บทที่38 เห็ดหอม
สัปดาห์ที่สองของเดือนหก ฝนก็เริ่มตก เริ่มจากปรอยๆ ก็เป็นตกหนักบ้าง ฟ้าฝนของยุคสมัยนี้ช่างตรงต่อเวลาเสียจริง อันผิงจึงต้องอยู่แต่ในบ้านตอนนี้นั่งอยู่ในห้องโถง บ้านนี้ดีอย่าง ไม่ว่าโต๊ะทำงานท่านพ่อก็อยู่ห้องนี้ท่านแม่ก็นั่งเย็บผ้าห้องนี้ เพราะก่อนหน้านี้ท่านแม่วัดตัวพวกเราสามคนอีกครั้งงานนี้จะมีคนได้ชุดใหม่ ไม่อยากจะอวด
ส่วนอันผิงจึงนั่งคัดตัวอักษรบนโต๊ะเตี้ยที่ท่านพ่อทำให้ของอันหยางก็มี ซึ่งเธอต้องนั่งกับพื้น และนั่งหลังตรง และบรรจงคัดตัวอักษร
ถามว่าชอบไหม ไม่ นั่งไปอย่างเมื่อย แต่ต้องอดทนเมื่อมาอยู่ในโลกนี้แล้ว อะไรที่เป็นพื้นฐานของเขา เธอก็สมควรต้องทำ
เมื่อมองท่านพ่อ และท่านแม่ที่มุ่งมั่นกับงานตรงหน้าของตน อ้อ เธอลืมอันหยางไปรายนั้นใส่ชุดฟางกันฝนออกจากบ้านไปแต่เช้า คาดเดาว่าคงไปสมทบกับจางเหล่านี่เขาถึงวัยที่จะต้องเริ่มห่างจากน้องสาวอย่างเธอแล้วเหรอ
เธอก็ดราม่าไปอย่างนั้นแหละ เพราะความเป็นจริงอันหยางก็ยังใส่ใจดูแลเธออยู่อย่างเดิมนั่นแหละ
เพราะฝนตก อากาศก็จะชื้นๆ เธอก็เลยคิดถึงน้ำซุปร้อนๆยิ่งถ้าเป็นน้ำซุปกระดูกหมูจะดีที่สุด ถ้าต้มให้เปื่อยๆ ก็จะฟินเป็นที่สุดเล่ามาเยอะไม่ใช่อะไรหรอก ก็นี่หน้าฝนแล้วโครงการที่เธอคิดไว้ตอนที่เปิดร้านหลงเปาจึ ก็คือต้มกระดูกหมูใส่เห็ดหอม
กลิ่นของเห็ดหอมนั้นเวลาอยู่ในน้ำซุปช่วยในเรื่องการเพิ่มรสชาติของอาหารเป็นอย่างมากและประโยชน์ของมันก็หลายอย่างน่าดู
เธอจะยกตัวอย่างให้ฟังก็แล้วกันนะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก ที่จริงเธอก็เพิ่งรู้หลังจากใช้พรการค้นหาที่เคยขอไว้แล้วเพราะความจริงเธอชอบเพราะมันเคี้ยวอร่อย และอร่อยเป็นที่สุดเวลาอยู่ในต้มจับฉ่ายหรือไม่ก็ในน้ำซุป ยิ่งถ้าในน้ำซุปนั้นเป็นเห็ดหอมสด
สรุปก็คือเธอชอบเพราะมันเป็นส่วนประกอบอาหาร ที่ใส่มาแล้ว อาหารอร่อย
ดังนั้นมาเข้าเรื่องกันดีกว่า เพราะการเพาะเห็ดหอมต้องใช้อากาศที่ชื้นและช่วงนี้คือเหมาะสมที่สุดที่เธอจะใช้พร คิดได้ดังนั้น ก็เลยเอ่ยขอพรในใจ
‘ข้าขอไอเท็ม ให้ขอนไม้ที่ถูกกองเอาไว้เป็นที่นั่งตรงบริเวณสวนพริกนั้น เกิดเห็ดหอมขึ้นมา กระจายกันทุกขอนไม้ที่มีอยู่และให้ท่านพ่อหาวิธีที่เพาะมันขึ้นมา โดยลองผิดลองถูกอยู่ราวๆ สองเดือนหลังจากนี้จากนั้นก็ได้วิธีที่ถูกต้อง’
ขอเสร็จก็อย่างเช่นทุกที แสงสีขาววิ่งผ่านเข้ามาในหัว
ทำไมต้องขอให้ท่านพ่อพบวิธีเพาะให้ยุ่งยากด้วยนะเหรอตามการเพาะเห็ดหอมที่อ่านในระบบ มันก็ไม่ได้เพาะได้ง่ายอยู่แล้วเพราะปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งจะไม่ตรงตัวไปมาอย่างเห็ดบัว อีกอย่างถ้าเพาะได้ทันทีเกิดท่านพ่อใจดี แจกจ่ายชาวบ้าน ต้นไม้ไม่ต้องถูกโค่นกันช่วงหน้าฝนหรอกเหรอแล้วหน้าฝนมีอะไร ฟ้าผ่าอย่างไรล่ะ เกิดไปตัดต้นไม้กันตอนฝนตก โดนสายฟ้าฟาดขึ้นมา
มันก็บาปเอาสิ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตแต่ละคน ผ่านสองเดือนไปก็อาจจะหมดหน้าฝนแล้วล่ะมั้ง
จากนี้อีกสักสองอาทิตย์ ก็รอว่าคนจะต้องได้กลิ่นหอมๆ ของเห็ดเป็นแน่แต่เพื่อความชัวร์ วันไหนที่อากาศแจ่มใส เธอก็จะต้องไปสำรวจ ตรวจดูเสียหน่อย
อ้า แค่คิดถึงซุปที่ใส่เห็ดหอม ก็มีความสุขแล้ว
ตอนนี้ก็ทำเพียงร้องเพลงรอไปก่อน
เพราะอารมณ์ที่ดี ก็เผลอเปล่งเสียงร้องเพลงออกมาห้องที่เงียบจึงมีเสียงเล็กๆ ของอันผิงร้องเพลงขึ้นมาหงุงหงิงท่านพ่อและท่านแม่จึงชะงักงานในมือ ฟังลูกสาวตัวน้อยร้องเพลง
ยังดีว่ามาโลกนี้ การร้องเพลงของเธอไม่แย่ จากที่ได้ยินเสียงตัวเองก็น่าจะเพราะอยู่ แล้วท่านพ่อกับท่านแม่ก็ไม่ขัดการร้องเพลงของเธอสรุปก็คือเพราะนั่นแหละค่ะ ใช่ไหมคะ
จบเรื่องเห็ดหอม ก็มาต่อกันที่ไข่เค็มที่ถูกดองเอาไว้เย็นนี้ท่านแม่จึงเปิดไหไข่เค็ม ทีแรกอันผิงนึกว่าท่านแม่จะต้มไข่แล้วค่อยมาแกะไข่แดงออกมาอีกที แต่ท่านแม่ล้ำกว่านั้น คือตอกไข่ออกมาใส่ในถ้วยไว้แล้วตั้งน้ำให้เดือด จากนั้นก็ตักไข่แดงนั้นลงไปในน้ำ น่าแปลกที่ไข่แดงนั้นไม่แตกเท่านี้ก็ได้ไข่เค็มมาแล้ว
วิธีนี้น่าจะง่ายกว่าไปแงะไข่แดงออกมาหลังต้มแล้ว
ขั้นตอนต่อไปไม่ต้องสืบ ก็คือขั้นตอนการทำซาลาเปานั่นเอง และด้วยความกลัวว่าจะไม่มีหมูในซาลาเปาขาวอวบอันผิงเลยร้องให้ท่านแม่ใส่หมูสับหมักเข้าไปด้วยท่านแม่จึงทำแยกแบบมีทั้งไข่แดงและหมูสับ จำนวน 4 ลูก และมีเฉพาะไข่เค็มอย่างเดียวอีก 4 ลูก
หลังจากนั้นรอนึ่ง ไม่นานก็ได้ซาลาเปาไส้ใหม่ ออกมาร้อนๆ อันผิงผู้ซึ่งรอช่วยรอลุ้น และรอกิน ก็ได้ซาลาเปาหมูสับไข่เค็มอยู่ในจานหนึ่งลูกท่านแม่ใช้สีธรรมชาติจากอาหารแต้มไว้ด้วย เพื่อให้รู้ว่าอันนี้มีเนื้อหมู
หลังจากรอความร้อนของมันลดลง พอที่จะเอาเข้าปากได้อันผิงจึงจัดการทันที ช่างอร่อยเข้ากันเสียจริง จนมองตาปริบๆ ไปที่ทางท่านแม่เป็นสื่อความหมายว่า หนูขอเพิ่มอีกได้ไหมคะ ครานี้เธอจึงได้ซาลาเปาไส้ไข่เค็มมาแทนไม่ว่าจะไส้อะไรก็อร่อย แต่จะว่าไป มีแค่ไข่เค็มเฉยๆ ดูไม่ค่อยเข้าเท่าไหร่
เอาตามความเป็นจริง มีหมูสับร่วมเข้าไปด้วย มันถึงจะกลมกล่อมมากกว่า
มื้อเย็น เมื่ออันหยางกลับมาถึงบ้านหลังจากเขาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จึงมาร่วมวงกินซาลาเปาไส้ใหม่ที่นำเสนอกันไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
เขาเองก็ลงความเห็นว่า ถ้าไข่เค็มผสมหมูสับด้วยถึงจะอร่อย
และอีกเสียงหนึ่งก็คือท่านพ่อ แน่นอนว่า เมื่อมติเป็นเอกฉันท์เช่นนี้ท่านแม่จึงให้ข้อสรุปว่า จะทำซาลาเปาไส้หมูสับไข่เค็มเพื่อไปขายที่ร้านเพิ่มแต่ว่าราคานั้นอาจต้องเพิ่มมากขึ้น ตามวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
คงต้องทดลองขายให้ร้านหมอ กับคุณชายจู ที่มักชอบมาสั่งซาลาเปาก่อนเพราะมีกำลังซื้อมากกว่าแต่จะว่าไปตอนนี้ก็มีคนมีฐานะในเมืองมาอุดหนุนที่ร้านหลงเปาจึพวกเขาเคยได้ลองซาลาเปาไส้หมู ต่างชอบใจในรสชาติของหมูหมัก ยังมาสั่งหลายลูกเพื่อกลับเอาไปให้ลูกหลานที่บ้าน
ส่วนซาลาเปาไส้ผักดอง พวกเขากลับถามหาผักดองแทน จนท่านแม่ต้องรับทำและขายเฉพาะผักดองด้วยแต่ว่าขายเฉพาะคนที่สั่งเท่านั้น แต่ว่าก็เหมือนปากต่อปากหรือว่าพวกเขาไปพูดคุยกันหรืออย่างไรก็ไม่รู้ จึงมีคนมาถามหาผักดองที่ร้านหลงเปาจึ
อันผิงก็เพิ่งได้รู้นี่แหละว่า ตอนนี้ที่ร้านในเมืองเพิ่มการรับทำผักดองขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างซึ่งผักก็ใช้ผักที่เราปลูกกันเองนี่แหละ ดูถ้าไม่แน่ในอนาคตอาจต้องซื้อที่เพิ่มเพื่อขยายการปลูกผักเป็นแน่ แต่คิดอีกทีหนึ่งคงต้องดูจำนวนยอดการสั่งของผู้คนอีกที
ว่าพวกเขาจะเห่อแค่ช่วงแรกๆ เท่านั้นหรือไม่
หน้าฝน ก่อนฝนตกอากาศมักจะอบอ้าว แต่ว่าระหว่างที่ฝนตก หรือหยุดตกแล้วอากาศมักจะเย็น ซึ่งมันจะได้บรรยากาศที่สดชื่น ต่างกันกับหน้าหนาว ภาพหิมะอาจจะสวยแต่หนาวถึงกระดูกทีเดียว ถ้าเสื้อผ้าไม่หนาพอ แต่ข้อเสียของหน้าฝนดันอยู่ที่ความเฉอะแฉะนี่ล่ะ
แต่ว่า เธอไม่ได้ออกไปไหน ดังนั้นจึงไม่มีผลกับเธอส่วนภารกิจตามหาต้นผิงกั่วกับชื่อจึ พับไว้ก่อนดีกว่า เพราะเธอเชื่อว่าดีไม่ดีจะเป็นไข้หวัดเอา ถ้าสามีสะใภ้หลิวเจอ ก็คงจะใช้ไม้ไผ่กั้นเอาไว้ให้เป็นแน่และก็คงจะมาบอกท่านพ่อ เรื่องนี้จึงหายห่วง ตอนนี้ก็นั่งคัดตัวอักษร ท่องหนังสือของโลกนี้เป็นนกแก้วนกขุนทองกันไปเพื่อพ่อแม่พี่ชายจะได้ภูมิใจ