ตอนที่ 210 ไม่คู่ควร
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เกือบสิบปีที่ผ่านมา ภูเขาสันโดษนั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในความลับของประเทศ
ไม่มีใครรู้ว่าตัวตนแบบใดใช้ชีวิตอยู่ข้างในนั้น หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์การบุกโจมตีของสตอมมาแล้ว เฟิร์สก็ได้ปรับปรุงค่ายกลของเขาจนทำให้ผู้คนภายนอกไม่สามารถมองเห็นข้างในได้ แต่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในยังคงรับรู้ถึงบรรยากาศภายนอกได้เช่นเดิม
มันคือการเติมเต็มภาพมายาและคลื่นรบกวนทุกประเภทไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาได้
ที่นี่จึงไม่มีเสียงรบกวนจากโลกภายนอก
ภูเขาสันโดษจึงมีความลึกลับเข้าไปอีก ชาวบ้านที่อยู่ที่นี่มักจะเรียกภูเขาลูกนี้ว่าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ บางคนกระทั่งบูชาเฟิร์สเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลยด้วยซ้ำ
ดังนั้นแล้วการที่เฟิร์สจะติดตามยอเน๊ไปด้วยย่อมเป็นเรื่องใหญ่ จึงทำให้ยอเน๊แสดงอาการแบบนั้นออกมา
“ไม่เป็นไรหรอก อย่าลืมสิว่านายเป็นน้องของฉัน” เฟิร์สเอ่ยพลางยิ้ม
“แต่ตัวตนของพี่อาจถูกเปิดเผยได้นะ?”
“เปิดก็เปิดไปสิ ใช่ว่าพวกเขาจะขึ้นมาที่นี่ได้ง่ายๆ ซะเมื่อไหร่ อีกอย่างนายก็เป็นถึงดาราแดงแปดแฉกแล้ว ใครยังกล้ารังแกนายได้อีก ยิ่งนายเป็นน้องชายของฉันด้วย พวกเขาจะกล้าแตะต้องนายหรอ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ยอเน๊ถึงกับร้องไห้ออกมาอย่างตื้นตัน
เขาไม่คิดเลยว่าการมาทำงานกับคุณหมอสมคิดในวันนั้นจะทำให้โชคชะตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล จนทำให้เขาถึงกับมีวันนี้ได้
“ขอบคุณครับพี่” ยอเน๊พุ่งเข้าไปกอดเฟิร์สและร้องไห้โฮออกมา
สองสามีภรรยามองภาพนี้ด้วยรอยยิ้ม
แม้เฟิร์สจะดูเป็นคนที่เย็นชาไม่สนโลก แต่เขากลับใส่ใจในคนรอบข้างมาก ไม่อย่างนั้นเขาคงปิดด่านบ่มเพาะอย่างสมบูรณ์ สิบปีร้อยปีอาจจะออกมาอีกครั้งหนึ่ง ไม่ทำตัวเอ้อระเหยขนาดนี้
ทั้งหมดนี้ก็เพราะเขาใส่ใจในครอบครัวของเขาทั้งสิ้น
วันนี้เมื่อยอเน๊มีปัญหา เขาจึงไม่ลังเลที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ไม่นานวันที่นัดหมายก็มาถึง ณ โรงแรมซิกนัสที่กว้างใหญ่และโออ่า ที่นี่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมาย ดูหรูหราอลังการเป็นอย่างมาก สมกับที่เป็นโรงแรมมาตรฐานระดับสิบดาวที่ยอดเยี่ยม
ต้องรู้ไว้ว่าโรงแรมแห่งนี้แม้ไม่ได้เป็นของครอบครัวแฟนของยอเน๊โดยตรง แต่มันก็ยังเป็นธุรกิจอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในเครือญาติของเธอ
มันจึงไม่แปลกใจที่ยอเน๊จะรู้สึกว่าตนเองเหมือนดอกฟ้ากับหมาวัด แม้จะเป็นเวเนเตอร์ดาราแดงแปดแฉกก็ไม่ได้รู้สึกภาคภูมิแต่อย่างใดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกเขา
รถยนต์อันหรูหราแล่นเข้ามาที่โรงแรม ภายในรถมียอเน๊และพ่อแม่ของเขานั่งอยู่ในนั้น
แน่นอนว่ารถยนต์คันนี้ย่อมเป็นกรรมสิทธิ์ของยอเน๊ที่ใช้เงินซื้อมาด้วยตัวเอง ด้วยฐานะเวเนเตอร์ดาราแดงแปดแฉกการซื้อรถยนต์แค่คันเดียวย่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา
เฟิร์สได้ให้สัญญาว่าเขาจะตามมาภายหลัง ยอเน๊เชื่อใจในพี่ชายของเขาจึงไม่ได้มีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด
“พ่อกับแม่ไม่ต้องตื่นเต้นนะครับ”
“แต่ที่นี่มันเหมือนจะไม่เหมาะกับพวกเราเลย” แม่ของยอเน๊เอ่ยออกมาอย่างประหม่า
“ผมก็บอกพ่อแม่แล้วว่าให้หัดมาเที่ยวในที่แบบนี้บ้าง เงินที่ผมให้ไว้ก็ตั้งเยอะแยะ”
“แต่นั่นเป็นเงินที่ลูกหามานะ”
“ครับ แต่ผมเอาให้พ่อแม่ใช้ ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ อย่าลืมสิว่าพี่ชายของผมเป็นใคร”
เรื่องของเฟิร์สแน่นอนว่าพวกเขานั้นรู้ดี เพราะในตอนที่ยอเน๊ถูกขอมาเป็นลูกบุญธรรม ทั้งสองครอบครัวย่อมเคยพบกันมาแล้ว
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พวกเราเองก็ไม่สะดวกใจอยู่ดี อยู่ที่บ้านของพวกเราก็มีความสุขอยู่แล้ว”
ยอเน๊ถอนหายใจออกมา “ครับ ผมจะไม่พูดเรื่องนี้แล้ว แล้วเงินที่ผมให้ไปผมก็ไม่เอาคืนนะครับ พ่อแม่จะใช้อะไรก็แล้วแต่เลย”
ตอนนั้นเองรถยนต์ก็ถูกหยุด
“ถึงแล้วครับ” คนขับรถที่อยู่ด้านหน้าเอ่ย
แล้วพวกเขาทั้งสามก็ลงจากรถยนต์ โดยมีพนักงานมากกว่าสิบคนมาคอยต้อนรับด้านหน้า
สองสามีภรรยาจับมือกันด้วยท่าทีที่ประหม่า พวกเขาไม่เคยเจอการต้อนรับที่อลังการแบบนี้ แม้ว่านี่จะเป็นการต้อนรับแบบปกติของโรงแรมสิบดาวก็ตาม
“ผมต้องการไปห้องอาหารที่คุณปัฐวีจองไว้ครับ”
“เชิญทางนี้ค่ะ”
เหล่าพนักงานต้อนรับพวกเขาอย่างดี เมื่อเอ่ยชื่อของพ่อตา พวกเขาก็รู้ว่าจะต้องพายอเน๊ไปที่ใด
พนักงานหลายคนเดินตามพวกเขาไปเป็นขบวน นั่นยิ่งทำให้สองสามีภรรยาทั้งรู้สึกตื่นเต้นและอึดอัดใจ แสดงท่าทางที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง
ยอเน๊ที่เห็นก็ได้แต่ยิ้มให้กำลังใจพวกท่าน
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงห้องอาหารอันหรูหราที่จองไว้
ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกยอเน๊ก็พบกับคนกลุ่มหนึ่งที่มาถึงก่อนหน้านี้แล้ว รวมทั้งขิงแฟนสาวของเขาด้วย
“เน๊ ในที่สุดคุณก็มา” หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวที่ดูน่ารักบอบบางรีบปรี่เข้ามา
เธอก็คือขิง หญิงสาวที่ยอเน๊กำลังจะแต่งงานด้วย ขิงอายุมากกว่ายอเน๊สองปี เธอมีนิสัยที่น่ารักและเป็นกันเอง
“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่” หญิงสาวไหว้ทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างมีมารยาท
เธอเคยพบกับพ่อแม่ของยอเน๊หลายครั้งและดูสนิทกันไว้น้อย
“สบายดีนะลูก” แม่ของยอเน๊เอ่ย
“ขิงสบายดีค่ะ เชิญคุณพ่อคุณแม่นั่งก่อนดีกว่า”
แล้วขิงก็พาผู้ใหญ่ทั้งสองไปนั่งประจำที่ทันที
ภายในห้องนี้มีโต๊ะยาวขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง บนโต๊ะมีเครื่องดื่มและของว่างที่หรูหรา
พวกเขาแบ่งที่นั่งเป็นสองฝั่งคือฝั่งญาติเจ้าบ่าวและเจ้าสาวอย่างชัดเจน
ทางด้านครอบครัวของขิงนอกจากจะมีพ่อแม่แล้วยังมีอีกคนที่เป็นญาติผู้พี่ของขิงและเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ด้วย
ทั้งสองฝ่ายเอ่ยทักทายกัน พ่อแม่ของยอเน๊มีท่าทางเกร็งๆ ส่วนอีกฝ่ายกลับนิ่งสงบอย่างเห็นได้ชัด
หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่ามีแค่แม่ของขิงเท่านั้นที่พูดคุยกับครอบครัวของยอเน๊
แล้วตอนนั้นเองประตูของห้องก็เปิดออก
“ฉันไม่เห็นด้วย”
ชายชราในชุดสูทสีดำดูสูงสง่าก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับแผ่พลังที่น่าอึดอัดออกมา
ยอเน๊ดูตกใจเป็นอย่างมากเพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งมาจากชายชราคนนี้
‘เวเนเตอร์แรงค์ SS+ อย่างนั้นหรอ?’
ต้องรู้ไว้ว่าตัวตนระดับนี้เป็นรองแค่เวเนเตอร์แรงค์ SSS เท่านั้น และพวกเขาก็ยังเป็นไม่กี่ตัวตนที่มีจำนวนน้อยมากในประเทศนี้
อย่างน้อยๆ คนคนหนึ่งที่เขารู้จักก็เป็นถึงผู้การใหญ่ของนิวโฮป
โลกนี้ไม่ได้มีเวเนเตอร์สังกัดอยู่ในแคลนหรือนิวโฮปเท่านั้น แต่มันยังมีตัวตนแบบนี้อีกมากมายที่ซ่อนอยู่
ซึ่งหนึ่งคนตรงหน้านี้ก็มาปรากฏต่อหน้ายอเน๊แล้ว
“ฉันจะไม่ยอมรับการแต่งงานนี้” ชายชราสูทดำเอ่ยย้ำอีกครั้งหนึ่ง
“คุณปู่!” ใบหน้าของหญิงสาวผู้เป็นว่าที่เจ้าสาวตกใจเป็นอย่างมาก เธอไม่คิดว่าคุณปู่จะไม่เห็นด้วยกับงานแต่งของเธอ
“ในที่สุดคุณพ่อก็มาแล้ว”
ตอนนั้นเองพ่อของฝั่งเจ้าสาวก็เอ่ยขึ้น หลังจากที่เขานิ่งเงียบมานาน มุมปากของเขามีรอยยิ้ม แน่นอนว่าเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว และนี่ก็เป็นหนึ่งในแผนการของเขา เพราะเขาเองก็ไม่ยอมรับการแต่งงานนี้เช่นกัน
แม้แต่ภรรยาของเขาเองก็ยังตกตะลึงเพราะเธอไม่รู้เรื่องนี้ด้วย และเธอคิดจริงๆ ว่าสามียอมใจอ่อนให้ลูกได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก
เขาเดินไปที่หัวโต๊ะ แม้บนร่างไม่ได้แผ่พลังรบออกมา แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับยอเน๊
ไม่ต้องเอ่ยถึงพ่อแม่ของยอเน๊ พวกเขามีสีหน้าที่ยากลำบากเป็นอย่างมาก
ยอเน๊กัดฟัน หยดเหงื่อไหลออกมาตามใบหน้า
“ทำไมล่ะครับ?” ยอเน๊มองไปที่ชายชราด้วยสายตาที่แน่แน่ว
ชายชราส่ายศีรษะและเอ่ย “นายยังไม่เหมาะสมกับหลานสาวของฉัน แม้ว่านายจะเป็นเวเนเตอร์ดาราแดงแปดแฉกอายุไม่ถึงสามสิบปีก็ตาม”
ชายชราหยุดไปครู่หนึ่ง ทั้งห้องนั้นตกอยู่ในความเงียบ แล้วเอ่ยต่อ “ฉันยอมรับว่านายเป็นคนที่มีพรสวรรค์ เพียงแต่ฉันได้กำหนดหลานเขยของฉันแล้ว จงยอมแพ้ซะเถอะ ... นายไม่คู่ควรกับหลานสาวของฉัน”