Ep 15 : ส่งเควส พบกิลด์มาสเตอร์
หลังจากที่ผมโบกมือลาคนในหมู่บ้านเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินกลับไปยังเมืองลาวีที่ผมรับภารกิจมา โดยเก็บหัวของเ้าอสูรแพะลงไปในไอเทมบ๊อกซ์ก่อน
ถ้าจะให้เดินถือไปมันคงเป็ที่สะดุดตาไม่น้อย
เส้นทางทอดยาวไปเรื่อยจนถึงประตูเมือง ถูกปูด้วยพื้นหินที่วางเรียงตัวกัน มันไม่ค่อยราบเรียบเท่าไร บางจุดก็มีการสะดุดบ้าง คงเป็เพราะถนนเส้นนี้ผ่านการใช้มานานหลายรุ่นหลายสิบปีเป็แน่
สองข้างทางก็เป็พื้นที่นาไร่ เอาไว้สำหรับพวกเกษตรกรในการเพาะปลูก ผมคิดว่ามันเป็สิ่งที่ดี เนื่องจากว่าไม่ได้ถูกกำจัดพื้นที่ สามารถปลูกตรงไหนก็ได้
ทว่ามันก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน ในการถูกขโมยผลผลิตได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงอาจจะป้องกันหรือครอบคลุมการดูแลได้ไม่ทั่วถึง ถ้าเป็เมืองที่ผมจะทำก็คงเป็แบบ พื้นที่ไร่เพาะปลูกอยู่ในกำแพง และเอาไว้ส่วนหนึ่งของพื้นที่ในเมือง วางจัดเป็ประเภทและเป็ระเบียบ
อาจจะต้องปลูกแบบเป็พืชหมุนเวียน 4 ชนิด เพื่อเป็การพักหน้าดิน และเสริมแร่ธาตุลงไปในดิน เพราะการปลูกพืชชนิดเดียวกันเรื่อยๆ จะทำให้ดินมีคุณภาพที่แย่ลง จากการพืชพรรณดูดซึมแร่ธาตุในดิน
ดังนั้นแล้วการแก้ปัญหาแบบวิธีง่ายๆ เบสิคก็คือปลูกพืชหมุนเวียนเข้าช่วย แต่ก็มีวิธีแก้อย่างอื่นเช่นกัน โดยใช้น้ำละลายไปกับแร่ธาตุ ได้เช่นกัน นี่เป็วิธีการที่ใช้หินแร่หรือหินเวทเข้ามาช่วย เพราะว่ามันเป็โลกแฟนตาซี ไม่ได้เหมือนโลกจริงที่ผมเคยอาศัยอยู่
ฉะนั้นรูปแบบการแก้ไขเื่คุณภาพที่ดินก็มีหลากหลาย ผมคิดว่าจะทำบ่อน้ำที่เอาไว้ใช้สำหรับการทำเกษตรกรรม โดยอยู่ใต้ดินจุดที่ปลูกพืชพรรณจะเป็แหล่งกักเก็บนำ ซึ่งในใต้ดินก็ต้องหาจุดที่มันมีหินแร่มากมาย
หินแร่เป็วัตถุดิบอย่างหนึ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ส่วนใหญ่ก็นำไปผสมกับวัตถุดิบที่ทำเป็อาวุธ แต่สำหรับผมจะเอามาใช้ในการเกษตร
หินแร่ เมื่อโดนน้ำมากๆ จะเกิดการละลายไปปะปนกับน้ำ ทำให้ในน้ำมีแร่ต่างๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็คงเพียงพอต่อการทำเกษตร ส่วนการประมง ผมคิดว่าจะทำอยู่เช่นกัน
แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอยู่ในรูปแบบไหน ระหว่างเป็ล็อคๆ ตามอควาเรียมดี หรือจะทำแบบเป็บ่อดี
การทำแบบเป็บ่อ มันช่วยในเื่ของการประหยัดพื้นที่ได้อย่างมาก แถมยังดูเป็ระเบียบมากกว่าการทำเป็แบบอควาเรียมอีกด้วย แต่ข้อเสียก็คือการทำแบบบ่อ ถ้าเรามีปลาอยู่เยอะไป มันจะเกิดการกินกันเอง
ทำให้ลดจำนวนปลาลง เป็การสูญเสียที่ไร้ประโยชน์ มันไม่เหมือนกับพวกพืชพรรณที่ไม่ได้มีการเติบโตแพร่กระจายขยายจำนวนออกไป
ซึ่งผมกำลังชั่งใจเื่ความสูญเสียกับสิ่งที่ได้รับมันพอที่ทำให้ผมจะทำการประมงดีไหม
และก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมอยากจะทำ เช่าเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปูและหอย เพื่อเอาไว้ในการกิน พูดง่ายๆ ก็คงเป็แหล่งรายได้ที่จะเรียกผู้คนให้เข้ามายังเมืองของผม
แถมยังมีเื่ออนเซ็นกลางแจ้งที่ใช้น้ำแร่จากูเาไฟอีกด้วย ทั้งกลางแจ้งและในร่ม เป็แบบรวมและแยกชาย หญิง เพื่อใช้เอาไว้ผ่อนคลายหรือมาฮันนี่มูน
มันมีหลายสิ่งจริงๆ ที่ผมอยากจะสร้างมันออกมา
เพราะไม่รู้ว่าคิดนานไปขนาดไหน รู้ตัวอีกทีผมก็เดินมาถึงหน้าประตูเมืองเสียแล้ว ก่อนจะเดินทางที่ไปยังกิลด์นักผจญภัยเพื่อส่งเควสทันที
เมื่อมาถึงผมก็ได้รับสายตาจากทุกคนจ้องมองมาทางผม พวกเขารู้สึกใที่ได้เห็นผม คงเพราะคิดว่าผมไม่รอดกลับมาจากการต่อสู้กับขุนพลจอมมารล่ะมั้ง
ผมไม่สนสายตาเ่าั้ ก่อนจะเดินไปยังเคาท์เตอร์ที่มีพนักงานหญิงต้อนรับ เธอดูแปลกใจเล็กๆ แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรและส่งยิ้มให้กับผม
“นี่ครับ...”
ผมหยิบหัวของขุนพลจอมมารหรืออสูรแพะออกมาวางบนเคาท์เตอร์ เธอดูใและเบิกตากว้างขึ้น มันเห็นหัวของมัน ที่ตาขาวเหลือกขึ้น
“ค่ะ กรุณารอชั่วครู่นะคะ” พนักงานสาวเอ่ย ก่อนจะหายตัวไปด้านหลังของเคาท์เตอร์
รอสักพักเธอก็กลับมาพร้อมกับชายหนุ่มร่างใหญ่ ผมสีส้มแสด บนใบหน้าประดับด้วยรอยแผลจากการฟันขนาดใหญ่ บรรยากาศที่แผ่ออกมาดูน่าเกรงขาม ร่างกายมีกล้ามเป็มัดๆ อยู่ในชุดสูทที่ดูไม่เข้ากับขนาดตัว
“ข้าคือกิลด์มาสเตอร์ของเมืองลาวี ชื่อ ไลอัส เข้ามายังห้องกำงานของข้าก่อนสิ”
ชายหนุ่มแนะนำตัวเอง ก่อนจะโยกหัวเป็เชิงบอกให้ผมตามเขาเข้าไป ซึ่งเขาก็เดินเข้าไปก่อน ผมจึงเดินตามเข้าไปอย่างช่วยไม่ได้
“นั่งก่อนสิ” ไลอัสเอ่ย หลังจากที่ผมเข้ามาในห้องของเขาแล้ว เขานั่งอยู่ตรงข้าม มันเป็โต๊ะเอกสารที่ไม่ได้ยาวอะไรมากมายประมาณ 2 เมตร รอบๆ ห้องมีชั้นวางหนังสือเรียงรายและมีชุดเกราะตัวใหญ่สีดำ กำแพงสีน้ำตาลเข้ม และพื้นถูกปูด้วยพรมสีแดงมีลวดลายดูยุ่งเหยิง
ผมพยักหน้าให้และนั่งลงตรงโซฟารับแขกที่อยู่กลางห้อง พนักงานสาวรู้ตัวดีจึงเตรียมชาเอาให้สำหรับผมและกิลด์มาสเตอร์ เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็เดินไปยืนข้างๆ ไลอัสอยู่ด้านหลัง
ดวงตาสีส้มจับจ้องมายังทางผม ราวกับว่าประเมินความเก่งของผมอยู่ ซึ่งผมก็นั่งเฉยๆ ไม่ได้ตอบโต้อะไร ราวกับเป็เกมแข่งจับผิด โดยที่ฝ่ายหนึ่งไม่คิดจะเล่นเกมด้วย แต่ก็ไม่ได้เผยอะไรออกไป
เฮ้อ...
ไลอัสถอนหายใจออกมา เมื่อเขาไม่ได้ความลับและล่วงรู้อะไรจากผม การเล่นแข่งจ้องตากัน มันดูเป็เด็กเกินไป
“ข้าต้องขอบคุณเ้ามาก เอ่อ... ชื่อว่าเซียร์สินะ” เขาพูดออกมา ดูท่าว่าจะรู้ชื่อผม มาตอนที่พนักงานสาวมาแจ้งแก่เขา เื่ผมรับเควสฆ่าขุนพลจอมมารล่ะมั้ง
ส่วนสาเหตุที่เขาขอบคุณผม น่าจะเป็เื่ ผมยับยั้งการโจมตีของขุนพลจอมมารได้ ไม่ให้มันมาบุกเมืองนี้ ถ้ายังเป็เกมอยู่ก็จะเรียกว่า ‘อีเว้นท์พิเศษ’ ที่มีอสูรมาบุกเมือง ทั้งยังฆ่ามันได้อีกและเอาหลักฐานมายืนยันทางกิลด์ด้วย
“ไม่เป็ไร มันเป็หน้าที่ของผม”
ผมเอ่ยออกไป ซึ่งมันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร เพราะมันเป็หน้าที่ของนักผจญภัยอยู่แล้ว แต่ที่พวกเขาไม่รับเควสนี้เพราะมันอันตรายและมีความเสี่ยงสูงที่ไม่มีโอกาสที่จะมีชีวิตรอดกลับมา
ผมก็แค่ทำหน้าที่แทนพวกนักผจญภัยคนอื่นเ่าั้
“อ่า... ข้าอยากรู้ว่าที่เ้ากำจัดนั่น มันคือขุนพลจอมมารจริงๆ หรือเปล่าเพียงแค่นั้น” ไลอัสพูด
ก็นะ... มันก็คงมีบางที่นักผจญภัยเอาหัวของอสูรตัวอื่น มาเป็หลักฐานแทน ซึ่งก็เหมือนกับเป็การหลอกกิลด์ว่าเป็หัวของขุนพลจอมมารแทน
ซึ่งหากจับได้ว่าหลอกลวงก็จะถูกพักการเป็นักผจญภัยระยะเวลา 1 ปี ซึ่งแล้วแต่ดุลพินิจของกิลด์มาสเตอร์แต่ละสาขาในเมืองนั้น แต่ก็เป็โทษที่เลวร้ายพอสมควร
“ในบอร์ดติดประกาศ มันมีใบคำร้องขอ (ใบภารกิจหรือใบเควสนั่นเอง) ที่อธิบายลักษณะเกี่ยวกับขุนพลจอมมารอยู่ การที่ผมเห็น และคาดการณ์ออกมา คงจะมีหมู่บ้านอื่นๆ มาแจ้งเื่อยู่ไม่น้อย ว่าให้ช่วยออกไปปราบปรามให้หน่อย”
ผมหยุดพูดลง ก่อนจะจ้องมองไปยังชายหนุ่มด้วยสายตาที่ราบเรียบ ราวกับว่าไลอัสโดนสายตาที่ดูน่าสมเพชมองเขาอยู่
“แต่ว่า นักผจญภัยในเมืองนี้มีระดับต่ำ ซึ่งล้วนแต่กลัวตายทั้งนั้น อีกฝ่ายการจะปราบขุนพลจอมมาร มันต้องใช้คนหลายคนในการสู้ แน่นอนว่า คุณเคยขอร้องนักผจญภัยในเมืองนี้ แต่เขาไม่คิดจะตอบรับคำขอของคุณ เพียงว่ามันไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น รางวัลที่ได้รับมันไม่ดูเยอะไปมากกว่าต้องเอาชีวิตตัวเองไปแลกหรอก”
ผมอธิบายขึ้นมา เื่ที่ผมพูดก็เป็ความจริง มันทำให้ชายหนุ่มแสดงสีหน้าที่ลำบากใจออกมา
“และลักษณะของขุนพลจอมมารที่ติดอยู่ในบอร์ดประกาศก็เหมือนกับหลักฐานที่ผมนำมาให้คุณ ซึ่งคุณแค่จะทดสอบผมเท่านั้นเอง ว่าผมคู่ควรจะได้รับการรับรองจากคุณที่เป็กิลด์มาสเตอร์ ว่าให้ผมกลายเป็นักผจญภัยระดับ B ได้หรือไม่ ผมพูดถูกไหม?”
ไลอัสทำสีหน้าที่ลำบากใจมากกว่าเดิม เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ เปลี่ยนสีหน้ายิ้มขึ้น
“ถูกทุกอย่างที่เ้าพูดมา ทั้งหมดนั้นข้าก็เพียงแค่จะทดสอบเ้า ว่ามีคุณสมบัติเพียงพอที่ให้ข้ารับรองหรือเปล่า ซึ่งเ้าก็ผ่านฉลุยเลย” ไลอัสพูดอย่างดีใจ
ก่อนจะเซ็นท์เอกสารอะไรลงใบบนกระดาษ พร้อมกับยื่นด็อกแทคมาให้ผม มันมีสีเงิน ซึ่งหมายความว่าเป็ระดับ B และถุงใส่เหรียญที่เป็รางวัลของเควสที่ทำสำเร็จ
ผมรับมันมาทั้งคู่ เก็บถุงเงินใส่กระเป๋า สวมใส่ด็อกแทคที่คอ ก่อนจะเอ่ยกล่าวขอบคุณเล็กน้อย และเดินออกจากห้องนี้
หลังจากที่ผมเดินออกไป ไลอัสก็แผ่คลายตัวออก ราวกับว่าแรงกดดันและบรรยากาศทั้งหมดได้หายไปหมดแล้ว ทำให้เขาหายใจได้ทั่วถึงท้องสักที
“โหย... ไม่เคยเจอนักผจญภัยที่ดูนิ่งน่ากลัวแบบนี้มาก่อนเลยแฮะ” ไลอัสบ่นออกมา เป็ฝ่ายเขาเองที่โดนชายหนุ่มกุมเชิงเอาไว้ทั้งหมด
“ใช่ค่ะ... ฉันเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ดูเขาแตกต่างจากนักผจญภัยคนอื่นๆ มากเลยคะ” พนักงานสาวเอ่ยสนับสนุนความคิดของชายหนุ่ม ซึ่งพนักงานต้อนรับสาวก็เอ่ยถามอะไรกับไลอัสเล็กน้อย
“แล้วถ้าหัวหน้าท้าสู้กับเขา หัวหน้าจะคิดว่าตัวเองชนะหรือเปล่าคะ” เธออยากล่วงรู้คำตอบนี้ เพราะเขาเป็คนเดียวที่กดดันหัวหน้าของเธอได้ขนาดนี้ ซึ่งต้องมีฝีมือไม่น้อยเลยทีเดียว
ชายหนุ่มยิ้มฝืดๆ ให้กับเธอ ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิวว่า...
“ต่อให้ข้าเอาจริง ก็คงล้มเ้าชายหนุ่มนั่นไม่ได้หรอก” เขาพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าสีซีดเล็กน้อย
“ทำไมล่ะคะ” พนักงานสาวเอียงคอถาม
“เ้ารู้ใช่ไหมว่ามี อุปกรณ์เวทที่เอาไว้ตรวจสอบสถานะของฝ่ายตรงข้ามได้น่ะ” ไลอัสพูด พนักงานสาวพยักหน้าให้ ซึ่งไลอัสก็เปิดหน้าต่างอะไรบางอย่างขึ้นมา และส่งมันให้เธอ
เซียร์
เลเวล : ???
พละกำลัง ??? พลังกาย ??? พลังเวท ??? ความชำนาญ ??? ความว่องไว ??? ความฉลาด ??? โชค ??? ความสามารถพิเศษ ???
ทักษะ : ไม่สามารถตรวจสอบได้
สกิล : ไม่สามารถตรวจสอบได้
“อาเร๊ะ ทำไมมันขึ้นแบบนี้ล่ะคะ?” เธอนึกสงสัยอย่างมาก ตัวตนของชายหนุ่มคนนั้นมันจะลึกลับมากเกินไปแล้ว
ซึ่งก็ทำให้ไลอัสมีสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นกัน
“สิ่งที่ทำให้เป็แบบนี้ได้ก็คือ มีอุปกรณ์ที่ปกปิดค่าสถานะ เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ข้อมูลของตัวเองไป ใช้ในทางที่ไม่ดี และอีกอย่างหนึ่ง พลังนั้นมันต่างกันเกินไปจน อุปกรณ์เวทที่ตรวจสอบไม่สามารถรับรู้ได้” กิลด์มาสเตอร์อธิบาย
ซึ่งทำให้มันเธออึ้งและเบิกตากว้างอย่างใ
“อย่างนี้หัวหน้าจะบอกว่า เขามีพลังมากกว่าที่อุปกรณ์เวทจะตรวจได้หรอคะ!” เธอะโขึ้นมา ท่ามกลางความใ
แม้ยากที่จะยอมรับก็ตามที แต่ชายหนุ่มก็พยักหน้าให้เธอคล้ายกับเป็การยืนยัน
“เ้าหนุ่มนั่น... คือใครกันแน่นะ ชื่อก็ช่างดูคุ้นๆ เสียเหลือเกิน”
ไลอัสได้แต่สงสัยในตัวของชายหนุ่มคนนั้นอย่างเสียไม่ได้ว่าเขาคือใครกันแน่...
-------------------------------------------------
จอมมารไง ยูโนว์ จอมมาร จอมมาร
การเป็นักผจญภัยก็เป็แค่งานอดิเรกเท่านั้นแหละ!