เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 68 สมาคมหลอมกลั่น

        จางเฉินออกจากห้องประชุมเดินออกมาหน้าตึกผู้คนต่างคึกคักมาก เข้าแถวกันยาวเหยียดคนทั้งเมืองเรียกได้ว่ามากระจุกตัวอยู่ที่สมาคมเภสัชกรหมดบางคนกำลังโห่ร้องหลังจากินยารวบรวมลมปราณแล้วเจาะทะลุลำดับทันทีทำให้กลุ่มคนยิ่งกระตือรือร้นที่จะซื้อมากขึ้น กลัวว่าจะมีขายไม่เพียงพอ


       ผู้พิทักษ์สมาคมต่างคารวะจางเฉินอย่างนอบน้อม คนที่ดูแลเรื่องการขายยาเม็ดเห็นจางเฉินก็โค้งคำนับอย่างรวดเร็วต่างจากที่เคยเป็นมาแต่ก่อนเป็นอย่างมาก ในช่วงเช้ามีการประกาศขับไล่มู่เจิ้นออกจากสมาคมเภสัชกรและแต่งตั้งฉินเป๋าเอ๋อขึ้นเป็นหัวหน้าคนใหม่ด้วยอายุที่น้อยมากและไม่มีตราเภสัชกรทุกคนรู้ว่านี่เกิดจากความสัมพันธ์กับจางเฉิน จึงทั้งกลัวและเคารพยำเกรง


       จางเฉินออกจากตึกสมาคมเภสัชกร เพื่อไปที่สมาคมหลอมกลั่น เป้าหมายต่อไปคือการปลุกสายเลือดและการปลุกจิตวิญญาณต่อสู้ จางเฉินรู้สึกคิดถึงบ้านถ้าหากให้เม็ดยาบำรุงวิญญาณกับคนในหมู่บ้านแล้วก็อุปกรณ์สำหรับปลุกสายเลือด ปลุกวิญญาณต่อสู้กับคนในหมู่บ้าน คงจะดีไม่น้อยแต่เขายังต้องเดินทางต่อไปข้างหน้าเพื่อรักษาชีวิตของเขาก่อน


        วิธีการรักษาพิษที่พบในตำราของนิกายเก้าสุริยันเป็นการแบ่งวิญญาณเพื่อสร้างร่างวิญญาณเป็นตัวแทนของตนเองแล้วทำการหลอมวิญญาณที่แยกออกมาแต่ถ้าแก้พิษไม่ได้วิญญาณที่แยกถูกทำลายจะระเบิดทำลายทะเลสติของจางเฉินอย่างรุนแรงจางเฉินให้มันเป็นวิธีสุดท้าย ถ้าไม่สามารถค้นหาทางแก้ได้จริงๆจางเฉินต้องหาทางออกอื่นๆ เท่านั้น


        “สองปี ข้าจะกลับบ้านถ้าต้องตายหรือบาดเจ็บหนักข้าก็ขอให้ได้อยู่กับพ่อแม่ และน้อง”


       ไม่นานก็พบอาคารที่มีลักษณะโดดเด่นปรากฏอยู่ตรงหน้าเป็นอาคารสูง 100 เมตรการตกแต่งที่งดงามมาก อยุ่มุมถนนเป็นทำเลที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากมีคนเดินเข้าออกอาคารเป็นระยะ


       จางเฉินเงยหน้าขึ้นมองเห็นตัวอักษรทองคำขนาดใหญ่จารึกบนแผ่นโลหะที่ทางเข้าอาคาร


        “สมาคมหลอมกลั่น”


        สมาคมหลอมกลั่นเป็นองค์กรที่ทรงพลังที่สุดในทวีปพยัคคำรามมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณในทวีปมีองค์กรลักษณะนี้หลายๆ องค์กรซึ่งจะไม่เข้าร่วมปัญหาการสงครามหรือการเมืองมีสาขากระจายไปทั้งทวีป เช่น สมาคมเภสัชกร สมาคมหลอมกลั่น สมาคมนักผจญภัยและองค์กรอื่นๆ ที่มีความแข็งแกร่งและมีวัฒนธรรมเป็นของตนเองภายในองค์กร


       จางเฉินเดินเข้าสมาคมหลอมกลั่น ในชั้นหนึ่งนั้นมีห้องโถงกว้างขวางมากผู้คนทุกประเภทต่างเดินกันไปมาดูมีชีวิตชีวา ไม่มีผู้พิทักษ์เหมือนสมาคมเภสัชกรแต่ดูเป็นระเบียบ


        “ยินดีต้อนรับสู่สมาคมหลอมกลั่นไม่ทราบมีอะไรให้ช่วยบ้างไหม” หญิงสาวรูปร่างดี หน้าตาสวยงามสวมเสือคลุมสีฟ้ามองจางเฉินแล้วยิ้มทักทาย


         แม้จางเฉินจะดูเด็กและแต่งตัวไม่ได้โอ่อ่าภูมิฐานมากนัก แต่เขาดูมีความสงบเหมือนคนที่ผ่านโลกมามากทำให้มีลักษณะพิเศษอย่างเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่บุคคลธรรม


        จางเฉินเหลือไปเล็กน้อยและหันไปมองอุปกรณ์ต่างๆที่วางขายภายในห้องโถง หญิงสาวแอบไม่พอใจที่จางเฉินไม่สนใจนาง ด้วยความงดงามของนางไม่เคยมีใครปฏิบัติเช่นนี้กับนางมาก่อน


        “แม่นางช่างงดงามจนข้าไม่อาจมองได้ มันทำให้ข้ารู้สึกใจสั่น หวั่นไหวอยากโอบกอดยิ่งนักท่านอย่าได้ตำหนิข้าหากข้าปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องในตอนนี้”


       หญิงสาวหน้าแดงเป็นลูกตำลึง ในครั้งแรกมันต้องการโกรธแต่เพียงประโยคแรกมันก็เปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงต่อคารมคมคายทันที จางเฉินนั้นไม่ได้ตั้งใจเพียงแค่ต้องการให้สามารถซื้อของได้อย่างสะดวกเท่านั้น


       จางเฉินยิ้มมุมปากเล็กทำเอาหญิงสาวใจสั่นเป็นอย่างมาก “หรือนี่คือรักแรกพบ” หญิงสาวคิดในใจ


       “ข้าต้องการซื้อวัสดุกลั่นไม่รู้ว่าที่นี่จะมีขายหรือไม่จางเฉินหยิบปากกากับกระดาษมาเขียนรายการวัสดุอย่างรวดเร็ว แล้วส่งให้ให้กับหญิงสาว”


       ในตอนที่ส่งกระดาษนั้นมือทั้งสองสัมผัสกันโดยไม่ได้ตั้งใจจางเฉยนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแต่หญิงสาวรีบดึงมือกลับแล้วม้วนเขินอายเป็นอย่างมาก มันชอบผู้ชายแบบนี้ตัวโตกล้ามใหญ่ หุ่นเหมือนหมีแม้หน้าตาไม่หล่อมากแต่ปกป้องคุ้มครองมันได้


        “ข้าชื่อชูเฟยหยู่มิทราบนามของนายท่าน” หญิงสาวยิ้มโชว์ปากแดงกล่ำคล้ายผลเชอร์รีแนะนำตัว


        “ข้าชื่อจางเฉินแม่นางที่งดงาม ข้าต้องรบกวนท่านแล้ว”


        “เจ้าไปเรียนนิสัยกะล่อนมาจากไหนจางเฉิน” เสียงโสมแดงขัดจังหวะมาจากในมิติ


        “ข้าปล่าวนะข้าทำตัวปกติมาก เจ้าออกมาดูสิ ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย คุยปกติ”


