนั้นหุ่นจำลองก็จะมีเลเวล60เช่นกัน
‘ฉับบบบบบบ’
คิเมร่าถูกขวานเซนทอร์ฟันร่างขาด2ท่อน
"หงับๆ"
สกูร์ชิพพยายามกลืนคิเมร่าเข้าไปทั้งตัว
“ฉึก”
คิเมร่าตัวจริงใช้หางแมงป่องแทงคิเมร่าจำลองแล้วฉีดพิษเข้าไป..แต่ว่าไม่ได้ผล…เพราะคิเมร่าจำลองนั้นไม่ได้มีชีวิตตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
คิเมร่าจำลองใช้ก้ามหนีบคอศัตรูแล้วงัดขึ้น จากนั้นอ้าปากแล้วพ่นแสงเลเซอร์ใส่จนทะลุร่างคิเมร่างตัวจริง
“เห้ยๆ..นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย…ทำมันหุ่นจำลองของเธอมันดูเก่งกว่าเธอและพวกฉันอีกล่ะ..”
เซเลน่าหันมาถามเซซิเลีย…
“ไม่หรอกค่ะ..”
เด็กสาวผมเหลืองหลับตาลงแล้วส่ายหน้าเบาๆ
“ที่จริงฉันก็สงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วว่าทำไมเลเวลพวกเราเพิ่มขึ้นมาขนาดนี้ แต่ความสามารถกลับไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร”
ภาพเบื้องหน้านี้เป็นตัวพิสูจน์ได้…หุ่นจำลองซึ่งเป็นเพียงแค่เครื่องจักรสังหารสามารถดึงค่าสเตตัสสูงสุดของเลเวล60ออกมาได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
“เหตุผลนั้นก็เพราะว่าจิตใจของเราเติบโตตามค่าสเตตัสในร่างกายไม่ทันยังไงล่ะ”
เซซิเลียตอบแบบนั้น
“โตไม่ทัน?..หมายความว่ายังไง…ตอนพวกเราเลเวล1 ไปจนถึง15 แล้วก็ลากยาวยัน30ยังไม่เคยเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ขึ้นเลยนิ”
เซเลน่าพยายามจะคัดค้าน..แต่คราวนี้เป็นเรเวลตอบแทน
“ก็ไม่ใช่ซะทีเดียวนะ…ถ้าสังเกตดีๆตอนนั้นกว่าพวกเราจะชินก็ต้องใช้เวลาประมาณครึ่งวันถึงหนึ่งวันเหมือนกัน…แต่ว่าการเก็บเลเวล1-15 และ15-30 มันใช้เวลาไม่นานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ฉะนั้นการปรับจิตใจให้เข้ากับร่างกายก็ย่อมไม่นานด้วยเพราะสเตตัสมันห่างชั้นไม่มาก ต่างจากเลเวล30-50 ที่หากไม่มีบัพสัตว์เทพช่วยคงใช้เวลานานมากแน่ๆ หรือไม่ก็ต้องโค่นสัตว์ปีศาจจำนวนมากๆแบบนับไม่ถ้วน ซึ่งทั้ง2วิธีนี้จะเป็นการปรับจิตใจให้เข้ากับสเตตัสทางร่างกายที่เพิ่มขึ้นไปในตัว…ซึ่งทั้ง2กรณีนี้มันต่างจากพวกเราโดยสิ้นเชิง”
“นายจะบอกว่าพวกเราใช้สูตรโกงเลเวลอัพแบบฟ้าผ่า..ผลมันเลยเป็นแบบนี้งั้นหรอ!?” เซเลน่าถาม
“ถ้าพูดตรงๆมันก็ใช่เลยแหละ…อีกอย่างต่อให้บัพสัตว์เทพหมดก็คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจิตใจจะชินกับร่างกายนี้แล้วดึงความสามารถของสเตตัสที่แท้จริงออกมาได้”
“วืดๆๆๆๆๆๆ…….วิ้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ………”
ตอนนั้นเองมีสัตว์ปีศาจอีกตัวโผล่มา..หน้าตาคงมันเป็นก้อนหินทรงกลมคล้ายตุ๊กตาล้มลุก มีดวงตาสีแดงยักษ์อยู่ตรงกลาง ไม่มีทั้งปาก จมูก แขน และขา ร่างกายของมันเป็นทรงกลมล้วนๆ โดยรอบๆตัวมันเคลือบด้วยแสงสีขาวซึ่งมีอากาศบิดเบี้ยวโดยรอบห่อหุ้มอยู่
“ชิ..คราวนี้ตัวอะไรอีกล่ะเนี่ยยย..”
