“ทำไมแกมานั่งอยู่คนเดียวตรงนี้ ลี่ลี่ไปไหนแล้วล่ะ” แม่ซ่งถามลูกชาย
“ลี่ลี่ไปบ้านคุณยายสวีครับ เธอบอกว่าจะเอาขนมไข่ไปให้คุณยาย แล้วยังจะให้คุณยายสอนตัดเสื้อด้วยน่ะครับ” ซ่งหย่วนตอบพร้อมกับมัดของใส่ท้ายรถจักรยาน
“แล้วนี่แกกำลังจะไปไหน”
ซ่งหย่วนตอบอย่างไม่เต็มใจนัก “ผมจะเอาขนมไปส่งให้คุณเจี่ยซีน่ะครับ ลี่ลี่บอกว่าวันนี้เธออาจจะอยู่ที่บ้านคุณยายสวีทั้งวัน เธอก็เลยให้ผมเอาขนมไปส่งแทน”
“ฉันถามแกจริงๆ เถอะว่า่นี้แกเป็อะไร หลายครั้งฉันเห็นแกนั่งทำหน้าเครียด แล้วฉันยังเห็นอีกว่าั้แ่หลังปีใหม่ แกไม่ได้ไปส่งขนมเป็เพื่อนลี่ลี่เลย แกมีอะไรในใจหรือเปล่า” แม่ซ่งเริ่มบ่นลูกชาย “หรือว่าแกยังระแวงเื่ของลี่ลี่กับเสิ่นต้าไห่ ไม่ใช่ว่าตอนนี้คนในหมู่บ้านต่างก็รู้กันแล้วเหรอว่าพวกเขาเข้าใจลี่ลี่ผิดไป อีกอย่างฉันได้ยินมาว่าเสิ่นต้าไห่กำลังจะแต่งงานกับไฉปาเม่ย แกควรเลิกระแวงเมียแกได้แล้ว”
“ไม่ใช่เื่นั้นหรอกครับแม่ ผมกับลี่ลี่ไม่ได้ทะเลาะกัน แล้วผมก็ไม่ได้ระแวงเธอด้วย” ซ่งหย่วนตอบ
“ถ้าอย่างนั้นตกลงแกเป็อะไร” แม่ซ่งเดินไปจูงมือลูกชายให้มานั่งที่โต๊ะใต้ต้นไม้ “มาคุยกันก่อนเดี๋ยวค่อยไปส่งของ”
ซ่งหย่วนถอนหายใจ “แม่ครับ แม่ไม่โกรธคนตระกูลซ่งแล้วก็คุณเจี่ยซีจริงเหรอครับ”
“ฉันก็นึกว่าเื่อะไร ที่แท้ก็เื่แค่นี้” แม่ซ่งยิ้มให้ลูกชาย “ฉันรู้ว่าแกโกรธแล้วก็เกลียดพวกเขาเพราะแกคิดว่าพวกเขาทำให้พ่อของแกต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในชนบทอย่างไม่มีอนาคต ทั้งๆ ที่พ่อของแกควรเป็หมอที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงใช่ไหม”
“ครับ” ซ่งหย่วนตอบเสียงเบา
“ไม่รู้สินะ ฉันเป็เด็กที่ถูกเอามาทิ้งไว้ที่หน้าหมู่บ้านั้แ่ฉันยังแบเบาะ ไม่มีใครรู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของฉันเป็ใคร ฉันโตมาได้เพราะคนเฒ่าคนแก่แบ่งอาหารให้กิน กว่าคุณตาคุณยายของแกจะรับฉันมาเลี้ยง ฉันก็โตจนจำความได้แล้ว” แม่ซ่งยิ้มขื่น “ตอนที่พวกเขารับฉันมาเลี้ยง ฉันดีใจมากว่าฉันจะมีพ่อ มีแม่ แล้วก็มีพี่ชายพี่สาว แต่แกรู้ไหมว่าพวกเขาทำดีกับฉันแค่เวลาที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นเท่านั้น พออายุฉันใกล้ถึงวัยแต่งงาน คนรักของพี่สาวก็มาสนใจฉัน พวกเขาโทษว่าฉันให้ท่าว่าพี่เขยก็เลยจะส่งฉันไปแต่งงานกับคนแก่บนูเา
ฉันไปขอความช่วยเหลือจากคุณยายสวีแต่ไม่ได้ผล พี่สะใภ้หวงกับพี่สะใภ้จูเสนอแผนทำข้าวสารให้กลายเป็ข้าวสุกเพื่อที่จะให้ฉันรอดพ้นจากสถานการณ์นั้น แต่จะมีผู้ชายคนไหนที่ยอมรับคนที่ถูกเก็บมาเลี้ยงแบบฉันกันล่ะ พ่อของแกที่เป็ยุวชนความจำเสื่อมกลับเข้ามาช่วยเหลือฉัน ตอนนั้นเองที่ฉันรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ได้ความจำเสื่อม แต่ในเมื่อเขาไม่อยากเปิดเผยฉันก็ต้องหลับหูหลับตาแล้วให้คนเข้าใจว่าฉันแอบได้เสียกับคนบ้า
ตากับยายของแกตัดขาดฉันั้แ่ตอนนั้น แต่แกรู้ไหมว่าฉันไม่เสียใจเลย เพราะพ่อของแกดูแลและเอาใจใส่ฉันดีมาก เขาทำให้ฉันรู้จักคำว่าครอบครัวที่แท้จริงเป็ยังไง ถึงแม้เราจะจนแต่เราก็อยู่กันอย่างมีความสุข
พอฉันได้ฟังเฟิ่งฟานเล่าถึงครอบครัวเดิมของพ่อแก ฉันก็เข้าใจเขาแล้วว่าทำไมเขาต้องหนีมาชนบทและยอมตัดขาดกับคนในครอบครัว เขาก็คงเหมือนฉันที่คิดว่าบ้านไม่ใช่ที่ของตัวเอง”
แม่ซ่งมองลูกชายแล้วพูดต่อ “ถึงอย่างนั้นฉันก็รู้มาตลอดว่าพ่อของแกยังคิดถึงครอบครัวของเขาอยู่เสมอ ในเมื่ออีกไม่นานแกอาจสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วได้ย้ายไปอยู่เมืองหลวง ฉันก็อยากให้แกปล่อยวางเื่นี้และไม่อยากให้แกโกรธพวกเขา ความโกรธมันไม่มีประโยชน์หรอก ฉันอยากให้แกดูแลพวกเขาแทนพ่อของแกด้วยซ้ำ”
“แล้วคุณเจี่ยซีล่ะครับ แม่ไม่โกรธเธอเหรอ”
“ฟังจากคำเรียกแล้วแกคงโกรธคุณเจี่ยซีมากสินะ เ้าลูกชาย แต่ไหนแต่ไรแกเป็คนที่เก็บอารมณ์เก่งมาตลอด แต่มาคราวนี้แกกลับโกรธคุณเจี่ยซีโดยไม่มีเหตุผล” แม่ซ่งหัวเราะ “ถ้าแกจะถามหาคนถูกคนผิดแล้วล่ะก็ ฉันต่างหากที่เป็คนผิด เพราะพ่อของแกกับคุณเจี่ยซีหมั้นหมายกันมาตั้งนานแล้ว เป็ฉันต่างหากที่เข้ามาทีหลัง ถ้าแกจะโกรธแกก็ควรจะโกรธฉันสิ”
“ผมจะโกรธแม่ทำไมล่ะครับ”
“ความจริงแล้วคุณเจี่ยซีเธอก็น่าสงสารนะ เธอเติบโตมาก็รู้แล้วว่าสามีในอนาคตของตัวเองเป็ใคร เท่าที่ฉันฟังมาจากเฟิ่งฟาน คุณเจี่ยซีทุ่มเททั้งชีวิตให้พ่อของแกมาตลอด ไม่ว่าพ่อของแกจะชอบใส่เสื้อผ้าสีอะไร ชอบอ่านหนังสือแบบไหน หรือชอบกินอาหารรสชาติไหน เธอก็ไปหัดทำเพื่อที่จะได้เป็ภรรยาที่ดี แต่พ่อของแกรับรักเธอไม่ได้ แทนที่เขาจะอธิบายเหตุผล แต่เขากลับเลือกที่จะหนี พอหนีไม่พ้นก็แกล้งความจำเสื่อม ยังไม่พอ...เขาถึงขั้นขู่ว่าจะทำร้ายตัวเองด้วยซ้ำถ้าเธอมายุ่งกับพวกเรา”
แม่ซ่งพูดอย่างเศร้าใจ “คุณเจี่ยซีหมั้นหมายเพราะคำสัญญาของผู้ใหญ่ แถมเธอยังมาถูกคู่หมั้นทิ้งโดยไม่ยอมบอกเหตุผล ถึงอย่างนั้นเธอยังย้ายตามพ่อของแกมาอยู่ที่ชนบทเพราะหวังว่าพ่อของแกจะเห็นความดีของเธอบ้าง แต่แล้วยังไง พ่อแกก็มาแต่งงานกับฉัน แล้วยังมีพยานรักเป็พวกแกสองคนขึ้นมาอีก พอเธอเสียใจจนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เธอจะโวยวายกับพ่อของแกบ้างแล้วมันจะเป็อะไรไป แกลองคิดดูให้ดีว่าคุณเจี่ยซีเธอผิดตรงไหน เธอไม่มีโอกาสเลือกอะไรเลยในชีวิต แต่เธอต้องมาแบกรับกับความเสียใจเพราะการกระทำของทุกคน”
“แม่ครับ ผม...”
“ถ้าแกรู้สึกผิดแกก็ไปขอโทษคุณน้าเจี่ยซีซะ แกรู้ไหมว่าที่เธอไม่ยอมแต่งงานและไม่ยอมมีลูกเพราะอะไร” แม่ซ่งมองลูกชายก็เห็นลูกชายเริ่มน้ำตาคลอ แต่ไหนๆ วันนี้เธอตัดสินใจที่จะพูดเื่อดีตขึ้นมาแล้วเธอก็อยากจะพูดให้มันจบ วันหน้าเธอไม่อยากรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกแล้ว “เพราะเธอคิดว่าการตายของพ่อแกเกี่ยวข้องกับเธอยังไงล่ะ เธอรู้สึกผิดที่ฉันต้องมาเป็ม่าย พวกแกสองคนต้องมากำพร้าพ่อ เธอก็เลยสัญญากับตัวเองว่าเธอจะไม่ยอมมีครอบครัว เพราะเธอจะมีความสุขทั้งที่เราสามคนใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบากไม่ได้”
“แม่! ผมจะไปส่งขนมแล้วนะ ค่ำๆ เดี๋ยวผมกลับมา”
“เ้าเด็กคนนี้ ความจริงก็อยากไปขอโทษคุณน้าเจี่ยซีอยู่แล้ว แต่แกแค่ไม่รู้ว่าจะเข้าไปขอโทษเธอยังไงมากกว่า คราวนี้ได้โอกาสก็เอาเื่เศร้าของฉันไปเป็ข้ออ้างสินะ” แม่ซ่งยิ้มตามหลังลูกชาย
“คุณน้า คุณน้าเจี่ยซี ผมเอาขนมมาส่ง” ซ่งหย่วนะโเรียก แต่เรียกอยู่นานก็ไม่มีใครขานรับ
เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันจึงเดินเข้ามา “พ่อหนุ่ม คนบ้านนี้ไม่ออกมาจากบ้านั้แ่เมื่อวานแล้ว ปกติหล่อนไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ก็เลยไม่มีใครกล้ามาะโเรียก แต่ป้าเลยเห็นว่าเธอเคยมาหาหล่อนหลายครั้ง ถ้าอย่างนั้นพ่อหนุ่มปีนรั้วเข้าไปดูหน่อยเถอะว่าหล่อนเป็อะไรหรือเปล่า อย่าปล่อยให้หล่อนมาตายในบ้านเชียวนะ เดี๋ยวบ้านป้าที่อยู่ข้างๆ กันนี่จะขายไม่ได้”
ซ่งหย่วนไม่รอช้า เขารีบปีนรั้วเข้าบ้านแล้วมองผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มอยู่ก็เห็นว่าเจี่ยซีนอนหมดสติอยู่บนพื้น เขาถีบประตูเข้าไปก่อนจะแบกเจี่ยซีขึ้นหลังแล้ววิ่งไปโรงพยาบาล
“คนไข้มีภาวะโลหิตจาง บวกกับพักผ่อนน้อยจึงทำให้หมดสติ นอนดูอาการสักคืน ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอจะอนุญาตให้กลับบ้านได้” คุณหมอเ้าของไข้บอก
“ขอบคุณครับคุณหมอ”
ซ่งหย่วนเฝ้าอยู่จนถึงเย็น แต่เจี่ยซีก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เขาจึงออกไปโทรศัพท์บอกแม่กับภรรยาว่าคืนนี้เขาต้องนอนเฝ้าคุณน้าเจี่ยซีที่โรงพยาบาล
ซ่งหย่วนนอนเฝ้าเจี่ยซีอยู่ทั้งคืน เมื่อเจี่ยซีตื่นขึ้นมาก็เห็นเด็กหนุ่มนอนอยู่ในท่าที่ไม่สบายนัก เธอมองพิจารณาใบหน้าของซ่งหย่วนใกล้ๆ แล้วยิ้ม เด็กหนุ่มคนนี้ช่างเหมือนกับพี่อาเฉียงอย่างกับแกะ
ซ่งหย่วนตื่นนอนเพราะรู้สึกว่าเตียงขยับ เมื่อเห็นเจี่ยซีตื่นขึ้นมาแล้ว เขายิ้มอย่างดีใจ “คุณน้าตื่นแล้วเหรอครับ หิวน้ำไหมครับ หรือว่าหิวข้าว เดี๋ยวผมจะออกไปซื้อมาให้”
“เมื่อวานเธอเป็คนพาฉันมาส่งโรงพยาบาลเหรอ”
“ผมเอาขนมมาส่งแล้วะโเรียกคุณน้าอยู่นาน เพื่อนบ้านก็เลยเดินมาบอกผมว่าคุณน้าไม่ได้ออกจากบ้านั้แ่เมื่อวาน ผมถือวิสาสะปีนรั้วเข้าไปก็เห็นคุณน้านอนหมดสติอยู่ ผมก็เลยพาคุณน้ามาโรงพยาบาลนี่ล่ะครับ”
“ขอบใจนะเสี่ยวหย่วน แล้วเธอนอนเฝ้าฉันทั้งคืนเลยเหรอ”
“คุณหมอบอกว่าต้องให้มีญาติอยู่เฝ้าคนไข้อย่างน้อยหนึ่งคน ผมก็เลยอยู่เฝ้าคุณน้าเองครับ”
“แล้วเธอได้บอกที่บ้านหรือเปล่า ป่านนี้พวกเขาไม่เป็ห่วงแย่แล้วเหรอ เธอกลับบ้านก่อนได้เลยนะ เดี๋ยวฉันจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลเอง”
“ผมบอกที่บ้านแล้วครับ คุณน้าไม่ต้องเป็ห่วง คุณน้า...” ซ่งหย่วนมองเจี่ยซีอย่างรู้สึกผิด “คุณหมอบอกว่าคุณน้าพักผ่อนไม่เพียงพอ ที่คุณน้านอนไม่หลับเพราะก่อนหน้านี้ผมพูดไม่ดีกับคุณน้าใช่ไหมครับ ผมขอโทษนะครับ”
เจี่ยซีน้ำตาคลอเพราะไม่คิดว่าซ่งหย่วนจะมาขอโทษตนเอง ก่อนหน้านี้ที่ซ่งหย่วนต่อว่าเธอที่เธอคิดจะทำลายชีวิตคู่ของพ่อกับแม่ เธอไม่ได้ตอบโต้อะไรสักคำเพราะเธอคิดมาตลอดว่าการเสียชีวิตของพี่อาเฉียงอาจมีสาเหตุมาจากเธอ ถึงแม้เธอจะเข้าใจอารมณ์ของเด็กหนุ่ม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอก็รู้สึกเสียใจไม่แพ้กัน ซึ่งเด็กหนุ่มเดาถูก เพราะั้แ่วันนั้นก็ทำให้เธอมีอาการเครียดจนนอนไม่หลับจริงๆ
“ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก ฉันแค่ทำงานเยอะเกินไป”
“คุณน้าครับ ผมรู้แล้วว่าเื่ทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของคุณน้า แต่เป็ทุกคนที่บังคับให้คุณน้าต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้” ซ่งหย่วนจับมือเจี่ยซี “คุณน้าให้อภัยผมได้ไหม ผมสัญญาว่าต่อไปผมจะดูแลคุณน้าให้ดี จะไม่ให้ใครมาทำให้คุณน้าเสียใจอีกเป็อันขาด ถือเสียว่าให้ผมได้ทำความดีเพื่อชดเชยความผิดแทนคุณพ่อเถอะนะครับ”
ซ่งหย่วนเก็บคำพูดของแม่มาคิดก็เห็นด้วย คุณน้าเจี่ยซีไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วทำไมเธอต้องมาใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกผิดกับสิ่งที่เธอไม่ได้ทำ ผู้าุโบังคับให้พ่อกับคุณน้าหมั้นหมายก็เื่หนึ่ง แต่เื่ที่พ่อของเขาทิ้งคุณน้ามา ทั้งแกล้งความจำเสื่อมแล้วยังแต่งงานใหม่โดยที่ไม่ยกเลิกงานหมั้นให้ชัดเจนก็ถือว่าพ่อของเขาทำไม่ถูก ในเมื่อพ่อจากไปแล้วก็เป็หน้าที่ของเขาที่จะต้องทำดีกับคุณน้า
“คุณน้าครับ ผมกับอาเจ๋อจะถือว่าคุณน้าเป็แม่ของพวกเราอีกคนหนึ่ง คุณน้าจะยอมรับไหมครับ”
“เธอจะให้ฉันเป็แม่บุญธรรมของพวกเธอเหรอ?”
“ถ้าคุณน้า้า ผมกับอาเจ๋อเป็ลูกบุญธรรมให้คุณน้าได้นะครับ”
เจี่ยซียิ้มก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ “ตระกูลซ่งของพวกเธอไม่เท่าไหร่ จากบทเรียนเื่ของพี่อาเฉียง ฉันคิดว่าคุณปู่คุณย่าของพวกเธอคงเปลี่ยนความคิดไปแล้ว แต่ตระกูลเจี่ยของฉันมันค่อนข้าง...เอาเป็ว่าแค่พวกเธอสองคนทำดีกับฉัน เท่านี้ฉันก็พอใจแล้ว”
่สายของวัน แม่ซ่งพาจูเสี่ยวลี่กับซ่งเจ๋อมาเยี่ยมเจี่ยซีที่โรงพยาบาล แม่ซ่งลงทุนเชือดไก่และยังไปขอซื้อเก๋ากี้มาจากหัวหน้าหมู่บ้านอีกหนึ่งกำมือก่อนจะเอามาตุ๋นน้ำแกงบำรุงให้เจี่ยซี
ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ซ่งหย่วนที่มาขอโทษเธอ แต่พ่อหนุ่มขี้อายอย่างซ่งเจ๋อยังเขียนจดหมายมาขอโทษที่เคยพูดไม่ดีกับเธอด้วย เจี่ยซีตื้นตันจนน้ำตาไหลเพราะไม่คิดว่าครอบครัวของพี่อาเฉียงจะดีกับเธอถึงขนาดนี้