ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    ร่ายรำ

    ร่ายรำ

    “ผลการประกวดในรอบนี้ผู้ที่ผ่านเข้ารอบคือ” เสียงชายวัยกลางคนผู้ขึ้นเปล่งเสียงประกาศออกมาให้ได้ยินทั่วทั้งงานด้วยการเปล่งเสียงที่ใช้พลังปราณคำพูดของเขาจึงได้ยินกันทั่ว

    “ชื่อพี่ใหญ่ๆๆ”ของแฝดที่ตั้งใจฟังกันอย่างมากเมื่อมีชื่อของพี่สาวก็ร้องดีใจออกมาทันที

    “พี่ใหญ่พี่สาวข้าก็ได้เข้ารอบเช่นกัน”เยว่สือที่นั่งฟังอย่างใจจดจ่อไม่ต่างกันเมื่อได้ยินชื่อพี่สาวเขาก็อดร้องออกมาอย่างดีใจไม่ต่างจากสองแฝดเมื่อครู่เลย

    “ยินดีกับลูกทั้งสอจริงๆตัวพวกนางคงภูมิใจมากที่เข้ามาถึงขนาดนี้ได้” นางลี่จูเอ่ยออกมายิ้มๆนางเองก็ภูมิใจในตัวบุตรสาวมากไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องมานั่งดูบุตรสาวมาประกวดอะไรแบบนี้

    “พี่สาวพวกเจ้ากำลังจะออกมาแล้วรีบเข้าไปรับเถอะ”จิ้นสิงเอ่ยบอกออกมาเพราะพวกนางจะได้ออกมาพักแล้วก่อนที่จะเข้าไปแข่งขันรอบต่อไป

     

               เมื่อการประกวดรอบเช้าจบไปมีผู้เข้ารอบทั้งหมด30คนรอบต่อไปผู้คุมบอกก่อนแล้วว่าจะประกวดการร่ายรำให้พวกนางไปเตรียมตัวให้พร้อมการแข่งขันจะเริ่มอีกทีตอนบ่าย

    “เราก็รีบกลับจวนไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวกันต่อเถอะ” นางลี่จูเอ่ยบอกบุตรสาวก่อนจะพากันรีบกลับจวนทันที ก่อนจะกลับมาใหม่ในอีกหนึ่งชั่วยามให้หลัง

     

               การประกวดรอบต่อไปมาถึงรอบนี้หญิงสาวจำนวนทั้งสามสิบจะออกมาร่ายรำกันทีละคนให้ทั้งกรรมการและผู้ชมดูกันโดยระยะเวลาของแต่ละคนต้องไม่เกินหนึ่งในสามของหนึ่งเค่อเท่านั้น(5นาทีจ้า) เมื่องานเริ่มผู้คนก็เข้ามาชมกันเยอะยิ่งกว่าตอนเช้าเสียอีก

    “คุณหนูๆคุณหนูจวนข้า”  “นี่บุตรสาวของขุนนางเห่อช่างงดงามนัก”  “บุตรสาวของขุนนางฮุยก็ช่างอ่อนช้อยงดงามนัก”หลายๆเสียงคำวิจารย์ที่พูดคุยออกมากันอย่างสนุกสนานทั้งชื่นชมยินดีกันกับคนที่เขารู้จักหรือเพียงได้เจอในงานพวกเขาก็พากันเอ่ยชมกันหลายความเมื่อเห็นการร่ายรำของพวกนาง

     

    “ถึงคราวพี่เยว่ซินแล้ว”สองแฝดที่เห็นเยว่ซินเดินออกมาหยุดอยู่ตรงกลางเวทีจึงรีบเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น

    “ข้าตื่นเต้นมากเลยพี่เยว่ซินจะตื่นเต้นไหมนะ” หมิงเลี่ยนเอ่ยออกมาเมื่อตามองเห็นพี่สาวเยว่ซินอยู่ตรงกลางมีผู้คนมากมายกำลังจับจ้องอยู่

    “พี่ใหญ่จะต้องตื่นเต้นอยู่แล้วแต่นางจะต้องสงบจิตสงบใจไว้ ส่วนเจ้าไม่ต้องตื่นเต้นมากก็ได้”เยว่สือเอ่ยออกมาอย่างขำๆ กับท่าทีของเจ้าเด็กชายที่กำลังเป็น

    “ก็ข้าเป็นห่วงหนิหรือว่าท่านไม่” หมิงเลี่ยนเอ่ยตอบเขา

    “ข้าก็ห่วงแต่ว่าก็ไม่ต้องกังวลมากก็ได้” เยว่สือตอบเด็กชายไปก่อนจะหันกลับมาสนใจบนเวทีต่อเมื่อเสียงชายวัยกลางคนเอ่ยขานชื่อนางออกมาแล้ว นางก็เริ่มทำการแสดงทันที

    “ตึม ตะตึมๆ”เสียงดนตรีการแสดงของนางดังขึ้น เสียงดังทรงพลังจากกลองส่งให้รู้สึกฮึกเหิมออกมานางร่ายรำได้อย่างแข็งแรงด้วยชุดสีดำแบบกางเกงที่ดูคล้ายนักรบนั้นนางยิ่งดึงดูดสายตาผู้คนได้ดีการร่ายรำของนางนั้นทั้งแข็งแรงและดุดันสีหน้าท่าทางก็แสดงออกมาได้ดีจึงเป็นที่พูดถึงของผู้ชมได้ไม่ยาก

    “หญิงสาวผู้นี้แสดงออกมาได้ไม่เลวคล้ายจอมโจรสาวที่จะมาขโมยหัวใจข้าไปเลย”เสียงชายหนุ่มหลายคนเริ่มพูดถึงนางกันไปทั่วงานกับการแสดงถึงการแสดงจบลงไปพวกเขาก็จำนางได้อยู่ถึงจะมีคนอื่นขึ้นมาแสดงให้พวกเขาได้ดูก็ตาม

     

    “พี่ใหญ่ๆๆถึงตาพี่ใหญ่แล้ว” สองแฝดร้องออกมาเมื่อเห็นพี่สาวตนเดินออกมาตรงกลาง นางมาในชุดร่ายรำสีขาวสะอาดตาคล้ายเซียนตัวน้อยๆลงมาเดินเล่นบนโลกมนุษย์นี้ไม่มีผิด

    “พี่ใหญ่สู้ๆๆๆ”สองแฝดอดที่จะร้องตะโกนออกไปไม่ได้ถึงจะไม่รู้ว่าเสียงนี้จะไปถึงพี่สาวหรือไม่ก็ตามแต่เพียงพี่สาวพวกเขาหยุดยืนอยู่นั้นนางก็หันมาส่งยิ้มหวานมาให้พวกเขากัน

    “นางยิ้มให้ข้ารึ”  “เจ้าบ้า นางยิ้มให้ข้าต่างหาก”เพียงรอยยิ้มของลี่ถิงก่อนเริ่มการแสดงก็เรียกสายตาคนดูให้จดจ้องที่นางได้หมดแล้ว

    “ดูคนพวกนั้นสิพี่ใหญ่ยิ้มให้ข้าต่างหาก”หมิงลู่เอ่ยออกมาเมื่อได้ยินชายที่นั่งอยู่ไม่ไกลเอ่ยออกมาให้เขาได้ยิน

    “ใช่ๆได้ยินไหมพี่ใหญ่ยิ้มให้พวกข้าาา” หมิงเลี่ยนก็เห็นด้วยพูดออกมาเสียงงดังๆให้ได้ยินไปถึงคนพวกนั้นเลย

    “กริ้ง กริงง”เสียงดนตรีของลี่ถิงดังขึ้นนางก็เริ่มร่ายรำตามที่ได้ฝึกซ้อมมาทันทีเสียงดนตรีประกอบของนางแปลกนักมันเป็นเสียงกระดิ่งเสียงใสที่ดังขึ้นเป็นท่วงทำนองให้นางได้ร่ายรำตามการร่ายรำของนางนั้นช่างอ่อนช้อย เชื่องช้าแต่สะกดสายตาคนดูอย่างยิ่งนางร่ายรำไปอย่างช้าๆทั่วทั้งเวทีไหนจะการที่นางนั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ด้วยแล้วเมื่อกระโดดขึ้นไปจึงหยุดอยู่กลางอากาศได้นานกว่าคนทั่วไปก่อนที่จะค่อยๆปล่อยตัวลงมายังพื้นเวทีนี้ ซึ่งนี่เรียกเสียงเรียกชื่นชมจากปากผู้ชมด้านล่างได้ไม่ยาก

    “พี่ใหญ่เก่งมากเลย”เสียงสองแฝดร้องขึ้นอีกครั้งเมื่อการแสดงจบลงไม่ต่างจากผู้คนทั้งหลายก็ต่างชมนางออกมาไม่ขาดปาก

    “นางเป็นผู้ฝึกปราณด้วยรึ” “เทพธิดาตัวน้อย ข้าหลงรักเจ้าแล้ว”  “คุณหนูร้านเจี้ยนเฉิงมิใช่รึข้าจำนางได้” เสียงผู้คนเอ่ยปากชมออกมาเมื่อนางจบการแสดงลงก่อนหน้านี้พวกเขาสงบเงียบยืนนิ่งกันอยู่เมื่อจบแล้วจึงได้ขยับตัวเอ่ยปากกัน

               ลี่ถิงเมื่อจบการแสดงแล้วนาวจึงเดินกลับเข้าไปนั่งที่เพื่อนั่งชมการแสดงของผู้อื่นต่อแต่ยามนางที่กำลังเดินกลับไปนั่งที่นั้นหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างทางที่นางจะเดินเข้าไปมีหญิงสาวนางที่ไม่ชอบหน้านางมาแต่ไหนแต่ไรยิ่งเห็นการแสดงของนางนั้นยิ่งรู้สึกหมั่นไส้มากยิ่งขึ้นนั่งมองอยู่ลี่ถิงที่กำลังเดินผ่าน นางก็ไม่รั้งรอที่จะหาทางทำให้ลี่ถิงขายหน้าต่อผู้คนเช่นนี้

    “หึเจ้าจะต้องได้รับเสียงหัวเราะจากผู้คนทั่วทั้งงาน” เสียงนางเอ่ยกับตัวเอง ก่อนที่ขานางจะยื่นออกมาขวางทางเดินเล็กๆที่ลี่ถิงกำลังเดินผ่าน

     

     

    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน