เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    2 กระบวนท่าสังหาร.

    ท่ามกลางแสงสุริยันสีทองที่ฉาบย้อมทั่วโลกา เย่หยุนซีบัดนี้กำลังยืนเผชิญหน้าอยู่กับ 2 ประมุขนิกายซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเสาหลักแห่งจักรวรรดิเมฆคราม

     

    หนึ่งคือประมุขนิกายเทพสุริยัน ต้าหลง ส่วนอีกคนแน่นอนว่าคือประมุขนิกายบรรพตโลหิต จื่อหยาง หากสังเกตุดีๆจะเห็นว่าใบหน้าของพวกมันแดงก่ำเพราะความโมโหโกรธา แถมยังเผยเจตนาสังหารออกมาจนทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์สัมผัสได้

     

    “หึหึ ช่างน่าสนใจ มาเถอะ ข้าเองก็อยากจะลองเล่นกับจักรพรรดิขั้น 9 ดูสักครั้ง” กวักมือท้าทายอีกฝั่ง เย่หยุนซีมิได้หวาดหวั่นต่อพลังที่เหนือกว่าเกือบ 3 ระดับใหญ่

     

    “บัดซบ! สมควรตาย!”

     

    ต้าหลงเริ่มเปิดฉากปะทุพลังเปลวเพลิงของตนเองออกมาอย่างดุดัน และในเสี้ยวพริบตานั้น ร่างกายของมันก็หายวับมาอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มผู้ซึ่งเป็นเป้าหมาย ผ่ามือที่เต็มไปด้วยไอปราณเปลวเพลิงฟาดตรงเข้าใส่ศีรษะอย่างเกรียวกราดและไร้ปรานี

     

    มองเห็นภาพนี้ เหล่าทหารประจิมที่เฝ้าสังเกตการณ์ต่างหน้าถอดสี กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แต่ในวินาทีต่อมา ใบหน้าของพวกเขาก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

     

    เนื่องจากร่างของเย่หยุนซีที่ถูกซัดจนศีรษะขาดเป็นเพียงร่างเงาที่เกิดจากทักษะท่าร่างย่ำอัสนี ส่วนร่างจริงของเด็กหนุ่มในตอนนี้กำลังยืนอยู่ทางฝั่งขวาของประมุขนิกายเทพสุริยัน

     

    “หมัดนั่นใช้ได้เลยนี่ ตาข้าบ้าง!!” ฝ่ามือของเย่หยุนซีกลายเป็นกรงเล็บมังกรสีเงินทอประกายวาบวับ จากนั้นใช้ออกด้วยทักษะกรงเล็บเทพมังกรสยบโลกาในระยะเผาขน

     

    “แย่แล้ว!” สัมผัสได้ถึงรังสีสังหารอมหิตอันแหลมคม ต้าหลงรีบยกแขนทั้งสองข้างขึ้นตั้งการ์ดป้องกันตามสัญชาตญาณ พลังปราณเปลวเพลิงระดับจักรพรรดิขั้น 9 ปะทุราวภูเขาไฟอันร้อนแรง

     

    “เปล่าประโยชน์” เย่หยุนซีแสยะยิ้มเหี้ยมหาญ กรงเล็บเทพมังกรของเขามิใช่สิ่งที่แค่อยากจะป้องกันก็ป้องกันได้เสียเมื่อไหร่ พลังปราณรูปแบบกรงเล็บ 5 สาย พุ่งตรงกรีดผ่าอากาศอย่างรวดเร็วดุจดั่งประกายแสงอัสนี และทันทีที่มันปะทะเข้ากับแขนของประมุขนิกายเทพสุริยัน แขนทั้งสองขาดนั้นก็พลันขาดวิ่นอย่างง่ายดายราวกับไร้พลังปราณปัดป้อง

     

    “อ๊าก!”

     

    ต้าหลงกรีดร้องโหยหวนเสียงดังลั่น ดวงตาแดงก่ำฉายแววสั่นสะท้าน ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า แขนทั้งสองขาดง่ายราวกับเต้าหู้โดนผ่า ตัวมันเป็นถึงจักรพรรดิขั้น 9 เชียวนะ นี่มันสถานการณ์บ้าบออะไรกัน ทำไมไอ้เด็กไร้ค่าที่พึ่งปลุกพลังได้แค่ 1 ปี ถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ได้

     

    “ท่านประมุข!!” เหล่าผู้ติดตามที่เหลือของนิกายเทพสุริยันคำรามด้วยความหวาดสะพรึง ส่วนขุมกำลังอื่นๆบัดนี้ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองเห็นภาพอันสยอดสยองเบื้องหน้า

     

    ในตอนแรกพวกมันทุกคนคิดว่าที่เย่หยุนซีชนะระดับจักรพรรดิจำนวนมากได้ ก็เพราะกับดับค่ายกลที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้

     

    แต่พอมาถึงตอนนี้พวกมันกลับได้รับรู้ถึงความจริงอันน่าตกใจ เด็กหนุ่มเบื้องหน้าผู้นี้มีพลังทัดเทียมระดับจักรพรรดิอย่างแท้จริง ไม่ใช่มีดีแค่ฝีปาก!

     

    “ฟุ๊บ”

     

    “นี่ เสียสมาธิในการต่อสู้ โทษมันหนักหนามากนะรู้ไหม”

     

    ขณะที่ต้าหลงกำลังเต็มไปด้วยความคิดฟุ้งซ่านมากมาย เงาร่างของเย่หยุนซีก็พลันกลายเป็นอัสนี 1 สายมาปรากฏตัวอีกทีที่ด้านหลังของมัน

     

    “ลาขาด!”

     

    กรงเล็บมังกรเงินที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณหยินหยางแทงทะลุอกทำลายหัวใจของผู้เป็นประมุขนิกายอย่างไร้ความปรานี

     

    “สวบ”

     

    “อ๊อก”

     

    สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่อยู่ดีๆแล่นปราดไปทั่วร่าง ต้าหลงถึงกับกระอักเลือดสดออกมาจากปาก ดวงตาเบิกจนแทบถล่นออกจากเบ้า

     

    “ปะ เป็นไปไม่ได้!” มันกล่าวอุทานเพียงสั้นๆ จากนั้นสิ้นใจไปเสียดื้อๆ

     

    ใช่! ประมุขนิกายเทพสุริยันตายแล้ว ทั้งยังตายภายใต้เงื้อมมือของเด็กหนุ่มอายุ 16 ปีที่ใช้เพียง 2 กระบวนท่า

     

    ภาพนี้! ทำเอาทุกคนในเหตุการณ์แทบไม่อยากจะเชื่อในสายตา ประมุขจื่อหยาง และ 3 แม่ทัพใบหน้าบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้

     

    ส่วนเหล่าผู้ติดตามของนิกายเทพสุริยันบ้างทิ้งตัวลงคุกเข่าอย่างสิ้นหวัง บ้างก็สติแตกรีบบินหนีเพราะความกลัวตาย

     

    เย่หยุนซีหาได้สนใจพวกมันไม่! เขาถอนกรงเล็บออกจากร่างของต้าหลง จากนั้นหันมองไปยังฝั่งของนิกายบรรพตโลหิต ก่อนที่สายตาจะตกลงบนร่างของจื่อเฟิงและจื่อหยาง

     

    “มัวทำอะไรอยู่ เจ้าบอกว่าจะทำให้ข้าทรมานยิ่งกว่าตายไม่ใช่หรือไงกัน” เด็กหนุ่มเอ่ยถามอย่างเย้ยหยัน

     

    ประมุขนิกายบรรพตโลหิต จื่อหยาง พลันคิ้วขมวดเป็นปมในทันที “อย่าได้ใจไปไอ้หนู ข้ามิได้โง่งมประมาทคู่ต่อสู้เหมือนกับไอ้บัดซบที่แกพึ่งสังหารไป!!”

     

    เย่หยุนซีหัวเราะพลางพยักหน้าอย่างฉับไว “ฮ่าๆๆ นั่นมันก็ใช่ ข้ายอมรับว่าสังหารเขาตอนประมาทจริง แต่ถึงเขาจะไม่ประมาทข้าก็ยังมีโอกาสชนะถึง 7 ส่วนอยู่ดีในการสังหาร แน่นอน! กับเจ้าเองก็เช่นกัน.......แต่ดูเหมือนข้าจะไม่ต้องลงมือแล้วล่ะ เพราะคนที่จะสังหารเจ้าอยู่บนฟ้า”

     

    พูดจบ! เด็กหนุ่มชี้นิ้วไปยังจุดหนึ่งบนท้องนภา และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาก็คือเงาร่างชายหญิงรวม 10 ร่าง ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายทรงพลังแกร่งกล้า

     

    “ท่านพ่อตา! คนที่ทำให้เสี่ยวหลิงจนเกือบตายอยู่ที่นี่ ท่านสามารถคิดบัญชีแค้นได้ตายใจ” เย่หยุนซีตะโกนกล่าวออกไปจนสุดเสียง ใช่แล้ว! ชายหญิง 10 คนนี้แท้จริงคือกองกำลังของหลิงหยวนผู้ซึ่งเป็นประมุขแห่งนิกายท่วงทำนองสวรรค์

     

    “หลิงหยวนงั้นหรือ!!”

     

    แลเห็นภาพนี้ จื่อหยางดวงตาเบิกกว้าง แน่นอน! หากเป็นหลิงหยวนคนเดียว มันย่อมไม่หวาดหวั่น แต่ทว่าด้านหลังของหลิงหยวนกลับมีผู้แกร่งกล้าระดับมหาจักรพรรดิถึงสองท่าน

     

    หนึ่งคืออดีตมหาจักรพรรดิแห่งจักรวรรดินภากระจ่าง ส่วนอีกคนคือโฉมสะคราญอันดับหนึ่งของแผนดินในเวลานี้และมีศักดิ์เป็นองค์จักรพรรดินีองค์ปัจจุบัน

     

    ‘หนี! ต้องหนีเท่านั้น!!’

     

    ความหวาดกลัวสุดขีดเกาะกุมจิตใจของมัน ประมุขนิกายบรรพตโลหิตหมุนกายพุ่งทะยานไปบนฟากฟ้า โดยไม่สนใจเลยว่าบุตรชายและผู้ติดตามของตนเองจะเป็นเช่นไร

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน