บทที่1 บ้านใหม่ของเรา
ขณะที่โลกภายนอกกำลังระอุไปด้วยไฟสงครามที่พวกเซเว่นเดย์ก่อขึ้นนั้นราดิชก็ยังคงเก็บตัวอยู่ในถ้ำเพื่อคิดค้นวิชาใหม่ขึ้นมาหลังจากที่เขาเข้าไปในถ้ำเพื่อเก็บตัวนั้น เวลาก็ได้ผ่านเลยไปกว่า 8 วันในเกมแล้ว
“ดูเหมือนเราคงต้องออกเกมไปกินข้าวเสียหน่อยแล้วยังดีที่ว่าตอนนี้เราคิดค้นได้แล้วหนึ่งวิชายังเหลือมหาเวทบทใหม่ที่ยังไม่สมบูรณ์สินะ คงต้องไปถามพวกฟีเรียดูเสียหน่อยแล้ว”ราดิชคิดในใจอย่างไม่กังวลมากนัก เขาอยู่ในถ้ำนี้มากว่า 8 วันแล้วโดยไม่ได้ออกไปด้านนอกเลย เขาอาศัยกินอาหารที่กักตุนเอาไว้เป็นจำนวนมากแทนเขาเค้นสมองเพื่อปรับปรุงและคิดค้นวิชาเฉพาะตัวขึ้นมาดูเหมือนว่ามันจะสำเร็จไปด้วยดีเช่นกัน เขาตัดสินใจออกจากถ้ำในวันนี้เพื่อจัดการเรื่องราวๆต่างๆให้เรียบร้อยเมื่อเขาเดินออกมาจากถ้ำก็ไม่พบอาจารย์อยู่ที่กระท่อมแต่อย่างใด
“สงสัยอาจารย์คงออกไปทำธุระแน่เลยเราเขียนข้อความบอกไว้ก่อนดีกว่า” ราดิชว่าจากนั้นเขาก็เอากระดาษขึ้นมาเขียนข้อความทิ้งไว้ โดยบอกว่าเขาจะออกเกมไปทำธุระและจะแวะไปหาผู้ติดตามเพื่อจัดการเรื่องราวต่างๆให้เรียบร้อยแล้วแล้วจะกลับมาฝึกใหม่อีกครั้งหลังจากเขียนเสร็จเขาก็สังเกตได้ว่ามีข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่านอยู่ เมื่อดูก็พบว่ามาจากซากุระเขาจึงเปิดข้อความนั้นอ่านดูจนจบ
“เมืองเกการ์เดี้ยนโดนลงตีหรอจะว่าไปเรามัวแต่ฝึกวิชาเลยไม่รู้ว่าตอนนี้ข้างนอกเป็นยังไงแล้ว” ราดิชว่า และใช้เวลาไม่มากเปิดกระดานข่าวสารขึ้นมาดูการเคลื่อนไหวในเกมและได้พบกับเรื่องราวของสงครามที่กำลังปะทุอยู่ในตอนนี้
“เจ้าพวกเซเว่นเดย์นี่เองสงสัยว่าเราต้องรีบฝึกวิชาและไปช่วยซากุระให้ได้หวังว่าเราคงสำเร็จวิชาและไปทันก็แล้วกันนะ” ราดิชกล่าวกับตัวเองเขาดูรายชื่อเพื่อนและพบว่าทั้งมิคังและซากุระไม่ได้อยู่ในเกมจึงฝากข้อความไว้ว่าเขาจะรีบฝึกวิชาและจะรีบไปช่วยให้ทันก่อนสงครามเริ่มแน่นอนเมื่อฝากข้อความเสร็จเขาก็หยิบบัตรวาร์ปออกมาและวาร์ปกลับไปยังเมืองล่าสุดคือเมืองมาเทียนั่นเอง เขากลับมาโผล่ที่หน้าร้านของเคียวสุเกะที่ตอนนี้ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่อยู่เพราะแขวนป้ายปิดร้านเอาไว้ เขามองซ้ายมองขวาเมื่อไม่พบคนอื่นอยู่อีก ก็ใช้คำสั่งออกจากเกมไป
โอ๊คค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาเขาลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆและถอดเครื่องเบรนแคปวางไว้ข้างๆตัวจากนั้นก็ลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าเสียหน่อยเขาเข้าครัวไปทำอาหารกลางวันกินเสียหน่อย โอ๊คกินไปดูข่าวไปด้วยเวลาในตอนนี้คือเที่ยงกว่าๆแล้ว เขาคิดว่าหลังจากทำทุกอย่างเสร็จน่าจะเข้าเกมต่อได้ในตอนบ่ายโมง