        “ข้าออกไปไม่ได้เดี๋ยวคนจะอยากกินข้า แต่ข้าว่าแม่นางคนนี้อยากกินเจ้าละ ขืนข้าออกไปนางจะเปลี่ยนเป็นกินข้าแทนละสิ”


        “เจ้ามีอะไรปกติไม่ค่อยคุยเห็นแต่ศึกษาตำรา”


      ปกติโสมแดงนั้นไม่ค่อยยุ่งกับจางเฉินมากนัก เว้นแต่จางเฉินจะอยู่ในภาวะตึงเครียดจริงๆหรือเรียกโสมแดงออกมาช่วยเหลือ


        “ข้าอยากได้อุปกรณ์หลายอย่างเพื่อลองทำอาเรย์เวทมนตร์ใหม่ที่เรียนรู้เจ้าซื้อให้ข้าด้วย”


        จางเฉินหยิบปากกาและกระดาษอีกครั้งเพื่อจดตามที่โสมแดงบอกแล้วยืนให้กับชุเฟยหยู


        “ไม่ทราบที่นี่จะมีของที่ข้าต้องการหรือเปล่าท่านช่วยตรวจดูให้ข้าด้วย”


        “ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีวัสดุมากที่สุดในอาณาจักรแล้วถ้าไม่มีนั่นแสดงว่าเจ้าจะไม่สามารถหามันได้”


         หญิงสาวไปที่เคาเตอร์อย่างรวดเร็วเปลี่ยนจากสายตาที่อยากรู้อยากเห็นต่อจางเฉิน เป็นความประหลาดใจ


          “นายท่านสิ่งที่อยู่ในรายการนายท่านเขียนผิดหรือไม่ข้าอยู่กับสมาคมมาหลายปี ส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยิน”


        คำพูดของหญิงสาวทำให้จางเฉินรู้สึกผิดหวังทันทีแต่เขาก็คาดเดาไว้แล้วว่าจะเกิดขึ้น วัสดุสำหรับปรับแต่งอุปกรณ์กระตุ้นเลือดนั้นไม่ใช่วัสดุธรรมการจะทำวัสดุทดแทนอื่นๆ ก็ต้องใช้เวลามากเขาเขียนวัสดุทดแทนลงไปด้วยเหมือนกันแต่ก็ไม่พบในสมาคมหลอมกลั่น


         “โอ้นี่จางเฉินข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้เจ้าเป็นเต่าหดหัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปไหนทำไมวันนี้จึงออกจากมหาลัยมาที่นี่ได้” เสียงเยาะเย้นจากชายคนหนึ่งสวมชุดคลุมสีขาว มือหนึ่งถือพัดโบกไปมาเดินเข้ามาที่เคาเตอร์พร้อมกับหญิงสาวนางหนึ่ง


         “มู่หยงฟู่! เจ้ายังไม่ตายเหรอข้านึกว่าวันนั้นเจ้าตายไปแล้วเสียอีก”


         มู่หยงฟู่หน้าแดงด้วยความโกรธมากทำได้เพียงชี้หน้าจางเฉินแล้วพูดว่า“เจ้า”


        จางเฉินมองไปที่หญิงสาวที่มากับมู่หยงฟู่ นางใส่กระโปรงยาวสีชมพูแต่งชุดที่ค่อนข้างเปิดเผยเห็นกระต่ายสีขาวลูกโตทั้งสองข้าง เท่าที่ดูน่าจะอายุ 16ถึง 17 ปี ความร้อนแรงของเธอนั้นเทียบเท่ากับองค์หญิงหิมะเย็นชาที่จางเฉินเคยเห็นในสระวิญญาณเลยทีเดียวแม้แต่สายตาผู้ชายทุกคนในห้องโถงก็มองไปที่นางเหมือนโดนมนตร์สะกด


         "เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก เดินทางมากับคนอ่อนแออย่างมู่หยงฟู่ได้อย่างไร" จางเฉินยิ้มมุมปากแล้วจ้องตาหญิงสาว