ข้าก็ร้ายเช่นนี้

    บทที่ 20 ร่วมโต๊ะเดียวกัน 20.2

    บทที่ 20


    ร่วมโต๊ะเดียวกัน



    รถม้าจอดนิ่งอยู่หน้าเขตที่พักอาศัยในฝั่งตะวันตก ซิ่งหลิงก้าวลงจากรถม้าโดยมีอี้ฉุนคอยประคอง หันมองซ้ายขวาเห็นร้านค้าแผงลอยตั้งอยู่หน้าร้านค้าสองสามร้านจึงพยักหน้าลงอย่างพึงพอใจ ครึ่งเดือนมานี้ใช่เพียงเรียนรู้ธรรมเนียมและการวางตัวจากเหวินหวา แต่ข้อกำหนดกฎหมายในเมืองหลวงนางก็อ่านจนสิ้น

    “กินเต้าฮวยกันเถิด ข้าเลี้ยงเอง”

    ซิ่งหลิงนำลิ่วๆ ไปยังร้านขายเต้าฮวยที่อยู่ไม่ไกล ออกปากสั่งเต้าฮวยเค็มถ้วยหนึ่งแล้วนั่งจับจองโต๊ะด้านในเอาไว้อย่างรวดเร็ว

    “หากแม่นางอยากดูสินค้าแปลกตา ถนนอีกเส้นจึงจะคึกคักมากกว่า” เซี่ยจี้ยังคงชักชวนซิ่งหลิงไปยังตลาดตะวันออก ร้านค้าตระกูลจิ้งมีมากในถนนตะวันตกอยากให้นางเห็นความรุ่งเรืองของตระกูลจิ้งอย่างกระตือรือร้น

    “ข้าอยากเปิดร้านค้าเล็กๆ สักร้าน”

    หากเป็นผู้อื่นพูดเซี่ยจี้ต้องคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่หากแม่นางซิ่งหลิงพูดเขาไม่กล้าไม่เชื่อถือ ชะงักไปพักใหญ่ “หากแม่นางอยากเปิดร้านค้า ข้าน้อยคิดว่าทำเลในถนนตะวันออกดีกว่ามาก ทั้งฝั่งตะวันออกก็เป็นฝั่งอาศัยของคนร่ำรวย” เซี่ยจี้ตอบอย่างตรงไปตรงมา ขบคิดเล็กน้อยแล้วพูดอ้อมแอ้ม

    “ตระกูลจิ้งมีกิจการร้านค้ามากมายในมือหากแม่นางต้องการร้านค้าสักร้าน คุณชายย่อมช่วยเหลือท่านแน่นอนขอรับ”

    “ร้านค้าตระกูลจิ้งย่อมเป็นของตระกูลจิ้ง จะมาเป็นของข้าได้อย่างไร” ซิ่งหลิงยิ้มขันตัดเต้าฮวยอ่อนนุ่มในถ้วยเข้าปาก ใบหน้าเจือรอยยิ้ม

    เซี่ยจี้มุ่นคิ้ว ไม่ใช่แม่นางซิ่งหลิงเป็นคนในตระกูลจิ้งแล้วหรือ เหตุใดถึงแบ่งเขาแบ่งเราเล่า ทันใดเซี่ยจี้ก็นึกขึ้นได้เสมือนมีเทียนไขส่องสว่างในความมืด

    ไม่ใช่แม่นางซิ่งมีมารดาและน้องชายอยู่หรือ...

    เจตนาของแม่นางซิ่งน่านับถือเหลือเกิน

    “ที่ข้ามายังเขตอาศัยก็เพราะอยากเปิดร้านค้าสักร้านในละแวกนี้”

    “ถ้าไม่ใช่ร้านค้าระดับกลางหรือสูงหรือใช้พื้นที่มากก็สามารถเปิดร้านใกล้กับเขตอาศัยได้ขอรับ” หากเป็นโรงเตี๊ยม โรงน้ำชาหรือร้านค้าขนาดกลางและขนาดใหญ่จะถูกกำหนดให้ค้าขายภายในเขตตลาดเท่านั้น

    “ไม่ใหญ่โตอะไร ขนาดเท่าร้านเต้าฮวยนี่ก็เท่านั้น”

    เซี่ยจี้และอี้ฉุนพากันกวาดตามองรอบๆ ร้านเต้าฮวยแห่งนี้เป็นหนึ่งในเรือนแถวขนาดเล็กจากทั้งหมดสามห้องด้านหน้าเปิดเป็นร้านค้า ส่วนด้านหลังยังเป็นที่พักอาศัย ด้านหน้ากว้างเพียงแค่จั้ง [1] ครึ่ง ความยาวก็ยาวเพียงสองจั้งเท่านั้น ขนาดเล็กเพียงนี้จะทำอะไรได้มากมายกัน

    “ข้าจะเปิดร้าน ‘ชูฮั่ว’ ”

    เซี่ยจี้และอี้ฉุนเหลือบมองกันแล้วขมวดคิ้วมุ่น ชูฮั่วที่หมายถึงมีของขายเยอะแยะมากมาย

    หมายความว่าอย่างไร...

    “ด้านในข้าจะขายของแห้งต่างๆ ไม่เพียงของแห้ง แต่จะขายจานชามหม้อไห ห่อยาใส่แผล เข็มปัก ด้ายและผ้าฝ้ายรวมถึงของจิปาถะต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตข้าจะขายให้หมด ส่วนหน้าร้านข้าจะขายหมั่นโถวซาลาเปา รวมถึงน้ำชาและน้ำเต้าหู้ในยามเช้า”

    เซี่ยจี้เบิกตากว้าง หันมองไปนอกร้านเต้าฮวยด้วยแววตาเจิดจ้าร้อนแรง แม่นางซิ่งมาเยือนเขตพักอาศัยก่อนถึงตลาดตะวันตกก็เพราะเหตุนี้!

    นางจะดักปลาตั้งแต่ต้นน้ำ!

    “หากพวกเจ้าสนใจจะร่วมด้วยข้าก็ยินดี”

    ซิ่งหลิงมองคนทั้งสอง สายตายังพุ่งเป้าไปยังเซี่ยจี้เป็นพิเศษ นางต้องการบุรุษสักคนเพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยอันตราย หากมีบุรุษสักคนร่วมกิจการร้านชูฮั่วปัญหาที่จะเกิดก็ลดลงได้มากแล้ว

    สตรีตัวคนเดียวเปิดร้านค้าฟังดูก็รู้แล้วว่ารังแกง่ายเพียงไหน

    “ผู้น้อยไม่กล้า” เซี่ยจี้อึกอักตอบ รู้ดีว่าแม่นางซิ่งเก่งกาจและฉลาดเฉลียวสามารถไว้วางใจได้ แต่นายของเขาคือคุณชายจิ้ง หากจะกระทำการใดควรปรึกษาผู้เป็นนายเสียก่อน

    ทั้งเซี่ยจี้ยังมั่นใจว่าเรื่องร้านชูฮั่วคุณชายก็ยังไม่ทราบ หากพลั้งเผลอตอบตกลงโดยพลการ คุณชายต้องโมโหมากแน่...

    “ไม่ต้องรีบร้อน กลับไปคิดเสียหลายวันก่อนก็ได้”

    สีหน้าของเซี่ยจี้ตอนนี้คล้ายมีอักษรตัวใหญ่แปะอยู่บนหน้าผากว่าเรื่องนี้เขาจะต้องนำไปรายงานต่อจิ้งเส้าหวงแน่นอน

    หลุบตาดูเต้าฮวยที่เกลี้ยงชามก็วางเงินอีแปะลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นปลุกปลอบพวกเขาด้วยเสียงสดใส

    “มาเถิด นี่เป็นเพียงแค่ตรอกแรก ยังมีตรอกรอบๆ ก่อนถึงตลาดตะวันตกที่พวกเรายังไม่ได้ไปดูทำเลที่ทางอีกมาก”

    ซิ่งหลิงตระเวนดูรอบเขตที่พักอาศัยของฝั่งตะวันตกเรียบร้อย จึงแวะเข้าไปดูความคึกคักภายในตลาดตะวันตกโดยไม่ให้เสียเที่ยว

    ผู้คนเดินสวนผ่านอย่างคึกคักอาคารสองฝั่งข้างทางเรียงราย แผงลอยตั้งวางสินค้าหลากหลาย เสียงเสี่ยวเอ้อร์ร้องเรียกลูกค้าอย่างกระฉับกระเฉง คณะกายกรรมแสดงผาดโผนเรียกเสียงฮือฮาจนทำให้อี้ฉุนที่ติดตามอยู่ด้านข้างหลุดร้องอย่างหวาดเสียว ซิ่งหลิงมองภาพบรรยากาศด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่กำลังลังเล พิจารณาโรงเตี๊ยมและโรงน้ำชาสองข้างทางว่ามื้อเที่ยงนี้จะฝากท้องที่โรงเตี๊ยมใด เสียงฆ้องดังกังวานดึงดูดความสนใจจากรอบด้านได้ทันที

    ซิ่งหลิงหยุดลงหน้าโรงสุรา มองเสี่ยวเอ้อร์ถือฆ้องร้องเชิญเชื้ออยู่ตรงหน้านางพอดิบพอดี

    “วันนี้เป็นวันดีชินอ๋องผู้สูงส่งกลับคืนเมืองหลวงนำพาโชคลาภและเรื่องมงคล! เถ้าแก่ร้านข้าเบิกบานยิ่ง ปรารถนาให้ทุกท่านมีความสุขเฉกเช่นเดียวกัน ดังนั้นวันนี้เชิญดื่มกินที่หอสุราของพวกเราได้เต็มที่โดยไม่เสียเงินแม้แต่อีแปะเดียว!”

