"ไร้สาระชะมัด!"
พรีม นักการตลาดสาวมือทองวัย 28 ปี ทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังราคาแพงในคอนโดหรูของเธอ มือข้างหนึ่งถือไอแพดที่เปิดนิยายรักออนไลน์ยอดฮิตเื่ ‘บ่วงรักเหมันต์’ ส่วนอีกข้างกำแก้วไวน์แน่นด้วยความหงุดหงิด
พรีมเพิ่งอ่านมาถึงตอนจบของนิยายเื่นี้ และสิ่งที่ทำให้เธอเืขึ้นหน้าไม่ใช่ความหวานชื่นของพระ-นาง แต่คือจุดจบของ ‘รินลดา’ นางร้ายของเื่
"รินลดา... เธอมีครบทุกอย่างนะ!" พรีมบ่นพึมพำกับตัวเอง
"สวยระดับดารา รวยระดับต้นๆ ของประเทศ จบเกียรตินิยมด้านบริหารจากเมืองนอก แต่ทำไม... ทำไมเธอถึงใช้ชีวิตได้ห่วยแตกขนาดนี้!"
ในสายตานักการตลาดอย่างพรีม รินลดาคือสินค้า High-end ที่กำหนดจุดยืนตัวเองผิดพลาดอย่างมหันต์ แทนที่จะรักษาภาพลักษณ์นางพญาที่น่าค้นหา เธอกลับเลือกทำให้คุณค่าของตัวเองลดลง ด้วยการวิ่งตามตื๊อ ธันวา พระเอกที่ไม่ได้รักเธอเลยสักนิด
แถมยังใช้วิธีสกปรกกลั่นแกล้ง นุ่มนิ่ม นางเอกสายหวานจนตัวเองถูกสังคมแบน ธุรกิจครอบครัวล้มละลาย และสุดท้ายต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะขับรถไล่ตามรถของพระเอกในคืนฝนตก
"ถ้าฉันเป็เธอนะรินลดา ฉันจะ Rebrand (ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์) ตัวเองใหม่หมด" พรีมว่าอย่างจริงจัง
"ทุนทรัพย์ในมือเธอเยอะขนาดนั้น เอาไปลงทุนในตลาดไหนก็กำไรเห็นๆ แต่ดันเอาไปทุ่มให้กับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพอย่างนายธันวาเนี่ยนะ? ROI (ผลตอบแทนการลงทุน) ต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนติดลบสุดๆ!"
พรีมปิดหน้าจอไอแพดด้วยความเสียดาย เธอรู้สึกผูกพันกับตัวละครนี้อย่างประหลาด อาจเพราะเธอเองก็เป็ผู้หญิงบ้างานที่สร้างทุกอย่างมาด้วยสมองและสองมือ เธออยากให้รินลดาเห็นค่าตัวเองเหมือนที่เธอเป็
"ถ้ามีโอกาส... ฉันจะแสดงให้ดูเองว่า นางร้ายที่ฉลาดๆ เขาบริหารจัดการชีวิตกันยังไง" พรีมพึมพำ
พรีมดื่มไวน์อึกสุดท้ายก่อนจะหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลียจากการทำงานหนักมาทั้งวัน โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดพล่อยๆ ของเธอกำลังจะเปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นนอกหน้าต่างพรีมสะดุ้งสุดตัว แต่เมื่อเธอลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เห็นไม่ใช่เพดานคอนโดที่คุ้นเคย แต่กลับเป็เพดานห้องนอนหลุยส์สุดหรูที่ประดับด้วยโคมไฟระย้าราคาแพงระยับ
"ที่นี่... ที่ไหน?"
พรีมรีบลุกขึ้นส่องกระจก และสิ่งที่สะท้อนออกมาคือใบหน้าของหญิงสาวที่สวยสง่าจนน่าใ ดวงตาเฉี่ยวคม ริมฝีปากอิ่มสีแดงสด... นี่มันคือใบหน้าของ รินลดา นางร้ายที่เธอเพิ่งด่าไปเมื่อห้านาทีก่อนชัดๆ!
"คุณหนูคะ! แย่แล้วค่ะ! คุณธันวากำลังจะประกาศหมั้นกับนุ่มนิ่มที่งานเลี้ยงคืนนี้ค่ะ!" สาวใช้คนหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง
พรีม (ในร่างรินลดา) นิ่งไป ใช้มือหยิกแขนตัวเอง
“โอ้ยย .. เจ็บจริงนี้หว่า นี้ฉันเข้ามาอยู่ในนิยายจริงๆหรือเนี่ย” เธอพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
“หึ… กำลังจะถึงฉากสำคัญซะด้วย งานนี้สนุกแน่” เธอกระตุกยิ้มที่มุมปาก
พรีมส่องกระจกสำรวจใบหน้าสะสวยที่บัดนี้แววตาเปลี่ยนไปจากรินลดาคนเดิมโดยสิ้นเชิง ความตระหนกในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณของนักการตลาดมือทอง
"คุณหนูคะ! ได้ยินที่สายใจพูดไหมคะ คุณธันวากำลังจะทิ้งคุณหนูไปหมั้นกับยัยนุ่มนิ่มนั่นนะคะ!" สาวใช้หน้าตาตื่น ลนลานหยิบชุดราตรีสีแดงเพลิงที่รินลดาคนเก่าเตรียมไว้ออกมา
"รีบแต่งตัวเถอะค่ะ เราต้องไปอาละวาดให้งานล่ม!"
พรีมชายตา มองชุดสีแดงที่ดูพยายามเรียกร้องความสนใจจนเกินงามนั่นแล้วแค่นยิ้ม
"อาละวาดงั้นเหรอ? ตลาดล่างไปหน่อยนะสายใจ" พรีมเอ่ยเสียงเรียบพลางปัดมือไล่
"ชุดสีแดงนั่นเอาไปเก็บซะ ฉันจะไม่ไปงานในฐานะผู้หญิงที่ถูกทิ้ง แต่จะไปในฐานะนักลงทุนที่กำลังจะถอนตัว"
เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าขนาดมหึมากวาดสายตามองหาชุดที่เหมาะสม ก่อนจะหยิบเดรสสีดำสนิทคัตติ้งเนี้ยบสไตล์ Minimal Luxury (น้อยแต่มาก เรียบแต่หรู) ออกมา
"ไปเตรียมรถ แล้วบอกคนขับว่าไม่ต้องรีบ..." พรีมหมุนตัวกลับมามองกระจกอีกครั้ง
เธอใช้ทักษะการตลาดวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าอย่างใจเย็น
"การตลาดที่ดีที่สุดคือการสร้างความประหลาดใจ ในเมื่อทุกคนคาดหวังจะเห็นฉันไปกรีดร้อง... ฉันก็จะมอบความนิ่งสงบให้พวกเขาแทน เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลยนายธันวา"
พรีมเหยียดยิ้มที่มุมปาก กลยุทธ์การถอนตัวของเธอเริ่มต้นขึ้นแล้ว และเป้าหมายแรกไม่ใช่การได้ใจผู้ชายคืนมา แต่เป็การดึงมูลค่าของรินลดากลับคืนมาต่างหาก!
——————
พรีมปรากฏตัวที่งานเลี้ยงสุดหรู เธอมาในชุดเดรสสีดำสนิทเปิดหลังเผยผิวขาวเนียน ผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบตึงเป็ทรงหางม้ายกสูงโชว์โครงหน้าโฉบเฉี่ยว
เธอไม่ได้เดินดุ่มๆ เข้าไปหาธันวา (พระเอกในนิยาย) เหมือนทุกครั้ง แต่เดินตรงไปที่บาร์เครื่องดื่มแทน
ท่ามกลางสายตาแเื่ที่จับจ้องด้วยความคาดหวังว่าเธอจะปรี่เข้าไปตบตีแย่งชิงธันวาคืนมา แต่เธอกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม... นั่นคือการนิ่งเฉย
เธอสั่งมาการิต้ามาหนึ่งแก้ว ค่อยๆ ละเลียดชิมค็อกเทล พลางสังเกตปฏิกิริยาของคนรอบข้างเหมือนกำลังวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าในตลาด
"นั่นรินลดาจริงๆ เหรอ? ทำไมดูนิ่งขนาดนั้น" เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น
ธันวา ที่ยืนอยู่กลางเวทีพร้อมกับ นุ่มนิ่ม ถึงกับเสียอาการ เขาเตรียมสคริปต์ด่าทอรินลดาไว้ในหัวเสียดิบดี แต่พอเธอเมินเฉยต่อเขา เขากลับรู้สึกทำตัวไม่ถูก
เขาทนความกดดันไม่ไหวจึงเป็ฝ่ายเดินเข้าไปหาเธอเอง พร้อมกับนุ่มนิ่มที่ทำหน้าซื่อตาใสเกาะแขนเขาไว้แน่น
"รินลดา! อย่าคิดว่ามาในชุดดำประชดกันแบบนี้แล้วผมจะใจอ่อนนะ ต่อให้คุณจะทำตัวนิ่งยังไงผมก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจจากนุ่มนิ่มหรอก!" ธันวาพยายามหาเื่
พรีมจิบมาการิต้า เธอใช้สายตาแบบที่เธอมักใช้มองคู่แข่งทางการค้าที่กำลังจะพ่ายแพ้ สายตาที่ไม่ได้มองคนตรงหน้าเป็ผู้ชายที่เคยรัก แต่เป็เพียงหนี้เสียที่ต้องจัดการ
"ประชด? คุณเข้าใจผิดไปไกลเลยค่ะคุณธันวา" พรีมวางแก้วลงเบาๆ
"ชุดสีดำชุดนี้ฉันใส่มาเพื่อไว้อาลัยให้กับรสนิยมแย่ๆของตัวเองในอดีตต่างหาก... ส่วนเื่หมั้นฉันไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่มาเพื่อมอบของขวัญชิ้นพิเศษให้คุณทั้งสองคนค่ะ"
เธอกวักมือเรียกผู้ติดตามของเธอ เขาถือเอกสารบางอย่างเดินเข้ามา แขกทั้งงานเริ่มขยับเข้ามาใกล้เพื่อดูว่า "ของขวัญ" ของนางร้ายจอมวีนคนนี้คืออะไรกันแน่
พรีมเหยียดยิ้ม เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมา ก่อนจะกรีดกรายวางลงบนอกของธันวาที่กำลังยืนอึ้ง
"นี่คือของขวัญแสดงความยินดีจากตระกูลสิริทรัพย์อนันต์ค่ะ" เสียงของเธอราบเรียบแต่กังวานไปทั่วห้อง
ธันวารีบเปิดซองออก ก่อนจะหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นเนื้อหาข้างใน
ใบแรกคือเช็คเรียกเก็บหนี้ค้างชำระมูลค่ามหาศาล ที่พ่อของเขาเคยหยิบยืมตระกูลของรินลดาไปเพื่อพยุงบริษัท
และใบที่สองคือหนังสือขอยกเลิกสัญญาร่วมทุนทุกโปรเจกต์ ระหว่างสองตระกูลโดยมีผลทันที!
"รินลดา! นี่มันหมายความว่ายังไง! ทำแบบนี้ธุรกิจของผมจะล้มละลายนะ!" ธันวาตะคอกลั่น ลืมภาพลักษณ์คุณชายผู้แสนดีไปจนหมดสิ้น
"ก็หมายความว่า... ฉันทำการชำระบัญชีของเราไงค่ะ" พรีมไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ
"ในเมื่อคุณเลือก นุ่มนิ่ม ฉันก็แค่ถอนเงินลงทุนออกจากโปรเจกต์ที่มองไม่เห็นกำไรอย่างคุณ... อ้อ แล้วอย่าลืมชำระหนี้ตามกำหนดนะคะ ไม่งั้นฉันคงต้องส่งฝ่ายกฎหมายไปคุยที่บ้านคุณแทน" พรีมบอกอย่างตรงไปตรงมา
แเื่ในงานเริ่มซุบซิบกันสนั่น บ้างก็สะใจ บ้างก็ทึ่งในการตัดสินใจที่เด็ดขาดของรินลดาคนใหม่
ในจังหวะที่พรีมกำลังจะก้าวออกจากงาน อคิน ที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ ก็ก้าวออกมาดักหน้าเธอไว้ พร้อมกับเสียงปรบมือเบาๆ ที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“การปรับพอร์ตครั้งนี้ของคุณน่าสนใจมากครับคุณรินลดา... โดยเฉพาะการเขี่ยขยะออกไป เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับ สินทรัพย์ที่มีค่ามากกว่า”
พรีมหยุดชะงัก เธอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา แม้เขาจะดูภูมิฐานและมีรัศมีบางอย่างแผ่ออกมา แต่ในฐานะนักการตลาดที่หลุดเข้ามาในโลกนิยาย เธอต้องเช็กความน่าเชื่อถือของคู่สนทนาเสียก่อน
"ปรับพอร์ตเหรอคะ?" พรีมทวนคำพลางเลิกคิ้ว
"นั่นเป็พื้นฐานของคนที่รู้จักคุณค่าของเงินค่ะ... แต่ขอประทานโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณคือใคร? เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า?"
อคินกระตุกยิ้ม เขาไม่แปลกใจที่เธอทำเหมือนจำเขาไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาสายตาของรินลดามักจะบอดสนิทไปกับความรักน้ำเน่าของธันวา เขาขยับเข้าไปใกล้เธอ ก่อนจะยื่นนามบัตรให้
"ผม อคิน อัครวรโชติ ครับ... CEO ของ Akina Group" เขาสบตาเธออย่างมีความหมาย
"ส่วนเื่รู้จักหรือไม่... ในอนาคตอันใกล้นี้ ผมว่าเราอาจจะได้เจอกันบ่อยๆ ครับ โดยเฉพาะหลังจากที่คุณเพิ่งเขี่ยขยะทิ้งไปแบบนี้" อคิณว่าเสียงเรียบ
พรีมรับนามบัตรมาและสำรวจชื่อบนนามบัตรทันที อคิน อัครวรโชติ... ชื่อนี้ไม่มีบทเด่นในนิยายที่เธออ่านนี่นา! หรือเขาจะเป็ตัวละครที่เธอเคยมองข้ามไป?