ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 69 ดันเจี้ยน

              ทุกอย่างดูมืดมิดไปหมดสัมผัสที่ได้คือความรู้สึกล่องลอยเหมือนตัวเองไร้น้ำหนักมันให้ความรู้สึกเบาสบายอย่างแปลกประหลาด เป็นความรู้สึกอันคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก


              ทว่าความรู้สึกล่องลอยนึ้คงอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนที่จิตสำนึกรับรู้และสิ่งโดยรอบจะกลับคืนมาในที่สุดทำให้สภาพตอนนี้รู้สึกมึนหัวเล็กน้อย ตัวโงนเงนจนอะงุนิเข้ามาช่วยพยุงไว้ตัวเขาไว้


              “คงจะเมาอีเธอร์ล่ะสิครั้งแรกก็เป็นแบบนี้กันทุกคนนั่นแหละ เข้ามาบ่อย ๆ เดียวก็ชินไปเอง”


              “ไม่แปลกหรอกเพราะในดันเจี้ยนมีกระแสอีเธอร์หนาแน่นมากครั้งแรกของฉันนี่อ๊วกติดต่อกันเป็นชั่วโมงเลยล่ะเจ้าหนูนี่ยังนับว่าอดทนได้เก่งกว่าฉันอีกนะ”


              คนที่สวมชุดคลุมเก่า ๆเหมือนนักเวทเอ่ยชม เมื่อเห็นว่าเรย์ไม่มีอาการอย่างที่ว่า


              นับตั้งแต่การปรากฏของดันเจี้ยนขึ้นครั้งแรกทำให้กระแส ’อีเธอร์’ ไหลทะลักเข้ามายังโลก...ใช่แล้วอีเธอร์ กระแสพลังที่ตอนนั้นเขาไม่เคยเข้าใจแต่กลับมองเห็นคุราเบะเคยเรียกมันว่า ‘เต๋า’ แต่มนุษย์ยุคนี้เรียกมันว่าอีเธอร์อันเป็นพลังงานชนิดหนึ่งซึ่งแฝงอยู่ในทุกสรรพสิ่ง


              “นอกจากพวกเราแล้วทำไมไม่เห็นกลุ่มอื่น ๆ เลยล่ะครับ”


              เรย์เอ่ยถามอย่างสงสัยบรรยากาศโดยรอบค่อนข้างเย็นชื้นไม่ค่อยสบายตัวนักฝ่าเท้าทั้งสองรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงพื้นหินแข็งที่กำลังเหยียบยืนอยู่หากไม่ได้รูนที่ช่วยส่องแสงสว่างซึ่งลอยอยู่ข้างตัวอะงุนิล่ะก็พวกเขาก็แทบมองไม่เห็นอะไรท่ามกลางความมืดสลัว


              “เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาเพราะพวกเราถูกส่งเข้ามาพร้อมกัน จึงอยู่ที่เดียวกัน ส่วนพวกที่ถูกส่งไปยังจุดสปอว์นอื่นนั้นเป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำด้านเวลาซึ่งแตกต่างกันจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับช่วงเวลาตอนเข้ามา”


              อะงุนิอธิบายให้ฟัง ก่อนจะเริ่มสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมจัดขบวนตามตำแหน่ง


              “เอาล่ะรีบลุยกันเถอะ เรามีเวลาไม่มากก่อนที่เจ้าพวกกิลด์ใหญ่นั่นจะกำจัดราชาลงซะก่อน”


              เรื่องนี้เรย์พอรู้อยู่บ้างว่าทุกดันเจี้ยนจะมีสิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่าราชาในฐานะบอสหลักและเมื่อมันถูกกำจัด ดันเจี้ยนจะคลายตัวลงและสลายหายไปหลังจากนั้นไม่นาน


              อะงุนิออกเดินนำพร้อมกับเพื่อนของเขาที่ถือโล่ไม้อันใหญ่มีคนที่ถือคทาไม้อันยาวอยู่ตำแหน่งกึ่งกลาง โดยมอบหน้าที่ระวังหลังให้กับเรย์และนักธนูอีกหนึ่งคนคอยยืนรั้งท้าย


              ภายในดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นโพรงถ้ำขนาดไม่ใหญ่นักบนเพดานถ้ำมีหินงอกหินย้อยอยู่เต็มไปหมดจนแน่นขนัดบนหินย้อยนั่นมีพืชบางอย่างที่กำลังส่องสว่างเลือนรางทำให้ภายในถ้ำแห่งนี้ไม่ถึงกับมืดสนิทเสียทีเดียว


              ตลอดทางนั้นมีทางแยกมากมายราวกับเขาวงกต


              “จากลักษณะภูมิศาสตร์มีโอกาสเจอพวกก๊อบลินหรือไม่ก็อารัคเน่ อย่าละสายตาจากมุมสูงล่ะ”


              เสียงนักธนูผู้ซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เรย์เอ่ยขึ้น สายตาของอีกฝ่ายสอดส่องไปรอบกายอย่างระแวดระวัง


              “อาจจะเป็นพวกออร์คก็ได้นะใครจะรู้”


              “ประสาทหรือไงออร์คมันไม่มาโผล่ในดันเจี้ยนระดับต่ำแบบนี้หรอก”


              “แล้วทำไมต้องทำท่าตกใจซะขนาดนั้นถ้ามันไม่มีทางโผล่มา”


              “ที่ตกใจก็เพราะมันเป็นไปไม่ได้ไงล่ะเฟ้ย!”


              “เอาล่ะเลิกคุยเล่นกันได้แล้วฉันไม่อยากตายเพราะความประมาทของพวกนายหรอกนะ”


              อะงุนิเอ่ยเตือนเพื่อน ๆที่กำลังทุ่มเถียงกัน


              “โถ่ว ใครจะมาตายง่าย ๆแบบนั้นกันเล่า ฉันยังมีลูกเมียที่ต้องกลับไปพบหน้าอยู่อีกนะ”


              จากนั้นไม่นานทุกคนได้กลับมาอยู่ในโหมดตึงเครียดบรรยากาศเย็นชื้นหนักอึ้งของถ้ำแห่งนี้ ทำให้ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดสายตาทุกคู่สอดส่องไปรอบ ๆ อย่างระวัง และไม่ส่งเสียงใด ๆ ให้ดังจนเกินไปนัก


              “ข้างหน้ามีศัตรู...ระวังด้วยครับ”


              เรย์เอ่ยเตือนขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบทำให้ตำแหน่งแถวหน้าทำสัญญาให้หยุดเคลื่อนไหว ก่อนอะงุนิจะทำหน้าสงสัยและเดินขึ้นหน้าพ้นทางแยกไปเล็กน้อย ชะโงกหน้าสำรวจพื้นที่ที่เด็กหนุ่มเตือน


              เขาส่งภาษามือกลับมาว่าเจอศัตรู


              “มีจริงๆ ด้วย ...เป็นสายพันธุ์แมลง ระวังการโจมตีประเภทพิษให้ดีล่ะ... ทุกคนพร้อมนะ”


              อะงุนิเก็บความสงสัยที่เด็กหนุ่มรับรู้ถึงศัตรูได้ไวกว่าใครไว้ก่อนจากนั้นเพียงอึดใจเดียว การต่อสู้ก็อุบัติขึ้น

     


     

              ศัตรูที่เขาเห็นนี้มีความสูงเทียบเท่ากับหน้าขาของมนุษย์และความยาวของร่างกายที่ยืดยาวออกไปประมาณห้าเมตรลำตัวของพวกมันยาวเหยียดเป็นเส้นที่มีกระดูกซี่แข็ง ๆปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำมันแวววาว เส้นแถบสีแดงที่ขีดไปตามลำตัว มีส่วนหัวกับหนวดคล้ายเส้นเหล็กงอกออกมาอย่างดุดัน แยกจากลำตัวชัดเจนและส่วนหางของมันนั้นมีลักษณะคล้ายแส้ซึ่งติดเขี้ยวไว้ส่วนปลาย


              พวกมันมีจำนวนมากกว่าสิบตัวไต่อยู่ตามผนังถ้ำด้วยความคล่องแคล่วราวกับน้ำหนักของร่างกายที่ใหญ่โตไม่เป็นอุปสรรคเลย


              ขาทั้งแปดของพวกมันเรียวเล็กแต่เต็มไปด้วยความแข็งแรงแต่ละขามีกรงเล็บที่ยึดเกาะกับพื้นผิวของถ้ำได้อย่างเหนียวแน่นพวกมันเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว และสามารถไต่ไปมาในแนวดิ่งหรือกลับหัวได้อย่างสบาย ๆเสียงกรงเล็บที่ขูดกับหินดังแผ่ว ๆ เมื่อพวกมันเคลื่อนไหว ก็ทำให้ผนังถ้ำทั้งผืนดูเหมือนกำลังเคลื่อนที่ไปมา


              เสียงการต่อสู้ดังไปทั่วโถงถ้ำอันปิดทึบพร้อมกับที่เหล่าฮันเตอร์ต่างเริ่มทำหน้าที่ของตน ตำแหน่งแถวหน้าทั้งสอง หนึ่งโล่หนึ่งบาร์ดิเช่เข้าปะทะในระยะประชิด


              พวกเขาเคาะโล่จนเกิดเสียงดัง ดึงดูดความสนใจของพวกแมลงให้วิ่งเข้าหา


              เรย์สังเกตเห็นชายข้างตัวไม่ได้ใช้ลูกธนูจากกระบอกที่สะพายอยู่ด้านหลังเขาเพียงยกคันธนูขึ้นทำท่าง้าง ลูกศรสีฟ้าจากพลังงานอีเธอร์ก็ปรากฏออกมาและยิงใส่พวกที่ไต่อยู่ตามผนังจนเสียหลักร่วงร่นลงพื้น และลูกธนูเหล่านั้นก็สลายไป


              ส่วนชายผู้ซึ่งถือคทาเสกลูกบอลไฟขนาดเล็กยิงใส่พวกแมลงจนปล้องตรงกลางลุกไหม้


              “เชี่ยเล็งดี ๆ ล่ะ อย่าเผลอไปเผาส่วนหัวของมันเข้า นั่นแหล่งเงินชั้นดีของพวกเราเชียวนะ”


              นักธนูที่กำลังแผลงศรเอ่ยเตือนพรรคพวกของตน


              “เออ ฉันรู้แล้วน่า...ถึงได้จำกัดลูกไฟให้เล็กลงขนาดนี้ไงล่ะเฟ้ย”


              บรรยากาศของถ้ำแห่งนี้เหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปในวินาทีอย่างปัจจุบันทันด่วนที่สุดจากเมื่อครู่บรรยากาศเต็มไปด้วยความเย็นชื้นจับใจแต่บัดนี้กลับกลายเป็นร้อนรุ่มเร่งเร้า


              อะงุนิง้างสับใส่กลางลำตัวของพวกมันจนขาดจากกันบางตัวก็ถูกโล่ทุบจนบี้แบน เลือดสีเขียวกระจายเปรอะเปื้อนเต็มอาวุธและชุดเกราะ


              การประสานของพวกเขาเป็นไปอย่างไหลลื่นมากเรย์เพียงคอยคุ้มกัน เหวี่ยงดาบฟันพวกแมลงที่หลุดออกมาจากแนวหน้าเพียงเท่านั้น


              เลือกใช้กลยุทธ์แบบสมดุลรุกรับไปตามสถานการณ์


              เขาเล็งปลายดาบไป ตวัดสั้น ๆ ลงยังตำแหน่งขาของพวกมันอย่างแม่นยำพวกมันได้แต่ดิ้นไปดิ้นมาบนพื้นรอให้มือธนูช่วยปิดงาน


              เวลาล่วงเลยมาอีกเล็กน้อย การต่อสู้อันดุเดือดก็สงบลง


              ‘สมแล้วกับที่เป็นดันเจี้ยนระดับต่ำ แม้จะเพิ่งผ่านการต่อสู้อันดุเดือดมาแต่ทุกคนกลับยังดูสบาย ๆ กันทั้งสิ้น ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลยสักคน’


              เรย์คิดพลางสะบัดคราบเลือดออกจากใบดาบ


              เวลานี้บนพื้นถ้ำมีซากแมลงนอนแน่นิ่งอยู่เต็มไปหมดแต่ละตัวไม่ขาขาดก็ตัวขาด มีร่องรอยเหมือนโดนธนูเจาะอยู่ตามปล้องแต่ก็ไม่มีลูกธนูโผล่ให้เห็น


              พวกเขาหยุดพักกันครู่หนึ่งและทำการผ่าซากมอนสเตอร์พวกนี้เพื่อเก็บชิ้นส่วนต่าง ๆ ของพวกมันลงกระเป๋า


              “ต่อมพิษเหล่านี้เอาไปเสนอขายให้พวก‘อัลเคมิสท์’น่าจะได้ราคาดีไม่หยอกนะ”


              “แต่ฉันได้ข่าวว่าพวก‘แบล็คสมิธ’ แถวคาบุกิโจก็ให้ราคาดีเหมือนกันเห็นว่าตอนนี้อาวุธมีพิษกำลังเป็นที่ต้องการสำหรับวงการใต้ดินด้วยล่ะ”


              “นี่มันเป็นแค่ของเกรดต่ำไม่ว่าจะขายที่ไหนก็ต้องโดนกดราคาอยู่ดี พวกนายทำใจซะเถอะ”


              อะงุนิยิ้มขำ อดจะพูดขัดพวกพ้องขึ้นมาไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายที่ได้ยินถึงกับคิ้วกระตุก


              “ชิ ปล่อยให้พวกเราฝันเฟื่องอีกสักหน่อยไม่ได้รึไงกัน”


              “ฉันอยู่กับความเป็นจริงต่างหากเฟ้ย”


              เมื่อจัดการชำแหละผ่าซากร่างของพวกแมลงจนแล้วเสร็จสิ้นพวกเขาก็พากันเคลื่อนตัวไปด้านในส่วนลึกของถ้ำขึ้นเรื่อย ๆ


              มีบ้างที่บางครั้งเจอกับฮันเตอร์กลุ่มอื่นแต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแค่แลกเปลี่ยนข้อมูลกันเล็กน้อยและแยกย้ายกันไปคนละเส้นทาง เพื่อที่จะออกล่าโดยไม่ทับไลน์กัน


              ยิ่งเดินเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำมากเท่าไหร่ขบวนของพวกเขาก็ยิ่งเจอเหล่าแมลงมากขึ้นเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดีระดับของพวกศัตรูไม่ถึงขนาดทำให้กลุ่มของอะงุนิตึงมือสามารถจัดการได้อย่างราบรื่นไร้ปัญหาตลอดเส้นทางที่ก้าวผ่าน

     

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577