บทที่ 5 วิชาเปิดเนตร พบเห็นิญญาเร่ร่อน
"มู่มู่ ใต้เท้าเมิ่งไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อนเ้าพักอยู่ที่จวนของข้าต่ออีกสักสองสามวันดีหรือไม่ เยี่ยนเอ้อร์เชื่อมั่นในวิชาแพทย์ของเ้า และร่างกายของเขาก็ยังไม่หายดี" เซียวเหยาอ๋องเฟยเกรงว่าเด็กน้อยจะไปลำบากเมื่ออยู่ที่จวนตระกูลเมิ่ง
ใต้เท้าเมิ่งนั้นดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวก็คือมีมารดาเช่นนั้น
"พระชายา ช่วยบอกให้พี่หนิงเยี่ยนทานยาให้ตรงเวลาด้วยนะเ้าคะ มะรืนนี้ข้าจะมาตรวจอาการอีกครั้ง การมาตรวจซ้ำไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เงินหนึ่งแสนตำลึงนั้นรวมค่ารักษาทุกคนในจวนเซียวเหยาอ๋องไว้หมดแล้ว" ซูมู่มู่กล่าวอย่างใจกว้าง
ตระกูลใหญ่เช่นนี้นางต้องรักษาความสัมพันธ์ไว้ให้ดี การค้าขายกิจการในเมืองหลวงจะต้องเริ่มต้นจากจวนเซียวเหยาอ๋องแห่งนี้
หนึ่งแสนตำลึง!
ตัวเลขนี้ทำเอาเมิ่งเฮ่อตกตะลึงจนตัวชาต่อให้คนทั้งบ้านอดมื้อกินมื้อไปชั่วชีวิตก็คงหาเงินจำนวนนี้ไม่ได้ ลูกสาววัยสี่ขวบทำอะไรลงไปกันแน่ แม้ว่าจวนเซียวเหยาอ๋องจะมีฐานะมั่งคั่ง แต่สำหรับเซียวเหยาอ๋องเฟยแล้วนี่ก็ถือเป็เงินจำนวนมหาศาล
"ถ้าอย่างนั้นข้าขอบใจเ้ามากนะมู่มู่ นี่คือของขวัญที่ข้าเตรียมไว้ให้เ้า เนื่องจากเวลากระชั้นชิดพรุ่งนี้อาจจะไปเยี่ยมเยียนที่จวนตระกูลเมิ่งอีกครั้ง" เซียวเหยาอ๋องเฟยสั่งให้คนออกไปจัดหาเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ และของเล่นมาให้เด็กน้อยจำนวนหนึ่ง
พอซูมู่มู่เห็นของขวัญกองโตก็รู้สึกตื้นตันใจมาก "ขอบพระคุณพระชายาเ้าค่ะ ของชิ้นอื่นข้าคงไม่ได้ใช้โปรดท่านนำไปคืนเถิด ข้าขอรับเพียงกระเป๋ากระต่ายใบนี้ใบเดียวก็พอ"
นางหยิบกระเป๋ากระต่ายใบเล็กขึ้นมาสะพายเฉียงไว้บนตัวยิ่งมองก็ยิ่งชอบ
"มู่มู่ เ้าเป็เด็กผู้หญิงต้องแต่งตัวให้งดงามน่ารัก เ้าลงจากเขามาแล้วสามารถสวมเสื้อผ้าแบบอื่นได้นะ" เซียวเหยาอ๋องเฟยกุมมือเด็กน้อยหวังให้นางรับของขวัญเหล่านี้ไว้
"ขอบพระคุณพระชายาเ้าค่ะ ผู้บำเพ็ญเพียรต้องหมั่นฝึกฝนทั้งร่างกายและจิตใจ" ซูมู่มู่ยืนกรานที่จะสวมชุดนักพรต ซึ่งเป็ความแน่วแน่ภายในจิตใจ
เซียวเหยาอ๋องเฟยเกิดความเลื่อมใสขึ้นมา ไม่แปลกใจเลยที่นางอายุเพียงเท่านี้แต่กลับมีความสามารถสูงส่ง จิตใจใฝ่เต๋าเช่นนี้ ช่างล้ำค่าหาได้ยากยิ่งนัก