หลังจากกินข้าวเสร็จเขาก็ทำความสะอาดบ้านเขาตรวจดูกล่องรับจดหมายและอีเมล์ว่ามีการเรียกไปสัมภาษณ์งานจากที่ไหนบ้างหรือเปล่าแต่ก็ยังไม่มีที่ไหนเรียกเขาไปเลยสักที่เดียว ทำให้เขาผิดหวังมาก
“ยังไม่มีที่ไหนเรียกไปสัมภาษณ์เลยแปลกจริงๆ” โอ๊คคิดอย่างสงสัย
หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วก็เป็นเวลาบ่ายโมงกว่าแล้วโอ๊คก็กลับไปที่ห้องนอนของเขา และเข้าเกมไปฝึกวิชาต่อเขามาโผล่ที่หน้าร้านเคียวสุเกะเหมือนเดิมดูเหมือนว่าเจ้าของร้านจะยังไม่กลับมาจากธุระตอนแรกเขาคิดว่าจะมาขอคำปรึกษาเรื่องวิชาเสียหน่อย แต่คงต้องเอาไว้วันหลังเสียแล้วเขาหยิบบัตรไปเมืองเอลฟ์ขึ้นมา และใช้มันพาตัวเองไปยังอาณาจักรเอลฟ์ในทันที
ราดิชมาโผล่ที่ห้องทำงานของเอลล่าเขามองไปรอบๆห้องก็ไม่พบพวกเธอแต่อย่างใดเขาเลยเดินออกมาจากห้องและถามทหารยามที่เฝ้าอยู่หน้าห้องก็ได้รับคำตอบว่าพวกเธออยู่ที่สวนด้านหลังปราสาทกัน เขากล่าวขอบคุณทหารนายนั้นและเดินไปตามระเบียงของปราสาทเพื่อออกไปยังสวนดอกไม้ด้านหลังเขาใช้เวลาไม่นานก็ออกมาถึงสวนดอกไม้ และพบพวกเธอทั้งสี่คนอยู่อย่างพร้อมหน้าเวโรเนียที่หันมาเห็นเขาก่อนก็ร้องตะโกนขึ้น
“ทุกคนนายท่านมาหาพวกเราน่ะ” เวโรเนียกล่าวอย่างดีใจและวิ่งเข้ามาหาเขาเป็นคนแรก เธอเข้ามากอดเขาเหมือนเด็กๆ
“สวัสดีเวโรเนียทุกคนทำอะไรกันอยู่เนี่ย” ราดิชทักทายและลูบหัวเธอไปด้วย อีกสามคนก็ต่างตรงเข้ามาหาเขาเช่นเดียวกัน
“พวกเรากำลังปลูกดอกไม้กันอยู่น่ะพอดีเอลล่าได้เมล็ดมาพอดี” เวโรเนียตอบ
“ข้าคิดถึงนายท่านที่สุดเลยนะเนี่ยคิคิ” ฟีเรียว่าและเข้ามากอดพร้อมหอมแก้มเขาไปด้วย
“ครับๆผมก็คิดถึงทุกคนนะ” ราดิชกล่าวกับพวกเธอ
“ฝึกวิชาเป็นยังไงมั่งล่ะนายท่าน”อาธูเรียถามอย่างเป็นงานเป็นการ
“ถ้าเป็นทักษะดาบผมก็เกือบสมบูรณ์แล้วแต่ทักษะมหาเวทคงต้องถามพวกเธอก่อนน่ะ” ราดิชตอบ
“หือนายท่านจะแก้ไขเวทของข้าหรอ” ฟีเรียถามขึ้นมา
“ใช่ครับ ผมเห็นว่าฟีเรียกับเอลล่าเป็นจอมเวทนี่น่าจะแนะนำผมได้น่ะ” ราดิชบอกพวกเธอ
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกค่ะข้าจะช่วยนายท่านเอง” เอลล่ากล่าวอย่างจริงใจ
“ใช่ๆเรื่องแค่นั้นสบายมาก ยิ่งเป็นเวทของข้าด้วย ข้ารู้ดีที่สุดเลยนะ” ฟีเรียกล่าวอย่างภูมิใจ
“จะว่าไปตอนนี้พวกผู้เล่นสามารถซื้อบ้านส่วนตัวได้แล้วนี่นายท่านไม่คิดจะซื้อบ้างหรอ” อาธูเรียเอ่ยถามขึ้นมา
“ผมก็คิดว่าจะถามทุกคนอยู่เหมือนกัน”ราดิชเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
“บ้านหรอคะนายท่านข้าอยากได้สุดๆเลย แต่ติดที่ว่าข้าไปซื้อเองไม่ได้น่ะ” ฟีเรียกล่าวอ้อมแอ้ม“ตอนแรกข้าลองแอบไปซื้อที่ธนาคารแต่ทางนั้นบอกว่าข้าซื้อไม่ได้ ต้องให้นายท่านมาเองน่ะ”
“นี่แอบไปซื้อเองเลยหรอเนี่ย”ราดิชว่า และหัวเราะอย่างขำๆออกมา อีกสามคนก็เช่นกัน
