ปรมัตถ์แห่งปรมาจารย์

    ตอน 45 เจตจำนงที่ปรากฏ

    ใครจะเริ่มก่อน ลู่ซือกล่าวขณะที่เดินออกไปกลางลาน


    ผู้อาวุโสสำนักอสุนีหิมะสี่คน ต่างช่วยกันสร้างม่านพลังป้องกันทั้งสี่ด้านทันที


    "ข้าจะให้ศิษย์สำนักข้าเข้าไปก่อน เจ้าจะได้เห็นว่า สำนักข้ามิได้รังแกศิษย์เจ้า"


    "แต่หากศิษย์เจ้าฝีมือไม่เอาถ่าน หากตายขึ้นมา อย่ามากล่าวหาข้าภายหลัง" เจ้าสำนักหยวนมังกรเอ่ยขึ้นมาให้เจ้าสำนักอสุนีหิมะได้ยิน


    คนที่เดินออกมาหาใช่คนอื่นไกล หากแต่เป็นศิษย์เอกจากสำนักหยวนมังกรในเวลานี้ หยงจ้านและเอี้ยวซือ 


    "ข้าจะสั่งสอนเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้เอง" หยงจ้านกล่าว


    หยงจ้านไม่พูดพล่ามทำเพลง พุ่งตรงไปยังลู่ซือที่อยู่กลางลานประลอง "ถ้าเจ้าสำนึก ข้าจะให้เจ้าได้มีชีวิตรอด หาไม่แล้ว ชีวิตเจ้าก็จะไม่มีอยู่ต่อไป"


    "บังอาจมาวุ่นวายกับคนรักของข้า" หยงจ้านตะโกนออกไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย


    "ใครเป็นคนรักของเจ้ากัน" แม้จะไม่ได้สนใจ หากแต่ลู่ซือถามออกไปด้วยไม่รู้ 


    "อ้ายเหม่ย นางกับข้าผูกพันกันมานานหลายปีแล้ว รู้ไว้เสียด้วย" หยงจ้านกล่าว


    "เอ๊ย ให้มันน้อยหน่อย นางกับข้าเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้ง ยังผูกพันรักใคร่กันตั้งแต่พบกันในการประลองสำนักแล้ว" เอี้ยวซือตะโกนออกไปด้วยทนการกล่าวอ้างฝ่ายเดียวไม่ได้


    "ใครเป็นคนรักของเจ้า" อ้ายเหม่ยสุดจะทน


    "พวกเจ้าหยุดพูดพล่ามได้แล้ว ข้าไม่ใช่คนรักของเจ้า อีกทั้งยังไม่เคยแสดงออกว่าข้าสนใจพวกเจ้าด้วยซ้ำไป" อ้ายเหม่ยพูดออกไปด้วยความเหลืออด


    หยงจ้านกัดฟัน "ช่างเถอะ เจ้าไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร" จากนั้นจึงใช้ท่าหมัดปฐพีพุ่งเข้าไปหวังกระแทกพลังกำปั้นใส่ลู่ซือ ความเร็วที่พุ่งมาเพียงพริบตาเดียวก็มาอยู่หน้าลู่ซือแล้ว 


    ลู่ซือไม่ได้แสดงอาการตกใจ หากแต่ใช้มือข้างหนึ่งรับพลังจากกำปั้นจากหมัดปฐพี ความแรงทำให้ฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่ว หยงจ้านอดตกใจไม่ได้ ด้วยหมัดนี้ เพียงแค่เด็กคนเดียวย่อมตายคากำปั้นแน่นอน แต่ภาพที่เห็น หาได้เป็นเช่นนั้นไม่


    "เจ้ามีแรงเพียงเท่านี้หรือ"


    "เรียกว่าหมัดอะไรของเจ้า ไปฝึกมาใหม่ซะ ไป๊ !" ลู่ซือคำรามออกไปเสียงดังด้วยความเบื่อหน่าย


    "อวดดี ดีแต่อวด" ลู่ซือหัวเราะออกมา


    "ดี คราวนี้ข้าจะไม่เกรงใจเจ้าแล้ว"


    "ดาบแมวเซา" ปราณดาบจากคมดาบที่หยงจ้านส่งมานับสิบ พุ่งเข้ามาสะเปะสะปะหาทิศทางไม่ได้


    ลู่ซือยิ้มเยาะที่มุมปาก "ข้าจะให้เจ้ารับรู้ดาบเขี้ยวมังกรของข้า" ลู่ซือหยิบดาบเขี้ยวมังกรออกไป จากนั้นสะบัดดาบไปด้านหน้า ปราณดาบหนึ่งปราณสีแดงปรากฏ จากนั้นปราณสีแดงแผ่ขยายออกไปด้านหน้ากระแทกปราณดาบแมวเซานับร้อย กลายเป็นฝุ่นผง จากนั้นปราณดาบเขี้ยวมังกรยังวิ่งพุ่งเข้าไปกระแทกร่างหยงจ้าน ดาบที่มือแตกกระจาย พลังปราณยังทะลุเข้าไปฝยร่าง โลหิตทะลักออกไปด้านหลังหยงจ้านสิ้นสติในทันที


    ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมไปทั่ว ใครจะคาดคิดว่า เพียงหนึ่งดาบสะบัดออกไป กลับทำลายคมดาบนับร้อยที่ตั้งใจส่งมา อีกทั้งปราณดาบยังทำให้คู่ต่อสู้กระอักบาดเจ็บและสิ้นสติในทันที


    "เจ้า..."


    "เจ้าอำมหิตเช่นนี้ ปล่อยไว้ไม่ได้" เจ้าสำนักหยวนมังกรตะโกนออกมาด้วยความโกรธและตกตะลึง


    "ศิษย์ข้าอำมหิตอย่างไรกัน"


    "เจ้าเองเป็นคนกล่าวมิใช่หรือ บาดเจ็บล้มตาย มิอาจกล่าวโทษกัน"


    "พลังยุทธ์ไม่มีตา ย่อมทำลายผู้อื่นได้"


    "คำกล่าวนี้มาจากเจ้า และพวกเจ้ามิใช่หรือ" เจ้าสำนักอสุนีหิมะกล่าว


    "แต่ท่านเจ้าสำนัก เด็กคนนี้วันนี้ทำร้ายคนได้ วันหน้าเราจะคุมมันไม่ได้นะ" รองเจ้าสำนักอาจารย์ฮุ่ยหมิงกล่าวออกมา


    "หุบปากเจ้าได้แล้ว" เจ้าสำนักอสุนีหิมะกล่าวดุดันกลับไปพร้อมแววตาชิงชังบุคคลเช่นนี้


    "เอาอย่างนี้ มีใครอีก เข้ามาพร้อมกันเลย อย่าให้ข้าเสียเวลาไปกว่านี้" ลู่ซือกล่าว


    หนิงเซียน อ้ายเหม่ย จงฮวา แม้จะเป็นห่วง แต่ก็เชื่อว่า ลู่ซือย่อมมีวิธีจัดการ อีกทั้งยังไม่เคยเห็นลู่ซือใช้อารมณ์นำให้เรื่องราวเสียหายบานปลาย


    "ดี ดี อามิตตาพุทธ ... ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ตามที่เจ้าพูดเองนะ" ไต้ซือเจ้าสำนักอารามไตรวิหคกล่าว


    ในคราวนี้ มีคนออกมาถึงห้าคน โดยห้าคนนี้ ย่อมมีจงหมาน จงซื่อ เล่าหาน และเอี้ยวซือ และอีกคนเป็นฮุ่ยหมิง ทั้งหมดมีจิตอาฆาตต่อลู่ซือทั้งสิ้น 


    "ฆ่ามัน" ฮุ่ยหมิงตะโกนออกไป


    "เจ้าสำนัก ทำยังไงดี ทำไมตอนนี้มันกลายเป็นการล้างแค้นไปได้" หนิงเซียนถามเจ้าสำนักอสุนีหิมะ


    "ข้าก็ไม่เข้าใจ แต่พวกเจ้าน่าจะรู้ดีกว่าข้า"


    "ถ้าเหตุการณ์แย่ ข้าจะเข้าไปช่วยเอง" เจ้าสำนักอสุนีหิมะกล่าว


    ลู่ซือไม่ได้กังวลสิ่งใด ในยามนี้ ด้วยพลังของไตรจักระ ได้ก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิแล้ว แม้จะห่างไกลพลังแต่เดิมอยู่มากก็ตาม หากเพียงจักรพรรดิไม่กี่ร้อยคน ย่อมไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำลายให้สิ้นไป แล้วทำไมเพียงระดับกึ่งราชัน หรือระดับราชันเพีัยงเท่านี้จะมาทำอะไรได้


    "เพื่อไม่ให้เสียโอกาส ข้าจะหลอมรวมเจตจำนงไตรจักระแห่งวิถีจักรพรรดิ" ลู่ซือไม่ได้สนใจการเข้ามาทำร้ายของทั้งห้าคน หากแต่ประสานฝ่ามือทั้งสอง หายใจเข้าออกด้วยอารมณ์สงบ ในบัดดลจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิเข้าสู่ปฐมฌาณ พลังจากไตรจักระวิ่งวน โดยมีจักระมังกรเป็นตัวเหนี่ยวนำ วิ่งหมุนรอบเกิดรังสีแผ่ออกมาจากลู่ซือเป็นสีทอง 


    "ประสานเจตจำนง" ลู่ซืออมยิ้มที่มุมปาก ด้วยสำเร็จอย่างรวดเร็ว ดาบเขี้ยวมังกรลอยมาหมุนรอบลู่ซือตามแนววงแหวนรังสีรอบตัว พลังปราณหรือคมอาวุธที่ทั้งห้าคนพยายามส่งเข้ามา แตกกระจาย ไม่สามารถเข้าถึงได้ ประดุจเอาเศษใบไม้แห้งมาเผา ย่อมถูกเผาไหม้โดยง่ายและรวดเร็ว ซากที่เหลือกลายเป็นฝุ่นปลิวหายไปต่อหน้าต่อตา