นายน้อยเจ้าสำราญ III : ยอดเขยนักกวี (นิยายแปล)

    ตอนที่ 41 นี่มันเกิดอะไรขึ้น

    ตอนที่ 41 นี่มันเกิดอะไรขึ้น


    หลี่เฉินอันตกใจกับภาพตรงหน้า เพราะเขาเคยเห็นหน้าแม่นางคนนี้อยู่หลายหน นางก็คือคุณหนูสามผู้งดงามราวกับหยก !


    คุณหนูสามผู้นี้เคยมาพร้อมกับขันทีหนุ่มรูปงาม ดังนั้นสถานะของนางจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน 


    หรือว่านางมาดื่มสุราที่นี่แล้วเจอกับคนชั่วเข้า ?


    ตอนนี้ไม่มีเวลาให้เขาได้คิดแล้ว เมื่อเห็นว่าคนชั่วเหล่านั้นเริ่มจะใกล้เข้ามาประชิดตัวคุณหนูสามมากขึ้นทุกที เขาก็ตะโกนเสียงดังว่า“เสี่ยวฮวา ช่วยชีวิตคนก่อน ! ”


    “ขอรับ นายน้อย ! ”


    หลี่เสี่ยวฮวาโยนลู่เสี่ยวเทียนไปบนพื้น เมื่อเห็นว่าคนชั่วเหล่านั้นมีอาวุธครบมือ เขาจึงยื่นมือไปคว้าขวานมาจากในมือของนักเลงกระจอกกลุ่มนั้น แล้วสาวเท้าพุ่งเข้าไปหาคนชั่วทั้งห้าคนนั้น 


    ลู่เสี่ยวเทียนที่เพิ่งถูกโยนลงพื้นกระแอมไออย่างแรงจนใบหน้าที่ซูบผอมของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง 


    เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้น ยื่นมือที่สั่นเทาไปทางแผ่นหลังของหลี่เสี่ยวฮวา แล้วคำรามอย่างดุเดือด “พวกเราบุก ! ไปแล่เนื้อเขาออกเป็นชิ้น ๆ กัน ! ”


    พวกอันธพาลทั้งห้าจึงตะโกนและโบกขวานแล้วเดินตามลู่เสี่ยวเทียนไปทางหลี่เสี่ยวฮวา


    หลี่เฉินอันหันหลังกลับรีบเข้าไปในร้านสุรา แล้วดึงขวานที่ลู่เสี่ยวเทียนฟันคาไว้อยู่บนโต๊ะพุ่งออกมาด้วย


    จงหลีรั่วสุ่ยที่เห็นเหตุการณ์เหล่านี้ก็รู้สึกงงงวยเล็กน้อย นางหยุดฝีเท้าของตนเองทันที


    นี่มันเกิดอะไรขึ้น ?


    บุรุษร่างใหญ่นี้คือผู้คุ้มกันของหลี่เฉินอัน เขาจะต้องมาเพื่อช่วยนางอย่างแน่นอน แต่กลุ่มอันธพาลถือขวานที่อยู่ด้านหลังเขาคือใครกัน ?


    หลี่เฉินอันก็ถือขวานอยู่เช่นกัน เขากำลังไล่ตามคนกลุ่มนี้อยู่ใช่ไหม ?


    หากอันธพาลพวกนั้นมาทำร้ายข้าจริง ๆ ถ้าข้าวิ่งต่อไปจะไม่เป็นการพาตัวเองไปตกอยู่ในน้ำมือของพวกเขาหรือ ?


    เฉิงเจ๋อที่ยืนอยู่ด้านหลังนางก็รู้สึกงุนงงเช่นกัน 


    เจ้าต้องวิ่งหนีสิ !


    หากเจ้าไม่วิ่ง แล้วพวกข้าจะไล่ตามไปได้เยี่ยงไร !


    แต่จงหลีรั่วสุ่ยไม่ได้หนีจริง ๆ นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องหน้า แล้วจะกล้าเสี่ยงชีวิตของตัวเองได้เยี่ยงไร ?