"ถ้าอย่างนั้นขนมเหล่านี้เ้าต้องรับไว้ และในกล่องนี้คือตั๋วเงินเ้าเก็บไว้ให้ดี เ้ารู้หรือไม่ว่าต้องนำไปมอบให้ที่ใด?" นางเพียงอยากจะช่วยทำอะไรบางอย่างให้เด็กน้อย
"ข้าจะมอบให้ศิษย์พี่ใหญ่เ้าค่ะ เขาเป็ผู้รับผิดชอบเื่การบริจาค พระชายา ข้าจะกลับบ้านกับท่านพ่อคนที่หนึ่งแล้วเ้าค่ะ" ซูมู่มู่ยิ้มพลางรับขนมมา นางะโโลดเต้นเดินออกไปข้างนอกด้วยความดีใจ
กระเป๋ากระต่ายสีชมพูใบเล็กบนตัวสั่นไหวไปตามจังหวะตัดกับห่อผ้าขนาดมหึมาที่อยู่ด้านหลังของนาง
ภาพที่เห็นชวนให้ผู้คนอยากหัวเราะแต่ในขณะเดียวกันก็ชวนให้รู้สึกสงสารอยู่ไม่น้อย
เซียวเหยาอ๋องเฟยรู้สึกไม่พอใจใต้เท้าเมิ่งเป็อย่างมาก พ่อประเภทใดกันที่ไม่รู้จักช่วยลูกสาวแบกห่อผ้ากลับถือเพียงกระบี่ไม้ท้อที่เบาหวิวเล่มเดียว
"พระชายาจะให้ส่งสาวใช้สองคนไปรับใช้ท่านหมอเทวดาตัวน้อยดีหรือไม่เ้าคะ วิธีนี้จะเป็การส่งสัญญาณเตือนฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งได้ด้วยเ้าค่ะ" ชุยหมัวหมัวเสนอ นางเองก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์ท่านเทวดาน้อยเช่นกัน
"พรุ่งนี้ข้าจะไปเยี่ยมก่อน มู่มู่เพิ่งลงจากเขามายังไม่รู้ว่าใจคนนั้นอำมหิตเพียงใด นางช่วยครอบครัวเราไว้ ข้าต้องปกป้องนางให้ปลอดภัย" เซียวเหยาอ๋องเฟยมองไปยังสะพานโค้งนั้นั์ตาสองข้างเต็มไปด้วยความชิงชัง
นางยังจำคำพูดของคนผู้นั้นในตอนนั้นได้ 'นี่คือจวนที่ข้าตั้งใจเลือกให้พวกเ้าโดยเฉพาะ'
ตั้งใจให้จวนเซียวเหยาอ๋องของพวกนางต้องพังพินาศและสูญเสียผู้คนน่ะสิ ช่างเป็แผนการที่ร้ายกาจนัก
หลายปีมานี้ใช่ว่านางจะไม่ได้เชิญซินแสมาดูฮวงจุ้ย แต่ตอนนี้ไออัปมงคลนั้นกลับถูกเด็กน้อยวัยสี่ขวบอย่างซูมู่มู่ทำลายลงได้ นั่นพิสูจน์ได้ว่าคนเ่าั้เป็เพียงหมากที่ผู้มีอำนาจจัดวางไว้เท่านั้น
อีกด้านหนึ่ง ซูมู่มู่นั่งรถม้ามากับท่านพ่อคนที่หนึ่ง รถม้าโคลงเคลงไปตามถนนที่คึกคัก นางเกาะขอบหน้าต่างรถม้ามองดูทุกสิ่งภายนอก เมื่อเห็นของอร่อยนางก็อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากด้วยความอยาก การอยู่ใต้เขานี่ดีจริง ๆ นางจะต้องตระเวนกินให้ทั่วทั้งเมืองหลวงให้ได้
แก้มยุ้ยทั้งสองข้างสั่นไหวไปมาประกอบกับดวงตาที่เบิกกว้าง ใครที่เห็นนางต่างก็อดไม่ได้ที่จะต้องหันมามองอีกครั้ง
นี่แหละคือหลานสาวในอุดมคติที่ปู่ย่าตายายทุกคนถวิลหา ช่างน่ารักเหลือเกิน!
