หลังจากวันนั้นบรรยากาศระหว่างฉันกับพี่เจก็ดู…แปลกไปนิดหน่อย ทุกอย่างเหมือนมีอะไรบางอย่างเพิ่มเข้ามา เช่นตอนนี้...
ในขณะที่แม่กับป้าเมย์ออกไปทำธุระด้านนอก ซึ่งก็คือการไปเที่ยวอีกเช่นเคย ฉันกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะในห้องนั่งเล่น ส่วนพี่เจนั่งทำงานอยู่บนโซฟาใกล้ ๆ ฉันแอบเหลือบมองเขาเป็ระยะ พี่เจใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว แขนเสื้อพับขึ้นเล็กน้อย ข้อมือใหญ่จับปากกาขีดอะไรบางอย่างลงในเอกสาร ท่าทางจริงจังแบบนั้นทำให้เขาดูหล่อจนน่าหงุดหงิด ทำไมต้องหล่อขนาดนี้ด้วยนะ...
ฉันรีบก้มหน้ากลับมามองที่หนังสือทันทีเมื่อรู้ตัวว่ามองเขานานเกินไป
“มองพี่ทำไม” เสียงทุ้มพูดขึ้น ฉันสะดุ้งเมื่อถูกจับได้ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าพี่เจกำลังมองฉันอยู่แล้ว
“ใครมองคะ?” ฉันถามกลบเกลื่อนทันที
“เหรอ” เขาเลิกคิ้วทำท่าทางคล้ายกับไม่เชื่อ
ฉันแกล้งทำเป็จดจ่อกับหนังสือผ่านไปสักพักเสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามา เมื่อฉันเงยหน้ามามองตามเสียง ก็พบว่าพี่เจเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ แก้วนมถูกวางลงตรงหน้าฉันอย่างเบามือ
“อ่านหนังสือก็พักสายตาบ้าง” ฉันมองแก้วนมนั้นแล้วเงยหน้ามองเขา
“แล้วพี่เจไม่ดื่มเหรอคะ”
“เอาไว้ให้เด็กก็พอ ผู้ใหญ่เขาไม่ดื่มกันหรอก” คำตอบยียวนสมกับเป็พี่เจทำให้ฉันเกือบหลุดยิ้ม
“โตแต่ตัวนะสิไม่ว่า” ฉันพึมพำเบา ๆ
“อย่างอื่นก็โตนะ” ฉันยกแก้วนมขึ้นจิบเล็กน้อยแล้วเบือนหน้าหนี เนื่องจากไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขา
“ขอบคุณนะคะ”
“อืม” คำตอบสั้น ๆ ตามสไตล์เขา แต่ดวงตาคมเข้มยังคงมองมาที่ฉันอยู่เหมือนเดิมทำให้ฉันเริ่มรู้สึกประหม่า
“พี่เจ…” ฉันพูดขึ้นเมื่อพี่เจยังคงจ้องฉันไม่วางตา
“หืม”
“มองอะไรคะ” เขานิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบออกมา
“ดูว่าเด็กคนนี้โตขึ้นั้แ่เมื่อไหร่” ฉันกะพริบตาปริบ ๆ
“หมายความว่าไงคะ” เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย
“เมื่อก่อนยังตัวเล็กอยู่เลย”
“ตอนนี้ก็ไม่ได้ตัวใหญ่นะ!” ฉันเถียงทันที พี่เจหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาขยี้ผมฉัน ความร้อนแผ่ซ่านลงบนศีรษะทันทีเมื่อมือของพี่เจัั
“ก็ยังเหมือนเดิมนั่นแหละ” พี่เจตอบและยังคงไม่หยุดขยี้ผมฉัน
ฉันรีบปัดมือเขาออก “ผมยุ่งหมดแล้ว!”
“ก็น่ารักเหมือนเดิมอยู่ดี” คำพูดและการกระทำนั้นของพี่เจคล้ายกับทำให้ฉันหัวใจพองโตอย่างห้ามไม่อยู่
พี่เจเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา เขาจึงกระแอมเบา ๆ แล้วเดินกลับไปที่โซฟาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันแอบยกมือแตะผมตัวเอง ไม่รู้ทำไม…แค่ถูกขยี้ผมก็รู้สึกดีแปลก ๆ เราสองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งบ่าย บางครั้งก็คุยกัน บางครั้งก็แค่เงียบ...แต่ทุกครั้งที่เราบังเอิญสบตากัน ฉันมักจะเป็ฝ่ายหลบตาก่อนเสมอ ไม่ใช่เพราะไม่อยากมอง แต่เพราะ…ถ้ามองนานกว่านั้น ฉันกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงหัวใจฉัน
ตอนเย็นหลังฝนตกหนัก ฉันกำลังนั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว ตักโยเกิร์ตใส่ปากพลางดูคลิปในมือถือ ตอนที่กำลังหัวเราะชอบใจกับคลิปตลกนั้น พี่เจก็เดินเข้ามาในครัว เปิดตู้เย็นเหมือนกำลังหาอะไรสักอย่างก่อนจะพูดขึ้น
“กินข้าวยัง?” ฉันชูโยเกิร์ตให้เขาดูแทนคำตอบ
“แล้วพี่เจล่ะ”
“ยังเลย” เขาหยิบขวดน้ำออกมาดื่ม แล้วพิงเคาน์เตอร์ฝั่งตรงข้ามฉัน พี่เจมองถ้วยโยเกิร์ตในมือฉัน
“อร่อย?”
“ก็ดีค่ะ” ฉันพูดแล้วยิ้มให้เขาสำหรับฉันของกินทุกอย่างอร่อยหมด เรียกได้ว่าคือ์ของคนเดินดิน
“ลองไหมคะ” เขาเหลือบมองช้อนในมือฉัน ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ มือใหญ่เอื้อมมาจับข้อมือฉันเบา ๆ ดึงช้อนเข้าหาตัวเอง แล้วตักโยเกิร์ตกินเหมือนเป็เื่ปกติ
พี่เจเคี้ยวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า ฉันมองท่าทีของเขาแล้วหัวเราะเบา ๆ เขายักไหล่แล้วหันไปหาของในตู้เย็นต่อ เขาทำให้ฉันใจเต้นอีกแล้ว
“พี่จะออกไปซื้อของ...” พี่เจหยิบกุญแจรถจากเคาน์เตอร์ เขาหันมามองฉันแล้วพูดต่อ
“ส้มจะไปด้วยไหม...” ฉันลังเลก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ เขาพยักหน้าเป็เชิงว่ารับรู้ มือหนาค่อย ๆ ดึงมือของฉันไปกุมไว้หลวม ๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือนั้นทำให้ฉันเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ฉันก้มมองมือของเราที่กุมกันอยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองเขาและก็พบว่า…พี่เจกำลังยิ้มอยู่เหมือนกัน
ในคืนเย็นวันหนึ่งฝนตกั้แ่หัวค่ำ แม่กับป้าเมย์ออกไปข้างนอกและเหตุผลเดิม ๆ ว่าจะออกไปใช้ชีวิต ฉันนั่งอยู่บนพื้นห้องนั่งเล่นพิงโซฟา ดูซีรีส์ในทีวีไปได้สักพักแล้วก็เริ่มง่วง พี่เจเดินลงมาจากชั้นบนก่อนจะหยุดที่ข้าง ๆ โซฟา
“ยังไม่นอนอีกเหรอ” เขาถาม
“รอให้ตอนนี้จบก่อนค่ะ” พี่เจเดินมาแล้วนั่งลงข้าง ๆ ฉัน
“มันสนุกขนาดนั้นเลย?”
“ก็ตลกดีนะ ขำดีค่ะ” ฉันตอบแต่ตอนนี้ไม่ได้ตั้งใจดูแล้ว เพราะรู้สึกได้ถึงสายตาพี่เจที่กำลังมองอยู่ เมื่อฉันมองหน้าเขาเชิงว่ามองทำไมกัน
“ก็แค่สงสัย” พี่เจพูดขึ้นโดยที่ฉันไม่ได้ถาม
“สงสัยอะไรคะ” เขาเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย
“ทำไม่นี้ส้มถึงชอบมาใกล้ ๆ พี่” ฉันขมวดคิ้วทันที
“ส้มไม่ได้—” แต่พูดไม่ทันจบ พี่เจหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาดึงรีโมตออกจากมือฉัน
“พอแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ง่วง”
“ส้มกำลังดูอยู่นะพี่เจ!” ฉันลุกขึ้นพยายามจะแย่งรีโมตคืน ร่างสูงยกแขนหนีอย่างรวดเร็ว
ฉันปีนขึ้นไปบนโซฟาเพื่อจะคว้ารีโมตจากมือเขาให้ได้ สุดท้ายเลยกลายเป็ว่าฉันเผลอคร่อมขาเขาโดยไม่ตั้งใจ เราทั้งคู่ชะงักพร้อมกัน ความร้อนวูบขึ้นมาที่หน้าอย่างห้ามไม่ได้ ฉันรีบจะถอยออก แต่พี่เจจับข้อมือฉันไว้ก่อน
“เดี๋ยวสิ...หนีทำไม” เสียงเขาเบาลงนิดหนึ่ง
“ก็…มัน—”
“มันอะไร” ฉันพูดไม่ออก นี่พี่เจตั้งใจแกล้งฉันชัด ๆ เขามองหน้าฉันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นแตะแก้มฉันเบา ๆ ความอุ่นจากปลายนิ้วของเขาแผ่ซ่านมาถึงแก้มของฉัน
“ส้ม” ฉันเงยหน้ามองเขา พี่เจเงียบไปสองสามวินาทีเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ
“พี่อยาก…” เขาหยุดไปนิดหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้
“จูบ…ส้ม” เมื่อริมฝีปากของพี่เจััผ่านพวงแก้ม
“ถ้าแม่พี่เห็น…” ฉันกระซิบ
“แม่เราไม่อยู่” พี่เจหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ รู้ตัวอีกทีริมฝีปากหยักก็แตะลงมาอย่างแ่เบา นานนับนาทีกว่าที่พี่เจจะถอนริมฝีปากออก แล้วเพียงชั่วครู่ก็ประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้งอย่างช้า ๆ ลำแขนของเขาโอบรัดฉันแน่นขึ้น ัับางเบาจากริมฝีปากของพี่เจแตะลงที่แก้มของฉัน ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปยังลำคอ
“พี่เจ…” ฉันพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก
“หืม…” เขาตอบโดยที่ริมฝีปากยังคงวนเวียนอยู่กับลำคอของฉัน
“พี่ควร…จะหยุดใช่มั้ย” พี่เจกดจูบหนัก ๆ ลงมาที่ลำคอของฉัน ก่อนจะดึงฉันลงมานั่งบนตักเขาแทน ลำแขนแข็งแรงโอบรอบเอวฉันไว้หลวม ๆ แผ่นหลังฉันััได้ถึงความแข็งแรงของหน้าอกแกร่ง ใบหน้าหล่อซบลงมาที่ซอกคอขาวแล้วก้มลงััที่แก้มฉันอีกครั้ง และอีกครั้งอย่างไม่รู้จบ...
ทีวียังเล่นต่อไป แต่เราไม่มีใครสนใจมันแล้ว ฉันเอนศีรษะพิงไหล่เขาโดยไม่รู้ตัว พี่เจก้มมองฉันเล็กน้อย ก่อนจะโอบฉันให้แน่นขึ้น