อยู่ดีๆก็มี(ว่าที่)สามีซะงั้น!

    #ก่อนวันงานแต่ง#

    5#ก่อนวันงานแต่ง#
    นี่ก็จะเป็นวันงานแต่งของผมกับพี่เขาแล้ว เป็นวันที่ทุกคนต่างมีหน้าที่มากมายในการจัดเตรียมสถานที่รวมถึงพ่อแม่และพี่ของผม ยังเลยไปถึงว่าที่เจ้าบ่าวของผมไปด้วย
    เห็นผมมายืนพูดอยู่ตรงนี้ใช่ว่าผมไม่อยากทำงานหรืออยากช่วยเขานะครับ ผมลองขอช่วยทำแล้วแต่ไม่มีใครให้ผมแต่อะไรสักอย่างเลย ไม่กลัวมันพังก็กลัวผมจะเอาแต่เล่นละมั้ง
    เมื่อ 5 วันก่อนผมกับพี่ไอ ได้ทำการไปแจกการ์ดเชิญงานแต่งด้วยตัวของเองโดยเฉพาะบุคคลสำคัญและคอยคนพิเศษรวมถึงหุ้นส่วนและเพื่อนสนิทของเจ้าบ่าวเจ้าสาว คำว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวเนี่ยผมบอกเลยว่าผมขัดใจมาก ทำไมผมต้องเป็นเจ้าสาวในขณะที่ไอเป็น เจ้าบ่าว จะพอผมถามพี่ไอคำตอบมันก็ทำให้ผมอยากจะทุบหลังให้แอ่นหรือหลังหักซะเลย
    “พี่ไอทำไมผมต้องเป็นเจ้าสาวล่ะ ทำไมผมเป็นเจ้าบ่าวไม่ได้”
    “ก็พี่ตัวสูงใหญ่กว่าน้องพบรักไง”
    “มันเกี่ยวกับความสูงยังไง”
    “น้องพบรักลองคิดดูนะเวลาเราเข้าหอกันน่ะใครอยู่บนข้าอยู่ล่าง”
    “อ๊ะ! ทะลึ่ง! ”
    “ก็มันเรื่องจริงอ่ะพี่ไม่ชอบโกหก แต่ถ้าน้องพบรักสึกว่ามันไม่แฟร์สำหรับพบรักเรามาลองสู้กันบนเตียงสักตั้งไหมล่ะ”
    “ไม่ คนบ้ากาม”
    “เอ้า ผิดตรงไหนก็พี่พูดเรื่องจริงอ่ะ”
    “พอ! ไม่ต้องมาพูดผมไม่อยากฟังแล้ว”
    “หึหึ”
    “ไม่ต้องมาหัวเราะ หึหึ เลยนะ! ”
    “ดุจริงเชียว แมวตัวนี้”
    “หึ้ย! ขึ้นรถไปเดี๋ยวนี้เลยนะเรายังต้องไปอีกหลายที่”
    “ครับๆ ขึ้นแล้วครับ”
    ตลอดทางที่เราไปส่งการ์ดเชิญแล้วก็ตีกันไปทั้งทางแล้วครับ กว่าจะส่งครบก็ปาเข้าไปจนมืดค่ำ หลอดถ้าวันในการส่งการ์ดเชิญที่เหลือ มันคือความเหนื่อยที่ดูสนุกๆ แล้วมันก็เป็นอีกครั้งที่ผมได้หันกลับไปมองพี่ไอ ดีๆ ว่า ความรู้สึกใจเต้นและ รู้สึกยิ้มตามในตอนที่พี่เขายิ้มให้ มันคือของจริง
    อย่างที่ผมบอกไปวันนี้คือวันที่จัดเตรียมงานก่อนพรุ่งนี้จะไปงานแต่ง ตอนนี้บ้านผมถูกเนรมิตเป็นสวนแห่งดอกไม้ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไหนจะอาหารการกินที่เตรียมพร้อม เพลงอันดับ 1 ของ โลก จริงๆ แล้วผมคิดว่าแค่มีน้ำพริกปลาทูหรืออาหารหม้อแกงสัก 10 อย่างก็น่าจะเพียงพอ ผมอยากให้งานมันเล็กๆ พอดีแบบอบอุ่น พอเอาเข้าจริง มันใหญ่จนผม รู้สึก สมองเบลอ
    ไหนจะยังไม่รู้อีกว่าไอ้บ้านหลังข้างๆ ที่สร้างสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ สวยเท่ๆ หลังนั้น คือบ้านที่เป็นห้องหอของผมกับว่าที่เจ้าบ่าว ในวันพรุ่งนี้ ไอ้บ้าเอ้ย
    คือมีครั้งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าผมอยากได้บ้านหลังนั้นมาเป็นของตัวเอง ผมพยายามตามหาเจ้าของเพื่อขอซื้อต่อแต่ก็หายังไงก็หาไม่เจอ ผมก็เลยตัดใจเพราะคิดว่าเขาคงอยู่ต่างประเทศ พอมารู้ตอนนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกว่า พรหมลิขิตจัด สิ่งที่ผมมองแล้วหวังอยากได้มันมาตลอด มันกลับได้มาง่ายๆ เป็นของแถมหลังจากแต่งงานซะงั้น
    ตอนที่ผมรู้ว่าบ้านหลังนั้นเป็นห้องหอของผมในอนาคตเริ่มมาจากที่คุณแม่ถามพี่ๆ ว่าหลังจากงานจบ พี่อายจะพาผมไปเช่าโรงแรมหรือ พักที่บ้านของผม ก็มีบ้านที่เป็นเรือนหออยู่แล้ว
    “ผมมีเรือนหอของผมอยู่แล้วครับคุณแม่”
    “จริงหรือจ๊ะ มันอยู่ไกลไหมต้องเตรียมรถกลับเดินทางกลับออกจากงานไปห้องหอหรือเปล่า”
    “ไม่ไกลนะครับคุณแม่ แค่เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว”
    “ความว่าอย่างไรหรือจ๊ะ”
    “ความจริงแล้วบ้านข้างๆ ของบ้านคุณแม่เป็นบ้านที่ผมสร้างไว้ครับ ผมอยากเอามาเป็นเรือนหอสำหรับผมกับน้องพบรัก”
    “ว๊าว จริงหรือจ๊ะน้องไอรู้ไหมลูก ว่าน้องพบรักเนี่ยอยากได้บ้านหลังนั้นมาก พยายามติดต่อหาเจ้าของโทรหาไม่เจอเขาก็ล้มเลิกในการตามหาไปแล้ว กลายมาเป็นว่ามันเป็นของคนใกล้ตัวขนาดนี้เชียว”
    “จริงหรือครับ ดีจังเนาะพบรัก”
    “ฮึ้ย! มาเนาะอะไรเล่า! ผมก็แค่ชอบเฉยๆ หรอก”
    “น้องพบรักชอบก็ดีแล้ว เพราะบ้านหลังนี้คือเรือนหอของเรา และอนาคตมันคือบ้านของน้องพบรักกับพี่ไงครับ”
    “แหวะอย่ามาพูดเยอะ”
    “หึหึ”
    สายตาแวววาวและอบอุ่นที่มองมาที่ผมขณะที่พูดเนี่ย มันน่าเอานิ้วจิ้มให้ตาแตกจริงเชียว ไปทำหน้าตาหล่อและพูดได้น่าหมั่นเขี้ยวขนาดนี้ อย่าให้ถึงทีผมบ้างนะ
    “ฝากไว้ก่อนเถอะ”
    “พี่รอน้องพบรักมาเอาคืนอยู่นะครับ หรือจะเอาคืนพี่วันเข้าหอทีเดียวเลยก็ได้”
    “ไอ้บ้าอย่ามาพูด ใครจะไปเข้าห้องหอด้วยไม่ทราบ”
    “ก็น้องพบรักเป็นเจ้าสาวของพี่ใช่ไหมล่ะ เจ้าสาวกับเจ้าบ่าวเวลาแต่งงานกันเขาก็ต้องเข้าหอเป็นเรื่องธรรมดาเปล่า”
    “ฮึ้ย! ”
    “หึหึ พบรักรู้ตัวไหมเวลาตัวเองเถียงไม่ออกเนี่ยก็ครูเป็นแมวเลยนะ อีกอย่างน้องพบรักพูดไม่เพราะหลายคำแล้ว วันนี้พี่จะเก็บไว้ก่อนแล้ววันแต่งงานที่จะมาทบต้นทบดอกที่พบรักพูดไม่เพราะใส่พี่นะครับ”
    “ห๊ะ! ม่ายน้าาาาาาา”
    “หึหึ แล้วจะวิ่งหนีพี่ไปไหนกลับมาก่อนครับน้องพบรัก”
    ฟิ้วววว
    ร่างบางวิ่งขึ้นห้องไปแล้ว ก็มีเสียงตามมาข้างหลังว่า
    “แมวตัวนี้น่ารักจริงๆ เลยนะ”
    กว่าจะหมดวัน มันช่างเหนื่อยจริงๆ เชียว พบรักได้กล่าวไว้
    วันต่อมาผมต้องรีบตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อมาถึงหน้า กับพี่ไอ ผมว่ามันไม่จำเป็นต้องรีบออกมาแต่งขนาดนั้นหรือเปล่า แต่ผมก็ไม่สามารถที่จะขัดใจคุณหญิงแม่ของผมได้ กว่าจะแต่งหน้าทำผมแต่งตัวเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบ 7:00 น ส่วนพี่ไอขายออกไปตั้งแต่ 5:00 น จริงๆ แล้วมีแต่ผมเท่านั้นแหละที่ว่าทุกอย่างจะเสร็จงานที่สุดทั้งๆ ที่ผมก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ผมเห็นพี่ไอแค่แต่งแป๊บเดียวไม่ได้เยอะครับเท่าผม แล้วก็เดินหายออกไปแต่อย่างน้อยก็ดีตรงที่ว่าพี่ไอเอานมและขนม หายผมรองท้องก่อนที่ผมจะหิวไปมากกว่านี้
    เมื่อผมแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จแล้วผมก็เดินมานั่งบริเวณโถงกลางของบ้านที่จะเตรียมสถานที่ไว้แล้ว คุณพ่อคุณแม่บอกว่าผมไม่สามารถออกจากประตูห้องเก็บตัวได้เนื่องจากมันเป็นความเชื่อของคนโบราณ ต้องรอให้เจ้าบ่าวเป็นคนมาพาผมออกจากห้องเก็บตัวมาห้องโถงได้แล้ว
    ดังนั้นผมเลยต้องขึ้นไปบนห้องแต่งตัวอีกครั้ง เดี๋ยวรอเจ้าบ่าวมาพาผมลงไปยังห้องโถงพิธีการ พร้อมกับน้ำและขนมที่พี่ไอซ์เอามาวางให้ผมตั้งแต่เมื่อเช้า
    สักพักผมก็ได้ยินเสียง กวดขันหมากมาแต่ไกล พอดีผมอยู่เป็นห้องที่อยู่ทางด้านหน้าบ้านบนชั้น 2 สามารถมองผ่านกระจกลงมาเห็นขบวนแห่ขันหมากที่เดินเข้ามาในบ้านได้ สิ่งที่ผมอยากจะบอกต่อไปนี้คือ
    คนมันจะเยอะเกินไปแล้ว!
    __________________________#ทูบีคอนตินิวครับ#เขียนสดต่อวันขอรับ ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย#ขอกำลังให้นักเขียนแค่เม้นมาคนละเม้นก็พอครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้า