วันอาทิตย์สมควรเป็วันแห่งการพักผ่อนอย่างน้อยก็สำหรับคนที่พึ่งไปหาหมอในเมื่อได้ยามาก็ควรนอนพักอยู่บ้านใช้ชีวิตเรียบง่ายไปตามประสานอนอุดอู้ในวันหยุดถือเป็ที่สุดแห่งความรื่นรมย์ประเภทหนึ่ง
หากเขาไม่อาจทำแบบนั้นได้อย่างน้อยก็ในตอนนี้
“ รู้งี้ซื้อของตุนไว้ั้แ่วันพุธก็ดี ”การบ่นที่ไร้ความหมายถึงตอนนี้ของกินในบ้านของเขาเกลี้ยงทุกอย่างขืนไม่ออกมาซื้ออะไรเข้าไปมีหวังเขาได้อดตายคาบ้าน
การมาซื้อของความจริงก็ไม่ใช่เื่เลวร้ายปัญหาคือนี่เป็่ต้นเดือนแม้จะพึ่งเป็่เวลาเที่ยงจำนวนคนที่มาซื้อของก็ไม่ได้บางนั่นทำให้เขาต้องมารอจ่ายเงินซื้อของแบบนี้
ความเบื่อหน่ายทำให้เด็กหนุ่มนึกอยากหยิบมือถือขึ้นมาเล่นแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าลืมเอามาที่สุดจึงได้แต่เหลือบไปมองโทรทัศน์ที่ติดกลางร้านเอาไว้ให้คนคิดเงินดูแก้เบื่อ
“ เมื่อคืนวานพบศพชายคนหนึ่งที่ถูกฆาตกรรมอย่างอุกอาจภายในลานจอดรถของบริษัทใหญ่สืบทราบว่าผู้ตายเป็ชายที่ชื่อหลุยส์ ซามัวร์ที่ถูกพบศพภายในรถส่วนตัวสาเหตุการตายคือถูกของมีคมเฉือนเข้าใส่ลำคอตำรวจสันนิฐานว่าฆาตกรน่าจะเป็คนรู้จักที่มีความแค้นส่วนตัวกับผู้ตาย... ”การรายงานข่าวจากโทรทัศน์เหมือนที่เป็อยู่ทุกวันหัวข้อข่าวถูกเมินข้ามไม่ให้ความสนใจในเวลาไม่นาน
“ เฮ้อ เมืองนี้เป็อะไรไปหมดคนฆ่ากันตายเป็ว่าเล่น พอตกกลางคืนก็มีตัวประหลาดเพ่นพ่านเต็มไปหมดแถมตำรวจก็ดันไปสนับสนุนไอ้พวกบ้านี่อีก ”
“ ทำไงได้ขนาดตำรวจยังปกป้องตัวเองไม่ได้กลายเป็เหยื่อของเ้าฆาตกรฆ่าตำรวจอะไรนั่นเลยนี่หว่า แถมยังจับไม่ได้สักทีด้วย ”
“ แต่ตำรวจสมัยนี้เองก็น่ารำคาญงานการไม่ค่อยทำวันๆนั่งดวดแต่เหล้ากับบุหรี่เวลาโทรไปก็ไม่ค่อยรับสายแถมกว่าจะมาก็ชักช้าเกิดเจอโจรขึ้นบ้านหรือเื่อะไรถ้ามัวแต่รอตำรวจกว่าพวกมันจะมาพวกเราก็คงตายห่ากันไปก่อนแล้วแหละ”
“ เพราะแบบนี้ล่ะมั้งโจรมันถึงได้วิ่งพล่านทั่วเมืองไม่สนใจกฎหมายกันเลย” ประเด็นการสนทนาเรื่อยเปื่อยระหว่างคนคิดเงินกับลูกค้าที่เหมือนจะรู้จักกันมันกลับดึงดูดความสนใจได้มากพอดู
น่าเสียดายที่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเขาในยามนี้เท่าไหร่นัก
หลังการซื้อของจุดหมายแรกของเขาย่อมเป็การตรงกลับบ้านไม่รู้ว่าวัยรุ่นทั่วไปใช้ชีวิตอย่างไรแต่สำหรับเขาการไปเที่ยวเล่นไม่ได้ก่อให้เกิดอะไรแถมเปลืองพลังงานในเมื่อมีเวลาว่างพักได้ก็สมควรจะพัก...
“ อ๊ะ คุณดีแลนท์ ” สำหรับคนที่พึ่งย้ายมาแถมไม่ได้ผูกมิตรกับทั้งเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนบ้านอย่างเขายากที่จะหาคนร้องทักพอได้ยินเสียงจึงแทบจะเดาตัวตนได้ทันที
“ อ่า ทาคิซาวะ มิโคโตะ ใช่ไหมครับ? ”ร่างเล็กก้มหัวให้เป็เชิงทักทายเล่นเอาเขาพยักหน้ารับให้แทบไม่ทัน
“ คุณดีแลนท์มาซื้ออะไรเหรอ? ” สายตาจ้องมองไปยังถุงพลาสติกรายของเด็กหนุ่มเองก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยหากเลือกจะเปิดถุงให้ดูเพราะมันไม่ใช่อะไรที่ต้องปิดบังถึงเพียงนั้น
“ อื๋อ ไม่มีของสดเลยมีแต่อาหารกระป๋องกับอาหารแห้งนี่นา ”
“ พอดีผมไม่ค่อยถนัดการทำอาหารเท่าไหร่น่ะครับจะให้มาซื้อกินข้างนอกทุกมื้อมันก็แพงด้วย ” ค่าครองชีพของเมืองคาเมล็อตสูงจนเกินรับถึงขั้นที่ว่าอาหารกระป๋องพวกนี้ยังราคาถูกกว่าอาหารสักมื้อเสียอีก
“ แต่แบบนี้มันก็... ” สายตาของร่างเล็กเต็มไปด้วยความรู้สึกประหลาดใจหนึ่งอยากจะค้าน แต่มันก็เหมือนจะเลือนหายไปในลำคอ
คนยุคนี้ก็มีคุณภาพชีวิตประมาณนี้กันหมด ไม่มีเวลามาทำอาหารหรือดูแลตัวเองแค่ทำงานหารายได้ก็แทบจะหมดเวลาชีวิตกันแล้วถึงกรณีของเขาจะไม่เหมือนแต่ก็ยังกล้อมแกล้มจัดอยู่ในหมวดหมู่นี้ได้
“ ว่าแต่ทางคุณเถอะครับมาซื้ออะไรล่ะ? ”บทสนทนาขาดหายทำให้เขาจำต้องเปิดประเด็นใจจริงจะเงียบแล้วขอแยกตัวออกไปทั้งแบบนี้ก็ได้แต่ในเมื่อเ้าตัวมาชวนคุยเขาก็ไม่ค่อยอยากให้เสียน้ำใจเท่าไหร่
“ มาซื้อพวกของสดกลับไปกะว่าจะทำมื้อเย็นให้...จริงด้วย เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ” มือเล็กทุบลงบนฝ่ามือตัวเองท่าทางเหมือนนึกอะไรออกก่อนจะหันมาหาเด็กหนุ่ม “ คุณดีแลนท์บ่ายนี้มีนัดที่ไหนหรือเปล่า?”