เมิ่งเฮ่อยังจำได้ว่าลูกสาวเพิ่งบอกว่ามีผีผู้หญิงเกาะตัวของเขาอยู่ ตอนนี้เขาจึงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เขารู้ดีว่าผู้หญิงเ่าั้ต้องเผชิญกับอะไรก่อนตาย หากเขาทำให้ผีผู้หญิงโกรธจนทำร้ายลูกสาวจะทำอย่างไร ด้วยเหตุนี้พ่อลูกทั้งสองจึงกลับถึงจวนตระกูลเมิ่งด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน
"คุณชาย ท่านกลับมาแล้ว! ส่วนท่านนักพรตน้อยท่านนี้..." ลุงคัง พ่อบ้านของจวนตระกูลเมิ่งก้าวเข้ามาประคองคุณชายลงจากรถม้าแต่กลับเห็นว่าในมือของคุณชายยังจูงเด็กคนหนึ่งไว้
เด็กคนนี้ยังเป็นักพรตน้อยอีกด้วย ฮูหยินผู้เฒ่าเลื่อมใสในพุทธศาสนาสิ่งที่นางไม่ชอบที่สุดก็คือเหล่านักพรต
"ลุงคัง นี่คือมู่มู่ลูกสาวของข้า มู่มู่ เ้าทักทายสิ" เมิ่งเฮ่อให้ความเคารพกับพ่อบ้านลุงคังเป็อย่างมาก
บิดาของเขาเสียชีวิตั้แ่ยังเยาว์ตอนที่เขาเดินทางมาเรียนและสอบขุนนางในเมืองหลวงเพียงลำพังก็เป็ลุงคังที่คอยดูแลและอยู่เคียงข้างเขาใน่เวลาที่มืดมนที่สุด
ซูมู่มู่เงยหน้าขึ้นสำรวจพ่อบ้านชราอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า "ปู่คัง ยินดีที่ได้พบเ้าค่ะ"
"ดี ดี ดี บ่าวขอคำนับคุณหนูน้อยขอรับ" ลุงคังคิดในใจว่าคราวนี้เื่ใหญ่ จวนต้องเกิดเื่วุ่นวายจนพลิกคว่ำแน่ ๆ
คุณชายไปมีลูกนอกสมรสั้แ่เมื่อไหร่ เด็กน้อยคนนี้ดูแล้วน่าจะอายุประมาณสี่ขวบ
เขาถลึงตาใส่อาซิงคนขับรถม้าอย่างแรง ในฐานะผู้ติดตามใกล้ชิดของคุณชาย เื่ใหญ่ขนาดนี้ทำไมก่อนหน้านี้ไม่รายงาน หรือวันนี้ไม่เห็นบอกกล่าวล่วงหน้าเลยสักคำ?
อาซิงลูบจมูกตัวเอง ตอนนี้เขาฟังเพียงคำสั่งของคุณชายเท่านั้น คำพูดของคนอื่นเขาไม่ฟังเพราะคุณชายสั่งห้ามบอก
เมิ่งเฮ่อไม่ทันสังเกตการโต้ตอบของทั้งสองคน เขาจูงมือลูกสาวเดินเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง "มู่มู่ แม้ว่าฐานะทางบ้านเราจะไม่ดีเท่าจวนท่านอ๋อง แต่พ่อจะรักและเอ็นดูเ้าอย่างจริงใจ ห้องของเ้าจะอยู่ข้าง ๆ ห้องของพ่อ เข้าไปพักผ่อนในห้องของพ่อก่อนเถิด"
"ได้เ้าค่ะ! แต่เรามาคุยเื่คดีกันก่อน พี่สาวชุดขาวผมยาวที่ตามท่านมานางต้องมีเื่สำคัญอยากจะบอกแน่ ๆ"
ซูมู่มู่รู้สึกว่านี่คือเื่ที่สำคัญที่สุด จะพักที่ไหนสำหรับนางแล้วไม่ใช่เื่สำคัญ ผู้บำเพ็ญเพียรไม่ยึดติดกับวัตถุ
เมื่อพูดถึงเื่นี้เมิ่งเฮ่อถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัวจากนั้นจึงตอบ "ตกลง!"
แม้จะหวาดกลัวแต่การทวงความยุติธรรมให้ผู้ตายและทำให้คนร้ายได้รับโทษตามกฎหมายนั้นคือสิ่งที่เขาควรทำ
ในห้องรับแขกเล็ก ๆ ประตูและหน้าต่างปิดสนิท ซูมู่มู่ร่ายวิชาเปิดเนตรให้ท่านพ่อคนที่หนึ่งและกางม่านพลังไว้รอบนอกบ้านห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้
เมิ่งเฮ่อมองดูหญิงชุดขาวตรงหน้า... ผีผู้หญิง เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว
"ผู้น้อยขอคารวะใต้เท้า ขอบคุณท่านนักพรตน้อยเ้าค่ะ" หญิงชุดขาวคุกเข่าลงกับพื้น เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เป็รูปลักษณ์เมื่อครั้งยังมีชีวิต
"เ้าคือลู่อิ๋งอิ๋งลูกสาวตระกูลลู่ใช่หรือไม่?" เมิ่งเฮ่อเห็นว่าผีผู้หญิงไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นจิตใจจึงเริ่มสงบลง
"ใต้เท้ากล่าวถูกต้องแล้ว ข้าคือลู่อิ๋งอิ๋ง เป็ผู้หญิงคนแรกที่ถูกปีศาจตนนั้นฆ่า ขอท่านนักพรตน้อยโปรดช่วยข้าด้วย ข้า้าล้างแค้นปีศาจตนนั้น" เมื่อลู่อิ๋งอิ๋งพูดถึงปีศาจตนนั้นดวงิญญาเริ่มสั่นสะท้านแววตาเต็มไปด้วยรังสีสังหาร
ซูมู่มู่ตบกระบี่ไม้ท้อเบา ๆ อีกฝ่ายก็สงบลงทันที "ในเมื่อเ้าเลือกตามท่านพ่อคนที่หนึ่งของข้ามาเ้าก็ควรจะรู้ว่าเขาเป็ขุนนางที่ดี ตอนนี้เ้าบอกมาได้แล้วว่าเ้าตายอย่างไรและคนร้ายมีลักษณะอย่างไร"
เมื่อได้ยินคำว่าท่านพ่อคนที่หนึ่ง เมิ่งเฮ่อก็รู้สึกภูมิใจขึ้นมาทันทีไม่ว่าหลังจากนี้เทพธิดาจะจัดสรรพ่อให้อีกกี่คน เขาก็เป็คนแรก!
"ท่านนักพรตน้อยเ้าคะ ริมแม่น้ำไม่ใช่จุดที่ข้าตายแต่เป็ปีศาจตนนั้นที่ฆ่าข้าแล้วนำศพไปโยนไว้ที่นั่น ข้าขึ้นเขาไปไหว้พระและเขาก็ล่วงเกินข้าต่อหน้าพระพุทธรูป..."
"เดิมทีอีกเพียงเดือนเดียวข้าก็จะออกเรือน ข้าควรจะมีสามีที่ดี มีลูกที่น่ารัก ทั้งหมดเป็เพราะปีศาจตนนั้นทำลาย ล้วนเป็เพราะมัน!" ลู่อิ๋งอิ๋งพูดถึงตรงนี้ก็น้ำตาไหลพรากด้วยความโศกเศร้า