Chapter9
AnOminous Creature
เรเฟสกำลังอวดดาบเล่มใหม่ให้แม่ของเขาดูดาบถูกตีขึ้นโดยฝีมือของนายช่างวิทเนอร์และนำมาแจกจ่ายให้กับนักดาบฝึกหัดทุกคนสำหรับใช้ในการทดสอบแห่งพลังดาบเล่มยาวสีเงินด้ามจับถูกหุ้มด้วยหนังสีดำน้ำหนักกำลังพอดีกับนักดาบเยาว์วัยถูกเก็บใส่ปลอกหนังข้างลำตัวของเด็กชายโอเลียน่ากำลังเตรียมอาหารแห้งและขนมปังให้กับลูกชายที่กำลังจะเดินทางไปทดสอบกับเพื่อนๆที่ป่านางเป็ห่วงลูกชายมากแต่ก็เคารพการตัดสินใจของเรเฟสที่้าจะเป็นักดาบมันทำให้นางหวนนึกถึงสามีของนาง
“ลูกต้องดูแลตัวเองดีๆนะเรเฟส รวมถึงเพื่อนพ้องให้ปลอดภัยกลับออกมาจากการทดสอบ”โอเลียน่ากล่าวในมือนางถือกระเป๋าหนังสีน้ำตาลยื่นให้เรเฟสเต็มไปด้วยอาหารและอุปกรณ์จำเป็
“ครับท่านแม่ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะปกป้องและดูแลทุกคนให้ได้ครับ” เรเฟสกอดเอวของนางโอเลียน่าลูบหัวลูกชาย นางเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะหยิบกล่องสลักลวดลายดอกไม้สีทองเล็กๆออกมา โอเลียน่าเปิดกล่องนั้นและหยิบสร้อยคริสทัลสีแดงออกมาเรเฟสจ้องมองด้วยความประหลาดใจ
“พ่อของลูกมอบไว้ให้แม่มันเป็มรดกตกทอดของ เดอะ แกรนด์ เอลเลเมนทัลลิสต์ (The GrandElementalist) กลุ่มสุดท้ายก่อนเกิดการกวาดล้างครั้งใหญ่จากพวกจักรวรรดิ”โอเลียน่ามองสร้อยคริสทัลนั้นอย่างเศร้าสร้อยก่อนจะหยิบออกมาสวมไว้ให้ที่คอของเรเฟส
“มันช่างเหมือนกับสร้อยของท่านแม่ที่สวมเอาไว้ตลอดเวลาเลยครับ”
“ใช่สร้อยทั้งสองเส้นถูกเรียกขานว่าเอบริล (Aebril) ” โอเลียน่ากล่าวอย่างอ่อนโยนพร้อมกับใช้มือข้างขวาลูบที่แก้มของเรเฟส
“เอลเลเมนทัลลิสต์คืออะไรหรือครับท่านแม่?”
“เมื่อเวลานั้นมาถึงแม่จะเล่าให้ฟังทุกอย่างในตอนนี้ลูกจงตั้งใจฝึกฝนและผ่านการทดสอบเป็นักดาบแห่งเบโดเลียให้ได้สิ่งที่ลูกต้องปกป้องอีกอย่างหนึ่งคือเอบริลมันจะคุ้มครองลูกและเมื่อเวลานั้นมาถึงลูกจะรู้เองว่าคริสทัลสีแดงนี้คืออะไร”โอเลียน่าลูบหลังเรเฟสก่อนจะกอดลูกชายและหอมแก้ม นางเดินไปส่งลูกชายที่หน้าบ้านโอเลียน่าแปลกใจเล็กน้อยที่เด็กหญิงผมสีดำขลับหน้าตาคุ้นเคยยืนรออยู่ลีเวียร์ตั้งใจจะมาส่งเรเฟสเพื่อกล่าวลาและอวยพรให้เขาปลอดภัย
“เ้าต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะเรเฟสรวมถึงฟลอร่าเซ็ดมอนด์และแอลเล็ต เอาเป็ว่านักดาบฝึกหัดทุกคนเลยแล้วกัน”ลีเวียร์จับมือทั้งสองข้างของเด็กชายขึ้นมา
“ขอบคุณเ้ามากลีเวียร์ข้าจะบอกฟลอร่าเซ็ดมอนด์และแอลเล็ตให้ไว้กลับมาพวกเราไปฉลองที่ร้านต้นไม้สุขสันต์ของเกอร์ทูธกัน”เรเฟสกล่าวกับเด็กหญิง
“เ้าสัญญาแล้วนะข้าอยากลิ้มรสลูกกวาดใบไม้เรืองแสงเลื่องชื่อของเผ่านูม็อคที่พึ่งถูกนำเข้ามาขายจากอาณาจักรแห่งป่ารื่นเริงพอดีเลย”ลีเวียร์ยิ้มก่อนจะตบหลังเรเฟสเบาๆเด็กชายยิ้มอย่างร่าเริงก่อนจะกล่าวลามารดาของตนและเพื่อนสนิทของเขาเพื่อไปสมทบกับเพื่อนๆที่ชายป่ากรีมาเรียสถานที่ทดสอบแรกโอเลียน่าได้แต่ภาวนาให้ทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย
นักดาบฝึกหัดชายหญิงแห่งเบโดเลียทั้งห้าสิบสองคนมารวมตัวกันที่ชายป่ากรีมาเรียในรุ่งเช้าป่าเขียวขจีทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่บ้านอากาศค่อนข้างเย็นมีหมอกบางๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณกลิ่นของมอสส์ชื้นๆผสมปนเปกับกลิ่นของดอกไม้และต้นไม้นานาชนิดจากป่ากรีมาเรียที่คุ้นเคยของชาวเบโดเลียทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายลงบ้างจากความวิตกกังวลกับสิ่งที่รอพวกเขาอยู่เบื้องหน้านักดนตรีพเนจรชอบร้องเพลงในร้านเหล้าเกี่ยวกับแดนเหนืออันเขียวขจีของพวกเขารวมถึงดอกไม้ป่าหายากต่างๆนำมาเปรียบเปรยในการจีบหญิง เรเฟสรู้สึกแปลกๆทุกครั้งที่ได้ยินบทเพลงเ่าั้ต่างกับลีเวียร์นางมักจะบอกว่าโรแมนติก
“เรเฟส!”เสียงะโจากเด็กชายสองคนวิ่งเข้ามาหาเรเฟส คือเซ็ดมอนด์และแอลเล็ต
“อรุณสวัสดิ์จ้ะทุกคน”ฟลอร่าเดินเข้ามาสมทบเด็กชายทั้งสามคนเสียงพูดคุยของนักดาบฝึกหัดอื้ออึงไปทั่วบริเวณบรรยากาศค่อนข้างคึกคักพวกเขายืนจับกลุ่มกันตามทีมที่เคยถูกจัดเอาไว้
“ลีเวียร์กับแม่ของข้าฝากอวยพรพวกเราทุกคน”เรเฟสกล่าวกับเพื่อนๆ ร่วมทีม
“ที่บ้านข้าก็เช่นกันฝากอวยพรพวกเ้าด้วย”แอลเล็ตกล่าว เขาหยิบดาบเล่มใหม่ออกมาเช็ดทำความสะอาดไปด้วย
“ข้าคิดถึงลีเวียร์จังเลยหลังการทดสอบสงสัยต้องไปหานางสักหน่อยแล้ว”ฟลอร่ากล่าวอย่างตื่นเต้นเมื่อได้ยินชื่อลีเวียร์ พวกนางรู้จักกันดีเด็กหญิงทั้งสองชอบแลกเปลี่ยนหนังสือกันในยามว่างบ้านของทั้งสองอยู่ใกล้กันในหมู่บ้าน
“ข้ายังไม่เจอพี่ชายของข้าเลยพวกเขาออกไปลาดตระเวนกับอีกสองหน่วยยังไม่กลับมาเลย”เซ็ดมอนด์กล่าวเขาค่อนข้างเป็ห่วงพี่ชายของตนคือมาสเตอร์เดส
“พี่ชายของเ้าแข็งแกร่งเซ็ดมอนด์พวกก็อบลินทำอะไรพวกเขาไม่ได้หรอก” เรเฟสกล่าวพลางเอามือแตะไหล่สหายของเขา
มาสเตอร์แอคโนน่าเดินออกมาจากป่าสตรีอายุราวๆ ยี่สิบกว่าๆผมยาวสีบลอนด์เหมือนผืนทรายเป็ประกายจับต้องแสงอาทิตย์ของยามเช้าผมทั้งสองข้างทัดหูดวงตาดุดันสีเขียวมรกต สวมชุดคลุมสีแดงตัดดำมีสัญลักษณ์ูเาและดาบ
“ทุกคนฟัง!”นางะโขึ้นอย่างดุดัน พลังในน้ำเสียงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณทำให้เหล่านักดาบฝึกหัดทุกคนหยุดพูดคุยและพุ่งความสนใจไปที่นางท่าทางของนางดูน่ากลัวกว่ามาสเตอร์หลายๆ คนที่พวกเขาเคยพบเจอมาร่างนักดาบแห่งเบโดเลียท่าทางจะเป็หน่วยของนางประมาณสิบคนเดินออกมาจากป่า
“การทดสอบนี้จะเป็ด่านแรกแต่ละทีมจะต้องตามหาลูกแก้วแห่งป่าทีมล่ะหนึ่งอันเพื่อใช้ในการเปิดประตูสุสานดาบของบรรพบุรุษซึ่งจะเป็ด่านที่สองก่อนเที่ยงตรงของวันพรุ่งนี้ทีมไหนไม่สามารถหาลูกแก้วแห่งป่าได้ทันจะต้องตกรอบและเข้าร่วมการทดสอบใหม่ในวันแห่งดวงดาวรุ่งอรุณลูกแก้วแห่งป่าจะอยู่ตามจุดต่างๆ ของป่าพวกเ้าต้องรอบคอบและระแวดระวังสัตว์ประหลาดในป่ากรีมาเรียไม่ดุร้ายแต่ก็ทำให้พวกเ้าสาหัสได้เช่นกัน”มาสเตอร์แอคโนน่าอธิบายกติกาของด่านทดสอบแรกให้นักดาบฝึกหัดทุกคนฟังเด็กชายผมทองหน้าตาไม่เป็มิตรยกมือขึ้นมาสเตอร์แอคโนน่าชี้ไปทางเดวอสที่กำลังยกมือขึ้นนักดาบฝึกหัดต่างพากันหันไปมองทางเขา
“พวกเราสามารถแย่งชิงลูกแก้วแห่งป่าจากอีกทีมได้หรือไม่?”เดวอสถามพลางจ้องอย่างไม่เป็มิตร
“เป็คำถามที่ดีแน่นอนพวกเ้าสามารถแย่งชิงกันได้ แต่….!! ห้ามลงมือกันถึงขั้นสาหัสหรือตายนักดาบทั้งสิบคนในหน่วยของข้าจะเฝ้าดูพวกเ้าใครก็ตามที่กล้าทำร้ายพวกพ้องของตนเองจนมีภัยถึงขั้นนั้นข้าจะตัดสิทธิ์จากการเป็นักดาบแห่งเบโดเลียตลอดกาลและรับโทษที่พวกเ้าภาวนาขออย่าได้เจอจากข้าในชีวิตนี้เป็แน่”มาสเตอร์แอคโนน่ากล่าวอย่างเยือกเย็นนางไม่้าเห็นใครตายจากการทดสอบนี้เดวอสเอามือลง
“แต่ข้าสงสัยนักพวกเ้าจะมีเวลาแย่งชิงกันหรือ?แค่ค้นหาลูกแก้วแห่งป่านั้นก็ทำได้ยากแล้ว” มาสเตอร์แอคโนน่ากล่าวทำให้ทุกคนพากันตื่นเต้นและกดดันยิ่งขึ้นไปอีก
เงาสีเขียวล่อลวงสู่ความฝันใบไม้สีทอง สายน้ำหยุดนิ่ง
“นั่นคือคำใบ้ค่อนข้างง่ายเลยทีเดียวเอาล่ะทุกคนออกเดินทางได้!” มาสเตอร์แอคโนน่าะโด้วยน้ำเสียงทรงพลังทั้งสิบสามทีมออกเดินทางเข้าไปในป่ากรีมาเรียบางทีมตัดสินใจออกเดินทางร่วมกับอีกทีมเพื่อช่วยเหลือกันแต่เซ็ดมอนด์เป็คนค่อนข้างขี้ระแวงเขาไม่้าให้ทีมตนเองไว้ใจใครในขณะที่ฟลอร่ากับแอลเล็ตออกความเห็นว่าหากร่วมมือกับทีมใดสักทีมอาจจะเพิ่มโอกาสในการค้นหาลูกแก้วแห่งป่าส่วนเรเฟสนั้นมีความเห็นว่าไม่ใช่ว่าเขาไม่ไว้ใจใครเพียงแต่เรเฟส้าค้นหามันด้วยตนเองกับเพื่อนๆอีกสามคนก็เพียงพอแล้ว
พวกเขาทั้งสี่คนเดินผ่านโพรงไม้ใหญ่ของต้นไม้โบราณเสียงนกหลากหลายชนิดร้องเป็ระยะๆทั่วผืนป่า หมอกจางๆ ของยามเช้านำพาไอเย็นพร้อมกับกลิ่นชื้นๆของต้นไม้และมอสส์กลิ่นชีวิตของผืนป่าแห่งแดนเหนือพวกเขาปลีกตัวออกมาอีกเส้นทางเพื่อหลบจากคนอื่นฟลอร่ากำลังคิดทบทวนกับคำใบ้ที่มาสเตอร์แอคโนน่ามอบให้พวกเขาแอลเล็ตกับเซ็ดมอนด์กำลังดูแผนที่ของป่ากรีมาเรียที่พวกเขาได้มาจากร้านค้าในเมืองส่วนเรเฟสถือดาบอย่างระแวดรังคอยคุ้มกันเพื่อนๆ
“ข้าพอจะคิดออกสายน้ำหยุดนิ่งน่าจะเป็ทะเลสาบ”ฟลอร่ากล่าวกับเพื่อนๆ
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะลองหาทะเลสาบในแผนที่”แอลเล็ตกล่าวพลางเอามือไล่ชี้ไปตามแผนที่ที่ถูกกางอยู่บนพื้นหญ้า
“กรีมาเรียมีทะเลสาบทั้งหมดแปดแห่งใกล้พวกเราที่สุดคือไปทางตะวันออกจากจุดนี้”แอลเล็ตกล่าว
“งั้นเรารีบมุ่งหน้าไปกันเถอะ”เรเฟสเดินนำเพื่อนๆ ทั้งสามคนมุ่งไปสู่ทะเลสาบทางทิศตะวันออกของป่า
ด้านนอกกำแพงป่าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้านเบโดเลีย
มาสเตอร์เดสกำลังรับมือกับฝูงก๊อบลินที่ต้นน้ำกับหน่วยของเขาอีกห้าคนั้แ่เมื่อวานพวกเขาใช้เวลาเดินทางมาถึงต้นน้ำของป่านักดาบบุรุษสี่คนและสตรีอีกหนึ่งคนกำลังฟาดฟันใส่ฝูงก๊อบลินที่มีราวๆยี่สิบกว่าตัวและยังคงตามมาสมทบเรื่อยๆ
“ระวังด้านหลังเ้ามาธาร์!” นักดาบหนุ่มนามว่าเธโอะโเตือนนักดาบสาวผมบลอนด์เข้มถักเปียที่กำลังปะทะกับก๊อบลินอีกสองตัวและอีกตัวหนึ่งที่กำลังกระโจนใส่นางจากด้านหลังมาธาร์วาดดาบในมือด้านขวาเต็มกำลังผสมกับพรแห่งพละกำลังในตัวนางใส่ก๊อบลินที่กระโจนเข้ามาลำตัวของมันขาดครึ่งทันทีเืสีเขียวสาดกระจายก่อนที่นางจะใช้ดาบในมือด้านซ้ายวาดใส่ด้านหน้าอีกสองตัวพวกมันสิ้นใจอีกด้านหนึ่งของต้นน้ำมาสเตอร์เดสใช้ดาบคู่ฟันอีกห้าตัวอย่างรวดเร็วขาของเขาเคลื่อนไหวไปข้างหน้าในชั่วพริบตาเพราะพรแห่งพละกำลังสายความเร็วก๊อบลินห้าตัวถูกพายุใบมีดฟันเป็ชิ้นๆ
“ตรงนี้มีถ้ำครับมาสเตอร์เดส!”นักดาบหนุ่มอีกคนะโจากด้านหน้าของถ้ำไม่ไกลจากตำแหน่งที่พวกเขาปะทะกับก๊อบลินที่หน้าปากถ้ำมีโครงกระดูกและซากสัตว์เหม็นเน่าจำนวนมาก
“โจชัวร์เ้าจุดพลุสัญญาณแจ้งหน่วยของมาสเตอร์เคียร่าและมาสเตอร์โซโลมอนให้มาสมทบพวกเรานี่แหละรังใหญ่ของพวกมัน”มาสเตอร์เดสใช้กิ่งไม้เขี่ยพวกซากโครงกระดูก มีซากของก๊อบลินบางตัวที่ตายรวมอยู่
“รับทราบครับมาสเตอร์เดส” นักดาบหนุ่มกล่าวก่อนจะออกวิ่งไปตรงเวิ้งของป่าเพื่อจุดพลุสัญญาณ
มาสเตอร์เดสนำกลุ่มนักดาบที่เหลือจุดคบเพลิงและย่างก้าวเข้าสู่ความมืดมิดของถ้ำที่อยู่เบื้องหน้าในถ้ำมีหินหงอกหินย้อยตามจุดต่างๆ เสียงน้ำหยดดังสะท้อนเป็ครั้งคราวกลิ่นอับชื้นผสมปนเปกับกลิ่นของซากศพน่าสะอิดสะเอียนคละคลุ้งไปทั่วพวกเขาเดินลงไปถึงโพรงขนาดใหญ่ใต้ดินคบเพลิงของนักดาบทั้งห้าคนเป็เพียงจุดเล็กๆในความมืดของโพรงขนาดใหญ่ มาสเตอร์เดสเดินนำเหล่านักดาบส่วนที่เป็ทางเดินของถ้ำกลิ่นของซากศพเริ่มคละคลุ้งแรงขึ้นเรื่อยๆ
“มาสเตอร์เดสครับนั่นมันศพเด็กทารก!”เธโอใช้คบเพลิงส่องไปที่ซากศพที่พื้นมีศพของเด็กทารกนอนคว่ำหน้าอยู่สองคนมาร์ธาร์ถึงกับหวาดผวากับภาพที่เห็นสภาพศพที่น่าสงสารเหมือนถูกกัดกินจนร่างขาดแหว่งหายไปหลายส่วน
“ก๊อบลินไม่เคยมีลักษณะพฤติกรรมในการลักพาตัวเด็กทารกแบบนี้มาก่อนพวกมันเคยแต่บุกโจมตีและสังหารก่อนจะกินนี่มันอะไรกัน!?” มาสเตอร์เดสเอาผ้าขึ้นมาปิดจมูกพยายามพิจารณาสภาพศพของทารกผู้เคราะห์ร้ายแสงจากคบเพลิงส่องให้เห็นรอยบนกำแพงถ้ำที่แตกเป็ห้าขีดเหมือนกรงเล็บขนาดใหญ่
ทันใดนั้นเสียงร้องคำรามดังขึ้นเสียงร้องโหยหวนเหมือนทารกจากนรกบิดเบี้ยวกับเสียงคำรามของอสูรร้ายดังจากความมืดไปทั่วทั้งโพรงใหญ่ใต้ผืนพิภพเหล่านักดาบตั้งการ์ดพร้อมต่อสู้กับสิ่งใดก็ตามที่ส่งเสียงอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจากความมืดตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของก๊อบลินมากมายหลายสิบตัวดังขึ้นด้วยความเ็ป