“ โดยรวมวันนี้ไม่ได้มีนัดที่ไหนเป็พิเศษถ้าจะให้พูดก็ว่างแทบทั้งวันล่ะนะครับ ”
“ งั้นมาที่บ้านผมไหม?อยากจะขอบคุณที่คุณดีแลนท์ช่วยผมเอาไว้ เอาเป็ว่าเดี๋ยวผมจัดการเื่มื้อเที่ยงให้เอง” การถามอย่างไม่คิดอะไรหากมันทำให้คนฟังแทบจะขมวดคิ้วเข้าหากัน
เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดความกังขาพริบตาแรกเขาคิดด้วยซ้ำว่าตนกำลังถูกเล่นตลกอะไรไม่แน่ใจว่าที่เด็กคนนี้พูดจริงจังเพียงไหนแต่พอได้มองเข้าไปดวงตาของร่างเล็กมันก็ทำให้เขารู้ว่าเจตนาในการชวนของเด็กชายนั้นบริสุทธิ์ใจ
และนั่นแหละที่ยิ่งเป็ปัญหาจนทำให้เขาอยากกุมขมับ
“ เอ่อ ทำไมเหรอครับ? ” เหมือนสังเกตเห็นสีหน้าของเขาร่างเล็กก็เริ่มรู้แล้วว่ามีอะไรผิดปกติ
“ ก่อนอื่นผมต้องขอละลาบละล้วงสักหน่อยที่บ้านของคุณมีใครอยู่หรือเปล่าอย่างผู้ปกครองหรืออะไรเทือกนั้น? ”
“ ไม่มีหรอกผมอยู่กับพี่ชายแค่สองคนเท่านั้นแหละ ” น้ำเสียงที่เคยร่าเริงหงอยลงเล็กน้อยชวนให้คนฟังเริ่มรู้สึกผิดกระนั้นเขาก็ยังปั้นหน้านิ่งต่อไปตามเดิม
“ คือผมไม่รู้นะว่าคนอื่นจะมองยังไงแต่อยู่ๆมาชวนคนอื่นไปบ้านเนี่ยมันค่อนข้างล่อแหลมนะครับลองคิดว่าผมเป็เด็กผู้หญิงแล้วเจอคุณออกปากชวนแบบนี้ดูสิ ” พริบตาแรกเ้าตัวเอียงคอแต่พอเข้าใจในสิ่งที่เขาจะสื่อใบหน้าน่ารักก็เริ่มลนลาน
“ มะ ไม่ใช่นะ!!ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นละ แล้วก็ๆ ”
“ ผมรู้คุณไม่ได้ตั้งใจจะสื่อไปในทางนั้นคุณก็เห็นผมเป็ผู้ชายเลยไม่คิดอะไรแค่อยากตอบแทนเื่ที่ช่วยแต่มันก็ยังถือเป็เื่ที่ไม่ควรทำอยู่ดี ” เอาเข้าจริงก็น่าปลื้มใจอาหารทำมือที่มีคนตั้งใจทำให้เป็สิ่งที่เขาแทบไม่มีโอกาสได้ัั
“มันอันตรายเกินไปอย่าลืมสิครับว่าคุณอายุแค่สิบสองคุณอาจคิดว่าคุณโตแล้วแต่เชิงสรีระคุณยังเอียงไปทางเด็กอยู่มากการชวนคนอื่นเข้าบ้านแบบนี้เท่ากับเปิดทางให้พวกมิจฉาชีพเข้าไปตามสะดวกเลยนะยิ่งที่บ้านคุณไม่มีผู้ใหญ่อยู่แค่เด็กวัยรุ่นสองคนด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ”
“ และที่สำคัญไม่ว่าผมจะทำอะไรให้คุณก็ตามแต่ความจริงพวกเราพึ่งรู้จักกันไม่นานคุณเองก็พึ่งจะได้เจอกับผมเป็ครั้งที่สองเองด้วยซ้ำไม่คิดเหรอว่าผมอาจจะประสงค์ร้ายกับคุณก็ได้ ถ้าเกิดผมเป็คนร้ายที่้าหวังผลอะไรบางอย่างมันจะไม่แย่เอาเหรอ?”
สีหน้าของเด็กชายเจื่อนลงทุกขณะชวนให้เกิดความรู้สึกสงสารแต่ไม่ใช่สำหรับเขาถ้าไม่เตือนเด็กคนนี้ดีๆอาจเป็อันตรายกับเ้าตัวก็เป็ได้
“ เพราะงั้นผมขอบอกไว้ที่นี่เลยอย่าชวนใครเข้าบ้านง่ายๆยิ่งถ้าอยู่กับพี่ชายแค่สองคนด้วยผมแนะนำให้คุณยิ่งระวังตัวมากขึ้นไปอีก ” ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมต้องออกปากเตือนยาวยืดขนาดนี้ทั้งที่ปฏิเสธไปสั้นๆคำเดียวก็จบแล้ว
รู้แก่ใจหากพอเห็นสีหน้าสดใสปราศจากการระวังภัยความใสซื่อที่หาได้ยากจากเด็กยุคนี้ประกอบกับหน้าตาน่ารักที่เอียงไปได้ทั้งชายและหญิงชวนให้เขากังวลจนต้องออกปากเสียยาวเหยียด
หนึ่งในนิสัยเสียที่เหมือนจะแก้ไม่หายไปทั้งชีวิต
“ ถ้าทำให้ไม่พอใจผมก็ต้องขอโทษด้วยส่วนเื่ขอบคุณนั่นไม่ต้องก็ได้ครับผมไม่คิดมากหรอก ” หมดเื่ที่เขาอยากพูดแล้วถ้าโดนเมินหรือต่อว่าก็เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้แต่ถ้าเด็กคนนี้เป็อะไรไปแล้วเขาไม่ออกปากคงไม่ใช่เื่สนุกเท่าไหร่
ใบหน้าของเด็กชายก้มต่ำลงท่าทางที่เหมือนเก็บกลั้นอารมณ์ทำให้เขาไม่คิดรีรอบอกในสิ่งที่้าจะบอกไปแล้วเื่อื่นก็ไม่มีความจำเป็เท้าก้าวออกเตรียมจะเดินจากแต่วินาทีนั้นชายเสื้อกลับถูกรั้งเอาไว้
มือเล็กๆที่แทบไม่ต้องคาดเดาว่าเป็ใครอื่นนอกจากคนที่เขาพูดด้วยเป็วรรคเป็เวรเมื่อครู่
“ คุณดีแลนท์พูดถูกจริงๆนั่นแหละผมก็ไม่เคยคิดถึงเื่นี้เลยขอบคุณครับ ” การตอบรับแตกต่างจากที่คาดไม่ได้โกรธหรือขัดเคืองเลือกจะขอบคุณและยอมรับในสิ่งที่ตนผิดอย่างซื่อตรง
“ ผมมันพวกอาศัยตัวคนเดียวเลยต้องระวังหน่อยเอาเข้าจริงไอ้ที่ว่ามาอาจจะเป็แค่ความหวาดระแวงไปเองก็ได้ ” อย่างไรเสียเด็กคนนี้ก็ยังมีพี่ชายอยู่ทั้งคนถึงเขาจะได้คุยกับรายนั้นแค่ไม่กี่คำก็เถอะ
“ แต่ว่าอย่างน้อยก็ยืนยันได้อย่างหนึ่ง ”สีหน้าคล้ายกลัดกลุ้มพลันกระจ่างใสขึ้นมากะทันหัน “ คุณดีแลนท์เป็คนดีจริงๆนั่นแหละ ”
“ ผมน่ะนะ? ”
“ อื้อก็ถ้าเป็คนไม่ดีคงไม่ออกปากเตือนแบบนี้หรอก ” การพยักหน้ายืนยันในสิ่งที่พูดออกมาเหมือนมั่นใจซะเต็มประดาแตกต่างจากรายของคนฟังที่อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ
เพราะถ้าว่าโดยส่วนตัวแล้วเขาคิดว่าตนห่างไกลจากคำๆนั้นมากโข
“ ถ้าคิดแบบนั้นก็แบบนั้นก็ตามใจแล้วกันครับ ” ไปขัดก็ใช่ที่อย่างไรเสียมันก็ไม่ใช่เื่เสียหายแถมจะให้ออกปากอธิบายเขาก็คงไม่ทำด้วย
“ แต่ว่าผมก็ยังอยากตอบแทนอยู่ดีเอางี้แล้วกันเดี๋ยวผมซื้อของเสร็จแล้วเลี้ยงอาหารคุณดีแลนท์สักมื้อดีกว่า ”
“ ถ้าเป็เื่เงินที่เสียไปเนี่ยจริงๆไม่ได้มากมายอะไรไม่ต้องเก็บมาใส่ใจขนาดนั้นก็ได้ ”ไม่อยากบอกว่าเขาได้เงินจำนวนที่ว่าคืนมาจนครบทั้งยังเหมือนจะเกินไปหน่อยๆด้วย“ แต่ในเมื่อว่ากันขนาดนั้นผมก็ไม่เกรงใจล่ะนะครับ ”
ของที่ซื้อไม่ได้ผิดออกไปจากเขาเท่าไหร่ต่างคือเด็กชายเน้นซื้อของสดมากกว่าผักผลไม้ที่เขาแทบไม่ได้ใส่ใจเองก็เช่นกันความละเอียดอ่อนในการเลือกมากกว่าตนโขใช้เวลาพักหนึ่งกว่าเ้าตัวจะเลือกซื้อได้ของตามที่้า
สัมภาระรุงรังมากพอดูเหมือนปริมาณของที่เด็กชายซื้อจะมากยิ่งกว่าเขาเสียอีกมันชวนให้คิดว่าเ้าตัวจะแบกทั้งหมดนี้ไหวหรือเปล่าแต่พอเห็นว่าสามารถถือได้อย่างไม่มีปัญหาความคิดที่จะช่วยเหลือจึงเป็อันตกไป
ยามแรกเด็กชายตั้งใจจะพาไปยังร้านอาหารที่ดูหรูหราแต่เหมือนเ้าตัวจะไม่คุ้นชินเลยไม่รู้ต้องไปที่ไหนแน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้หวังจะให้เด็กมัธยมต้นมาเลี้ยงอะไรที่มันแพงมากมายอยู่แล้ว
สุดท้ายเลยมาจบที่อาหารง่ายๆที่เน้นเพิ่มแป้งและไขมันเข้าไปในกระแสเือย่างฟาสฟู้ตคนที่เป็ห่วงรูปร่างทั้งหลายอาจพยายามเลี่ยงแต่เขาไม่ได้สนใจเท่าไหร่และส่วนตัวเขาก็ค่อนข้างใช้พลังงานในแต่ละวันมากอยู่แล้วด้วย
การกินเป็ไปอย่างเรียบเรื่อยไม่เร่งร้อนถึงตัวอาหารจะถูกออกแบบมาให้กินได้เร็วแต่เขาไม่ได้รีบปานนั้นร่างเล็กเองก็ไม่ได้สั่งอะไรมาเอาแต่นั่งจ้องมองเขากินอาหารหากถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าสายตากำลังจับจ้องที่เขากินตาไม่กระพริบ
“ กินด้วยกันไหมครับ? ”
“ มะ ไม่ได้ก็นี่มันส่วนที่ผมต้องเลี้ยงชดเชยคุณดีแลนท์ จะให้ผมกินด้วยได้ไง ” มือไม้ส่ายเป็พัลวันเหมือนจะบอกว่าไม่เป็ไรแต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตาม
โครก
เสียงท้องร้องลอยลอดมาอาจไม่ได้ดังอะไรแต่ด้วยระยะที่ไม่ห่างบวกกับประสารทััส่วนตัวมันจึงไม่อาจหลุดรอดตัวของเด็กชายก็เหมือนจะรู้ใบหน้าน่ารักเริ่มขึ้นสีเล็กๆบ่งบอกถึงความรู้สึกกระดากขึ้นมาเล็กน้อย
“ ถ้าหิวทำไมไม่สั่งมาอีกชุดล่ะครับจะได้กินด้วยกันไปเลย” นี่มันก็เกือบบ่ายสองนับเป็เวลาที่สมควรจะกินมื้อกลางวันการมีเสียงท้องร้องจึงไม่ใช่เื่ที่ต้องอายแต่อย่างใด
“ ไม่ได้หรอกต้องเหลือไว้เป็ค่ารถกลับบ้านอีก” คำพูดของเด็กชายชวนให้งุนงงก่อนจะทำให้เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
สำหรับเด็กที่ไม่ได้มีผู้ปกครองหมายความว่ารายรับที่มีนั้นแทบเป็ศูนย์กรณีของเด็กชายอาจมีพี่ที่ชายแต่ถึงทำงานพิเศษก็ใช่จะได้เงินมามากมายการประหยัดเงินถือเป็เื่ปกตินั่นอาจเป็สาเหตุว่าทำไมเ้าตัวถึงนั่งนิ่งเพราะนำเงินมาพอดีกับของที่ต้องซื้อ
“ ไหนๆก็ไหนๆมากินด้วยกันไหมล่ะครับ?อาจไม่อิ่มเท่าไหร่แต่ก็น่าจะพอรองท้องไปได้บ้างนะ ”
“ ตะ แต่ว่านี่เป็ของตอบแทนคุณดีแลนท์... ”สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเลเหมือนรู้สึกว่าสิ่งที่ตนทำมันไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่
นิสัยมีความรับผิดชอบและซื่อตรงแบบนี้ให้พูดก็ไม่ได้รังเกียจสำหรับเขามันออกไปทางน่าเอ็นดูอีกใจกลับรู้สึกสงสารเพราะรู้ดีว่าไอ้นิสัยแบบนี้จะทำให้เด็กชายอยู่ในสังคมลำบาก
“ สั่งขนาดใหญ่สุดมาให้แบบนี้ถึงเป็ผมก็กินไม่หมดหรอกแถมเอากลับบ้านไปก็ไม่อร่อยแล้วด้วยถือซะว่าช่วยผมกินหน่อยก็แล้วกัน ”
“ งะ งั้นก็ ทานล่ะนะครับ ” มือเอื้อมไปหยิบมันฝรั่งทอดก่อนเริ่มกินตามประสา ในขณะที่เขาเองก็กินไปเรื่อยเปื่อยไร้ความรีบร้อนแต่ครั้งนี้มันต่างออกไป
อาหารของร้านพวกนี้ไม่ว่ากินที่ไหนก็ควรจะเหมือนกันเพราะมันถูกปรุงรสมาั้แ่กระบวนการผลิตที่ทางร้านทำก็แค่นำมันมาผ่านความร้อนเพื่อให้กินได้เท่านั้น น่าประหลาดที่ยามนี้เขากลับรู้สึกว่ารสชาติของมันดีกว่าทุกครั้ง
บางทีอาจเป็เพราะเขาได้ร่วมโต๊ะอาหารกับใครอื่นอย่างสบายใจก็เป็ได้
มื้ออาหารจบสิ้นหลังจากที่มันฝรั่งชิ้นสุดท้ายถูกกลืนลงไปในท้องคำนวณจากปริมาณที่กินเด็กชายคงจะไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่แต่ก็คงเป็แบบนั้นเ้าตัวยังคงระลึกว่ามันเป็มื้ออาหารของเขา
“ งั้นหลังจากนี้มิโคโตะก็จะกลับบ้านเลยสินะครับ” ล่วงเลยมาขนาดนี้ขืนยังไม่กลับทางบ้านจะเป็ห่วงเสียเปล่าตัวเขาเองก็อยากกลับไปสันหลังยาวอยู่ที่บ้านเต็มแก่แล้วด้วย
“ อื้อขอบคุณนะคุณดีแลนท์ทั้งที่วันนี้ผมตั้งใจจะตอบแทนแต่กลายเป็เหมือนผมต้องให้ช่วยอีกจนได้ ”
“ ไม่ต้องคิดมากหรอกผมก็แค่ทำในสิ่งที่ควรทำแต่คราวหน้าอย่าทำแบบนั้นอีกล่ะครับ ผมไปช่วยไม่ไหวแล้วนา ” การแซวที่ทำให้คนเด็กกว่ายิ้มบางก่อนผงกหัวให้การทักทายแบบตะวันออกที่เขาไม่คุ้นชินเท่าไหร่แต่ก็ตอบรับด้วยท่าเดียวกัน
เท้าก้าวเดินเตรียมหมุนกายจากไปมันควรจะเป็การกลับบ้านอย่างเอื่อยเฉื่อยเดินทอดน่องไปประมาณยี่สิบนาทีก็จะถึงที่พักของเขาเอาของเข้าเก็บตู้เย็นจากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนปล่อยให้เื่ในวันนี้ผ่านเลยไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เปรี้ยง!!
เสียงสั้นๆที่กึกก้องเรียกความสนใจจากหลายต่อหลายคนบางรายก็สะดุดใ บางรายก็รู้สึกสงสัย บางรายก็หันทิศทางไปยังต้นเสียงว่ามันเกิดอะไรขึ้นหนึ่งในนั้นคือเด็กชายที่ตวัดสายตาไปมองเหมือนคนอื่นๆ
วินาทีนั้นร่างเล็กพลันโดนกระชากไปด้านข้างแรงกระแทกที่ชวนให้รู้สึกงุนงงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนที่พึ่งบอกลาไปในวินาทีเมื่อครู่การผลักที่ทำให้ร่างเล็กถอยติดกำแพงข้าวของที่หิ้วมาทั้งหมดหลุดมือ
“ เงียบก่อน นั่นเสียงปืน ” คำพูดที่ทำให้เด็กชายเข้าใจทุกอย่างในพริบตาสายตาสอดส่องด้วยความตระหนกคล้ายไม่นึกฝันว่าจะมีคนยิงกันกลางวันแสกๆ
ทันทีที่เริ่มรู้ว่าเป็อะไรก็เกิดเสียงเอะอะผู้คนเริ่มแตกตื่นในขณะที่เด็กหนุ่มผลักเด็กชายให้เข้าไปในซอยเล็กๆดวงตาสีดำกวาดมองสถานการณ์พร้อมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์เลวร้ายที่อาจเกิดขึ้น
ไม่กี่วินาทีจากนั้นรถยนต์คันหนึ่งก็แล่นผ่านหน้าของพวกเขาไปจากความเร็วในการขับไม่ต้องบอกก็รู้ว่าน่าจะเป็รถของพวกที่ลั่นะุออกไปเมื่อครู่ดวงตาสีดำเพ่งมองรถคันที่วิ่งผ่านพวกเขาไปเต็มกำลังหมายจดจำลักษณะของรถคันนั้นให้ได้มากที่สุด
ดวงตากวาดมองไปยังกระจกรถคันหนึ่งที่จอดอยู่แม้จะเหมือนว่าโจรออกไปแต่ใช่จะปลอดภัยสายตามองผ่านภาพสะท้อนเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างสงบลงก่อนเขาจะเดินนำออกมาตรวจตราให้แน่ใจอีกรอบ
“ คิดว่าคงไม่มีอะไรแล้วล่ะครับเก็บของแล้วรีบไปกันดีกว่า ”ของที่ซื้อมาตกกระจัดกระจายบางส่วนมีร่องรอยบุบหากเขาก็จับของที่หล่นออกจากถุงยัดเข้าไปแล้วยื่นให้เ้าของ
“ มะ เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ เกิดอะไรขึ้น? ”คนที่เหมือนจะงงไม่หายคือเด็กชายมือเอื้อมรับของที่ถูกยื่นมาให้อย่างลืมตัวสมองยังคงเต็มไปด้วยความตระหนกปนเปไปกับความสงสัยในเื่ที่เกิด
“ ไม่มีอะไร ก็แค่คดีจี้ปล้นธรรมดา ” เหลือบมองไปทางบริเวณที่เกิดเหตุเหมือนจะเป็ร้านขายของชำแห่งหนึ่งผู้คนยืนออกันเป็จำนวนมากเหมือนเกิดอะไรขึ้นสักอย่างแต่ไม่จำเป็ต้องสนใจ แม้เขาเหมือนจะได้ยินเสียงะโบอกให้โทรเรียกรถพยาบาลก็ตาม
เื่แบบนี้เป็สิ่งที่เกิดเป็ประจำทุกวันในเมืองแห่งนี้หน้าฉากอาจดีและสวยงามแต่เนื้อในไม่ใช่เมืองนี้เต็มไปด้วยปัญหามากมายสาเหตุมาทั้งจากความสามารถในการจัดสรรทรัพยากรที่ย่ำแย่ประกอบกับคนที่ย้ายมาอยู่มาจากหลายถิ่นและเชื้อชาติกลายเป็ปัญหาที่แก้ไม่ตก
ระบบสาธารณูปโภคไร้ประสิทธิภาพก่อให้เกิดมลพิษช่องว่างระหว่างคนรวยและจนสูงเกินไป ภาครัฐที่สมควรเข้ามาดูแลในจุดนี้ก็ขาดความสามารถและเต็มไปด้วยการฉ้อฉลแถมยังมีผู้มีอิทธิพลที่ทำตัวเหนือกฎหมายอยู่มากมาย บางสถานที่แทบจะเป็แหล่งรวมตัวของโจรผู้ร้ายที่คนปกติไม่กล้าเหยียบย่างเข้าไป
ตัวอย่างง่ายๆกรณีการจี้ปล้นหรือวิ่งราวเป็คดีที่วันหนึ่งเกิดขึ้นเป็จำนวนมหาศาลตำรวจที่มีหน้าที่รักษากฎหมายเองก็หย่อนยานจนไม่คิดตามจับโจรอย่างจริงจัง ต่อให้มีการยิงกันตายแต่ถ้าโชคร้ายไปเจอเข้ากับตำรวจที่ไม่ได้ความการดำเนินคดีก็จะล่าช้า
นี่ยังไม่ได้พูดถึงว่าถ้าคนก่อเหตุเป็พวกที่เกี่ยวกับแก๊งค์ทั้งหลายมันจะยิ่งทวีความยากจนแทบจะเป็คดีที่ไม่ได้อะไรหรือจับแพะ
และก่อนที่พวกเขาจะโดนลากไปเกี่ยวกับวังวนแบบนั้นการชิ่งออกไปก่อนก็นับเป็ทางเลือกที่ไม่เลว ระหว่างที่คิดและกำลังจะพาใครอีกคนไปด้วยนั่นเอง
“ แม่จ๋า แม่จ๋า ” อ้อแอ้เหมือนเสียงของเด็กเล็กน้ำเสียงไม่มีความเศร้าสร้อยคงเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรแต่จากที่เขาสังเกตเหมือนว่าคนที่เธอเรียกจะไม่สามารถส่งเสียงตอบได้อีกต่อไปภาพะเือารมณ์ที่ทำให้หลายต่อหลายคนต่างเบือนหน้า
แต่สำหรับเขามันกลับทำให้ภาพอะไรบางอย่างในหัวผุดขึ้นมาแทน
“ เป็อะไรหรือเปล่าคุณดีแลนท์สีหน้าไม่ค่อยดีเลย ”
“ ไม่มีอะไรหรอกครับสงสัยความใจะทำให้โรคประจำตัวของผมกำเริบละมั้ง ” ไร้ความลังเลมือเอื้อมไปหยิบซองยาก่อนแกะออกมาจากห่อกลืนมันลงไปโดยไม่จำเป็ต้องอาศัยน้ำแต่อย่างใด
“ ผมว่าคุณดีแลนท์นั่งพักก่อนดีกว่านะ ”ร่างเล็กตรงเข้าประคองคนโตกว่าความเป็ห่วงฉายออกมาอย่างชัดแจ้ง
“ อยู่ตรงนี้ก็ไม่ดีขึ้นหรอกเดินเลี่ยงออกไปสูดอากาศก่อนน่าจะดีกว่าไปกันเถอะครับ ” แม้จะยังอิดออดแต่เมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดขาวของเขาทำให้ไม่มีทางเลือกถึงจะไม่เต็มใจแต่ก็ยอมเดินตามมาอย่างว่าง่าย
ไม่รู้เหมือนกันว่ามิโคโตะเห็นเขาเป็แบบนี้จะคิดว่าเขาหวาดกลัวหรือใเกินเหตุหรือเปล่า แต่ไม่อย่างไหนมันก็ไม่ได้ถูกต้องทั้งนั้น
เพราะสิ่งที่เขารู้สึกในยามนี้คือความไม่สบอารมณ์ที่กำลังลุกไหม้อยู่ในอก