    สิ้นเสียงของเสี่ยวเอ้อร์ชาวบ้านโดยรอบก็พากันโห่ร้องเฮลั่นด้วยความคึกคัก กรูเข้าไปในโรงสุราดุจน้ำป่าไหลหลาก ซิ่งหลิงยืนอยู่หน้าโรงสุราถูกมวลมนุษย์โถมใส่ทำให้นางต้องไหลตามเข้าไปในโรงสุราอย่างช่วยไม่ได้ ถูกเบียดเสียดเสียจนเซี่ยจี้และอี้ฉุนที่พยายามกีดกั้นผู้คนโดยรอบไม่ให้เข้ามาชนซิ่งหลิงพากันล้มหงาย เกือบโดนทับจนบี้แบน

    เซี่ยจี้ไม่อยากจะใช้พลังยุทธ์หรือใช้เรี่ยวแรงกำราบผลักคนรอบด้านด้วยเกรงจะเกิดการบาดเจ็บ แต่เมื่อสถานการณ์ยามนี้ไม่สู้ดีก็จงใจเพิ่มแรงปัดป้องผลักออกพยายามคุ้มครองผู้เป็นนายจนเหงื่อตก

    ซ้ายถูกบีบขวาก็ถูกดันทั้งยังไม่อาจถอยหลังกลับ ได้แต่เดินไปด้านหน้า ซิ่งหลิงมองซ้ายขวาหาทางรอด หางตาพลันเห็นโต๊ะด้านข้างที่เก้าอี้ฝั่งหนึ่งว่างเว้นไร้ผู้จับจอง นางก็ไม่รอช้ามือหนึ่งคว้ามุมโต๊ะเอาไว้แล้วแทรกกายนั่งลงบนเก้าอี้ หลบเลี่ยงการเบียดเสียดกับผู้อื่น ถือวิสาสะร่วมโต๊ะกับเจ้าของโต๊ะทันที

    ซิ่งหลิงถอนใจเฮือกใหญ่ดึงผ้าเช็ดหน้าออกจากแขนเสื้อซับเหงื่อจากการเบียดเสียดเมื่อครู่ ในขณะที่ซับเหงื่ออยู่นั้นพลันรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมองก็เข้าใจว่านางเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าฝั่งตรงข้ามเป็นบุรุษสองคน ทั้งชายสองคนนี้ก็ไม่ได้มองมาที่นาง

    แต่มองไปด้านข้าง...

    ซิ่งหลิงจึงหันมองตามสายตาไปก็เห็นว่านางกำลังนั่งเคียงข้างบุรุษผู้หนึ่ง

    แท้จริงแล้วเก้าอี้ตัวนี้ไม่ได้ว่างเว้น แต่มีผู้ที่จับจองเอาไว้โดยที่นางไม่ทันได้มองให้ดี...

    สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือการรีบขออภัย แต่เมื่อเห็นชายผู้นี้หันหน้า สี่ตาสบประสาน คำพูดที่เหนือการควบคุมก็หลุดปากออกไป

    “ข้าเคยพบท่านมาก่อนหรือไม่”

    ซิ่งหลิงเบิกตากว้าง มือตะครุบปากตนเองเอาไว้ด้วยความตกใจแล้วหันหน้าหนี ดวงตากลมโตล่อกแล่กเลิ่กลั่กมองชายตรงหน้าที่มีสีหน้าแปลกใจ ซิ่งหลิงเมื่อรู้ตัวว่าหลุดปากก็ยิ่งอับอายจนอยากกัดลิ้นแล้วแสร้งล้มพับสิ้นสติ ณ ที่ตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด ในขณะที่รีบลุกขึ้นขอตัวจากไปเสียงของเซี่ยจี้และอี้ฉุนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

    “แม่นางไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ขอรับ!”

    “ไม่เป็นอะไร” ซิ่งหลิงรีบส่ายหัวเร็วรี่

    “แม่นางที่นั่งโต๊ะอื่นล้วนเต็มหมดแล้ว มีแต่ต้องนั่งร่วมโต๊ะกับคุณชายท่านนี้ หวังว่าแม่นางจะไม่ถือสา”

    ซิ่งหลิงมองเสี่ยวเอ้อร์ที่แทรกตัวเข้ามาพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใสกับอี้ฉุน ดูท่าเมื่อครู่อี้ฉุนคงเดินไปหาโต๊ะให้แก่นางเป็นแน่

    อี้ฉุนส่งสายตามองซิ่งหลิงดังจะขอความคิดเห็น แต่ซิ่งหลิงตอนนี้ก็ไม่กล้าสู้หน้าผู้ใด เมื่อครู่นางเพิ่งหลุดปากเอ่ยวาจาไม่สมควรออกไป อายแทบตาย!

    “เช่นนั้นเราไปร้าน...”

    “นั่งลงเถิด”


    [1] จั้ง ประมาณ 3.33 เมตร

    คล้ายกับเรื่องข้าก็ร้ายเช่นนี้ ที่คุณอ่าน