(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 158 สีแดงแรงสามเท่า

    ตอนที่ 158 สีแดงแรงสามเท่า



    “เรื่องมันมีอยู่ว่า...ผมเองก็ไม่รู้แน่ชัดเหมือนกันว่าร้านรวงกับร้านกระทะทองมีเรื่องอะไรกันมาในก่อนหน้านี้ ผมแค่ติดตามเพื่อนๆ และนักผจญภัยคนอื่นๆ ที่บอกต่อกันมาว่า ร้านรวงกำลังแจกเนื้อให้กินฟรีก็เท่านั้นครับ” นักผจญภัยเริ่มบอกเล่าถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะเกิดการต่อสู้ให้กับไลท์และขามุงที่อยู่รอบๆ ได้ฟัง



    “ซึ่งพอร้านรวงติดป้ายประกาศกินฟรีเช่นนี้ ก็มีนักผจญภัยอย่างเช่นพวกผมที่หลงเข้าไปใช้บริการที่ร้านของพวกเขา โดยในร้านรวงได้มีนักผจญภัยอีกหลายสิบคนที่ติดตามพวกผมเข้ามา”


    นักผจญภัยคนนั้นเว้นจังหวะเล็กน้อย เพื่อเตรียมที่จะบอกเล่าถึงชนวนเหตุที่ทำให้เกิดการต่อสู้ระหว่างร้านกระทะทองและร้านรวง ที่หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังเคยกอดคอ จงใจมาหาเรื่องร้านอาหารของไลท์กันอยู่เลย


    “นักผจญภัยอีกหลายสิบคนที่ติดตามพวกผมเข้ามา ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นลูกค้าที่เคยรับเงินจากร้านกระทะทองเมื่อตอนเช้า แต่พอในตอนเที่ยงร้านกระทะทองไม่ได้แจกเงินให้กับพวกเขาอีกแล้ว ซึ่งประจวบเหมาะกับที่ร้านรวงได้มีการแจกอาหารฟรี คนเหล่านั้นจึงพามากินอาหารที่ร้านรวงครับ”



    ไลท์ได้ฟังมาถึงตรงนี้ ก็พอจะเดาเหตุการณ์ต่อจากนี้ได้แล้ว...เจ้าของร้านกระทะทองคงจะมาเห็น ลูกค้าเก่าของตัวเอง กำลังไปกินอาหารอยู่ที่ร้านรวงแล้วก็คงบังเกิดโทสะและความไม่พอใจขึ้นมา



    ยิ่งกอปรกับที่ร้านรวงตั้งป้ายลดราคาแจกฟรี อยู่ทั่วเต็มสองข้างทางด้วยแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับการจงใจหาเรื่อง ร้านกระทะทองที่ติดป้ายลดราคาในก่อนหน้า จนทำให้ร้านรวงและร้านกระทะทอง มีปากมีเสียงกันในช่วงเช่านั่นเอง

    ชนวนเหตุที่เริ่มต้นจากมิตรภาพอันจอมปลอม ที่สุดแล้วก็เป็นเพียงความสัมพันธ์อันฉาบฉวย



    ร้านกระทะทองที่ถือตัวว่าตนเองนั้นเป็นร้านใหญ่ มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหลวง เมื่อถูกร้านรวงพากันรุมกลั่นแกล้งเอาคืนบ้าง ก็ดูเหมือนจะเก็บงำอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ มันไปต่อว่าถึงการกระทำของร้านรวงต่างๆ

    โดยที่ไม่สนสี่สนแปด ว่าตัวมันเองนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด



    มันต่อว่า ดุด่า ด้วยถ้อยคำอันหยาบคายและหยามเหยียดศักดิ์ศรีของร้านรวงต่างๆ เป็นอย่างมาก แต่ในครั้งนี้ร้านรวงต่างๆ ไม่ได้ยินยอมให้ถูกด่าตามอำเภอใจและต้องเป็นลูกไล่ของร้านกระทะทองอยู่ฝ่ายเดียวอีกแล้ว


    พวกมันกว่า 5 ร้าน รวมหัวกัน ลดราคาอาหารจนแทบจะแจกฟรี ก็เพื่อต้องการที่จะหักหน้าร้านกระทะทองอย่างตั้งใจ


    ดังนั้นเมื่อร้านรวงถูกด่าทอปาวๆ อยู่ด้านนอกร้าน พวกมันก็สวนกลับ ด่าคืนร้านกระทะทองกลับไปบ้างเช่นกัน


    แม่ค้า พ่อค้าปากตลาดอย่างร้านรวงเหล่านี้ ไม่ใช่พ่อครัวสูงศักดิ์อันใด เจ้าของร้านพวกนี้เป็นเพียงแค่คนสามัญทั่วๆ ไป ไฉนเลยที่ร้านกระทะทองที่ทะนงตนว่ามีเกียรติจะคารมและโต้เถียง ชาวบ้านปากตลาดได้ง่ายๆ

    และเมื่อสู้ด้วยคำด่าไม่ได้ สุดท้ายเจ้าของร้านกระทะทองก็ได้เลือกที่จะใช้กำลัง แน่นอนว่าด้วยความที่เจ้าของร้านกระทะทอง นั้นถือเป็นผู้ใช้เวทอยู่ในระดับ 2 ดาว ผนวกกับมีลูกน้องอีกนับสิบ ที่คอยเฝ้าติดตาม


    ทั้งนี้ด้วยความที่ร้านรวงพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นชาวบ้าน ในเรื่องของพลังเวทที่พวกเขามีย่อมไม่อาจต่อกรกับเจ้าของร้านกระทะทองและพรรคพวกของมันได้เลย



    ร้านรวงถูกตบตีอยู่ฝ่ายเดียว แม้จะมีนักผจญภัยที่พยายามจะเข้าช่วยเหลือแต่พวกเขาก็ถูกเจ้าของร้านกระทะทอง ข่มขู่เอาไว้ว่าหาก เสนอหน้าเข้ามายุ่งกับการเล่นสนุกของตนเอง


    นักผจญภัยเหล่านั้นจะถูกสั่งสอนด้วยเช่นกันและในที่สุดสถานการณ์ก็จบลงด้วยการที่ เจ้าของร้านกระทะทองได้ให้คนของมัน ระเบิดและเผาร้านรวงจนเสียหายย่อยยับ กะว่าไม่ให้ร้านรวงเหล่านี้ ไปตั้งร้านขายที่ไหนได้อีกเลยนั่นเอง

    ซึ่งหลังจากการระเบิดก็มีเจ้าของร้านรวงเสียชีวิตไป 2 คน ที่เหลืออีก 3 คน บาดเจ็บสาหัส



    ส่วนตัวของเจ้าของร้านกระทะทองหลังจากระบายโทสะจนอีกฝ่ายต้องล้มตาย มันก็รีบชิงหลบหนีไปก่อนที่จะถูกทหารองครักษ์ของท่านไวทเคานต์ที่ประจำการอยู่อีกฟากหนึ่งตามจับได้ทัน



    ส่วนพรรคพวกที่เป็นคนลงมือและระเบิดร้านตามคำสั่งของเจ้าของร้านกระทะทองผู้เป็นเจ้านาย แม้จะพยายามหลบหนีกันไปคนละทิศละทาง แต่สุดท้ายพวกมันก็หนีไม่พ้น ถูกองครักษ์ของท่านไวทเคานต์นิคควบคุมตัวและจับกลับมาได้ครบทุกคน เว้นก็แต่เจ้าของร้านกระทะทองเพียงผู้เดียวที่หลบหนีไปได้สำเร็จ


    ไลท์ยืนมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความอดสู แม้ในใจจะรู้สึกสงสารกับความเป็นความตายของเจ้าของร้านรวงที่ถูกเจ้าของร้านกระทะทองหลอกใช้ จนเกิดเรื่องโศกนาฏกรรมนี้ขึ้น

    แต่ก็ต้องยอมรับว่า ร้านรวงพวกนี้ ถ้าหากไม่ละโมบจนเกินไปและไม่คิดที่จะกลั่นแกล้งร้านของเขามาตั้งแต่แรก จนต้องไปเข้าพวกกับร้านกระทะทอง


    เจ้าของร้านพวกนี้ก็คงจะไม่ต้องบาดเจ็บและล้มตายกันแบบนี้ ดั่งเช่นเจ้าของร้านรวงที่เลือกยอมแพ้ไปตั้งแต่แรกๆ

    อย่างมากที่สุดก็ขาดทุนกันไปคนละเล็กละน้อย ใครช้าหน่อยก็ขาดทุนย่อยยับจนต้องติดหนี้ติดสิน



    “พวกนายสองคนไปช่วยท่านไวทเคานต์ ควบคุมสถานการณ์กันก่อนเถอะ อย่าให้ไฟที่กำลังล่ามอยู่พวกนี้ ทำลายป่าของพวกเราได้”

    “ได้ครับ แต่เชฟไลท์ก็ระวังตัวด้วยนะครับ ตอนนี้แม้ทหารจะยังไล่ตามจับเจ้ากระทะทองกันอยู่ ใครจะรู้มันไอ้ลูกหมากระทะทองอาจจะแอบอยู่แถวๆ นี้ก็ได้ครับ”

    “ไม่ต้องห่วงฉันหรอก พวกนายต่างหากที่ต้องระวังตัวเอง เพราะถึงอย่างไรฉันก็มีเจ้าโปริ่งคอยดูแลอยู่แล้ว”

    ไลท์ได้สั่งให้โทมัสและจิม เข้าไปช่วยทหารควบคุมเพลิงที่กำลังลุกไหม้จากแรงระเบิด ที่เผาเอาร้านรวง ที่กำลังวอดวายด้วยไฟเพลิงอันร้อนแ

    และด้วยการช่วยเหลือของโทมัสและจิม ที่จัดว่าเป็นผู้ที่มีพลังเวทระดับสูงนี้เอง ผ่านไปไม่นานไฟเพลิงที่โหมรุนแรง ก็ค่อยๆ สงบลงและดับไปในที่สุด



    ซึ่งประจวบเหมาะกับไวทเคานต์นิค ที่ได้พาตัวเจ้าของร้านที่บาดเจ็บสาหัสไปรักษายังโบสท์ของนักบวชแห่งแสงที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านดาราฉาย ไม่ห่างออกไปจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10-15 นาที หากเดินทางด้วยรถม้า ก็ได้กลับมาถึงที่เกิดเหตุพอดิบพอดี



    “คนก่อเหตุทั้งหมดที่ถูกจับกุมได้ ได้ถูกคุมขังอยู่ที่กระโจมเรียบร้อยแล้วครับ” หัวหน้าหน่วยรีบเข้ามาแจ้งกับไวทเคานต์นิคในทันทีที่อีกฝ่ายกลับมา

    “ไปสอบปากคำพวกมันกันและสั่งให้คนของเรา กระจายกันออกตามหาไอ้ชั่วนั้นกลับมารับโทษให้ได้ เข้าใจไหม!” น้ำเสียงของไวทเคานต์นิคดูโมโหมาก แม้คำพูดที่ใช้พูดกับหัวหน้าหน่วยและคนของตัวเอง ก็ยังเจือไปด้วยความแข็งกร้าว

    เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มันแทบจะอยู่ภายใต้จมูกของไวทเคานต์นิค ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ขุนนางวัยกลางคนผู้นี้จะดูโมโหเป็นอย่างมาก



    เขากำลังถูกไอ้โง่คนหนึ่ง ลูบคม เข้าให้อย่างแรง!


    ท่านไวทเคานต์เดินบึ้งตึงกลับไปยังกระโจมเพื่อเตรียมที่จะสอบปากคำและลงโทษคนผิด ในระหว่างทางก็พลันสังเกตเห็นถึงพ่อครัวหนุ่มที่กำลังช่วยเหลือองครักษ์ของตนในการช่วยดับไฟ จนเพลิงได้ดับสนิทลงไปแล้ว



    “ท่านไลท์ก็มาช่วยด้วยเหรอ?” ไวทเคานต์หันไปถามกับหัวหน้าหน่วย ทว่าน้ำเสียงที่เคยดุดัน กลับเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อขุนนางผู้นี้ได้พูดถึงไลท์

    “ใช่ครับ ท่านไลท์ ท่านโทมัสและท่านจิม ได้ช่วยหน่วยของเราดับไฟครับ ที่พวกเราควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะท่านไลท์และทั้งสองคนครับ” หัวหน้าหน่วยตอบกลับ ก่อนที่จะไม่ลืมเอ่ยถึง การช่วยเหลือจากไลท์ ที่เข้ามาช่วยตนเองในการดับไฟ

    โดยไม่พูดเอาดีเข้าตัวหรือพูดขโมยผลงานในครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย



    “อืม ฉันติดหนี้ท่านไลท์เยอะเกินไปแล้ว เอาเถอะฉันรู้แล้วว่าจะตอบแทนท่านไลท์ยังไงดี ไว้เสร็จเรื่องจากนี้ค่อยมอบของขวัญให้ท่านไลท์สักหน่อยก็แล้วกัน” ไวทเคานต์นิคมองดูเศษซากร้านรวงที่กลายเป็นเถ้าถ่าน พลางเหลือไปมองยังร้านอาหารที่ยังคงสมบูรณ์ด้วยรอยยิ้มเล็กๆ

    ซึ่งร้านอาหารที่สมบูรณ์ปราศจากรอยไหม้ที่ว่านี้ก็คือ ร้านกระทะทอง นั่นเอง


    ไวทเคานต์นิคได้มองผ่านร้านกระทะทองที่ยังคงสมบูรณ์ด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะปรับอารมณ์ให้กลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง พร้อมกับมุ่งหน้ากลับไปยังกระโจมที่ใช้คุมขังผู้ก่อเหตุ



    กระโจมของท่านไวทเคานต์ถูกคุ้มกันแน่นหนาและปิดตัวเงียบอยู่หลายชั่วโมง


    จวบจนคุณผู้หญิง ภรรยาของท่านไวทเคานต์และลูกๆ ได้มาออกกำลังกายกันในตอนเย็น ตามกิจกรรมที่ไลท์ได้กำหนดไว้ พวกเขาก็ยังไม่รู้เลยว่า ผู้เป็นสามีจะจัดการกับบทลงโทษนี้ยังไง



    เธอรู้เพียงแต่ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ตัวไวทเคานต์นิคดูจะโมโหเป็นอย่างมาก ถึงขนาดแจ้งเรื่องนี้กลับไปยังเมืองหลวงเพื่อออกหมายจับและตั้งค่าหัวกับเจ้าของร้านกระทะทองด้วยโทษฐานเป็น อาชญกรและฆาตกรเลยทีเดียว


    “กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปเลยนะครับ” ไลท์พยักหน้ารับฟังในขณะที่เขากำลังสอนท่าทางการอบอุ่นร่างกายให้กับ คุณผู้หญิง เอลล่า ได้ทำตามไปพร้อมๆ กัน


    “ซี๊ด...อู๊ย! ท่านี้เหมือนขาของดิฉันจะขาดเลยคะท่านไลท์” คุณผู้หญิงพยายามเหยียดขาตามที่ไลท์ทำ


    เธอร้องโอดครวญเล็กน้อย เมื่อกล้ามเนื้อขาของเธอที่ตึงเพราะไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน ต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลง

    ส่วนทางด้านของเอลล่านั้นเหยียดขาได้อย่างสบายๆ สรีระของเด็กสาวนั้นดัดได้ง่าย อีกทั้งเอลล่าก็อยู่กับไลท์มานาน มีหรือที่ไลท์จะไม่เคยสอนการอบอุ่นร่างกายก่อนที่จะเริ่มทำอาหารที่ต้องใช้พละกำลังและร่างกายที่หนักหน่วง



    เอลล่าช่วยประคองคุณผู้หญิงจนกระทั่ง ทั้งสองคน พร้อมที่จะออกกำลังกายด้วยการเดิน เป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง



    โดยระยะทางก็เป็นรอบๆ ร้าน ที่ทอดยาวไปถึงป่าดาราฉาย เดินกลับไปมาอยู่อย่างนั้น ซึ่งระหว่างที่คุณผู้หญิงและเอลล่ากำลังเดินอยู่นั่นเอง

    ทางด้านไลท์ก็ได้กลับเข้าไปในร้าน พร้อมกับหยิบเอาวิทยุสื่อสารที่เขาได้มาจากร้านค้าในระบบตอนที่ ระบบได้สอนให้เขาถ่ายทอดพลังเวทจากโลก The Gloria เข้าไปเป็นแหล่งพลังงานกับอุปกรณ์ในร้านค้านั่นเอง


    อย่างไรก็ตามระหว่างที่ไลท์กำลังจะขึ้นไปหลบอยู่ที่ห้องนอนเก่าของเขาที่อยู่ชั้นบนของร้านนั่นเอง


    จู่ๆ โทมัสและจิมที่พึ่งจะอาบน้ำ ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากไปช่วยทหารดับไฟ ก็พลันเห็นเข้ากับวิทยุสื่อสารรูปร่างแปลกตาในมือของไลท์พอดิบพอดี



    “นั้นอะไรเหรอครับเชฟ?” ทั้งสองถามด้วยแววตาที่ลุกวาว เพราะนอกจากวิทยุสื่อสารของไลท์จะมีรูปร่างที่แปลกตาแล้ว สีสันของมันที่มีสีแดงสด ก็ทำให้ทั้งสองคนดูจะสนอกสนใจมันมากพอสมควร


    ดั่งเช่นคำกล่าวที่คนในโลกก่อนของไลท์มักพูดกันว่า ‘สีแดงแรงสามเท่า’


    “ชู่วๆ พูดเบาๆ มันคือสิ่งประดิษฐ์ลับของฉัน พวกนายอย่าได้เสียงดังไป” ไลท์ทำปากบอกให้โทมัสและจิม พูดเบาๆ

    ปากจุ๊ๆ ของไลท์ ในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับคนที่กำลังถูกจับได้ เขารีบกวักมือเรียกทั้งสองคนให้ตามขึ้นมา



    แน่นอนว่าเรื่องที่เขาอาจจะต้องซื้ออุปกรณ์จากร้านค้าในระบบ เพื่อเข้ามายกระดับร้าน ยังไงเสียมันก็ต้องเกิดขึ้นสักวันหนึ่ง

    ดังนั้นไลท์จึงไม่คิดที่จะปิดบังถึง วิทยุสื่อสาร นี้ให้กับโทมัสและจิมได้รับรู้ อีกทั้งในอนาคตพนักงานของร้านอาหารสามเวลา ก็อาจจะจำเป็นต้องใช้มันด้วยเช่นกัน



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy