"ข้าคิดออกแล้วขอรับ ท่านพี่! พวกท่านล่วงหน้าไปก่อนเลย เดี๋ยวข้าตามไป!"
ได้ยินเสียงของไป๋ฉี เหล่าพี่ๆทั้งสี่คนพากันจับจ้องไปที่น้องเล็กคนนี้ด้วยสายตาแปลกประหลาด เพราะพวกเขาไม่คาดคิดจริงๆว่าจะได้ยินคำนี้ออกจากปากของไป๋ฉี
"น้องชาย เจ้าพูดอะไรน่ะ อีกฝ่ายมีระดับราชาดวงดาวนับร้อย เจ้าคนเดียวจะไปรับมือได้อย่างไร" เป็นไป๋หมิงที่กล่าวออกมา แน่นอนว่าพี่ๆอีกสามคนก็เห็นด้วยกับคำพูดนี้ของเขา
"เอ่อ.....พวกท่านใจเย็นๆ ข้าไม่ได้บ้าถึงขนาดที่จะเข้าปะทะกับหรอกนะขอรับ วิธีของข้าน่ะง่ายกว่านั้นมากเพียงแต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะอธิบาย"
ไป๋ฮ่าวเอ่อร์หรี่ตามอง "เจ้าสามารถการันตีความปลอดภัยของตัวเองได้หรือไม่"
ไป๋ฉีพยักหน้า "ข้าสามารถรับรองความปลอดภัยของตัวเองได้ และข้าจะตามพวกท่านไปในไม่ช้า"
"อืม ถ้าอย่างนั้นพี่ชายคนนี้ก็จะยอมเชื่อเจ้าอีกครั้ง แต่เจ้าต้องจำเอาไว้ว่าหากเจ้าเป็นอะไรไป ข้าในฐานะพี่ใหญ่จะฆ่าตัวตายต่อหน้าท่านอาไป๋เฉินเพื่อรับผิดชอบ"ไป๋ฮ่าวเอ่อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เมื่อได้ยินเช่นนั้นไป๋ฉีก็พลันพยักหน้าตอบรับโดยไม่ลังเลใจ
ไป๋ฮ่าวเอ่อร์ทำการส่งตำแหน่งของตนเองให้กับน้องชาย ก่อนที่จะพาน้องๆอีกสามคนบินทะยานจากไปไกล เหลือไว้เพียงไป๋ฉีที่ตอนนี้หยุดชะงักอยู่กลางอากาศ
"เอาล่ะ ได้เวลาที่ข้าต้องเล่นละครฉากใหญ่เสียแล้วสิ"ว่าแล้วไป๋ฉีก็พลันทำให้ออร่าของตัวเองเบาบางลงและหลบซ่อนในที่ลับตาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมองเห็นได้
จากนั้นเขาก็กางเขตแดนแม่เหล็กไฟฟ้าออกไปเพื่อตรวจสอบตำแหน่งของพวกมันในทันที
"สิบวินาทีพวกมันก็จะมาถึงที่นี่"
ไป๋ฉีนับถอนหลังโดยพลัน เมื่อสัมผัสได้ถึงการมาของนักสู้เหล่านั้นเขตแดนหน่วงเวลาสมบูรณ์ก็พลันถูกเรียกใช้ออกมาในทันที ทำให้เหล่านักสู้ที่กำลังจะบินผ่านบริเวณนี้เคลื่อนไหวเชื่องช้าราวกับภาพสโลโมชั่น
ชายหนุ่มยังไม่หยุดเพียงเท่านั้นเขตแดนราตรีนิรันดร์ถูกกางทับเขตแดนหน่วงเวลาสมบูรณ์อีกที เพื่อที่จะกลืนกินพลังของอีกฝ่ายมาล่อเลี้ยงเขตแดนหน่วงเวลาสมบูรณ์เอาไว้
"พวกเจ้าเป็นใครกันถึงได้ กล้าบุกรุกมายังเขตของข้า!"เสียงที่ทรงอำนาจดังขึ้นมา ทำให้เหล่านักสู้ที่ตื่นตระหนกอยู่แล้วถึงกับเนื้อตัวสั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้
'จริงสิพวกมันอยู่ในทักษะหน่วงเวลาแล้วจะตอบข้าได้อย่างไร ข้าผลักพวกมันออกจากเขตแดนสักคนสองคนก็แล้วกัน'ว่าแล้วไป๋ฉีก็ใช้พลังแม่เหล็กของตัวเองผลักคนที่ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้นำกลุ่มของพวกมันออกไปสองคนด้วยกัน
ทั้งสองคนที่ถูกผลักออกไปนั้น เมื่อหลุดจากเขตแดนหน่วงเวลาก็ทำการคุกเข่าในทันที แล้วกล่าวออกมาพร้อมกันว่า "ทะ ท่านผู้สูงส่ง พวกเราไม่ได้มีเจตนาจะบุกรุกเข้ามายังเขตของท่านได้โปรดให้อภัย"
"โอ้ ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าเข้ามาในเขตของข้าทำไม ข้าต้องการคำอธิบายที่แน่ชัด!"
"พะ พวกเราเพียงตามล่าคนกลุ่มหนึ่งมาเท่านั้นขอรับ"ชายที่สวมสุดเกราะพันธุกรรมสีเขียวกล่าวเสียงสั่น
"อย่ามาโกหก!! ข้าอยู่ที่นี่มาเป็นหมื่นปี พึ่งจะเห็นเพียงพวกเจ้าเท่านั้น คนกลุ่มอื่นหามีไม่!!"ไป๋ฉีเร่งการดูดกลืนพลังให้มากขึ้นอีกสิบเท่า ทำให้นักสู้ระดับนักรบแห่งดวงดาวบางคนถึงกับไร้สิ้นเรี่ยวแรงในทันที
ส่วนทางด้านของไป๋ฉีตอนนี้ร่างกายในชุดเกราะของเขาก็ปริแตกออกมาเล็กน้อยเพราะเริ่มที่จะแบกรับพลังมากมายมหาศาลไม่ไหว
"ทะ ท่านผู้สูงส่งอย่าพึ่งมีโทสะ พวกข้าขออภัยที่รบกวนท่าน พวกเราไม่ได้มีเจตนาจริงๆขอรับ"เสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของชายหนุ่มในชุดเกราะพันธุกรรมสีเขียวดังขึ้นมา
ไป๋ฉีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมจำนนแล้วเขตแดนทั้งสองก็ถูกคลายออกในทันที ทำให้เหล่านักสู้ทั้งหลายขยับตัวได้ตามปกติอีกครั้ง พวกมันพากันคุกเข่าโดยพลัน
"ขออภัยที่รบกวนความสงบของท่านผู้สูงส่ง"
ไป๋ฉีที่หลบอยู่ยกยิ้ม "วันนี้ถือว่าพวกเจ้าโชคดีมากที่ข้าอารมณ์ดี ดังนั้นจะปล่อยพวกเจ้าไปสักครั้ง"
"แต่จะให้ข้าปล่อยไปโดยไม่มีบทลงโทษเลยนั้นก็ยังไงๆอยู่ อืม...เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พวกเจ้านำทรัพยากรทั้งหมดของพวกเจ้ามากองรวมกันเอาไว้ แล้วกลับไปซะ"
"ห๊ะ! ทะ ทรัพยากรทั้งหมดหรือขอรับ"เหล่านักสู้พากันอุทานพร้อมกันอย่างช่วยไม่ได้
"อะไร! พวกเจ้ามีปัญหาอย่างนั้นหรือ"เสียงที่ทรงอำนาจของไป๋ฉีกลายเป็นจริงจัง
เหล่านักสู้ทั้งหลายที่ได้ยินเช่นนั้นก็พากันกำหมัดแน่น แต่ก็นำทรัพยากรของตัวเองกองรวมกันเอาไว้แต่โดยดี และรีบบินจากไป เนื่องจากพวกมันกลัวว่าไป๋ฉีจะเปลี่ยนใจและทำการสังหารพวกมัน
หลังจากผ่านไปไม่นานเหล่านักสู้ก็พากันออกไปจากบริเวณนี้จนหมดสิ้น ไป๋ฉีที่ใช้เขตแดนแม่เหล็กไฟฟ้าตรวจดูอย่างถ้วนถี่แล้วก็ออกมาจากที่ซ่อนและมองไปที่ทรัพยากรกองโตด้วยดวงตาเป็นประกาย
เขาค่อยๆเก็บพวกมันเข้ามิติเก็บของไร้ขอบเขตโดยไม่รอช้า จากนั้นก็ตรวจดูตำแหน่งที่ไป๋ฮ่าวเอ่อร์ส่งมาและบินทะยานไปตามเส้นทางนั้น
"เกือบไปแล้วไหม่ล่ะเจ้าคะนายท่าน ต่อไปนี้ควรคำนวนการใช้เขตแดนราตรีนิรันดร์มากกว่านี้หน่อยนะเจ้าคะ หากเมื่อครู่คลายพลังไม่ทันร่างกายอาจจะระเบิดก็เป็นได้" ขณะเดินทางเสี่ยวไป๋ที่นั่งอยู่บนหอคอยจักรวาลกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ขอโทษที พอดีอินกับบทผู้สูงส่งไปหน่อย ต่อไปข้าจะระวังให้มากกว่านี้"ไป๋ฉียิ้นเจื่อนแล้วตอบออกไปเช่นนั้น ต้องยอมรับว่าเมื่อครู่นี้เขาสนุกกับการปั่นหัวศัตรูจนลืมความเจ็บปวดของตัวเองไปเลยจริงๆ โชคดีที่มาไหวตัวทันในช่วงท้าย
"ไม่ได้การ ต่อไปข้าจะต้องมีสติมากกว่านี้"
ว่าแล้วไป๋ฉีก็พลันผสานเข้ากับธาตุแสงของตัวเองและพุ่งทะยานหายลับไปจากบริเวณนั้น