    ทว่าหลี่เสี่ยวฮวากลับวิ่งเร็วมาก เขาวิ่งผ่านจงหลีรั่วสุ่ยไปแล้วยกขวานพุ่งโจมตีเฉิงเจ๋อและคนอื่น ๆ 


    ก่อนที่จงหลีรั่วสุ่ยจะมีเวลามองย้อนกลับไป ลู่เสี่ยวเทียนและอันธพาลคนอื่นก็วิ่งผ่านนางไปอีกครั้งราวกับลมกระโชกแรง


    นางอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ละครวีรบุรุษช่วยสาวงามนี้แสดงขึ้นเพื่อให้หลี่เฉินอันมาช่วยข้า……หรือว่ากลุ่มอันธพาลถือขวานกลุ่มนี้จะเป็นผู้คุ้มกันที่หลี่เฉินอันเพิ่งรับเข้ามาใหม่ ?


    นางหันกลับไปมอง นี่มันเป็นเพียงแค่การแสดงละครเท่านั้น !


    อย่าได้ต่อสู้กันขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ 


    จากนั้น นางก็เห็นว่าหลี่เสี่ยวฮวายกขวานขึ้น ก่อนจะคำรามเสียงดังลั่นแล้วฟาดขวานไปยังหัวของเฉิงเจ๋อ


    “อ๊า ! ”


    จงหลีรั่วสุ่ยปิดปากด้วยความตื่นตระหนก นางไม่เคยเห็นการต่อสู้เช่นนี้มาก่อน ตอนนี้นางกลัวมาก 


    แต่แล้วก็มีลมหอบใหญ่พัดผ่านข้างกายนางไป และนางก็เห็นพลังของหลี่เฉินอัน 


    เขาผู้นี้จะเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอย่างนั้นหรือ ?


    เขาเป็นนักวิชาการนะ !


    แต่เจ้าเฉิงเจ๋อมีวรยุทธล้ำเลิศ หากเขาไม่ได้ออมมือขึ้นมาล่ะ……


    หลี่เสี่ยวฮวาฟันขวานลงมา เฉิงเจ๋อยิ้มเยาะอย่างดูถูก เขาโบกมีดเล่มใหญ่ในมือเข้าปะทะ 


    “เคร้ง……!”  เสียงโลหะปะทะกันดังแสบแก้วหู ทันใดนั้นเฉิงเจ๋อก็สะดุ้ง เพราะมีแรงมหาศาลออกมาจากมีดเล่มใหญ่ในมือ แขนที่ถือมีดถูกแรงอัดนั้นกระแทกจนมีดแทบจะหลุดออกจากมือ 


    ชายฉกรรจ์ผู้นี้แรงเยอะมาก !


    เขาเลิกดูถูกเหยียดหยามทันที พลังภายในไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขา เขาโจมตีหลี่เสี่ยวฮวาอีกครั้งด้วยมีดอีกเล่มหนึ่ง


    นักแสดงอีกสี่คนที่อยู่ด้านหลังของเขาล้วนเป็นองครักษ์ยอดฝีมือจากจวนจงหลี พวกเขาต่างรู้ว่าตนเองมาเพื่อร่วมแสดงละครกับคุณหนูสาม เพียงแต่พวกเขาไม่คาดคิดว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ถือขวานพวกนั้นจะมาปรากฏตัวในการแสดงนี้ด้วย


    พวกเขาต่างก็คิดว่าทั้งห้าคนนี้เป็นคนของหลี่เฉินอัน 


    ตอนนี้คุณชายเฉิงกำลังเผชิญหน้ากับชายร่างใหญ่ แน่นอนว่าทั้งห้าคนที่อยู่ข้างหลังชายร่างใหญ่ก็ต้องเหลือให้พวกเขา 


    ดังนั้นพวกเขาจึงวิ่งผละออกไปจากหลี่เสี่ยวฮวา ลู่เสี่ยวเทียนที่เพิ่งพาพรรคพวกวิ่งเข้ามาก็ตกใจมาก


    ไอ้โง่พวกนี้ !


    ทำไมพวกเราไม่ช่วยกันโจมตีไอ้ร่างยักษ์จากด้านหน้าด้านหลังไปพร้อมกันเล่า ?


    ทำไมพวกเจ้าถึงวิ่งเข้ามาหาพวกข้าล่ะ ?


    “พวกเจ้าเป็นใคร ? ข้า……”


    ลู่เสี่ยวเทียนไม่มีโอกาสได้พูดแม้แต่น้อย ไม่ทันไรชายสวมผ้าโพกหน้าก็ยกมีดขึ้นฟาดลงมาที่เขาแล้ว


    ลู่เสี่ยวเทียนไม่มีอาวุธอยู่ในมือ เขากลัวมาก จึงหันหลังกลับและวิ่งหนีไป


    ชายสวมผ้าโพกหัวอีกสามคนก็โจมตีสมาชิกคนอื่น ๆ ในกลุ่มนักเลงขวานทันที แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ใช้แรงทั้งหมดที่มี เพราะพวกเขาแค่แสดง


    ดังนั้น ภายในตรอกแห่งนี้จึงมีฉากการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่ไร้ซึ่งการนองเลือดเกิดขึ้น


    และคู่ที่ต่อสู้ได้ดุเดือดก็คือเฉิงเจ๋อและหลี่เสี่ยวฮวา


    แม้ว่าหลี่เสี่ยวฮวาจะไม่มีทักษะด้านศิลปะการต่อสู้ แต่เขาก็อยู่ในกองทัพมานานถึง 5 ปีและมีความแข็งแกร่งที่หาใครเปรียบได้ยาก


    แต่ขวานในมือของเขาบีบให้เฉิงเจ๋อต้องให้ใช้กำลังครึ่งหนึ่ง ขวานและมีดเล่มใหญ่ปะทะฟาดฟันกันไปมา ยากที่จะตัดสินผู้แพ้ชนะได้


    แน่นอนว่าเหตุผลหลักก็คือ เฉิงเจ๋อไม่สามารถฆ่าหลี่เสี่ยวฮวาได้


    ส่วนหลี่เสี่ยวฮวาเพียงแค่เชื่อฟังคำสั่งของหลี่เฉินอันเท่านั้น เขากำลังต่อสู้กับเฉิงเจ๋ออย่างสิ้นหวัง


    หลี่เฉินอันหยุดฝีเท้าของตนเอง


    เพราะลู่เสี่ยวเทียนวิ่งเข้ามาชนในอ้อมแขนของเขา


    เขาคว้าตัวลู่เสี่ยวเทียนแล้วใช้มือเดียวพลิกตัวลู่เสี่ยวเทียน จากนั้นก็จับข้อมือของลู่เสี่ยวเทียนพลิกม้วนไปด้านหลัง


    เขาเหน็บขวานไว้ข้างเอว แล้วใช้มือดึงเข็มขัดของลู่เสี่ยวเทียนออก เพื่อจับลู่เสี่ยวเทียนมัดไว้


    ลู่เสี่ยวเทียนเกิดความรู้สึกกลัวตายเข้าแล้วจริง ๆ


    วันนี้นกกาตัวนั้นเอาแต่ส่งเสียงร้อง ช่างเป็นวันที่โชคร้ายเสียจริง ๆ


    หลี่เฉินอันขมวดคิ้วและมองดูภาพการต่อสู้ที่ชุลมุนวุ่นวาย เขาพบว่าตนเองช่วยอะไรไม่ได้ แต่การปกป้องคุณหนูสามผู้นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า


    ดังนั้นเขาจึงลากตัวลู่เสี่ยวเทียนเดินไปทางจงหลีรั่วสุ่ยที่กำลังตกใจกลัวจนหน้าซีดเซียว


    จงหลีรั่วสุ่ยไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองแสดงได้สมจริงแค่ไหน


    แต่นางตกใจมากจนขาของนางอ่อนแรงและร่างกายของนางก็สั่นไปหมด


    “แม่นาง……แม่นาง ? ”


    “อ๊า……เร็วเข้า เร็วเข้า บอกให้พวกเขาหยุดต่อสู้กันได้แล้ว ! ”


    หลี่เฉินอันเกิดความรู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมา พวกเขามาเพื่อไล่ฆ่านาง แต่นางกลับบอกให้พวกเขาหยุดต่อสู้กัน แม่นางผู้นี้ช่างจิตใจดีเสียจริง


    จงหลีรั่วสุ่ยไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองได้สร้างภาพจำที่ดีภายในใจของหลี่เฉินอันไปแล้ว 


    “พวกเรารีบเข้าไปในร้านสุรากันเถอะ อีกประเดี๋ยวเจ้าหน้าที่ของทางการก็คงจะมาถึงแล้ว”


    “แต่ว่า……เยี่ยงนี้อาจมีคนตายได้นะ ! ”


    “ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองฝ่ายจะมีฝีมือพอกัน อย่างมากก็คงมีแค่คนได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยในระยะเวลาอันสั้นนี้ เป้าหมายของพวกเขาคือแม่นาง หากแม่นางเข้าไปหลบซ่อนตัว นักฆ่าพวกนั้นถึงจะหลบหนีไป”


    “อ่า……”


    จงหลีรั่วสุ่ยพบว่าตัวเองเดินไม่ได้


    หลี่เฉินอันก็กังวลว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับหลี่เสี่ยวฮวาเช่นเดียวกัน ดังนั้นเขาจึงผลักลู่เสี่ยวเทียนลงบนพื้น แล้วเข้าไปอุ้มจงหลีรั่วสุ่ยขึ้นมา


    แต่ในตอนนี้เอง จงหลีชิวหยางก็ได้พาองครักษ์มาที่ร้านพอดี 


    เขาได้ยินมาว่าสุราฮั่วผิงชุนของร้านสุราใต้ร่มไทรรสชาติดีมาก วันนี้จึงอยากมาลองดื่มเสียหน่อย


    แต่เมื่อเขาเดินไปที่ตรอกเอ้อร์จิ่งโกว เขาก็พบว่ามีการต่อสู้ที่ดุเดือดเกิดขึ้นที่นี่


    เขายังไม่ทันสั่งให้องครักษ์ไปจับตัวคนชั่วพวกนั้นมาให้หมด ก็เห็นว่าหลี่เฉินอันกำลังอุ้มน้องสาวของเขาขึ้นมาพอดี !


    และเจ้าเด็กผู้นั้นก็อุ้มน้องสาวของเขาเข้าไปในร้านสุรา !


    โดยที่น้องสาวของเขาไม่มีทีท่าว่าจะขัดขืนเลย !


    นี่มันเรื่องอะไรกัน ?


    จงหลีชิวหยางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด !


    “จับกุมตัวพวกเขาทุกคนไปเข้าคุกที่ศาลาว่าการ ! ”


    เฉิงเจ๋อหันไปเห็นแบบนั้นก็รีบเตรียมจะหนี เขาไม่รู้ว่าแผนการของจงหลีรั่วสุ่ยสำเร็จหรือไม่ 


    เขากระโดดขึ้น สายตามองไปทางด้านหน้า แต่แล้วจู่ ๆ เขาก็รู้เจ็บปวดขึ้นมา ในเวลานี้เองที่หลี่เสี่ยวฮวาได้ยื่นมือออกมาข้างหนึ่งและคว้าขาของเฉิงเจ๋อไว้ได้พอดี


    หลี่เสี่ยวฮวาออกแรงทั้งหมดเพื่อเหวี่ยงเขาออกไป


    “พลั่ก……! ”


    เฉิงเจ๋อถูกเหวี่ยงทุ่มลงกับพื้น เขาตาเหลือกและหมดสติไปในที่สุด   

    คล้ายกับเรื่องนายน้อยเจ้าสำราญ III : ยอดเขยนักกวี (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน