
.....เหตุการณ์เมื่อวานทำเอาหลินเซียนโด่งดังไปทั้งเมืองเลย เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายหลินเซียนจึงมานั่งสงบใจอยู่กลางทะเลสาปน้ำแข็งนิรันดร์กลางเทือกเขา จนผ่านไป 3 วันหลินเซียนเห็นศิษย์ทั้ง 5 คนเดินมาหาเขา (เซียวฉิงยังนอนบาดเจ็บอยู่จึงมาไม่ได้)
"อาจารย์...ท่านอยู่ที่นี่จริงๆด้วย" หานซิ่วพูด
ศิษย์ทั้งหมดคุกเข่าต่อหน้าหลินเซียน และก้มคำนับ
"พวกข้ามีตาหามีแววไม่ ถึงไม่รู้เลยว่าท่านอาจารย์เป็นเซียนผู้ยิ่งใหญ่" หลี่อวิ๋นเทียนกล่าว
หลินเซียนพูดเสียงเอื่อยๆ
"ศิษย์เอ๋ย หัวโขนบนโลก มีแต่ทำให้ผู้คนหลงผิด"
"ความสำเร็จของคน อยู่ที่ความเพียร หาใช่อยู่ที่ความโอ่อ่าเกินจริง หากหลงพึ่งสิ่งจอมปลอม สุดท้ายย่อมไม่อาจสำเร็จได้"
"หากมัวแต่พึ่งพาความจอมปลอมแห่งเกียรติยศ อนาคตก็จะพังทลายเพราะความโอหังนั้น"
เหล่าศิษย์น้อมรับคำสอนอาจารย์หลินเซียน ๆ ถามอาการเจ็บของเซียวฉิง พบว่านางอาการดีขึ้นบ้างแล้ว นางให้แม่นางนำดาบสวรรค์ไปคืนสำนักดาบเมฆาขาว แต่ยกไม่ขึ้น จนพวกผู้อาวุโสและเจ้าสำนักรวมถึงอาจารย์สำนักดาบเมฆาขาวต้องมากันถึง 10 กว่าคนจึงจะสามารถเคลื่อนย้ายดาบสวรรค์นั้นกลับสู่สำนักตนได้
"พวกเขาให้เงินเซียวฉิงไหม?" หลินเซียนถาม
"ให้ แต่เซียวฉิงไม่รับ" หวังต้าพูดห้วนๆ
"แค่กๆ แล้วท่านอาจารย์จะทำอย่างไรต่อไปขอรับ แค่กๆ จะกลับบ้านไหม?" จางซานไอไปด้วยถามไปด้วย
"ที่นี่มีพลังปราณน้ำแข็งที่เสริมปราณอาจารย์ได้ ดังนั้นข้าจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะซึมซับได้"
"อาจารย์....ท่านจะบรรลุหยวนอิงที่นี่ใช่หรือไม่?" หลินเซียนตกใจกับคำถามของหานซิ่ว ข้าไม่เคยบอกพวกเขาว่าข้าอยู่ระดับไหน ทำไมเขาจึงรู้
หานซิ่วยิ้ม "เพราะข้าเองก็ฝึกปราณธาตุน้ำตามรอยอาจารย์อย่างไรล่ะขอรับ"
"ข้าถึงสัมผัสได้ว่าปราณธาตุน้ำของท่านอาจารย์นั้นเหนือกว่าเซียนระดับ 3 แกนปราณทั่วไปมากหลายร้อยเท่า"
"และยังมีปราณน้ำหลายอย่างด้วย แม้นข้าจะไม่รู้จัก แต่ข้ามั่นใจว่านั่นไม่ใช่น้ำที่เซียนปกติพึงจะมีได้"
"อาจารย์พี่ชายจะบรรลุหยวนอิงแล้ว เย้ๆ" หลิงเออร์ดีใจเข้ามากอดหลินเซียน ๆ ลูบหัวหยิกแก้มเบาๆด้วยความรัก
ศิษย์ทุกคนมองหน้าหลินเซียนด้วยแววตาลึกซึ้ง ทั้งทึ่งและผูกพัน พวกเขารู้สึกว่าโชคดีมากๆที่ได้ร่ำเรียนกับอาจารย์ท่านนี้
"พวกเจ้าเข้ามาใกล้ๆ" หลินเซียนตบกระเป๋าสมบัติ แล้วผลอวิ๋นฮวาสีม่วงทอง 6 ลูกใหญ่ก็ออกมา
"เมื่อถึงระดับรวมลมปราณขั้นปลายแล้วจงกินมันๆจะช่วยให้เจ้ามีโอกาสขึ้นไปสู่ระดับ 2 พื้นฐานปราณได้ง่ายขึ้น"
หลินเซียนยังตบกระเป๋าสมบัติ เป็นหม้อปรุงยาที่เขาเคยซื้อไว้สมัยก่อนมอบให้จางซาน
"นี่เป็นหม้อปรุงยาที่ข้าเคยใช้ มันอาจไม่ใช่ของดีที่สุด แต่มันเป็นเหมือนของสำคัญของข้าตอนสมัยฝึกเซียน" จางซานดีใจเขารับไว้มากอดที่อก
ส่วนหลิงเอ๋อและหานซิ่ว หลินเซียนถ่ายทอดละอองน้ำพิสุทธิ์ของตัวเองให้
"มันอาจไม่ใช่พลังปราณน้ำอันยิ่งใหญ่ แต่เป็นปราณน้ำที่ข้าภูมิใจที่่สุด เพราะข้าใช้เวลาทั้งชีวิตทำความเข้าใจสัจธรรมบนโลกจึงได้มันมา"
"ข้าเชื่อว่าสักวันหนึ่งมันจะมีประโยชน์กับพวกเจ้าทั้งคู่"
หลิงเอ๋อและหานซิ่วก้มศรีษะลงกับพื้นขอบพระคุณหลินเซียน
หลินเซียนหันหน้าไปมองหวังต้า
"ข้าไม่รู้จะให้อะไรกับเจ้านอกเหนือจากผลอวิ๋นฮวา เพราะปราณธาตุไฟของเจ้าข้าไม่ได้ศึกษาเรียนรู้เลย"
จริงๆเขามีไฟแกนพิภพ แต่นั่นรุนแรงเกินไปสำหรับเซียนรุ่นเยาว์อย่างหวังต้า
"เจ้าอย่าน้อยใจไปเลยนะศิษย์ข้า"
หวังต้าตบหน้าอกและยิ้ม "อาจารย์ท่านคิดมากเกินไปแล้ว ข้าหวังต้า ย่อมสร้างเส้นทางตัวเองได้ นั่นคือคำสอนของท่าน!" เขาพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง
เมื่อแจกของขวัญให้ศิษย์รักทั้งหมดแล้ว หลินเซียนจึงหมดห่วง
"เอาล่ะ! จากนี้ข้าจะลงสู้ก้นทะเลสาปน้ำแข็งนิรันดร์นี้ ข้าไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน? แต่ข้าตั้งปณิธานว่าจะอยู่จนกว่าจะบรรลุหยวนอิงได้จึงจะขึ้นมาอีกครั้ง"
แล้วน้ำแข็งใต้ที่นั่งหลินเซียนก็ค่อยๆละลายกลายเป็นน้ำ หลินเซียนหลับตาค่อยๆจมลง
ศิษย์ทั้ง 5 คนโขกศรีษะน้อมส่งอาจารย์เป็นครั้งสุดท้าย แล้วร่างหลินเซียนก็จมดิ่งลงไป
.
.
.
"โหลๆ สองโหล สามโหล ก๊อกๆ เจ้าได้ยินเสียงข้าไหม?"
หลินเซียนลืมตาขึ้นในห้วงจิต ทุกสิ่งล้วนเป็นสีดำสนิท
"นี่เวลาผ่านไปแค่ไหนแล้ว?" หลินเซียนเอ่ยถามกับเจ้าของเสียงลึกลับที่มองไม่เห็น
"สำคัญด้วยรึ? ชีวิตเซียนยืนยาว กาลเวลาก็ไร้ร่องรอย"
"ถ้าเจ้ายังบรรลุขั้นสูงขึ้นไปเรื่อยๆอายุเจ้ายิ่งยืนยาวใกล้เคียงกับอมตะ หนทางเซียนไร้สิ้นสุด มิได้นับปีเดือน"
"ข้าจำเสียงท่านได้ 3 ครั้งแล้วท่าน....เป็นใคร?"
"เอิ่ม....จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ? ข้ามีอยู่หลายชื่อ แต่ที่พวกเจ้าเรียกกันข้าก็คือ *จิตมาร*"
"งั้นครั้งนี้ท่านมาทำไม หรือข้าจะบรรลุหยวนอิงแล้ว"
"ใช่! และเป็นหน้าที่ๆข้าต้องมาทดสอบเจ้าด้วยตนเอง"
"ท่านจะทดสอบอะไรก็เชิญท่านได้เลยขอรับ"
"จริงๆข้า.....ก็ไม่มีอะไรจะทดสอบเจ้าหรอก จิตเต๋าเจ้าเกินเข้าหยวนอิงไปตั้งนานแล้ว ข้าแค่มาเอาคำตอบจากเจ้าที่ข้าถามทิ้งไว้ครั้งที่แล้ว"
"ท่านถามอะไร?"
"เจ้าหนู เจ้าจะเอาพลังไปทำไม?"
หลินเซียนนิ่งไปชั่วครู่ แล้วจึงพูด
"ข้าขอตอบท่านแบบไม่โกหก ...ท่านก็เห็น บนโลกนี้ หากไร้พลัง จะไม่มีผู้ใดรับฟังปณิธานของเรา"
"เจ้าจะใช้พลังบังคับพวกเขารึ?"
"เปล่า ข้าแค่มีไว้ให้ดูเท่ห์"
"ฮ่าๆ เจ้านี่กวนดี ข้าชักชอบเจ้าแล้วสิ ฮ่าๆ"
"ข้าสอบผ่านแล้วรึ? แค่นี้เองรึ?"
"ใช่!! แค่นี้แหละ เจ้าจะเอาอะไรนักหนากับแค่ระดับหยวนอิงกระจอกๆนี่"
"คนอื่นใครจะเรื่องมากข้าไม่รู้ แต่เจ้าเป็นคนแรกในรอบหมื่นปีนี้ที่ข้ามาด้วยตัวเอง และข้าไม่ชอบเรื่องมาก!"
เสียงลึกลับดึงจิตหลินเซียนเข้าไปด้านในแกนปราณที่เสมือนเป็นเปลือกไข่ บัดนี้มันกระเทาะแตกไปมากมายแล้ว
พอหลินเซียนเข้าไปด้านใน เขาก็ตกใจ เพราะมีก้อนกลมๆอยู่ถึง 3 ก้อนในนั้นมีสีดำ สีทอง และสีใส
"ซ้ายสุดนั่นคือข้าเอง ใช่ๆสีดำนั่นแหละ ก็ข้าเป็นจิตมารนี่นา ฮ่าๆ"
"อีก 2 ก้อนนั่นล่ะ?"
"ก็อีกคนนึงไง เดี๋ยวมันก็ติดต่อเจ้ามาเองแหละ...เมื่อถึงเวลา"
"ก้อนสีใสทางขวาล่ะ?"
"อันนั้นข้าก็ไม่รู้จัก มันคืออะไรเนี่ย ฮ่าๆ"
"อย่าถามเยอะ! น่ารำคาญ! ข้าจะเกิดเป็นทารกให้เจ้าแล้วนี่ไง เร็วๆข้าปวดฉี่!"
"ข้าต้องทำยังไง?"
"หุบปากแล้วอยู่เฉยๆ เดี๋ยวป๋าจัดให้!!"
แล้วก้อนสีดำนั้นก็ขยายใหญ่ขึ้น มือที่มีกงเล็บยาวและปีกสีดำทมิฬค่อยๆออกมา มีละอองน้ำสีดำมากมายลอยฟู่ขึ้น
หลินเซียนสะดุ้งลืมตาตื่น!!
เบื้องหน้าเขาคือปีศาจ 2 เขายาวมาก ปีสีดำใหญ่ 1 คู่ และมีปีกเล็กอีก 2 คู่ หางแหลม เล็บแหลมยาว ละอองน้ำคร่ำคราวญโลหิตแห่งบรรพกาล(ไท่กู่ชี่เสวี่ยสุ่ย) เคลือบอยู่รอบตัวทารกวิญญาณนี้อย่างทรงพลัง ราวกับมันดีใจที่ได้เจอเจ้านายที่จากกันไปนานมากอีกครั้ง
เด็กปีศาจนั่นมันทำท่าทางตามที่หลินเซียนบอกทุกอย่าง
"นี่คือทารกวิญญาณของข้า? เป็นเด็กปีศาจเนี่ยนะ??" หลินเซียนผิดหวังนิดๆ เพราะเขานึกว่าจะเป็นวิญญาณธาตุหรือเซียนสวรรค์อะไรเทือกนั้น
ทันใดนั้นหลินเซียนจู่ๆรู้สึกปวดปัสสาวะรุนแรง เขารีบส่งทารกวิญญาณไปปัสสาวะ ทำให้เขาพบว่าที่มือขวาของทารกวิญญาณปีศาจถือเศษกระดาษเล็กๆไว้ด้วย เขาจึงคลี่อ่าน
"อย่าบังอาจเอาข้าไปเปรียบเทียบกับปีศาจพวกนั้นโว้ย ไอ้งี่เง่า!"
นี่มันข้อความที่มีเสียงชัดๆ!!
เขานึกถึงเสียงจิตมารที่เขาคุยด้วยได้เลย สำนวนกวนบาทาแบบนี้แหละใช่เขาเลย!
หลินเซียนเก็บทารกวิญญาณเข้าในจิตเต๋า พอเข้าไปได้เด็กก็เล่นใหญ่เลย ทั้งเอาไฟแกนพิภพมาเขวี้ยงเล่น ทั้งปีนตั้นไม้ ทั้งกระโดดเล่นน้ำสนุกสนาน แถมหัวเราะเสียงดังลั่น
หลินเซียนเอามือกุมขมับ นี่ทารกวิญญาณของเซียนหยวนอิงคนอื่นมันซนแก่นกะโหลกแบบข้าไหมเนี่ย!!
เขาลองปรับพลังในตัวเขาดู พบว่าพลังต่างๆขยายขึ้นไปมาก จึงลองสร้างกระบี่วารีซึ่งเขาสร้างได้เกิน 1,000 เล่มในทีเดียว
"สุดยอด!!"
ภาพก้อนสีทองและสีใสที่เหลืออีก 2 ก้อนที่ยังไม่กระเทาะออกมาและคำพูดของจิตมารที่บอกว่า "ก็อีกคนนึงไง เดี๋ยวมันก็ติดต่อเจ้ามาเองแหละ ...เมื่อถึงเวลา"
แสดงว่าข้ามีทารกวิญญาณ 2 ไม่สิ 3 ตน!!! เป็นไปได้หรือ? ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีเซียนหยวนอิงที่มีทารกวิญญาณเกิน 1 ตนมาก่อน ไม่รู้ว่าจิ้งจอกเก้าหางนางจะให้คำตอบข้าได้ไหม? เอาล่ะข้าควรขึ้นไปด้านบนผิวน้ำแข็งได้แล้ว แต่เอ๊ะ! ข้างใต้นั้นอะไร ทำไมข้าเพิ่งเห็น
เป็นน้ำแข็งที่สว่างเรืองรองในความมืดมิดใต้ทะเลสาป หลินเซียนให้ทารกวิญญาณปีศาจของตนไปหยิบมา พอสัมผัสไอเย็นนั้นก็ไหลเข้าสู่ร่างพุ่งมาที่จิตเต๋าของหลินเซียน มันผสมเข้ากับวิญญาณน้ำแข็งที่หลินเซียนเคยซึมซับไว้เกิดเป็นประกายเกล็ดหิมะที่งดงามมากๆ
"หากไม่บรรลุหยวนอิงและไม่ได้ฝึกปราณธาตุน้ำมา ข้าคงไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้ ยิ่งการที่จะผสานเหล็ดหิมะนี้ได้ เซียนธรรมดาทำไม่ได้เลย เพราะพลังมันช่างลึกล้ำเกินกว่าเซียนขั้นแกนปราณทำได้"
หลินเซียนยังเห็นกระบี่เซียนอีก 1 เล่มและเตาหลอมยาอยู่ข้างใต้ทะเลสาป เขาให้เด็กปีศาจหยิบมาให้แล้วเก็บใส่กระเป๋าสมบัติ แล้วทะยานพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว...
