การเดินทางในป่าลึกยังคงดำเนินต่อไปหลี่เฟิ่งก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าร่างกายผ่ายผอมราวกับกิ่งไม้ที่ถูกลมพัดจนแห้งกรังความหิวโหยและความอ่อนล้ากัดกินทุกอณูของร่างกายแต่ภายในใจของเขายังคงมีเปลวไฟแห่งความแค้นและความมุ่งมั่นที่คอยหล่อเลี้ยงให้เขาก้าวเดินต่อไปมีดสั้นปริศนาที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อเป็ดั่งเครื่องรางนำทางคอยเตือนใจให้เขายังคงมีความหวัง
หลังจากออกมาจากถ้ำลึกลับหลี่เฟิ่งก็พยายามเดินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกอย่างไม่ลดละเขาเดาว่าทิศนั้นน่าจะเป็ทิศทางที่จะนำเขาไปสู่เขตชุมชนที่ใหญ่ขึ้นหรืออย่างน้อยก็ออกจากป่ามรณะแห่งนี้เสียที วันแล้ววันเล่าที่ผ่านไปมีเพียงเสียงของป่า เสียงฝีเท้าของตัวเอง และเสียงหัวใจที่เต้นอย่างอ่อนแรงเป็เพื่อน
อาหารที่หาได้ในป่าเริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆหรือไม่เขาก็ไม่มีแรงจะออกไปหาแล้ว สายตาของเขาเริ่มพร่ามัวจากการขาดสารอาหารการทรงตัวเริ่มสั่นคลอน ทุกย่างก้าวดูเหมือนจะต้องใช้พลังงานทั้งหมดที่มีเขาหกล้มบ่อยขึ้น และบางครั้งก็แทบหมดสติไปกลางทาง
ในบ่ายแก่ๆของวันที่หกของการเดินทางหลังจากออกจากถ้ำหลี่เฟิ่งรู้สึกเหมือนกำลังจะก้าวไปไม่ไหวอีกต่อไป เขาเดินโซซัดโซเซผ่านป่าทึบที่ต้นไม้สูงเสียดฟ้าบดบังแสงอาทิตย์จนแทบมิดแสงสีส้มทองยามอัสดงเริ่มสาดส่องลอดกิ่งก้านใบไม้ลงมาเป็ลำริ้วบรรยากาศเริ่มเงียบสงัดลงกว่าปกติ ราวกับป่ากำลังหลับใหล
ทันใดนั้นเองสายตาที่พร่ามัวของหลี่เฟิ่งก็พลันจับจ้องไปที่จุดหนึ่งท่ามกลางความรกทึบของพงไพรเบื้องหน้ามี กระท่อมไม้ซอมซ่อหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ ราวกับถูกทิ้งร้างมาเนิ่นนานตัวเรือนทรุดโทรม หลังคาบุบสลาย และมีเถาวัลย์เลื้อยปกคลุมไปทั่ว แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังคงเป็ภาพที่แปลกประหลาดอย่างยิ่งที่จะมีกระท่อมกลางป่าลึกเช่นนี้
"กระท่อม..."เสียงของหลี่เฟิ่งแหบพร่า น้ำลายเหนียวหนืดในลำคอเขาไม่แน่ใจว่ามันเป็ภาพลวงตาที่เกิดจากความอ่อนล้าหรือเปล่า
ด้วยแรงที่ฮึดเฮือกสุดท้ายหลี่เฟิ่งพยายามเดินโซซัดโซเซเข้าไปหากระท่อมหลังนั้นอย่างช้าๆทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความเ็ปและความหวังที่ริบหรี่ แต่เขาก็ไม่ยอมหยุดเขาอยากจะรู้ว่ากระท่อมแห่งนี้มีเ้าของหรือไม่หรือมันเป็เพียงกระท่อมที่ถูกทอดทิ้งไว้
เมื่อเข้ามาใกล้ขึ้นเขาก็ััได้ถึงกลิ่นควันจางๆ ลอยมาจากปล่องควันของกระท่อม!นั่นหมายความว่ามีคนอาศัยอยู่!
ความหวังที่เคยริบหรี่กลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งหลี่เฟิ่งเร่งฝีเท้าไปที่ประตูไม้ผุๆ ของกระท่อม เขาใช้มือที่สั่นเทาเคาะประตูเบาๆ
"มีใครอยู่หรือไม่?" เสียงของเขาแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
เงียบ...ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
หลี่เฟิ่งลองเคาะอีกครั้งคราวนี้แรงขึ้นเล็กน้อย "ขออภัย... มีใครอยู่ข้างในหรือไม่? ข้า... ข้าหลงทางและาเ็"
ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของ ชายชราผู้หนึ่ง
ชายชราผู้นั้นมีรูปร่างผอมบางเส้นผมขาวโพลนราวหิมะถูกมัดรวบไว้อย่างลวกๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาแต่สิ่งที่ทำให้หลี่เฟิ่งสะดุดตาที่สุดคือ ดวงตาของชายชราผู้นั้น มันเป็ดวงตาที่ลึกซึ้ง คมกริบและแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง ราวกับว่าดวงตาคู่นั้นเคยผ่านเื่ราวมานับไม่ถ้วนมันไม่ได้ดูเป็ดวงตาของคนชราทั่วไปเลยแม้แต่น้อยแต่กลับให้ความรู้สึกน่าเกรงขามและลึกลับอย่างบอกไม่ถูก
ชายชราจ้องมองมาที่หลี่เฟิ่งอย่างพิจารณาสายตาของเขาไม่ได้แสดงความใหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยมีเพียงความสงบนิ่งที่น่าประหลาด
"เ้ามาทำอะไรในป่าลึกแห่งนี้ เด็กน้อย?" เสียงของชายชราฟังดูแหบแห้งแต่ก็แฝงไปด้วยพลังที่ไม่ธรรมดา
หลี่เฟิ่งพยายามจะตอบแต่ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนแรงลงทุกขณะ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันถาโถมเข้ามาดวงตาเริ่มพร่ามัว และก่อนที่เขาจะทันพูดอะไร ร่างกายของเขาก็ทรุดฮวบลงไปกับพื้นดิน
ชายชราไม่ได้แสดงท่าทีใเขามองดูหลี่เฟิ่งที่ล้มลงอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะถอนหายใจแ่เบาแล้วก้าวเท้าออกมาจากกระท่อมอย่างช้าๆ การเคลื่อนไหวของเขาดูเหมือนจะเชื่องช้าแต่กลับรวดเร็วกว่าที่คิด ชายชราก้มตัวลงประคองร่างของหลี่เฟิ่งขึ้นมาอย่างเบามือ แรงของเขามากเกินกว่าที่รูปร่างผอมบางจะแสดงออกมาได้หลี่เฟิ่งรู้สึกเหมือนถูกยกขึ้นอย่างง่ายดาย
"เข้ามาข้างในเถิด"ชายชราพูดเสียงเรียบ แล้วประคองหลี่เฟิ่งเข้าไปในกระท่อม
ภายในกระท่อมแม้จะซอมซ่อแต่กลับสะอาดสะอ้านและเป็ระเบียบเรียบร้อย กลิ่นสมุนไพรและกลิ่นควันไม้หอมอ่อนๆลอยอบอวล บรรยากาศอบอุ่นกว่าข้างนอกมาก กลางห้องมีเตาผิงเล็กๆที่มีไฟลุกโชนให้ความอบอุ่น
ชายชราวางหลี่เฟิ่งลงบนเบาะรองนั่งที่ปูด้วยฟางอย่างอ่อนโยนแล้วเดินไปรินน้ำร้อนจากกามาให้ถ้วยหนึ่ง
"ดื่มซะ จะได้มีแรง" ชายชรากล่าว
หลี่เฟิ่งรับถ้วยน้ำอุ่นมาอย่างสั่นเทาเขาจิบน้ำอย่างช้าๆ ความร้อนของน้ำแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทำให้รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยเขามองชายชราอย่างสงสัย ชายผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน การเคลื่อนไหวที่เงียบเชียบดวงตาที่คมกริบ และแรงกายที่ไม่ธรรมดา ทั้งหมดนี้บ่งบอกว่าชายชราผู้นี้ต้องเป็ ยอดฝีมือ ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก
"ข้า... ข้าชื่อหลี่เฟิ่ง"หลี่เฟิ่งพยายามกล่าวแนะนำตัว "ข้ามาจากหมู่บ้านหลินเจียง...มันถูกพวกคนชุดดำทำลาย"
เมื่อได้ยินคำว่า"คนชุดดำ" แววตาของชายชราก็พลันหรี่ลงเล็กน้อยแต่ก็เป็เพียงชั่วเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนจะกลับไปสงบนิ่งดังเดิม
"ข้ารู้" ชายชราตอบสั้นๆ"ข้าเห็นควันไฟจากที่นี่"
หลี่เฟิ่งรู้สึกประหลาดใจชายชราผู้นี้รู้ถึงเื่ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านแสดงว่าเขาอาศัยอยู่ในบริเวณนี้มานานแล้วและอาจเป็คนเดียวที่รู้เื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น
"ข้าชื่อ ไป๋เฟิง (Bai Feng)"ชายชราแนะนำตัวเอง"เ้าพักที่นี่ก่อนเถิด ร่างกายของเ้า้าการพักผ่อน"
ไป๋เฟิงไม่ถามอะไรต่อเขาลุกขึ้นไปที่เตาผิง และเริ่มทำอาหารง่ายๆ ไม่นานนักกลิ่นหอมของโจ๊กสมุนไพรก็ลอยอบอวลไปทั่วกระท่อม
เมื่อโจ๊กสุกไป๋เฟิงก็ตักมาให้หลี่เฟิ่งถ้วยหนึ่ง โจ๊กนั้นร้อนๆ และมีกลิ่นหอมชวนกินหลี่เฟิ่งไม่รอช้า รีบตักเข้าปากอย่างหิวโหย รสชาติของมันช่างอร่อยล้ำเลิศราวกับเป็อาหารที่ดีที่สุดที่เขาเคยได้ลิ้มรสมาในชีวิตมันช่วยเติมเต็มพลังงานที่ขาดหายไปและทำให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตลอดเวลาที่หลี่เฟิ่งกินอาหารไป๋เฟิงนั่งนิ่งอยู่ข้างๆ มองดูเขาด้วยสายตาที่สงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ่านออก
หลี่เฟิ่งกินจนหมดถ้วยเขาเงยหน้าขึ้นมองไป๋เฟิงอีกครั้ง "ท่านไป๋เฟิง ท่านเป็ใครกันแน่? ทำไมท่านถึงมาอาศัยอยู่ในป่าลึกเช่นนี้?"
ไป๋เฟิงไม่ตอบคำถามนั้นตรงๆเขามองออกไปนอกหน้าต่างที่เริ่มมืดมิดแล้ว "คำถามบางคำถามรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม เ้าก็จะรู้เอง"
น้ำเสียงของไป๋เฟิงเต็มไปด้วยปริศนาทำให้ความสงสัยในใจของหลี่เฟิ่งยิ่งทวีคูณ เขาแน่ใจแล้วว่าชายชราผู้นี้ไม่ธรรมดาอาจจะเป็ยอดฝีมือที่หลบซ่อนตัวจากโลกภายนอก หรือไม่ก็เป็ผู้ที่มีเื้ัอันซับซ้อน
"ท่านรู้เื่พวกคนชุดดำหรือไม่?" หลี่เฟิ่งถามต่อด้วยความหวัง"พวกเขาเป็ใครกันแน่? ทำไมถึงทำเช่นนั้นกับหมู่บ้านของข้า?"
ไป๋เฟิงหรี่ตาลง"พวกเขาคือเงาที่คืบคลานอยู่ในความมืดมิดเป็พลังที่เ้ายังไม่ควรยุ่งเกี่ยวในตอนนี้"
คำตอบของไป๋เฟิงทำให้หลี่เฟิ่งรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็เข้าใจว่าชายชราผู้นี้คงมีเหตุผลของตนเองที่จะไม่เปิดเผยความลับทั้งหมด
"แล้วมีดสั้นเล่มนี้..."หลี่เฟิ่งควักมีดสั้นปริศนาออกมาจากอกเสื้อ แสงสีเงินอ่อนๆเปล่งประกายออกมาในความมืดของกระท่อม "ท่านรู้หรือไม่ว่ามันคืออะไร?"
เมื่อไป๋เฟิงเห็นมีดสั้นในมือของหลี่เฟิ่งดวงตาที่สงบนิ่งของเขาก็พลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยมีประกายแสงแห่งความใและหวนรำลึกถึงอดีตฉายวาบขึ้นมา แต่ก็เพียงชั่วครู่ก่อนที่เขาจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม
"มันเป็ของเก่าแก่..."ไป๋เฟิงกล่าวเสียงแ่เบา "เป็ของที่ถูกทิ้งไว้ในที่ที่เ้าพบเจอ"
หลี่เฟิ่งรู้สึกว่าไป๋เฟิงกำลังปิดบังอะไรบางอย่างเขาแน่ใจว่าไป๋เฟิงรู้เื่ราวของมีดสั้นเล่มนี้มากกว่าที่เขาพูดแต่ก็เลือกที่จะไม่ถามต่อในตอนนี้
"เ้าเหนื่อยมากแล้ว พักผ่อนเถิด"ไป๋เฟิงกล่าว "เื่ราวทุกอย่าง รอให้เ้าแข็งแรงขึ้นก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน"
หลี่เฟิ่งพยักหน้าด้วยความเข้าใจแม้จะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ร่างกายของเขาก็อ่อนล้าเกินกว่าจะคิดอะไรต่อเขาเอนตัวลงนอนบนเบาะฟางอย่างช้าๆความอบอุ่นจากเตาผิงและความรู้สึกปลอดภัยที่ได้อยู่ใกล้ไป๋เฟิงทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เขามองไปที่ไป๋เฟิงอีกครั้งชายชราผู้นั้นยังคงนั่งนิ่งอยู่ข้างเตาผิง จ้องมองเปลวไฟอย่างเหม่อลอยใบหน้าของเขาดูเศร้าหมองและเต็มไปด้วยเื่ราวที่ซ่อนเร้นหลี่เฟิ่งรู้สึกได้ถึงความสัมพันธ์บางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างเขากับชายชราผู้นี้
ในคืนนั้นหลี่เฟิ่งหลับไปอย่างสนิทเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โศกนาฏกรรมในหมู่บ้านหลินเจียงเขาหลับไปพร้อมกับความหวังที่ริบหรี่แต่ก็มีประกายแห่งความจริงที่รอคอยการเปิดเผยในใจเขาเชื่อว่าการพบกับไป๋เฟิงในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และชายชราผู้นี้จะต้องเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาเขาไปสู่เส้นทางแห่งการแก้แค้นและค้นหาความจริงเบื้องหลัง"พันธมิตรไร้เงา" ที่ทำลายชีวิตของเขา...