เซเลน่าโวยวายออกมาแล้วร่ายสกิล
‘เวทไฟ-กงจักรเพลิงสังหาร’
กงจักรสีแดงพุ่งออกไปปะทะกับพื้นที่บิดเบี้ยวรอบๆตัวศัตรู…แล้วลอยผ่านไปเฉยๆเหมือนกับปาไม่โดน ทั้งที่ควรโดนจังๆ เล่นเอาเซเลน่าเหวอขึ้นมานิดๆ
“อะไรกัน..เมื่อกี้น่าจะโดนนิ”
‘เวทไฟ-พลาสม่าบอลแอทแท็ค’
บอลพลาสม่าถูกยิงออกจากฝ่ามือ..เข้าปะทะ
ศัตรูสร้างพื้นที่ในอากาศรอบๆร่างกายให้บิดเบี้ยวหนักกว่าเดิมแล้วเบี่ยงวิถีของพลาสม่าบอลออกไป
"ฉันว่ามันไม่ใช่แบบที่เธอคิดแล้วแหละ" เรเวลกล่าว
“มันเป็นไปได้ยังไง!!!…2สกิลเมื่อกี้นี้มีทั้งลบล้างเวทมนตร์และทำลายสกิลป้องกันทุกประเภทเลยนะ..ทำไมเบี่ยงวิถีมันได้เฉยๆแบบนั้นล่ะ”
“ปิ๊ปๆๆ…วิ้งๆๆ…”
วัตถุทรงกลมลอยกลางอากาศ..ดวงตาขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่ตรงกลางเริ่มกรอกไปมา
“ไปเลย..”
เซซิเลียสั่งให้หุ่นจำลองของตัวเองพุ่งไปโจมตี
สกูร์ชิพพุ่งเข้าชน เซนทอร์กระโดดเหนือพื้นใช้ขวานฟาดแบบสะพายแล่ง คิเมร่าใช้กล้ามจ้วงเข้าไปที่ลูกตาพร้อมกับตวัดหางแมงป่องสร้างคมมีด ...3ตัว 4การโจมตีพุ่งเข้าใส่เป้าหมายพร้อมกัน
แสงสีขาวเคลือบร่างศัตรูเข้มขึ้น พื้นที่และอากาศรอบๆถูกบิด
การโจมตีที่พุ่งเข้ามาถูกบิดเบือน..ทั้งหมดลากผ่านพื้นที่อันบิดเบี้ยวรอบๆตัวศัตรูเสมือนไม่โดนอะไรทั้งนั้น
หุ่นจำลองยังคงโจมตีต่อไปเรื่อยๆและผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม..ตอนนั้นเองดวงตาของสัตว์ปีศาจทรงกลมเปล่งแสงสีแดง..ความบิดเบี้ยวของพื้นที่เริ่มแผ่ขยายออก
“ผัวๆ…ฉับบ…ฉึก…”
ร่างกายของหุ่นจำลองแต่ละตัวค่อยๆแหว่งและขาดหายไปราวกับถูกมิติโดยรอบกลืนกิน…จนในที่สุดก็หายไปไม่เหลือแม้แต่ซาก..เล่นเอาหลายคนในที่นี้ถึงกับตกใจ
“อะไรกัน..!!..หุ่นจำลองของฉันเลเวลถึง60เลยนะ”
“การโจมตีนี้มัน…/..คุ้นๆแหะ..หรือว่าา…”
ทั้งหมดนี้มีแค่เรเวลกับรูอันเท่านั้นที่รู้
“เวทมนตร์มิติงั้นหรอ!!!…/เวทมนตร์มิติงั้นหรอ!!!”
ทั้งคู่ประสานเสียงออกมาพร้อมกัน
“อะไรนะ!..สัตว์ปีศาจใช้เวทมิติได้งั้นหรอ..!!?”
เซเลน่ารู้สึกตกใจไม่น้อย..เพราะเวทมนตร์มิติจัดเป็นเวทมนตร์หายากที่ไม่สามารถฝึกเองได้ตามธรรมชาติ มีแต่ต้องได้รับผ่านอาร์ติเฟกซ์สายมิติเท่านั้น…ซึ่งแน่นอนว่ามีมนุษย์ไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่ใช้เวทมนตร์นี้ได้ และยิ่งมอนสเตอร์ไม่ต้องพูดถึง..ไม่มีแน่นอน….แต่ถ้าเป็นสัตว์ปีศาจล่ะ….
“มะ..มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยนะคะเนี่ย”
เซซิเลียใช้อาร์ติเฟกซ์แว่นตารีบตรวจสอบเกี่ยวกับตัวตนของศัตรู
-----------------
[ไคโทโร (ประตูแห่งห้วงมิติ)]
สัตว์ปีศาจ: LV60
เผ่า: หินผา
รายละเอียด:
-มีชีวิตอยู่โดยอาศัยเศษเสี้ยวพลังงานระหว่างมิติในดันเจี้ยน
-ประตูวาปสู่นอกดันเจี้ยน
-ปรากฎตัวเฉพาะในชั้น91-100 (แบบสุ่ม)
-อัตราการปรากฎ: 0.01% (ทุกๆ1สัปดาห์)
-----------------
เมื่อเห็นรายละเอียดแล้ว..เด็กสาวกำมือ…เม้มปากแน่น..
“เซซิเลีย..เจ้านี่มันคือตัวอะไรงั้นหรอ?”
เด็กหนุ่มผมขาวถามพร้อมกับแสดงท่าทีระวังเล็กน้อยต่อสัตว์ปีศาจที่ยังไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับมันมาก