บทที่ 30
“วางอาวุธลงซะ จะได้ไม่เจ็บตัว”
มัลคอมม์กล่าวเป็นครั้งสุดท้าย ลูกน้องทั้งหมดยืนล้อมด้านหน้าและด้านของของเด็กหนุ่มผมดำเอาไว้เพื่อไม่ให้มันได้หนีแทนที่จะเกรงกลัวแต่น้ำเสียงที่ตอบกลับมากลับเรยบเฉยผิดคาด
“ไม่ต้องพูดมาก จะทำอะไรก็รีบทำ”
เอเลนกล่าวตัดบทไม่ต้องมีพิธีรีตรองอีกแล้วใบหน้าของเขาสงบนิ่งดวงตาสีทับทิมฉายแววคมกริบประดุจดั่งคมดาบในหัวสมองคิดสารพัดวิธีที่สามารถสยบคนทั้งหมดได้ในคราวเดียวแต่เขาเลือกจะไม่ทำ ไม่อย่างนั้นเขาคงแผ่จิตสังหารระดับสูงสุดออกไปตั้งแต่แรก
เขาต้องการเห็นความกลัว ความสิ้นหวัง และการยอมสยบ ทุกอย่างจะต้องไม่จบลงเร็วเกินไปและที่สำคัญที่สุดเขาต้องออมแรงให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้คนทั้งหมดตายตกคามือ
หัวใจสำคัญคือการควบคุมเรี่ยวแรงซึ่งเป็นสิ่งที่เซเลสเทียร์ทำได้ดีมาตลอดตั้งแต่ผันตัวมาเป็นครูสอน เทพีสงครามสามารถควบคุมเรี่ยวแรงของตนได้อย่างสมบูรณ์แบบเพียงแต่จุดประสงค์ของพระนางคือการสั่งสอนแตกต่างจากเอเลนที่มุ่งเน้นการทรมาณโดยเฉพาะ
คนทั้งหมดยังไม่ทราบว่าต่อให้ต้องการก็ไม่อาจหลบหนีไปไหนได้ อาคารทั้งหลังเฉพาะในส่วนของพื้น ผนัง และเพดานถูกเคลือบด้วยพลังเวทมนต์พื้นฐานประสิทธิศาสตราหากมีใครสักคนตาดีสักนิดก็จะมองแห่งอาคารทั้งหลังที่เรืองแสงสีหม่นลงเล็กน้อย
คนทั้งหมดยังคงรอคำสั่งของมัลคอมม์ที่เหมือนคนจูง ฝูงหมาบ้าเหล่านี้มีดีที่จำนวนไม่ใช่ทักษะการต่อสู้เผลอๆพวกโจรที่สู้ด้วยเมื่อวันก่อนคนเดียวยังมีดีกว่าคนพวกนี้ห้าคนรวมกัน
“ก็ตามใจ สั่งสอนมันซะ”
มัลคอมม์วาดมือจากบนลงล่างก่อนจะหันไปกระดกหล้าต่อโดยไม่สนใจเหตุการณ์แม้แต่น้อย ชายหน้าหนูเชื่อมั่นโดยไม่เคลือบแคลงเลยแม้แต่น้อยว่าคนของมันสามารถจัดการทกอย่างได้ในไม่กี่วินาที
ไวเท่าความคิดชายร่างใหญ่ที่ลากค้อนสงครามก็เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ค้อนถูกเหวี่ยงจากหลังมาหน้าด้วยพลังกำลังมหาศาลแรงพอจะบดขยี้หินก้อนใหญ่ให้แหลกในคราเดียวและหากเปลี่ยนเป็นกะโหลกมนุษย์คงไม่เหลือซากศพที่สมบูรณ์
“ช้าและทื่อด้าน”
เอเลนกล่าวสั้นๆก่อนจะเบี่ยงตัวไปด้านข้างแต่หอกในมือนั้นว่องไวกว่าเพียงหน่งวินาทีเอเลนก็แทงหอกออกไปสามครั้ง แต่ละหอกเฉือนเข้าที่แขนทั้งสองข้างจนเป็นรอยกรีดยาว ผู้ใช้ค้อนตกใจจนเกือบทำค้อนหลุดมือเพราะเอเลนแทงหอกสามครั้งจบรอบกลับมายืนในท่าตั้งต้นได้โดยที่ค้อนสงครามยังไม่ทันแตะพื้นด้วยซ้ำ
โครม
เสียงปะทะดังขึ้นแต่พื้นอาคารกลับไร้ซึ่งรอบขีดข่วนมีเพียงฝุ่นกลุ่มหนึ่งลอยฟุ้งขึ้นมา ไม่มีสักคนที่มองทันว่ามันเกิดอะไรขึ้นเห็นแต่เพียงเอเลนเอี้ยวตัวเล็กน้อยก็หลบค้อนได้อย่างง่ายได้
“เล่นอะไรของแก แค่นี้ก็ตีไม่โดน”
ลิ่วล้ออีกคนพูดขึ้นพร้อมหัวเราะเยาะก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวพร้อมมีดประหลาดที่ใบมีดม้วนเป็นเกลียวคล้ายสว่าน มีดประเภทนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เวลาแทงและกระชากกลับสามารถเกี่ยวกล้ามเนื้อหรืออวัยวะภายในติดกลับมาด้วย แน่นอนว่าเรกิลไม่ใช่คนที่สร้างอาวุธโรคจิตนี้ขึ้นมามันได้รับมาจากพ่อค้ากลุ่มหนึ่ง
มีดมีระยะโจมตีสั้นกว่าหอกคลาสองมันคือมือสังหารที่ขึ้นชื่อด้านความว่องไวขอเพียงเข้าประชิดตัวได้ข้อได้เปรียบด้านระยะก็จะกลายเป็นหมัน ไวเท่าความคิดสองเท้าผนึกพลังเวทมนต์ใช้ออกด้วยทักษะของมือสังหารพุ่งผ่านกองฝุ่นหมายจะรวบเอเลนในคราเดียว
เท่านี้ก็จบแล้ว
มันคิดเช่นนั้นด้วยทักษะมันสามารถยกระดับความเร็วขึ้นได้อึดหนึ่งไม่ใช่ความเร็วที่ช่างฝีมือจะตามทันอยู่แล้วแถมมันคิดด้วยซ้ำว่ามันลงมือเกินเหตุ ทันทีที่ร่างทะลุกลุ่มควันมันก็ต้องสะดุ้งเมื่อดวงตาสีทับทิมหันมาสบกับตาของมันพอดิบพอดี
ในสายตาของเอเลนพวกมันทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ไม่ต่างอะไรกับลูเต่าเพียงแต่มือสังหารคนนี้เป็นลูกเต่าที่เร็วกว่าตัวอื่นนิดหน่อยเท่านั้น เอเลนกระพริบตาได้สามครั้งร่างของมือสังหารยังไม่ทะลุก่อนฝุ่นเข้ามาด้วยซ้ำเพียงเห็นเงาใบหน้าที่พุ่งนำเข้ามาเอเลนก็คาดเดาการเคลื่อนไหวต่อไปได้ไม่ยาก
ที่เขาทำก็แค่เลื่อนด้ามหอกมาไว้ในจุดที่คาดเดาเอาไว้ มือสังหารหนุ่มยังไม่ทันได้คิดอะไรก็เห็นปลายด้ามหอกยื่นตรงมาในตำแหน่งที่น้องชายที่อยู่ข้างล่างจะเคลื่อนที่ผ่านก็เบิกตากว้างคราวนี้ความเร็วที่เพิ่มขึ้นมานั้นกลายเป็นดาบสองคมเพราะสายไปเสียแล้ว มันไม่อาจเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้กลางคัน
โผละ...
ด้ามหอกกระทุ้งเข้ากับน้องชาย ไม่สิต้องเรียกว่ามือสังหอกเอาน้องชายของมันมากระทุ้งับด้ามหอกจึงจะถูกกว่าเสียงอะไรบางอย่างแตกดังก้องก่อนที่พลังเวทมนต์ที่ผนึกไว้จะแตกสลาย มือสังหารหนุ่มก็ล้มลงไปนอนกุมเป้าด้วยใบหน้าเขียวคล้ำหมดสภาพต่อสู้ไปก่อนใครเพื่อน
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสิบวินาที มือค้อนตอนแรกยังคงสับสนหามือสังหารก็ลงไปนอนกองกับพื้นก่อนที่นักดาบสามคนก็ปล่อยทักษะคลื่นดาบออกมาพร้อมกันอย่างมั่นใจว่าต่อให้มีอีกสองแขนเอเลนก็ปัดป้องหรือหลบการโจมตีไม่ทัน
“สิ้นคิดเป็นบ้า”
เอเลนบ่นเบาๆผนึกพลังลงที่ปลายหอกแล้วกวาดออกไปทีเดียวคลื่นดาบสามสายก็สลายเป็นผง ก่อนจะพลิกหอกไปรับการโจมตีอีกด้านหนึ่ง
แต่นั่นคือตัวดึดูดความสนใจเท่านั้นดาบปริศนาพุ่งเลียดเข้ามาจากมุมอับหมายจะปักลงบนไหล่ของเด็กหนุ่มผมดำ ชายเจ้าของการโจมตีพลัรู้สึกลิงโลดเมื่อเห็นเอเลนกำลังยุ่งกับการโจมตีด้านหน่งตามที่มันคิดเอาไว้
“ฮ่าๆๆแค่นี้เองเหรอนกผจญภัยจากเมืองหลวง ตายซะเถอะ”
“ไม่หรอก รู้อยู่แล้วน่ะ”
เอเลนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแล้วกระแทกการโจมตีที่รั้งเอาไว้ออกพร้อมละมือออกมาข้างหนึ่งนิ้วทั้งห้าประกบกันแน่นพร้อมผนึกพลังขึ้นมาอึดหนึ่งวาดดักทางดาบที่แทงสวนมาพลังประสิทธิศาตราแทรกตัวผ่านการผนึกพลังง่อยๆของอีกฝ่ายก่อนจะป่นทำลายดาบจนใบดาบแทบไม่เหลือกลายเป็นว่าคนลอบโจมตีฟันวืดไปดอกหนึ่ง
“บ บ้าบอสิ้นดี”
ไวเท่าความคิดมืออีกข้างที่ถือหอกถูกเหวี่ยงกระแทกใบหน้าของมันส่งร่างลอยละลิ่วไปกระแทกโต๊ะหักพังไปหลายส่วนพร้อมกับฟันที่ถูกเลาะออกมาทีเดียวครึ่งปาก
มัลคอมม์ที่เห็นลูกน้องของมันถูกทุบตีคนแล้วคนเล่าเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ภาพเก่าๆเมื่อครั้งที่พวกมันโดนหญิงพยศทุบตีตามกลับมาหลอกหลอนมันอีกครั้ง มันพยายามควบคุมไม่ให้ขาทั้งสองข้างสั่นก่อนจะแผดเสียงขึ้น
“เลิกเล่นได้แล้ว รีบจัดการกับมันซะที”
ลิ่วล้อหลายคนเริ่มรู้สึกว่าตนเองคิดผิดที่ต้องมาหาเรื่องเอเลนพลันเบนสายตากลับไปเชิงถามว่าลูกพี่แน่ใจแล้วหรือ เอเลนที่เห็นดังนั้นจึงแค่นเสียงดูถูก
“เป็นอะไรไป ลนแล้วรึยังไง”
ไม่พูดเปล่าหอกเล่มเดิมแทงออกเพื่อเปิดการโจมตีเสียงเข้าที่หัวไหล่ของชายร่างโตที่ใช้ค้อนสงครามก่อนจะเหวี่ยงไปรอบตัวกาดเอาพวกลิ่วล้อที่เหลือกระเด็นไปคนละทางก่อนจะจบด้วยการส่งมันไปหาลูกพี่ที่กำลังกระดิกเท้ารอดูผลงาน
“เฮ้ย”
มัลคอมม์ร้องเสียงหลงก่อนจะกระโจนออกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ปล่อยหลูกน้องตัวโตกระแทกเก้าอี้ทีเดียวจนเก้าอีไม้แหลกละเอียด ชายหนาหนูพลันรู้สึกหวาดผวาเดียวกับเมื่อครั้งที่เซลีนเป็นคนทำ
“ม ไม่เอาแล้ว รีบฆ่ามันเร็ว”
สิ้นเสียงชายหน้าหนูก็รีบวิ่งไปทางประตูหลังพร้อมกับกระเป๋าและชุดเกราะอ่อนก่อนจะออกแรงดึงสุดแรงแต่ประตูไม้ผุๆกลับไม่ขยับเลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
“ทำไมเปิดไม่ออก”
ยังไม่ทันหาคำตอบได้เอเลนก็ก้าเท้าออกมาจากจุดเดิม
“จบการตั้งรับแล้ว ต่อไปชั้นจะบุกบ้างละนะ”
ไวเท่าความคิดเอเลนแทงหอกออกไปรอบตัวราวด้วยท่วงท่าพิสดารเสมือนว่าร่างกายของเขามีปราการหอกล้อมรอบเอาไว้ ใช้รุกแทนรับค่อยกรีดเลือดและเนื้อของพวกลิ่วล้อทีละนิดอย่างใจเย็น
“อย่ามั่นใจให้มันมากนักนะ”
ลิ่วล้อคนหนึ่งเอ่ยอย่างกล้าๆกลัวๆจะบุกก็ไม่กล้าจะถอยก็ทำไม่ได้กว่าจะรู้ตัวว่าร้านอาหารถูกพลังอะไรบางอย่างปกคลุมเอาไว้ก็สายไปเสียแล้ว มันนึกว่าเป็นฝีมือใครไม่ออกนอกจากเอเลนทางเดียวที่พวกมันทั้งหมดหลงเหลือก็คือต้องกำจัดเด็กหนุ่ม
คนทั้งหมดพลันกรูกันเข้ามาอย่างลืมตาย เอเลนแค่นเสียงดูถูกอีกครั้งก่อนจะผนึกพลังที่ปลายหอกบิดเอวครึ่งหนึ่งกวาดหอกจากซ้ายไปขวาระเบิดพลังออกมานอึดใจเดียว
ดึงดูดดารา
วูมมม
หอกส่งเสียงดังก้องกังวานเมื่อกวาดออกไปพลังเวทมนต์ที่เคลือบปลายหอกทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กชั้นยอดกระชากเอาอาวุธทุกชิ้นออกมาจากมือของเจ้าของเข้ามาติดกับหอกของเอเลนเมื่อกวาดหอกได้หนึ่งรอบอาวุธทุกชิ้นของพวกลิ่วล้อก็อยู่ในกำมือของเอเลนแล้ว
“นี่สำหรับที่พวกแกที่ดูถูกลุงเรกิล”
เอเลนคำรามก้องก่อนจะบิดตัวอีกหนึ่งรอบคราวนี้เอเลนยกเลิกพลังแม่เหล็กแล้วใช้พลังเวทมนต์ที่แฝงในหอกตั้งแต่แรกดีดอาวุธทุกชิ้นที่ติดมาด้วยกันส่งคืนผู้เป็นเจ้าของ เหลาลิ่วล้อรู้สึกราวกับภาพทุกอย่างช้าลงพวกมันทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนเหม่อรอรับคมอาวุธของพวกมันเอง
แท้จริงแล้วดึงดูดดาราไม่มีพลังทำลายอะไรเลยทักษะนี้มีดีที่ความสามารถในการดึงดูดอาวุธของศัตรูบริเวณที่หอกเคลื่อนที่ผ่านแต่เอเลนได้ผสานเคล็ดวิชาเทพสงครามเพิ่มลูกเล่นให้มันอีกเล็กน้อยเพื่อให้ท่านี้มีพลังทำลายขึ้นมา
หนึ่งคน สองคน จนกระทั่งครบทุกคนอาวุธจำนวนมากย้อนสนองคืนแก่ผู้เป็นนายเสียบทะลุผ่านช่องว่างของเกราะชนิดไม่ให้ให้ส่วนคมสูญเปล่าทั้งนี้เอเลนยังแฝงพลังประสิทธิศาสตราเข้าไปกับการโจมตี พลังเวทมนต์ทะลวงผ่านเกราะป้อกันแสนอ่อนแอกระจายไปทั่วร่างแม้จะไม่รุนแรงถึงตายเพราะเอเลนลดพลังของมันลงแต่ก็แรงมากพอที่จะทำให้พวกมันไม่สลบไปในทันที
บนใบหน้าของพวกมันตอนนี้ความโอหังถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวต่ออสูรกายที่ชื่อเอเลน เมื่อจบกระบวนท่าก็ไม่มีใครมายืนขวางทางอีก พวกมันทุกตัวตอนนี้ลงไปนอนร้องกันระงมหมดแล้ว
“มัลคอมม์”
เอเลนเปล่งเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะล้นปรี่ออกมาราวกับพญามัจจุราช
“เลิกให้คนอื่นมาตายแทน ออกมาเดี๋ยวนี้”
เสียงคำรามของเอเลนแฝงไปด้วยพลังเวทย์จนวกมัลคอมม์รู้สึกสมองอื้ออึง ชายหน้าหนูเลิกหาทางหนีมาพักหนึ่งแล้วลอบกลืนน้ำลายอย่างหนาวเหน็บก่อนจะเดินออกจากที่ซ่อนมันวางกระเป๋าที่ใส่หอกลงพลางมองไปรอบๆทีหนึ่งด้วยสีหน้าหวาดผวา
“ก แกกล้าลงมือกับพวกเราจริงๆแถมไม่อาการเล็กน้อยๆด้วย”
“พูดยังกับว่าแกสนใจพวกมันนักนี่ เมื่อกี้แกยังล่อยให้พวกมันดาหน้ากันเข้ามาตายทั้งๆทีแกเองก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันสู้ชั้นไม่ด้”
เอเลนพูดพลางฉีกยิ้มร้ายก่อนจะเปลี่ยนท่าที
“ไม่เอาน่ามัลคอมม์ไอ้บัดซบแบบแกเองก็รู้ดีไม่ใช่เหรอว่าคนที่พอจะสู้กับชั้นในห้องนี้ได้มีแค่แกคนเดียว อาวุธที่แกชิงมาจากลุงเรกิล ใช้มันซะเดี๋ยวนี้”
มัลคอมม์กัดฟันกรอดเอเลนแสดงท่าทีเหนือกว่าอย่างชัดเจนทำให้มันโกรธและอับอาย เอเลนยังคงไม่เดินออกจากจุดเดิมตราบเที่มันยังไม่ทำอะไรสมองชั่วๆของมันประมวลผลเร็วรี่ก่อนที่สุดท้ายจะดึงหอกแรงค์ B เล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
ยังไงก็จะให้คนอื่นเห็นเกลลันดร้าในตอนนี้ไม่ได้
มัลคอมม์คิดในใจ เอเลนที่เห็นดังนั้นก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้เขาคิดว่ามัลคอมม์จะหยิบเอาควินดีลออกมาใช้เลยซะอีกแต่ที่เอเลนยังไม่ทราบก็คือมัลคอมม์เข้าใจว่ากระเป๋าที่ใส่คินดีลนั้นคือกระเป๋าใบเดียวกับที่ใส่เกลลันดร้าและมัลคอมม์ก็ไม่ได้ตรวจดูของข้างในให้ดีก่อนทำให้แม้แต่ตัวมันเองก็คิดว่าของข้างในคือหอกเกลลันดร้า
“แล้วแกจะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของท่านมัลคอมม์คนนี้ซะ”
มัลคอมม์รวบรวมความกล้าก่อนจะกล่าวออกมาอย่างฮึกเฮิมแม้เอเลนจะเก่งกล้าสามารถมาจากไหนแต่อุปกรณ์ของมันก็ไม่ได้ดีไปกว่าแรงค์ B แถมยังถือดีเดินเข้าถ้ำเสือโดยไม่สวมเครื่องป้องกันแม้แต่ชิ้นเดียวต่างกับมันที่สวมเกราะอ่อนลูกมังกรที่เป็นถึงยุทธภัณฑ์แรงค์ A และหอกระดับสูงจากเรกิลแรงค์ B อีกชิ้นที่มันฉวยมาได้ตอนที่หยิบเอาเกลลันดร้าออกมา
หลังจากที่คิดอย่างถี่ถ้วนการที่เอเลนลงมือกับพวกลิ่ล้อมันน่าจะทำเขาใช้เผาผลาญพลังไปมากและกำลังตกอยู่ในสภาวะอ่อนแรง ท่าทางโอหังที่แสดงอยู่เป็นเพียงแค่ละครตบตาหวังจะสร้างความหวาดกลัวให้มันเท่านั้นเมื่อปลุกปลอบใจได้แบบนั้นส่งผลทำให้มัลคอมม์เหยียบยิ้มเจ้าเล่ห์
“หึหึ อย่าคิดนะว่าชั้นไม่รู้ว่าตอนนี้แกไม่เหลือพลังอะไรอีกแล้ว”
มัลคอมม์เอ่ยลองเชิงยิ่งเอเลนนิ่งเงียบไปยิ่งทำให้มันมั่นใจ
“กะอีแค่คนที่มีดีแค่ท่าสองท่าอย่ามาอวดดีต่อหน้ามัลคอมม์คนนี้”
สิ้นคำมัลคอมม์ก็แทงหอกออกทีหนึ่งสุดแรงโดยเล็งไปที่หัวใจหวังจะปลิดชีพในคราวเดียว เอเลนที่นิ่งเงียบพลันเริ่มตอบโต้ศึกหอกปะทะหอกจึงเริ่มขึ้น เด็กหนุ่มแทงหอกออกในท่วงท่าสามัญใช้พลังจากภายในผลักดันกระบวนท่าอย่างแยบยล
เคร้ง
เสียงปลายหอกกระแทกกันดังกังวาลส่งผลให้เกิดระรอกคลื่นกระแทกข้าวของจนกระจายปะทะกันครั้งเดียวเอเลนก็ประเมินฝีมืออีกฝ่ายออกแม้จะไม่อยากยอมรับแต่มัลคอมม์นั้นเหนือกว่าทุกๆคนในร้านอาหารในระดับคนละมิติ
เป็นฝ่ายมัคอมม์ที่ตกตะลึงยิ่งกว่ามันคิดว่ากรโจมตีสุดแรงของมันจะสามารถบดขยี้ท่าหอกที่ทื่อด้านของเอเลนลงได้แต่เมื่อปะทะกันมันก็ริ่มใจเสียเยงแค่แรงปะทะก็ถึงกับทำให้มือของมาด้านชาไหนจะพลังที่มองไม่เห็นที่แฝงมากับกระบวนท่าทำให้มันต้องประเมินเอเลนใหม่
ชายหน้าหนูถอยไปสามก้าวทันทีก่อนจะเปล่งเสียงอย่างแผ่วเบา
“ฟ้าดินหลอมรวม”
วูบ
พริบตาเดียวร่างของมัลคอมม์พลันเลือนหายไปจากการมองเห็นทั้งกลิ่น เสียง รวมไปถึงพลังเวทย์ล้วนหายไปจากการรับรู้ของเอเลนโดยสมบูรณ์เยิ่งเห็นเด็กหนุ่มระมัดระวังตัวมากขึ้นยิ่งทำให้มัลคอมม์ลิงโลด
ฟ้าดินหลอมรวมเป็นทักษะที่มันได้มาจากบันทึกที่ซื้อมาจากพ่อค้าหนึ่งในไม้ตายก้นหีบที่ปกติเอาไว้ใช้หนีจากเหตุการณ์ที่ถึงตายเท่านั้น ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้เอามาใช้งานในลักษณะนี้ชายหน้าหนูเดินอ้อมมายังด้านหลังพร้อมกับเงื้อหอก
โทษตัวแกเองแล้วกันที่แส่หาเรื่อง
คิดจบมันก็แทงหอกโดดยมีศีรษะของอเลนเป็นเป้าหมาย การฆ่าคนถือเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งเป็นนักผจญภัยจากเมืองหลวงยิ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่าแต่มัลคอมม์เชื่อมั่นว่าหากมันแสดงศํกยภาพของมันให้สมาคมได้รู้ทางสมาคมย่อเลือกเก็บคนมีความสามารถเช่นมันเอาไว้มากกว่าทวงหาวามเป็นธรรมให้แก่ช่างฝีมือที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า
ทางด้านเอเลนที่รู้ว่าตนเองกำลังจะถูกเล่นงานก็ไม่ยอมปล่อยผ่านถ่ายพลังเวทมนต์ไปที่ปลายหอกแล้วจี้ไปบนพื้นดึงดูดเม็ดฝุ่นนพื้นมาไว้ที่ปลายหอกก่อนจะตัดออกไปรอบตัว ฝุ่นผงโปรยปรายทอแสงสีเงินระยิบระยับสาดเข้าร่างของมัลคอมม์ทำให้กลล่องหนเป็นหมันในพริบตา
หลังจากสู้กับไวร์เวิร์นเอเลนก็ได้ตระเตียมกลเม็ดมากมายหากตนต้องเผชิญหน้ากับทักษะที่มีฤทธิ์ทำให้ล่องหนหรือเลือนหายไปจากปราทสัมผัส ก่อนจะมีนึกได้ว่ามีวิธีการง่ายๆอยู่ สสารไม่วันวันหายไปหากไม่หนีไปยังมิติอื่นต่อให้พยายามซ่อนยังไงก็ยังมีร่างเนื้อให้จับต้องได้
มัลคอมม์ตกตะลึงลนลานทำอะไรไม่ถูกเปิดโอกาสให้เอเลนเป็นฝ่ายโจมตีกลับ ฟาดหอกใส่เพียงรั้งเดียวมัลคอมม์ก็ปลิวราวกับกิ่งไม่ต้องลมพร้อมหลุดจากสถานะไร้ตัวตนในพริบตากระแทกเข้ากบเคาท์เตอร์ร้านในคราเดียว
“คึ่ก”
คพลังชีวิตหายไปครึ่งหนึ่งในคราวเดียว ชายหน้าหนูกระอักเลือดแต่ยังไม่ยอมลดลงศักดิ์ศรีที่ค้ำคอไม่ยอมให้มันทำเช่นนั้น อาการบาดเจ็บทำให้ท่าจับหอของมันไม่มั่นคงก่อนที่มันจะโถมกำลังโจมตีเข้าใส่เอเลนราวกับหมาบ้า
“ทำได้แค่นี้?”
เอเลนแค่นเสียงในเมื่ออีกฝ่ายอยากดวลหอกเขาก็ยินดีจะจัดให้
“แทงห้าครั้งซ้อน”
มัลคอมม์ใช้ทักษะหอกเรืองแสงจากพลังเวทย์ก่อนจะแทงออกโดยเล็งไปที่หัว หน้าอก ช่องท้อง และขาทั้งสองข้างกระบวนการของทักษะนั้นไม่ซ้ำซ้อนจนแม้แต่คนอย่างมัลคอมม์ยังใช้ได้ แทนที่เอเลนจะหลบเอเลนกลับผนึกพลังโต้กลับด้วยท่วงท่าแบบเดียวกัน
เคร้ง
เสียงหอกปะทะกันห้าครั้งติดมัลคอมม์เบิกตาโพลงราวกับเห็นผี กระบวนท่าที่เอเลนใช้ออกเหมือนกับทักษะของมันราวกับกระจกเงาทุกครั้งที่หอกปะทะกันแรงกระแทกได้ส่งผ่านพลังเวทมนต์มายังมือส่งผลให้ทุกครั้งที่ปะทะง่ามมือของมันค่อยๆฉีกขาด
“เป็นไปไม่ได้ แกใช้ทักษะของพลหอกได้ยังไง”
เอลเนฉีกยิ้มอย่างลี้ลับไม่คิดจะบอกความลับของตนเองแม้แต่น้อย มัลคอมม์เจ็บจนน้ำตาไหลได้แต่กัดฟันสู้บบหมาจนตรอกเอเลนสบโอกาสพลิกหอกในท่วงท่าพิสดารกดหอกของมัลคอมม์จนติดพื้นแล้วใช้กำปั้นลุ่นๆซัดเข้าที่ใบหน้าของชายหน้าหนู
แม้เกราะจะดีแค่ไหนแต่มันก็ป้องกันได้แค่ช่วงลำคอลงไปเท่านั้น เอเลนจึงจงใจเล่นงานที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเพื่อสั่งสอน
“อั่ก พอแล้ว หยุด”
มัลคอมม์ทำอะไรไม่ได้นอกจากอ้อนวอนเอเลนกระหน่พหมัดศอกเข่าเจาะจงเข้าที่ใบหน้าของมัลคอมจนบวมเป่งค่าความเสียหายลดลงไปมากเพราะพลังป้องกันของเกราะแต่ก็ไม่อาจป้องกันอาการบาดเจ็บจนใบหน้าไม่เหลือเค้าเดิม
มัลคอมม์ทิ้งหอกก่อนจะตะเกียกตะกายกลับไปยังที่ที่มันวางกระเป๋าทิ้งเอาไว้พร้อมจ้องมองเอเลนด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย
“เพราะแก ทุกๆอย่างเลยลงเอยแบบนี้ ถ้าไม่มีแกซักคนก็จะไม่มีใครขัดขวางความยิ่งใหญ่ของชั้น”
มัลคอมม์โกรธจนเสียสติพ่นถ้อยคำเหลวไหลออกมาไม่หยุดฝ่ายเอเลนที่เห็นท่าทีของมันก็สลายกระบวนท่าด้วยใบหน้าสงบนิ่ง
“แต่คอยดูเถอะ ทุกอย่างจะจบลงในพริบตาด้วยสิ่งนี้ เกลลันดร้าและชั้นจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึกไอ้เด็กเวร”
ชายหน้าหนูถอดสลักกระเป๋าฝากระเป๋าอ้าออกเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน แสงสีขาวที่ลอดออกมาทำให้มัลคอมม์ชะงักกึกสมองพลันหยุดสั่งการไปชั่วขณะเมื่อสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าไม่ใช่สิ่งที่มันคาดคิดเพราะแทนที่ตะเป็นภาพหอกสีแดงราวกับเลือดกลับกลายเป็นหอกสีขาวที่มันไม่รู้จัก
“อ อะไรกัน เกลลันดร้าของชั้นไปไหน แกทำอะไรลงไป”
มัลคอมม์ถามขึ้นด้วยความสับสนทกอย่างผิดแผกไปจากที่ควรเป็นแทบทั้งสิ้นส่งผลให้เอเลนหัวเราะเยาะ
“หากแกฉลาดซักนิดจะรู้ว่าคราวหน้าไม่ควรหยิบกระเป๋าไปผิดใบ”
เอเลนหัวเราะก่อนจะส่งเสียงท้าทาย
“เอาสิ หยิบมันขึ้นมา”
มัลคอมม์โกรธจนหน้าแดงรีบสิบมือไปใต้หอกก่อนจะยกมันขึ้นสุดแรง สัมผัสที่มันมีต่อหอกแทบไม่แตกต่างจากเกลลันดร้าเลยซักนิดแสดงว่ามันหยิบหอกที่มีระดับเดียวกันกับเกลลันดร้า มัลคอมม์รู้สึว่าวันนี้อย่างน้อยมันก็ยังไม่ดวงกุดไปเสียทีเดียว
แต่แล้วชายหน้าหนูก็ต้องหน้าเปลี่ยนสีเมื่อมือที่กำสุดยอดอาวุธไม่สามารถยกขึ้นมาได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว
[พละกำลังของท่านไม่เพียงพอที่จะใช้งานยุทธภัณธ์]
“เป็นไปไม่ได้ ข้าคือบุรุษเหนือฟ้า ข้าคือมัลคอมม์ เป็นแค่อาวุธแท้ๆจงฟังำสั่งข้าคนนี้ซะ”
มัลคอมม์ข่มขู่ด้วยความเคยชินแต่ลำพังลมปากไม่ได้มีส่วนช่วนให้ควินดีลขยับเลยแม้แต่น้อยหอกสีขาวยังคงนอนสงบนิ่งอยู่ที่กระเป๋าดุจเดิม
ชายหน้าหนูกัดฟันกรอดก่อนจะตัดสินใจหยิบเอาหนึ่งในไม้ตายก้นหีบออกมาอีกชิ้น เม็ดยาลูกกลอนสีดำสนิทปรากฏขึ้นในมือของชายหนุ่มกลิ่นสมุนไพรที่สาดกระจายยังไม่ดึงดูดสายตาเอเลนเท่ากับพลังเวทมนต์ชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากตัวยา
ไวเท่าความคิดมัลคอมม์รีบโยนเม็ดยาใส่ปากกลิ่นหอมของตัวยากระจายไปตัวปากไม่กี่วินาทีตัวยาก็ไหลลงไปถึงกระเพาะอาหารพร้อมแผ่พลังเวทมนต์ออกมาขุมหนึ่งกระจายไปทั่วร่าง ทันใดนั้นเองร่างกายของมัลคอมม์พลันสูงขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่เด่นเท่ากับกล้ามเนื้อที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน
[ท่านใช้งาน เม็ดยาอสูรคลั่ง ได้รับค่าขีดจำกัดพลังชีวิตสูงสุด 30000 หน่วย ชั่วคราว]
[ท่านใช้งาน เม็ดยาอสูรคลั่ง ได้รับค่าพละกำลังเพิ่มขึ้น 1000 หน่วย ชั่วคราว]
[ท่านใช้งาน เม็ดยาอสูรคลั่ง ได้รับค่าพละกำลังเพิ่มขึ้น 1000 หน่วย ชั่วคราว]
[ท่านใช้งาน เม็ดยาอสูรคลั่ง ได้รับค่าความว่องไวเพิ่มขึ้น 700 หน่วย ชั่วคราว]
มัลคอมม์รู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นต้องขอบคุณเม็ดยาอสูรคลั่งที่มันได้รับจากศพของหนึ่งในกองโจนเงาทมิฬโดยบังเอิญ สรรพคุณของมันดีเกินกว่าที่จะส่งต่อให้คนอื่นแม้ลของมันจะอยู่แค่สิบนาทีแต่ก็มากพอที่มันจะใช้เพื่อบดขยี้เอเลน
“ยานี่ไม่ดีไปหน่อยเหรอ”
เอเลนรึพึงขึ้นเบาๆเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังที่เอ่อล้นออกมาจากร่างกายของมัลคอมม์ไม่แปลกที่เอเลนจะคิดว่ายานี้ดีเกินไป เขาคิดว่ามันต้องมีข้อเสียที่ตัวยาไม่ได้ระบุเอาไว้แน่ๆ แต่ก่อนที่จะทำได้คิดอะไรมัลคอมม์ก็หยิบควินดีลขึ้นมาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว
แม้จะได้ค่าพละกำลังเพิ่มขึ้นแต่การใช้งานควินดีลก็ยังคงยากเกินไปสำหรับมันตอนแรกมันกะว่าจะใช้ทักษะหอกแต่เนื่องจากไม่มีวลาตรวจสอบมันจึงรีบโจมตี
“ทลายเกราะ”
ทันใดนั้นเองปลายหอกพลันเคลือบไปด้วยพลังเวทมนต์สีแดงราวกับเหล็กร้อน ทักษะทลายเกราะจะเพิ่มพลังทำลายให้กับท่าโจมตีธรรมดาและลดพลังป้ปงกันของศัตรูในเวลาเดียวกันเอเลนหรี่ตาลงก่อนจะโยกตัวหลบ
“ฮ่าๆๆ เริ่มกลัวข้าขึ้นมาแล้วสินะ ไม่ต้องรีบตาซะละ”
เมื่อได้ทีมัลคอมม์ก็พูดข่มความมั่นใจที่เคยสูญเสียไปเริ่มกลับคืนมาอีกครั้งแม้พะกำลังจะไม่เพียงพอแต่ก็พอจะทำให้มาขยับหอกไปมาได้ เอเลนยังคงนิ่งเงียบก่อนจะถอนหายใจ
“อุตส่าได้ของดีไปแต่กลับทำได้แค่นี้อย่าว่าแต่หอกเล่มนี้เลย แม้แต่เกลลันดร้าถ้าอยู่กับแกจะเสียของเปล่าๆ”
“ว ว่าไงนะ”
เอเลนไม่ตอบคำการโจมตีของมัลคอมแต่ละหอกดูเหมือนจะรุนแรงแต่ถ้าไม่โดนก็ไร้ประโยชน์ที่เขาทำเป็นหลบเพราะอยากเห็นประสิทธิภาพของควินดีลแต่ดูเหมือนเขาจะคาดหวังกับมัลคอมม์มาไปหน่อย
“หมดเวลาเล่นแล้ว”
ไม่พูดเปล่าเอเลนแทงหอกออกไปสิบครั้งซ้อนมองจากภาพนอกเหมือนแขนของเอเลนแตกออกเป็นหลายข้างกระหน่ำแทงตามจุดต่างๆที่ไม่ได้สวมชุดเกราะแต่ละการโจมตียังแฝงพลังเวทมนต์ประสิทธิศาสตราช่วยกันกรีดแทงทำลายมัลคอมม์จากภายใน
“อ้ากก”
ชายหน้าหนูแผดเสียงร้องหอกทั้งสอบแยกย้ายกันจับจองพื้นที่ตาส่วนต่างๆของร่างกายแจะมีเกราะอ่อนลูกมังกรแกแค่ยืดเวลาตายของมันออกเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะเอเลนออมแรงบวกกับมีเกราะช่วยมัลคอมม์คงล้ไปตั้งแต่หอกที่สามแม้จะพยายามตอบโต้ด้วยควินดีลแต่เอเลนก็อาศัยความคล่องแคล่วหลบถูกหอกได้อย่างช่ำชอง
เมื่อจบหอกที่สิบร่างสูงของชายหน้าหนูพลันโงนเงนไม่มั่นคงพลังเวทมนต์แตกสลายพร้อมอหสีขาวี่ห่นลงข้างลำตัวดวงตาลีบเล็กขอมันเหม่อลอยคล้ายตกอยู่ในภวังค์ก่อนจะทรุดเอาเข่ากระแทกพื้น มันก้มหน้าอย่างอับจนคำพูดไม่รู้ว่ามันควรจะโทษใครก่อนดีสมองอันหลักแหลงได้แต่พร่ำบอกทุกประตูว่าความผิดพลาดทุกประการล้วนเกิดจากตัวขอมันเอง
“ชั้นแพ้แล้ว”
เอเลนฟังคำพูดนั้นก็สลายกระบวนท่าแล้วรั้งพลังเวทมนต์ทั้งหมดกลับคืนก่อนจะเดินไปถอดชุดเกราะอ่อนลกมังกรและนำควินดีลใส่กระเป๋าท่ามกลางสายตาตกตะลึงของลิ่วล้อทั้งหมด ไม่มีสักคนที่กล้าขัดขวางซ้ำยังถอดของที่ขโมยไปทั้งหมดโดยไม่อีดออดราวกับจะยืนยันชัยชนะอย่างท่วมท้นของเด็กหนุ่ม
******************************************************************
ช่วงบ่นท้ายตอน
แวะเอาตอนใหม่มาส่งอีกเช่นเคย
วันนี้เช้าเพิ่งออกไปฉีกวัคซีนมามือเลยรวนๆพิมผิดๆถูกๆไปบ้างแต่พิมไปพิมมาได้พอดีบทนึงเฉยเลย(ฮา)
ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงถึงจะได้ 1 ตอน(ถ้าไม่อู้)แต่ก็เริ่มปวดเศียรเวียนเกล้าเพราะฤทธิ์จากวัคซีน คืนนี้น่าจัเป็นคืนที่หนักเห็นหลายๆคนบอกว่าฉีดของ Sinopham แล้วไข้จะขึ้นตอนนี้(18.00) ก็เริ่มเวียนหัวแล้วล่ะ
เพื่อนๆอย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ
Zero Times