“นี่มันอะไรกัน!?”มาธาร์กล่าวน้ำเสียงของนางสั่นด้วยความกลัว
“เราควรถอยก่อนทุกคนรีบหนีออกจากที่นี่”มาสเตอร์เดสะโออกคำสั่งเหล่านักดาบทุกคนเริ่มออกวิ่งฝ่าความมืดเพื่อที่จะไปยังปากถ้ำเสียงฝีเท้าของสิ่งมีชีวิตบางอย่างเริ่มดังขึ้นจากด้านหลังมันออกวิ่งตามพวกเขาพวกเขาทั้งใแหละหวาดกลัวเสียงเด็กทารกที่ร้องโหยหวนเสียงก๊อบลินที่ร้องด้วยความเ็ปทุกอย่างผสมปนเปและบิดเบี้ยวเหมือนเสียงของปีศาจจากนรกต้นตอของเสียงนั้นไล่ตามเหล่านักดาบทันมันะโไปขวางตรงหน้าพวกเขาแสงของคบไฟส่องไปโดนมันร่างของสิ่งมีชีวิตประหลาดสูงเกือบสามเมตรยืนอยู่เบื้องหน้าใบหน้าของมันมีเขี้ยวยาวแขนทั้งสองข้างมีกรงเล็บขนาดใหญ่ที่ลำตัวมีทั้งซากศพของก๊อบลินและเด็กทารกร้องโหยหวนผสมปนเปกันออกมาภาพที่เห็นเหมือนพวกเขากำลังฝันร้ายเพราะสิ่งมีชีวิตที่อยู่หน้าพวกเขาเหมือนผุดขึ้นมาจากนรกที่ลึกที่สุดร่างกายของมันเต็มไปด้วยเืและซากศพมองเห็นโครงกระดูกเป็บางส่วนมันคำรามก่อนจะตวัดร่างของนักดาบหนุ่มสองคนกระเด็นไปที่พื้น มาสเตอร์เดสกับเธโอรีบวิ่งเข้ามาขวางป้องกันมาธาร์ที่กำลังพยายามช่วยอีกสองคนที่พื้นมันคำรามก่อนจะกระหน่ำกรงเล็บใส่ มาสเตอร์เดสใช้ดาบคู่ตั้งรับอย่างรวดเร็วเธโอะโไปด้านหลังรวมพละกำลังทั้งหมดไปที่แขนขวาก่อนจะฟันเข้าไปที่หลังของอสูรลึกลับเืสีแดงพุ่งออกมาพร้อมกับไอความร้อนเสียงกรีดร้องของซากศพที่ติดอยู่บนตัวมันรวมกันกรีดร้องนักดาบหนุ่มอีกสองคนและมาธาร์ตั้งหลักได้พวกเขาตามเข้ามาสมทบรุมโจมตีใส่อสูรร้ายมาสเตอร์เดสตัดแขนทั้งสองข้างของอสูรร้ายทิ้งเืสีแดงและไอความร้อนพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่งเสียงกรีดร้องประหลาดดังไม่หยุดเธโอะโไต่กำแพงอย่างรวดเร็วและพุ่งดาบไปที่คอของอสูรร้ายขาดสะบั้นร่างของมันหยุดนิ่งก่อนจะล้มลงที่พื้นเสียงบ้าคลั่งทุกเสียงหยุดลงพวกเขาเร่งฝีเท้าหลบหนีออกมาจากถ้ำนั้นอย่างรวดเร็วมาจนถึงปากถ้ำที่โจชัวร์และหน่วยของมาสเตอร์เคียร่าและมาสเตอร์โซโลมอนพึ่งมาถึงบริเวณนั้นพอดี
“มาสเตอร์เดสเกิดอะไรขึ้น!?”มาสเตอร์เคียร่าถามนางใกับภาพของเหล่านักดาบห้าคนที่หลบหนีมาจากถ้ำนั้นชุดของพวกเขาเปียกโชกไปด้วยเืสีแดงของอสูรร้ายตนนั้น
“พวกเราปะทะกับอสูรร้ายในถ้ำแต่ข้าไม่แน่ใจมันคือตัวอะไรและพวกเราพบเด็กทารกที่หายไปแล้ว”มาสเตอร์เดสกล่าวมาสเตอร์โซโลมอนและมาสเตอร์เคียร่าประคองนักดาบเ่าั้ไปนั่งพักใต้ต้นไม้ใกล้ๆปากถ้ำ นางสั่งการให้หน่วยของนางเฝ้าปากถ้ำเอาไว้
“พวกเราต้องแจ้งแกรนด์มาสเตอร์ทุกคนรวมถึงสภาผู้าุโ”มาสเตอร์โซโลมอนกล่าว ร่างลึกลับร่างหนึ่งจ้องมองพวกเขาจากบนต้นไม้สูงจากระยะไกลก่อนจะะโหายไป
ป่ากรีมาเรียด่านทดสอบแรก
กลุ่มของเรเฟสเดินทางมาถึงทะเลสาบที่พวกเขาตั้งเป้าหมายเอาไว้น้ำในทะเลสาบนิ่งสงบสะท้อนภาพของฟ้าอันสดใสยามเที่ยงของวัน
“เราหยุดพักสักครู่กันเถิดข้าจะเตรียมอาหารให้พวกเ้ากิน” แอลเล็ตกล่าวก่อนจะเตรียมพื้นที่สำหรับจุดกองไฟและตั้งหม้อต้มซุปที่เขาเตรียมมา
“ข้าเตรียมเนื้อหมูมาด้วยพวกเ้าเตรียมชิมฝีมือสตูหมูของข้าได้เลย” แอลเล็ตยิ้มกริ่มเซ็ดมอนด์เดินไปตักน้ำในทะเลสาบใส่ถุงหนังก่อนจะเทลงไปในหม้อ แอลเล็ตหั่นผักต่างๆโยนลงไปในหม้อหลังจากสุมกองไฟเสร็จ ฟลอร่านั่งลงที่พื้นหญ้านางยังคงคิดถึงคำใบ้เ่าั้และมองไปรอบๆทะเลสาบ เรเฟสหยิบขนมปังจากกระเป๋าหนังที่แม่ของเขาเตรียมมาให้แบ่งปันกับเพื่อนๆ
“ข้ามองไม่เจอใบไม้สีทองสักแห่ง”เรเฟสกล่าวเขามองไปรอบๆ ทะเลสาบอันกว้างใหญ่เช่นกัน
“แล้วเงาสีเขียวล่อลวงสู่ความฝันคืออะไรกัน!?”เซ็ดมอนด์กล่าวอย่างหงุดหงิดใจฟลอร่าแหงนมองขึ้นท้องฟ้าแล้วมองตรงไปข้างหน้าแอลเล็ตคนหม้อสตูให้ส่วนผสมเข้ากันกลิ่นหอมเริ่มโชยออกมาเขาใส่เครื่องปรุงต่างๆอย่างพิถีพิถันโดยไม่ได้คิดถึงเื่การทดสอบเลยแอลเล็ตกล่าวว่าหากท้องเราอิ่มเดี๋ยวทุกอย่างก็คลี่คลายเซ็ดมอนด์เรียกเขาว่าพ่อครัวเคลื่อนที่เพราะอุปกรณ์ทำอาหารที่เขาเตรียมมาในกระเป๋าใบใหญ่อย่างครบครันพวกเขากินสตูกับขนมปังอย่างเอร็ดอร่อยหลังจากที่ต้องเดินเท้ากันหลายชั่วโมง
“เ้ามีฝีมือมากแอลเล็ตขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะ” ฟลอร่ากล่าวชมเด็กชาย แอลเล็ตถึงกับเขิน
“อร่อยจริงๆ”เซ็ดมอนด์กับเรเฟสช่วยเสริม
“เอาล่ะเก็บของและมาสำรวจแถวนี้กันต่อดีกว่า” เรเฟสกล่าวอย่างกระตือรือร้น
ทันใดนั้นที่พุ่มไม้ด้านหลังของพวกเขามีเสียงของสัตว์บางอย่างนักดาบฝึกหัดทั้งสี่คนรีบตั้งการ์ดพร้อมต่อสู้
“ตะ….ตัวอะไรหน่ะ!”แอลเล็ตมือสั่นเล็กน้อย
ทุกคนจ้องไปยังพุ่มไม้นั้นก่อนที่จะมีสัตว์ประหลาดตัวเล็กเดินออกมามันรูปร่างเหมือนเห็ดมีดวงตาสีฟ้ากลมโตมอสส์ขึ้นตามตัว
“กรีนฟังกัส!”ฟลอร่ารู้จักชื่อของมันเพราะเคยเจอตอนทำสวนกับพ่อแม่ของนางที่นอกหมู่บ้าน
“ทุกคนระวังสปอร์ของมันนะอย่าหายใจเข้าไปมันจะทำให้เราง่วงถ้าโดนปริมาณมากๆ เราจะสลบ!” ฟลอร่าะโบอกเพื่อนๆพวกเขารีบเอาผ้าขึ้นมาผูกเพื่อปิดจมูกและปากกรีนฟังกัสทยอยเดินออกมาห้าตัวก่อนจะค่อยๆ พ่นสปอร์ออกจากหัวของพวกมันนักดาบฝึกหัดทั้งสี่คนคอยๆ ถอยร่นไปที่ทะเลสาบ
“ข้านึกออกแล้ว!”ฟลอร่าะโด้วยความดีใจนางคลี่คลายคำใบ้ของมาสเตอร์แอคโนน่าออกแล้ว เรเฟสเซ็ดมอนด์และแอลเล็ตมองฟลอร่าอย่างประหลาดใจขณะที่เหล่ากรีนฟังกัสเดินใกล้เข้าเรื่อยๆและยังคงพ่นสปอร์ออกมา
ฟลอร่าวาดดาบใส่กรีนฟังกัสพวกมันะโหลบอย่างรวดเร็ว
“หากเราโจมตีโดนพวกมันมันจะต้องรักษาาแโดยการตากแสงแดดนี่ไงคำใบ้เงาสีเขียวล่อลวงสู่ความฝันคือสปอร์ของพวกมันใบไม้สีทองคือพวกตอนพวกมันอาบแสงแดด”ฟลอร่ายังคงไล่หวดดาบใส่เ้ากรีนฟังกัสอย่างไม่ลดละทั้งสามคนจึงเริ่มโจมตีตามที่นางบอกแต่พวกมันค่อนข้างเร็วสปอร์ของพวกมันเริ่มส่งผลกระทบกับนักดาบฝึกหัดทั้งสี่คน
“ข้าเริ่มรู้สึกง่วงแล้วสิ”แอลเล็ตกล่าวขาของเขาและมือที่ถือดาบเริ่มไร้เรี่ยวแรง
“แอลเล็ตตั้งสติเอาไว้!”เซ็ดมอนด์ะโเขาไล่ฟันกรีนฟังกัสที่ะโหนีไปตามต้นไม้
เรเฟสฟันกรีนฟังกัสสำเร็จตัวหนึ่งมันร้องอย่างเ็ปและพ่นสปอร์ออกมาเยอะกว่าเดิมแอลเล็ตล้มลงไปที่พื้นหญ้าเพราะทนต่อความง่วงที่ส่งผลจากสปอร์ของกรีนฟังกัสไม่ไหว
กรีนฟังกัสที่ถูกฟันรีบวิ่งหนีไปอีกทางเรเฟส และเซ็ดมอนด์รีบวิ่งมาดูแอลเล็ตที่กำลังหลับสนิทอยู่บนพื้นหญ้าฟลอร่านำน้ำในทะเลสาบมาล้างหน้าแอลเล็ตเพื่อล้างพิษจากสปอร์ของกรีนฟังกัสออกจนเด็กชายรู้สึกตัว
“เกิดอะไรขึ้น!”แอลเล็ตผละขึ้นมาจากตักของเซ็ดมอนด์
“เ้าสลบไปแต่ไม่เป็ไรเรเฟสโจมตีสำเร็จไปตัวหนึ่งเดี๋ยวพวกเรารีบตามมันไป”ฟลอร่ากล่าวก่อนจะช่วยเรเฟสดึงแอลเล็ตลุกขึ้นมาจากตักของเซ็ดมอนด์
“ไปกันเถอะทุกคน!”เรเฟสะโก่อนจะวิ่งนำ แอลเล็ต เซ็ดมอนด์และฟลอร่าตามกรีนฟังกัสไปในป่า