“จะว่าไปเจ้าปิกามอนอยู่ไหนล่ะ” ราดิชถามขึ้นเมื่อไม่พบเจ้าปิกามอนอยู่ด้วย
“เจ้าหนูอ้วนนั่นตอนนี้คงนอนกินของอร่อยๆอยู่ที่ห้องครัวน่ะ” อาธูเรียบอก
“เอลล่าช่วยให้คนไปพามาได้หรือเปล่าผมจะพาทุกคนเข้าเมืองไปเลือกซื้อบ้านน่ะ เลยอยากให้ไปพร้อมกันหมดจะได้เลือกพร้อมๆกัน” ราดิชลองถามดู
“ได้ค่ะเดี๋ยวข้าจัดการให้” เอลล่ารับคำ และหันไปเรียกทหารยามที่อยู่แถวๆนั้นมาสั่งการเมื่อทหารยามนายนั้นรับทราบคำสั่ง เขาก็รีบไปพาตัวเจ้าปิกามอนมาทันทีส่วนพวกราดิชก็ช่วยกันปลูกดอกไม้ต่อจนเสร็จไม่นานเจ้าปิกามอนก็เคลื่อนที่มาด้วยความเร็วสูงและพุ่งเข้ากอดราดิชเต็มแรงด้วยความคิดถึง
“คิดถึงเจ้านายจังเลย”ปิกามอนร้องด้วยความดีใจ
“ฉันก็คิดถึงแกเหมือนกัน”ราดิชว่าและกอดตอบมันอย่างรักใคร่ “เอาล่ะตอนนี้ทุกคนก็มาพร้อมกันแล้ว พวกเราไปดูบ้านใหม่ของพวกเรากันเถอะ” ทุกคนไปที่วงเวทเคลื่อนย้าย เพื่อส่งพวกเขาไปยังเมืองมาเทียที่ราดิชเพิ่งเดินทางมานั่นเอง
ทั้งกลุ่มมาโผล่ที่หน้าร้านขายของเก่าของเคียวสุเกะเวลาในเกมตอนนี้อยู่ในช่วงสายมากแล้ว เมื่อออกมาจากตรอกก็พบผู้เล่นหลายกลุ่มที่เริ่มออกมาใช้ชีวิตประจำวันกันตามปกติดูเหมือนว่าเมืองนี้จะยังไม่มีสงครามเกิดขึ้น แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในตอนนี้เมืองนี้อีกไม่นานคงได้เกิดสงครามเป็นแน่
“เดี๋ยวพวกเราตรงไปธนาคารกันก่อนนะพอได้บ้านแล้วเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที” ราดิชกล่าวกับทั้งกลุ่มพวกเธอเดินตามราดิชไปธนาคารอย่างว่าง่าย โดยเจ้าปิกามอนได้เวโรเนียอุ้มอยู่ทำให้มันสบายไม่ต้องเดินเองอีกตามเคย
“บ้านใหม่ของเราอิอิ เอาอะไรดีน๊า” ฟีเรียคิดอย่างเป็นสุข
“อยากได้สวนดอกไม้จังเลย”เอลล่าคิดขณะเดินตามหลังทุกคน
“อยากได้โรงฝึกที่ทนๆสักหลังจัง”อาธูเรียวาดฝันอย่างงดงาม ที่เธออยากได้โรงฝึกไม่ใช่อะไรหรอกเธอฝึกดาบทีไรพังปราสาทของเอลล่าทุกที ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นปัญหาอะไรมากแต่ก็ทำให้พวกช่างต้องมีงานทำอยู่ตลอดเวลาน่ะสิ
“แล้วเราจะเอาอะไรดีนะยังคิดไม่ออกเลย” เวโรเนียเดินใจลอยไปเรื่อยดีที่ว่ามีเอลล่าอยู่ใกล้ๆคอยดึงไว้ ไม่ให้เธอเดินออกนอกกลุ่มไป
ราดิชและพวกสาวๆใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงธนาคารได้ระหว่างทางก็มีคนให้ความสนใจกับพวกเขาค่อนข้างมากเนื่องจากทั้งสี่คนมีความงามมากกว่าคนทั่วไป และยังแต่งตัวดูดีมีฐานะอีกทำให้เหล่าชายหนุ่มจะมาสนใจก็ไม่แปลก แต่เมื่อมีคนเห็นราดิชก็ทำให้พวกเขาชะงักถึงแม้เรื่องราวของเขาจะเงียบลงไปเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังมีบางคนที่จำได้อยู่บ้างจึงไม่มีใครกล้าเข้ามาทักทายสาวๆกลุ่มนี้แต่อย่างใด
เมื่อเข้าไปด้านในของธนาคารเรียบร้อยแล้วราดิชก็ไปรับบัตรคิวตามปกติธนาคารเมืองมาเทียในวันนี้มีผู้คนมาใช้บริการค่อนข้างมากกว่าจะถึงคิวของเขาก็ต้องรอกว่าสิบนาที และเมื่อถึงคิวของราดิชเขาก็ตรงไปยังเคาน์เตอร์บริการอย่างรวดเร็ว
“สวัสดีค่ะมาใช้บริการเรื่องอะไรคะ” พนักงานสาวถามราดิช
“ผมมาติดต่อซื้อบ้านน่ะครับ”ราดิชบอกจุดประสงค์
“ขอนาฬิกาด้วยค่ะ”เจ้าหน้าที่สาวว่า ราดิชจึงยื่นมือซ้ายที่ใส่นาฬิกาให้เธอสแกนเธอทำการสแกนหลักทรัพย์ของเขา และก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าเขามีหลักทรัพย์มากกว่า 1000ล้าน ทั้งที่เป็นแค่ผู้เล่นคนเดียว
“อ..เอ่อเดี๋ยวเชิญคุณลูกค้าไปพบผู้จัดการที่ชั้นสองนะคะ” พนักงานสาวกล่าวอย่างตื่นเต้นและยื่นใบนัดสีขาวให้เขาหนึ่งใบ “นี่เป็นใบนัดค่ะพอคุณขึ้นไปที่ชั้นสอง ก็ให้ไปเคาะประตูห้องตามที่เขียนไว้บนใบนัดนี่นะคะ”
“ครับผม ขอบคุณมากครับ”ราดิชกล่าวขอบคุณ และรับใบนัดนั้นมาดูพบว่าเขาต้องไปเคาะห้องหมายเลข 203เขาออกจากเคาน์เตอร์บริการและกวักมือเรียกทุกคนให้ตามไปที่ชั้นสองด้วยกันทั้งสี่สาวก็ลุกขึ้นและตามเขาขึ้นไปที่ชั้นสองด้วยที่ชั้นสองนั้นมีห้องอยู่หลายห้อง ดูเหมือนที่นี่จะเป็นที่ทำธุรกรรมสำคัญกับทางธนาคารราดิชเดินไปได้ไม่ไกลจากบันได ก็พบห้อง 203 ที่เขียนว่า ห้องผู้จัดการฝ่ายขายเขาจึงเคาะประตูห้องก่อน
“เชิญครับ”เสียงของอีกฝ่ายตอบกลับมา เขาจึงเปิดประตูเข้าไปในห้องภายในห้องนั้นเป็นโทนสีออกชมพูอ่อน มีโซฟาและโต๊ะเตี้ยๆอยู่ตรงกลางที่ด้านในสุดมีโต๊ะทำงานตั้งอยู่ และมีชายวัยกลางคนในชุดสูทสีขาวนั่งทำงานอยู่เค้าใบหน้ามีความหล่อเหลาเหลืออยู่มาก แสดงว่าในวัยหนุ่มชายผู้นี้ต้องหน้าตาดีมากทีเดียวเขารีบลุกขึ้นและเดินตรงเข้ามาทักทายพวกราดิชอย่างรวดเร็ว
“สวัสดีครับเชิญนั่งก่อนครับ” ผู้จัดการผายมือไปยังโซฟาราดิชก็พาพวกสาวๆไปนั่งอย่างเรียบร้อยส่วนผู้จัดการก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “คุณลูกค้ามาติดต่อซื้อบ้านใช่หรือเปล่าครับ”
“ใช่แล้วครับ คุณผู้จัดการมีอะไรแนะนำบ้างครับ”ราดิชตอบอย่างผ่อนคลายฝ่ายผู้จัดการก็ลุกไปหยิบแคตตาล็อกบ้านมาให้พวกราดิชได้เลือก
“นี่เป็นแบบบ้านอย่างคร่าวๆนะครับสามารถเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างมากๆแต่โดยรวมแล้วจะมีแบบหลักๆอย่างที่เห็นที่แหละครับ” ผู้จัดการแนะนำอย่างคล่องแคล่ว
“ดูเหมือนมันจะมีตั้งแต่หลังละ10 ล้านไปจนถึงหลายร้อยล้านเลยนะครับเนี่ย” ราดิชพลิกดูคร่าวๆก่อนจะพูดขึ้นมา
“ใช่ครับนั่นเป็นแบบบ้านหลัก ที่คุณลูกค้าสามารถต่อเติมขึ้นได้และนอกจากนี้ยังสามารถซื้อพื้นที่เพิ่มได้อีกด้วยโดยบ้านเหล่านี้จะเป็นมิติแยกต่างหากนะครับไม่ต้องกลัวว่าจะมีผู้เล่นอื่นเข้าไปได้ ถ้าคุณไม่ได้อนุญาต” ผู้จัดการอธิบายให้ราดิชฟัง
“นายท่านๆข้าเอาหลังนี้แหละ” ฟีเรียว่าชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งที่เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่ราคามากกว่า 500 ล้าน และมีพื้นที่แถมมาให้อีก 100ไร่ด้วย
“เอาหลังนี้เลยหรอ”ราดิชถามด้วยความตกใจและดูเหมือนว่าที่เหลือจะเห็นด้วยกับฟีเรียโดยพร้อมเพรียงกันเสียแล้ว
“คุณลูกค้าตาถึงจริงๆนะครับหลังนี้เป็นปราสาทที่สามารถตกแต่งได้อย่างมาก และมีราคาแพงที่สุดแล้วด้วยผมลองตรวจสอบสถานะการเงินคุณแล้ว สามารถซื้อปราสาทหลังนี้ได้อย่างสบายเลยนะครับ”ผู้จัดการบอก
“แล้วปราสาทนี่มันมีข้อดียังไงบ้างครับ”ราดิชถาม เพราะต้องการข้อมูลของมันว่าจะคุ้มกับที่เสียเงินหรือไม่
“ปราสาทหลังนี้จะมีห้องจัดเลี้ยง ห้องเก็บสมบัติ และห้องใช้สอยมากกว่าร้อยห้องที่คุณลูกค้าสามารถเพิ่มเติมได้น่ะครับ และพื้นที่อีก 100 ไร่นั่นสามารถปลูกต้นไม้หรือทำสนามไว้พักผ่อน หรือจะทำสระว่ายน้ำก็ยังได้เรียกได้ว่าซื้อครั้งเดียวคุ้มไปเลย” ผู้จัดการกล่าวอย่างยิ้มแย้มเพราะเขาตรวจสอบประวัติการเงินของราดิชแล้วทำให้ทราบว่าราดิชยังมีการลงทุนในร้านค้าต่างๆอีกจำนวนมากและมีเม็ดเงินไหลเข้ามาตลอดเวลาทำให้เขาไม่มีปัญหาในการซื้อบ้านหลังนี้อย่างแน่นอน
“เอาหลังนี้เลยนายท่านข้าอยากได้โรงฝึกดาบที่ทนๆน่ะ” อาธูเรียกล่าวขึ้นมา
“ข้าอยากได้สวนดอกไม้น่ะค่ะ” เอลล่ากล่าวอ้อมแอ้ม
“ข้าอยากได้สปาสระว่ายน้ำด้วย แล้วนี่ข้าคิดว่าจะเอาพื้นที่ไปเพาะปลูกเพื่อเราจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้นไง” ฟีเรียกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์
“ฟีเรียจะปลูกอะไรหรือครับ”ราดิชถามด้วยความสนใจ
“เอาเป็นว่าข้ามีของที่จะปลูกแล้วแหละรับรองว่านายท่านจะมีเงินใช้ไม่ขาดมือแน่นอน” ฟีเรียกล่าวไปยิ้มไป
“ผู้เล่นคนนี้เป็นคนรวยมากเลยหรือถึงได้มีผู้ติดตามแบบนี้” ผู้จัดการคิดอย่างสงสัยเลยลองตรวจสอบพวกฟีเรียดู และเมื่อได้รู้ว่าพวกเธอเป็นอะไรเขาถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน
“นี่มันบอสจักรพรรดิระดับ90 ทั้งนั้นเลยนี่ เขาเป็นใครกันแน่นะ” ผู้จัดการคิดอย่างสงสัย
“ถ้าทุกคนคิดว่ามันดีและสามารถทำเงินได้ ผมก็ไม่ขัดนะ” ราดิชเอ่ยอย่างใจดีทำให้ทั้งสี่คนดีใจมาก ส่วนผู้จัดการนั้นย่อมดีใจอยู่แล้วถ้าเขาขายปราสาทหลังใหญ่ที่แพงที่สุดได้เขาก็จะได้โบนัสเดือนนี้อย่างงามเลยทีเดียว
ทั้งสี่สาวต่างช่วยกันตกแต่งปราสาทอย่างตั้งใจฝ่ายผู้จัดการก็แนะนำสินค้าได้อย่างคล่องแคล่วส่วนราดิชนั้นได้แต่รับฟังทุกอย่างด้วยความตั้งใจเพราะเขารู้ดีว่าฟีเรียและทุกคนจะไม่ยอมให้เขาเสียเปรียบอย่างแน่นอนและแล้วราดิชก็ได้ปราสาทหลังนั้นมาจนได้ ทุกคนตกแต่งไปตกแต่งมามันคล้ายปราสาทริเวลของเอลล่ามากและทุกคนก็ได้ส่วนที่ตัวเองต้องการ ทั้งสวนดอกไม้ โรงฝึก สปา สระว่ายน้ำและโรงหนังสำหรับเวโรเนีย งานนี้รวมค่าปราสาทและค่าตกแต่งภายในทั้งหมดราดิชใช้เงินไปมากกว่า 700 ล้านแล้ว
“ปราสาทและพื้นที่นั้นทางระบบจะใช้เวลาประมาณ 7 วันในเกมถึงจะสร้างเสร็จ และใช้เวลาอีก 2 -3วันในการตกแต่งนะครับถ้าอยากได้อะไรเพิ่มอีกก็สามารถติดต่อมาที่ผมได้ตลอดเวลานะครับ” ผู้จัดการกล่าวขึ้น หลังจากราดิชเซ็นสัญญาซื้อบ้านเรียบร้อยแล้วและยังให้นามบัตรกับราดิชไปอีกด้วย
“ขอบคุณมากครับ ถ้ามีเรื่องสงสัยอะไรผมจะติดต่อมานะครับ”ราดิชกล่าวกับผู้จัดการ หลังจากการซื้อเสร็จเรียบร้อยผู้จัดการก็ออกมาส่งเขาถึงหน้าธนาคารด้วยตนเองเนื่องจากเขาเป็นลูกค้าคนสำคัญนั่นเอง
“ไปไหนกันต่อดีคะนายท่าน”เวโรเนียถามขึ้น พลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปด้วย
“ไปที่ภัตตาคารก็ดีนะครับนี่ก็เกือบเที่ยงแล้วด้วย” ราดิชบอกความจริงพวกเขาใช้เวลากันนานอยู่เหมือนกัน ตอนเลือกแบบและตกแต่งปราสาทเพราะทั้งสี่นั้นอยากได้ไปหมดทุกอย่างแม้แต่เจ้าปิกามอนก็ยังอยากได้ของตัวเองเหมือนกันเลยใช้เวลากันค่อนข้างนานทีเดียวกว่าจะเสร็จเรื่องได้
“ก็ดีเหมือนกันนะคะนายท่าน”ฟีเรียว่า ที่เหลือเองก็เห็นด้วยเช่นกัน
ราดิชพาสี่สาวเดินทางไปที่ภัตตาคารประจำเมืองในเวลาไม่นานมากนักเมื่อไปถึงเขาก็ขอเปิดห้องพิเศษเหมือนทุกที เมื่อเข้าไปมาในห้องแล้วพวกเธอก็ระดมสั่งอาหารกันอย่างสนุกสนาน จนพนักงานจดเมนูแทบไม่ทันกันเลยหลังจากสั่งอาหารชุดใหญ่ไปแล้ว ทุกคนก็คุยกันต่อเพื่อรออาหารยกมาเสิร์ฟ
“นายท่านฝึกวิชาเป็นยังไงบ้างคะ”เอลล่าถามขึ้นมาเป็นคนแรก
“ก็หนักมากนะครับโดยเฉพาะวิชาของคุณเคียวสุเกะ” ราดิชว่า
“วิชาของเจ้าพ่อค้านั่นน่ะหรอเห็นนายท่านว่ามันปัดกระสุนหรือต่อยพลังเวทแตกกระจายได้นี่คะ” ฟีเรียกล่าวขึ้นมา ราดิชก็พยักหน้าให้และในเสี้ยววินาทีนั้นฟีเรียก็ยิงศรแสงใส่เขาในระยะเผาขนแต่ว่าราดิชก็ผนึกพลังและใช้มือขวาตบใส่ศรนั้นจนสลายไปอย่างง่ายดาย ท่ามกลางสายตาตกตลึงของทุกคน
“ทำได้จริงๆด้วย”ฟีเรียอุทานอย่างตกใจ ถึงแม้ศรแสงจะเป็นเวทพื้นฐานแต่ถ้าผู้ใช้มีระดับสูงล่ะก็ มันจะมีทั้งความเร็วและความแรงมากทีเดียวแต่ไม่นึกว่าราดิชจะทำลายมันได้ง่ายๆแบบนี้
“ผมยังฝึกไม่สำเร็จเลยครับตอนนี้ใช้ได้แค่ 9 ส่วนเท่านั้น ถ้าใช้ได้ 10 ส่วนแบบคุณเคียวสุเกะ จะสามารถใช้ศรนั้นย้อนกลับไปทำลายเจ้าของได้ด้วย”ราดิชบอกในสิ่งที่น่าตกตะลึง
“สุดยอด”ทั้งสี่อุทานออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย
“หลักการมันก็ไม่ยากหรอกครับใช้พลังที่เท่ากับหรือมากกว่าอีกฝ่ายเพื่อยับยั้งแต่ถ้าจะสวนกลับต้องใช้มากกว่าสองเท่า ถ้าผมฝึกวิชานี้สำเร็จเมื่อไรต่อให้ไม่มีดาบอยู่ในมือผมก็ยังสู้ต่อได้อยู่” ราดิชบอกกับสี่สาวอย่างภูมิใจ
“แล้วแหวนเทพศาสตราล่ะนายท่านพอใจกับมันหรือเปล่าคะ” เอลล่าถามด้วยความอยากรู้
“พอใจมากเลยครับผมคิดว่าแหวนวงนี้มีความสำคัญกับผมมากที่สุดเลยด้วย” ราดิชกล่าวจากใจจริงแหวนเทพศาตราแต่เดิมที่ไว้ใช้ดึงอาวุธออกมานั้นได้ถูกเปลี่ยนความสามารถใหม่อันน่าตกตะลึงเอาไว้มันสามารถสร้างศาสตราวุธขึ้นจากพลังเวทได้ อีกทั้งยังกำหนดธาตุได้ด้วยความแข็งแกร่งของมันเทียบเท่ากับอาวุธระดับSอีกด้วยนอกจากนี้มันยังมีทักษะบัพเพิ่มพลังมาให้ด้วยและยังจ่ายพลังงานด้วยแกนพลังงานนิรันดร์ ทำให้เมื่อเขาไม่มีพลังเวทเหลือก็ยังสามารถใช้ทักษะจากแหวนได้ตามปกติ นับว่ามันเป็นแหวนที่มีประโยชน์มากคุ้มกับวัตถุดิบและเวลาที่ใช้ในการสร้างแหวนวงนี้เป็นอย่างมาก
แหวนเทพศาสตรานั้นถูกสร้างโดยพ่อเฒ่ามิทาเอลช่างทำเครื่องประดับในตำนาน อัดพลังเวทสี่สายจากสี่จักรพรรดินี อันได้แก่ น้ำ แสงลม ความมืด และยังมีความรักและห่วงหาอาทรจากพวกเธอทำให้แหวนวงนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของพวกเธอไปด้วยนับเป็นไอเทมชิ้นสำคัญที่มีส่วนช่วยให้ราดิชผ่านวิกฤตต่างๆไปได้ในภายภาคหน้า
“แล้วเรื่องดัดแปลงเวทนายท่านสงสัยตรงไหนคะ” ฟีเรียถามขึ้นบ้าง
“ก็หลายอย่างน่ะครับ”ราดิชว่า และเริ่มอธิบายให้ฟีเรียฟัง พอดีกับที่อาหารถูกยกมาเสิร์ฟพวกเขาจึงกินไปและคุยเรื่องนี้ไป โดยมีเอลล่าที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้มาสอนด้วยและเธอยังใจดีสอนมหาเวทบทที่สามให้ราดิชไปด้วย ทำให้เขามีวิชาเพิ่มขึ้นไปอีก
ราดิชฟังทั้งสองสอนอย่างตั้งใจโดยมีอาธูเรียกับเวโรเนียฟังเป็นเพื่อนนอกจากฟังแล้วเขายังเอากระดาษขึ้นมาจดใจความสำคัญเก็บเอาไว้เพราะการดัดแปลงเวทมนตร์นั้นถ้าได้รู้ถ้อยคำร่ายและอักขระลับของเวทบทนั้นอย่างถูกต้องการแก้ไขดัดแปลงก็ไม่ใช่เรื่องยาก
และยิ่งเวทมนตร์ที่เขามีในตอนนี้มีฟีเรียที่เป็นเจ้าของอยู่ด้วยแล้ว การแก้ไขก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใดและยิ่งได้เอลล่าที่มีความเชี่ยวชาญไม่แพ้กันช่วยด้วยแล้วทำให้ราดิชเข้าใจได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง
“แล้วมหาเวทของโอเฟนล่ะครับผมจะแก้ไขยังไง” ราดิชถามขึ้นมา
“ของเจ้าโอเฟนน่ะหรอนายท่านลองร่ายให้พวกเราดูสิ คิดว่าคงไม่ต่างจากของพวกเราเท่าไรหรอกค่ะ” เอลล่าว่า เขาจึงลองร่ายเวทของโอเฟนให้สองคนนั้นดูวงแหวนเวททั้งสองสมเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ พวกเธอดูและสังเกตไม่นานก็สามารถรู้ถ้อยคำร่ายและอักขระลับได้ไม่ยากพวกเธอจดเอาไว้ให้ราดิชไปเพื่อทำการแต่ไขได้ต่อไป
“ขอบคุณเอลล่ากับฟีเรียมากเลยนะครับเนี่ยทำให้ผมคิดค้นวิชาใหม่ได้ง่ายกว่าเดิมเยอะเลย” ราดิชกล่าวขอบคุณพวกเธอ
“ข้าก็อยากเห็นมันนะมหาเวทบทใหม่ที่นายท่านคิดค้นขึ้นน่ะค่ะ” เอลล่าบอกด้วยสายตาคาดหวัง
“ใช่ๆแถมท่านยังได้มหาเวทของเอลล่าไปด้วยนะ ข้าว่ามันต้องเป็นเวทที่สุดยอดแน่นอนเลยอิอิ” ฟีเรียกล่าวอย่างร่าเริง
“แล้วนี่นายท่านจะกลับไปฝึกวิชาต่อหรือเปล่าคะ”เวโรเนียถามขึ้นมา
“ครับ ผมคงต้องไปฝึกวิชาต่อแต่ว่าคงต้องไปช่วยพวกซากุระทำสงครามน่ะดูเหมือนพวกเซเว่นเดย์จะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว” ราดิชบอกทุกคน
“เจ้าพวกที่จะจับเอลล่าน่ะหรอคะ”ฟีเรียถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ใช่แล้วล่ะครับผมคิดจะไปจัดการพวกมันด้วย โทษฐานที่บังอาจมารังแกเอลล่า” ราดิชประกาศกร้าว
“พวกเราก็จะไปช่วยนายท่านด้วยค่ะ”เวโรเนียกล่าวอย่างมาดมั่น ทั้งสามคนก็คิดแบบเดียวกัน
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับเอาเป็นว่าเมื่อถึงเวลาแล้ว ผมจะไปรับทุกคนก็แล้วกัน” ราดิชบอกพวกเธอ
“ข้าจะรอวันที่นายท่านฝึกวิชาเสร็จนะข้าอยากลองสู้กับนายท่านดูว่าแข็งแกร่งขนาดไหน” อาธูเรียว่าและปล่อยพลังกดดันใส่เขาอย่างไม่มีการเตือนแต่ราดิชก็ปล่อยพลังออกมาต้านได้ในฉับพลัน
“คงต้องหลังสงครามน่ะครับยังไงผมก็ยังต้องเรียนรู้จากอาธูเรียและทุกคนอีกมากด้วย” ราดิชกล่าวอย่างอารมณ์ดีอาธูเรียเลยสลายแรงกดดันและยิ้มให้เขาด้วยความชื่นชม
“นายท่านของเราเติมโตขึ้นมากเลยนะตั้งแต่วันที่เราเจอกันครั้งแรก” อาธูเรียคิดในใจพลางนึกถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา
พวกเขาทุกคนกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยและสนุกสนานอาหารมือนี้ใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่งานเลี้ยงย่อมมีการเลิกราหลังจากกินอาหารทุกอย่างหมดแล้วราดิชก็เรียกเก็บเงินและสั่งอาหารชุดอีกจำนวนมากเพื่อเอาไปกินตอนฝึกวิชาเมื่อได้ทุกอย่างครบแล้วพวกเขาก็พากันออกจากภัตตาคารไป
“ขอให้นายท่านประสบความสำเร็จนะคะ”เอลล่ากล่าวอวยพรเขา
“ข้าอยากเห็นมหาเวทบทใหม่จะแย่แล้วนายท่านสู้ๆนะคะ” ฟีเรียว่าและเข้ามาหอมแก้มเขา
“นายท่านพยายามเข้านะคะข้าเองก็จะพยายามฝึกฝนตนเองเช่นกัน” เวโรเนียว่าและเข้ามาหอมแก้มเขาเช่นกัน
“ข้าจะรอวันที่ได้ปะดาบกับนายท่านอีกครั้งนะ”อาธูเรียกล่าวและยิ้มให้เขา
“หลังฝึกวิชาเจ้านายต้องพาข้าไปเที่ยวเยอะๆนะ” ปิกามอนร้องบอกด้วยอีกตัว
“ครับผมให้สัญญากับทุกคนเลยว่าจะทำให้ได้” ราดิชรับปากทุกคนจากนั้นทั้งสี่สาวและปิกามอนก็หายตัวกลับไปยังอาณาจักรเอลฟ์ส่วนเขาก็ใช้บัตรวาร์ปกลับไปฝึกวิชาต่อที่มิติของอาจารย์
เมื่อเขากลับมาถึงก็ยังไม่พบอาจารย์คิดว่าน่าจะยังไม่กลับจากธุระ เขาเลยเขียนข้อความต่อจากของเดิมว่าจัดการธุระเรียบร้อยแล้วและกำลังเข้าไปฝึกวิชาต่อจากนั้นเขาก็ทำจิตใจให้สงบและเดินเข้าไปในถ้ำอีกครั้งเพื่อคิดค้นวิชาใหม่โดยมีความอยู่รอดของเมืองเกการ์เดี้ยนเป็นเดิมพันในการฝึกครั้งนี้