ยามเมื่อทั้งสองประมือกันอย่างดุเดือดมิรู้ว่าดาราเคราะห์น้อยใหญ่ถูกทำลายไปเท่าใด ห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลพลันปรากฏร่องรอยแห่งความพินาศชิ้นส่วนอาวุธจักรพรรดิและเศษอุกกาบาตจากนอกพิภพลอยคว้าง
"อ๊าก---"
เสียงร้องโหยหวนของบรรพชนรุ่นที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงดังขึ้นร่างกายกระเด็นปลิวไปตามแรงปะทะ ครึ่งร่างชุ่มโชกไปด้วยโลหิตเห็นได้ชัดว่าอวัยวะภายในที่ฉีกขาด
การโจมตีนี้ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสปางตาย!
"อ๊าก!" บรรพชนรุ่นที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงกู่กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งดังสะท้านทั่วผืนดาราคล้ายคนเสียสติ แม้ครึ่งกายจะแหลกเหลว ดวงตากลับยังคงลุกโชน
ร่างกายพลันระเบิดแสงสีทองในชั่วพริบตาจิตสังหารไร้ขีดจำกัดแผ่กระจาย กระตุ้นพลังกฎแห่งวิถีไม่หยุดและแปลงกายตนให้เป็นเตาเซียนสีทองซึ่งคุกรุ่นไปด้วยเพลิงบรรลัยกัลป์ที่พร้อมแผดเผาสวรรค์และปฐพี!
นี่คือเคล็ดวิชาลับอันยิ่งใหญ่ของตระกูลเจียง
เตาหลอมศักดิ์สิทธิ์สีทองที่บรรพชนรุ่นที่สิบสามแห่งตระกูลแปลงกายนั้นได้ดูดกลืนมู่เสินฉวนเข้าไป แสงเทพพวยพุ่ง กฎเกณฑ์แห่งมรรคาสวรรค์ทิ้งตัวลงมาหมายจะแผดเผาเขาให้มอดไหม้
มู่เสินฉวนดวงตาเย็นเยียบ หาได้หวาดหวั่นไม่
พลังแห่งกายาศักดิ์สิทธิ์นั้นเดิมก็ไร้ผู้ใดทัดเทียมเมื่อได้รับการส่งเสริมจากเคล็ดวิชาคลั่งทลายสวรรค์ ก็แผ่กว้างดุจมหาสมุทรโลหิตในกายไหลเวียนดุจเสียงคำรามแห่งพิภพ
โครมๆ!!!
พลังแห่งความโกลาหลในฝ่ามือมู่เสินฉวนผสานกันพลังเซียนกระหน่ำโจมตีใส่ผิวเตาหลอมศักดิ์สิทธิ์อย่างต่อเนื่องก่อเป็นเสียงบาดแก้วหูดังกึกก้อง
เพียงกระหน่ำโจมตีไม่กี่ครั้งเตาหลอมศักดิ์สิทธิ์สีทองก็ทานทนไม่ไหวจนเกิดรอยร้าว
โครม!
ร่างของบรรพชนรุ่นที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงกระเด็นถอยหลังไปกระอักโลหิตคำโตออกมา ลมหายใจรวยริน
ความตื่นตระหนกในแววตาของเขาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นความเสียใจแล่นริ้วขึ้นมา นึกรังเกียจตนที่ไม่สนคำเตือนของเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลกลับดื้อดึงเผชิญหน้ากับมู่เสินฉวนเพียงลำพัง!
"มู่เสินฉวน!"
"วันนี้บาดแผลเก่าของข้ากำเริบเจ้าถึงได้เปรียบในศึกครั้งนี้"
"รอข้าฟื้นฟูพลังแล้วค่อยมาประมือกันใหม่ในวันหน้า!"
บรรพชนรุ่นที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงร้องลั่นทิ้งตัวลงมาด้านล่างอย่างรวดเร็ว คล้ายกับจะหลบหนี
เตาหลอมเหิงอวี่รับรู้ถึงกระแสพลังจึงระเบิดพลังออกมาในทันทีสั่นสะเทือนเสามารสะกดฟ้าแล้วแปรเปลี่ยนเป็นแสงพุ่งทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว
"เหอะ สู้ไม่ได้ก็คิดจะหนีคิดว่าข้าจะปล่อยไปหรือ!"
มู่เสินฉวนสาวเท้าออกไปเหวี่ยงหมัดเทพสีทองแหวกผ่านห้วงจักรวาลแสงทิพย์อันเจิดจ้าส่องสว่างทั่วดาราอันมืดมิด
"อ๊าก!!!"
บรรพชนรุ่นที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงส่งเสียงร้องโหยหวนหน้าอกถูกกระแทกจนเป็นรูโบ๋ที่เลือดไหลรินไม่หยุด
แต่เขาไม่กล้าหยุดพักสักเสี้ยวหนีตายอย่างบ้าคลั่ง แม้กระทั่งอาวุธจักรพรรดิก็ยังทิ้งขว้าง!
สายตาของมู่เสินฉวนคมกริบน่าสะพรึงกลัวประสานมือร่ายวิชาเทพคุนเผิง ตวัดคว้าเตาหลอมเหิงอวี่ไว้ได้ทันท่วงที
หากอาวุธจักรพรรดิของตระกูลเจียงถูกเขาช่วงชิงไปได้ย่อมถือเป็นของรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศึกครั้งนี้
บัดนี้กายเนื้อของเขาบรรลุสู่ระดับเซียนอันบริสุทธิ์ผุดผ่องแม้เตาหลอมจะระเบิดพลังอำนาจสุดยอดออกมา ก็ยากที่จะทำร้ายเขา
วูบ!
เตาหลอมเหิงอวี่สั่นกึงกังส่งกลิ่นอายแห่งจักรพรรดิโบราณออกมา ตัวเตาเปล่งแสงหมายจะสลัดหลุดจากมือของมู่เสินฉวน แล้วแหวกห้วงจักรวาลหนีไป!
โครม!
คนผู้หนึ่งกับเตาหลอมยืนหยัดประจันหน้ากันอยู่หลายอึดใจมู่เสินฉวนยังคงถูกผลักถอยหลังไปหลายก้าว มันจึงหลุดรอดไปได้
"น่าเสียดาย"
มู่เสินฉวนส่ายหน้าพลางถอนหายใจน่าเสียดายที่เขาไม่อาจควบคุมวิชาลับอักษรเหนือฟ้า หนึ่งในเก้าเคล็ดวิชาลับได้
มิเช่นนั้นย่อมใช้พลังอำนาจอันไร้เทียมทานกดข่มเตาหลอมเหิงอวี่ไว้ได้
ฟึบ!
ดวงตาเย็นชาของมู่เสินฉวนมองไปยังร่างเซียนที่หนีตายอย่างทุลักทุเลจากนั้นก็ยื่นมือออกไป ฉวยหอกยาว อาวุธที่อีกฝ่ายทิ้งไว้มาอยู่ในมือ
พร้อมระเบิดพลังกายเนื้ออันน่าสะพรึงกลัวออกมาแล้วเหวี่ยงหอกสีเงินออกไปด้านหน้าอย่างแรง!
‘ฟิ้ว—’ หอกสีเงินพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วแปรเปลี่ยนเป็นสายฟ้าอันว่องไว
ทุกแห่งที่มันเคลื่อนผ่านแม้กระทั่งห้วงจักรวาลก็ยังทานทนพลังอันแข็งแกร่งนี้มิได้ แตกสลายเป็นเสี่ยงๆก่อเกิดเป็นพายุแห่งห้วงมิติอันใหญ่โต
ฉึก!
หอกสีเงินดุจเงาตามตัวไล่ตามหลังบรรพชนรุ่นที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงไปติดๆแล้วแทงทะลวงศีรษะของเขาอย่างรวดเร็วราวปานอัสนี ทลายจิตวิญญาณของเขาให้ดับสิ้น ณห้วงดาราแห่งนี้!
ในขณะเดียวกันพลังอันมหาศาลที่รวมตัวอยู่ในหอกยังมิได้มลายหายไป
ด้วยพลังเหลือล้น มันยังคงทะลวงผ่านท้องฟ้าพาซากศพของบรรพชนรุ่นที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงมาพร้อมกับเตาหลอมเหิงอวี่ที่หลบหนีตรงไปยังทิศใต้ หรือที่พำนักของตระกูลเจียง!
ครึ่งชั่วยามต่อมา
เหนือถิ่นฐานของตระกูลเจียงพลันบังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น!
ดึงความสนใจจากเหล่าสมาชิกตระกูลเจียงไปจนหมด!
ปรากฏเป็นหอกโบราณสีเงินอาบเลือดที่แทงทะลุไปยังตำหนักโบราณของตระกูลเจียง!
เหนือหอกโบราณสีเงินนั้นมีร่างไร้วิญญาณเสียบอยู่!
ร่างนั้นคือบรรพชนที่สิบสามของตระกูล!
"บรรพชนที่สิบสาม!!!"
เหล่าศิษย์ตระกูลเจียงต่างตกตะลึงแผดเสียงลั่นด้วยความเศร้าโศก
"ท่านบรรพชน..."
เหล่าบุคคลสำคัญของตระกูลเจียงปรากฏตัวขึ้นดึงหอกโบราณด้วยตนเอง ในใจก็รู้สึกหมองหม่นไม่แพ้กัน
"เฮ้อพวกข้าก็เตือนแล้วว่าอย่าได้ทำตามใจตนเอง"
"ใครเลยจะคิดว่าการเดินทางครั้งนี้จะประสบเคราะห์กรรม!"
"แม้กระทั่งจิตวิญญาณก็ยังถูกทำลาย!"
"..."
"พลังของมู่เสินฉวนน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ"
"หากมิใช่การยกทัพไปกวาดล้างทั้งตระกูลหรือการลงมือของมหาเซียน ย่อมยากที่จะขัดขวางการผงาดของเขาได้"
เหล่าผู้อาวุโสแห่งตระกูลเจียงต่างถอนหายใจด้วยความหดหู่สีหน้าฉายแววสะเทือนใจ
ในขณะเดียวกันข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งตงฮวงอย่างไวราวติดปีก
เซียนแห่งตระกูลเจียงที่กลับมาจากนอกพิภพไปยังทะเลไร้สิ้นสุดเพื่อตัดสินกับมู่เสินฉวน!
ทว่ากลับถูกสังหารในศึกทั้งยังถูกตรึงร่างด้วยอาวุธของตนเองไว้เหนือตำหนักโบราณของตระกูลเจียง!
ทันใดนั้นแคว้นตงฮวงก็สั่นคลอนเหล่าผู้บ่มเพาะล้วนตกอยู่ในความโกลาหล
บรรดาผู้กึ่งเซียนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆพลันเกิดความหวาดหวั่นขึ้นในใจ
แม้แต่เซียนยังถูกสังหารหากพวกเขาที่เป็นเพียงกึ่งเซียนไปจัดการตระกูลมู่ เกรงว่าจักไม่มีวันได้กลับ!
"เฮ้อดูท่าการผงาดขึ้นของกายาศักดิ์สิทธิ์โกลาหล คงยากที่จะขัดขวางแล้ว!"
"จุดยืนของเขาในยุคทองนี้เป็นที่ประจักษ์แล้ว!"
"แต่พวกเราก็มิใช่ว่าจะต้องเป็นศัตรูกับมู่เสินฉวน!"
"เขามีพลังแห่งกายาโกลาหลยามบรรลุวิถี ย่อมมิอาจรวมพลังแห่งสวรรค์ได้ ต่อให้ในวันหน้ามู่เสินฉวนครองพิภพก็ยังคงมีมหาจักรพรรดิปรากฏ!"
ผู้กึ่งเซียนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจแผ่วเบาก่อนที่จะค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดมิด